로그인คิเรย์หันมองมุกดาที่ยังคงตกใจขวัญหนีดีฝ่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเธอคงไม่ชิน จากคนทำงานหลังคลับต้องคอยออกมาให้บริการแขกเพราะจำนวนพนักงานของวันนี้มันไม่พอ
คิดแล้วก็โมโหไอ้พายัพ..เงินตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมถึงงกไม่รู้จักจ้างพนักงานเยอะๆ “มากับฉัน” พูดเสียงเบาพร้อมกระตุกมือเรียวเล็กให้เดินตามมาด้วยกันจนถึงรถ มุกดาถึงได้หายใจหายคอคล่องขึ้นมาหน่อย “ขอบคุณที่ช่วยมุกนะคะเฮีย” นับว่าเป็นประโยคแรกที่เธอได้คุยกับเขาหลังจากตัดขาดกันวันนั้น “อืม ถ้าดีขึ้นแล้วก็กลับไปทำงานต่อเถอะ” “มุกยังไม่ดีขึ้นเลย มุกกลัว” ไม่รู้ว่าเขาจะดูออกไหม มันก็แค่การละคร จริงๆ ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองโดนลวมลาม มุกดาเตรียมยกถาดใส่เครื่องดื่มฟาดหน้าแขกคนนั้นแล้ว แต่เฮียคิเรย์เข้ามาช่วยเธอไว้ก่อน เขามองสีหน้าไม่สู้ดีของมุกดา ใจที่เคยแข็งดั่งหิน แถมยังสร้างกำแพงไว้สูงเป็นอันค่อยๆ พังทลายทีละเล็กละน้อย “อืม ก็กลับไปพักผ่อนที่บ้าน เดี๋ยวฉันบอกไอ้พายัพให้เอง” “ขอบคุณนะคะ แต่เฮีย..” ไม่จบ มุกดารั้งข้อมือแกร่งเอาไว้ ใบหน้าสะสวยช้อนมองคนตัวสูงกว่าด้วยสายตาลุ่มลึก “ไปส่งมุกที่บ้านหน่อยได้ไหมคะ มุกกลัว ไม่กล้าเรียกรถกลับคนเดียว” ใจหนึ่งเตรียมรับคำปฏิเสธ ทว่าวินาทีถัดมาราวคนถูกหวย “อืม ก็ได้ ขึ้นรถสิ” เฮียยอมไปส่งเธอ อาจเป็นแววตาโศกระคนความเศร้าที่เขาพ่ายแพ้นับครั้งไม่ถ้วน คิเรย์ถึงได้ยอมกลับมาใกล้ชิดคนตัวเล็กอีกครั้ง เขาไปส่งมุกดาถึงบ้าน ก็เป็นบ้านที่เขาซื้อให้หญิงสาวอยู่อาศัย มุกดาขอให้เข้ามานั่งพักดื่มน้ำ รบเร้าจนใจอ่อน “ขอบใจนะ แต่นี่ก็ดึกแล้วเธอนอนพักผ่อนเถอะ ฉันขอตัว” ดื่มน้ำเสร็จก็ว่าจะไปจริงๆ สักที ทว่าเพียงแค่ลุกขึ้นหันหลังเตรียมจะเดินจากมา “เฮียไม่ไปได้ไหม” มุกดากลับสวมกอดเขาจากด้านหลังแนบแน่น แขนเรียวกอบกำชับไม่ยอมปล่อย ใบหน้าอิงซบแผ่นหลังกว้างด้วยอารามความคิดถึง “มุกคิดถึงเฮียมากเลยนะคะ เฮียไม่คิดถึงมุกบ้างเหรอ เลิกใจร้ายกับมุกสักทีได้ไหม” เสียงหวานตัดพ้อน่าสงสาร คิเรย์ต้องอดทนขนาดไหนถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย “ปล่อยได้แล้วมุกดา ฉันจะกลับ” “มุกไม่ให้เฮียกลับ คืนนี้เฮียอยู่กับมุกนะ” เธอรีบดักหน้าเขาและสวมกอดเอาไว้ด้วยกลัวว่าคิเรย์จะหนีจากกันไปอีก มุกดาเชื่อเหลือเกินว่าคิเรย์ต้องมีใจและคิดถึงเธอบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มองเธอตลอดตอนที่ทำงาน ไหนจะเข้ามาช่วยเธอและพามาส่งบ้านอีก เขาก็แค่ซึนและเย็นชาไปบ้าง แต่เขาต้องมีใจให้เธอแน่ๆ มุกดาเชื่ออย่างนั้น “มุกรู้นะว่าที่เฮียเลิกยุ่งกับมุกเพราะเฮียตินใช่ไหม” นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ดีที่สุดเท่าที่มุกดานึกออก เพราะสองคนนี้เป็นเพื่อนรักกันมาก คิเรย์แคร์เพื่อนแบบสุดๆ ตั้งแต่มาร์ตินตามจีบเธอ คิเรย์ก็เปลี่ยนเป็นอีกคนทันที เธอคิดว่าข้อนี้มีส่วน “ไม่ใช่ ก็บอกว่าเบื่อ เบื่อก็คือเบื่อไม่มีเหตุผลอื่น” เขาพูดเสียงเรียบแต่แววตาเย็นยะเยือกบาดหัวใจคนฟังให้เป็นแผล มุกดาสูดลมหายใจเรียกความกล้า ยิ้มสู้ไม่ยอมพ่ายแพ้และยังคงเดินหน้าทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจเขา “เฮียเบื่อมุกจริงๆ เหรอ” เสื้อกั๊กสีดำตัวนอกซึ่งเป็นยูนิฟอร์มของทางคลับถูกแกะกระดุมถอดออก ตามด้วยเชิ้ตแขนยาวสีขาวรัดรูปที่เน้นช่วงหน้าอกเป็นพิเศษ เพียงพริบตาเดียวก็ไม่เหลืออะไร ทุกชิ้นช่วงบนถูกมุกดาถอดออกจนมีแค่ทรวงอกอิ่มสล้างเปลือยเปล่า เธอใช้สายตาที่เรียกได้ว่าอ่อยกันสุดๆ ช้อนสบตาดุดันของเฮียคิเรย์ที่จ้องเธอนิ่งงัน มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะมัวกระดากอายอะไรอีก มุกดาสลัดความเป็นกุลสตรีทิ้งไปหมดสิ้น สองมือเรียวกอบกุมมือหนาของชายหนุ่มให้วางบนหน้าอกขาวผ่องของตัวเอง “เฮียยังจะบอกว่าเบื่อมุกอยู่อีกไหม” เธอรู้ว่านี่คือไม้ตาย และเฮียไม่ใช่คนตายด้าน “เธอนี่แม่ง…” และเพราะมุกดาเป็นแบบนี้ไง คิเรย์ถึงตัดใจเลิกยุ่งเด็ดขาดกับเธอไม่ได้สักที ไฟปรารถนาก่อตัวขึ้นอีกครั้งและมีทีท่าจะไม่จบสิ้นง่ายๆ ความสัมพันธ์ในคืนนั้นพาเราเข้าสู่วังวนเดิม ในเมื่อต่างคนต่างโหยหาอีกฝ่าย อยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ครั้งนี้จึงมีกฎเพิ่มมาเล็กน้อย นั่นคือห้ามแสดงตัว อยู่ในที่ของใครของมัน ถ้าเหงาก็แค่กริ๊งเดียวมาหา ไม่มีการผูกมัด ห้ามก้าวก่ายซึ่งกันและกัน เรื่องที่เกิดขึ้นคือความลับ ถ้าตกลงก็สานต่อ แต่ถ้าไม่ก็แค่แยกย้าย หากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงไม่ทนกับความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนแบบนี้ ทว่ามุกดากลับยอมได้หมดขอเพียงแค่มีคิเรย์ในชีวิต โดยไม่ประเมินถึงวันข้างหน้าว่าจะต้องเตรียมใจกับอะไรบ้าง ส่วนคิเรย์ที่ต้องเลือกอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเห็นมุกดาเป็นของเล่น หรือหลอกกินง่าย เขาก็ไม่รู้เหมือนกันทำใจถึงตัดเธอออกจากชีวิตไม่ได้สักที และไหนจะเรื่องข้อตกลงสัญญาที่เคยให้ไว้กับมาร์ตินอีก ถ้าทำไม่ได้ก็โคตรของโคตรเห็นแก่ตัวยิ่งกว่า คิเรย์กลับถึงผับไม่ได้ตรงเข้าไปเช็คความเรียบร้อยหน้าบาร์แต่อย่างใด เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เขาฝากผู้จัดการร้านดูแลต่อได้เพราะชายหนุ่มมีเป้าหมายที่สำคัญกว่านั้น “มุก…” ประโยคที่เรียบเรียงมาเป็นอย่างดีกลืนหายลงคอ ตั้งใจจะพาคนตัวเล็กไปหาที่พักอื่นสำหรับค่ำคืนนี้ ทว่าเปิดประตูห้องเข้ามาก็เจอเธอนอนหลับปุ๋ยซะแล้ว มิหนำซ้ำข้าวของในห้องที่เคยรกกระจัดกระจาย ถูกเก็บกวาดทำความสะอาดจนเป็นระเบียบ คงไม่ใช่ใครอื่นก็คงเป็นคนตัวเล็กที่นอนหายใจสม่ำเสมอบนเตียงนั่นแหละ คิเรย์ถอดเสื้อโยนลงตะกร้าก่อนเดินมาทอดกายนั่งลงข้างร่างบาง มือสากยกขึ้นลูบหัวทุยเล็กด้วยความรู้สึกหลากหลาย “หลับลึกจริงนะ นี่ถ้าไฟไหม้ผับจะรู้ตัวไหม” เขาเอ่ยแซวหญิงสาวแต่ก็หยุดนิ่งเสียเพราะนึกขึ้นได้ว่าถ้าผับไฟไหม้ มันก็ผับเขา นิ้วเรียวปัดเส้นผมที่หล่นปรกแก้มนิ่ม เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนหวานแสนเย้ายวนขณะนอนหลับได้เต็มตา มุกดาเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่ง เครื่องหน้าโดดเด่นรับกันเป็นอย่างดี มีทั้งความหวาน น่ารัก สวย เซ็กซี่ ใสซื่อแต่ขี้เล่น เป็นคนครบเครื่อง มองเท่าไรก็ไม่เบื่อ “อื้อออ..” ร่างเล็กพลิกตัวมาทางเขา มือที่ประสานบนหน้าอกเปลี่ยนเป็นกอดแขนล่ำไว้แทน คงคิดว่าเป็นตุ๊กตากระมัง “เด็กขี้เซา..” ขยี้ผมสลวยอย่างเบามือ ซึ่งการกระทำอ่อนโยนเหล่านี้เขาทำได้ก็ตอนที่เธอไม่เห็น ไม่รู้สึกตัว หากเป็นเวลาปกติคงได้เย็นชา ถลึงตาใส่ จะดีหน่อยก็แค่ตอนเอากัน เป็นอะไรที่ทำมุกดาเสียใจทุกครั้ง รู้ว่าทำแบบนี้มันไม่เท่ ไม่แมน ไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อใจหนึ่งตัดขาดไม่ได้ ส่วนอีกใจก็พร่ำบอกไม่ให้ถลำลึกมากกว่าที่เป็นอยู่ แม้ว่าจะมาไกลเกินคำนั้นแล้วก็เถอะ ถลำลึกแบบที่ไม่ได้หมายถึงร่างกาย แต่หมายถึงหัวใจ ยับยั้งเข้าไว้ อดทนให้ไหว ยังไงเขาและเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อรักกัน ก็แค่ความสัมพันธ์แลกเซ็กส์ ต้องจำให้ขึ้นใจ “แล้วสักวันฉันจะทำให้เธอเลิกรักฉันให้ได้มุกดา..” เสียงเรียบนิ่งแผ่วเบาในอากาศก่อนเจ้าตัวก้มจูบกระหม่อมบางของคนหลับสนิท ลุกย่างกรายหายเข้าทำธุระในห้องน้ำ เปลือกตาสีไข่ที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมมองฝ่าความมืดสลัวในห้อง คำพูดเมื่อครู่ยังคงก้องชัดในโสตประสาท ใครบอกว่าเธอขี้เซา แค่แกล้งหลับต่างหาก “ต่อให้เฮียใช้วิธีไหน มุกก็ไม่เลิกรักเฮียหรอก อย่ามาใจร้ายซะให้ยาก มุกรู้ว่าเฮียคิดกับมุกยังไง ไอ้คนใจแข็ง..” ปากเล็กขยับพูดเบาๆ ในขณะที่สองตาจ้องบานประตูสีทึบของห้องน้ำซึ่งมีคิเรย์อยู่ในนั้น หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็คงต้องลองสักตั้ง อยากจะรู้เหมือนกันว่าระหว่างเธอและเฮีย ใครหมู่หรือจ่า ใครจะพ่ายแพ้ยกธงขาวให้ใครก่อน เกมรักครั้งนี้มุกดาขอเอาหัวใจเป็นเดิมพันเธอรีบลากแขนเขาพร้อมถุงมะม่วงเบาออกมา ก่อนที่คนตัวโตจะได้จัดการเผารังมดแดงแล้วลุกลามวอดวายกันไปทั้งสวนมุกดาเตรียมน้ำปลาหวาน ทีเด็ดขาดไม่ได้คือพริกเกลือลาว นั่งล้อมวงบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะยมริมทุ่งที่พ่อมักเอาวัวควายมาล่ามให้กินหญ้าบริเวณนี้ บรรยากาศตอนเย็นกำลังดี เป็นการกินมะม่วงที่มีแต่เสียงซู้ดปากเพราะทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มาเฟียหนุ่มและลูกน้องหน้าแดงไปตามๆ กัน สักครู่เดียวมีสายโทรเข้ามา มุกดารีบรับสาย คุยตอบอะไรกับทางโน้นไม่กี่คำก็กดวาง“ใครโทรมาเหรอ”“พี่จูนค่ะ มุกถ่ายรูปมะม่วงเบาส่งไปอวด พี่อยากกินด้วย มุกก็เลยชวนมา ถ้าไม่พอมุกจะไปปีนให้อีก..”“พอเลย..หยุดความคิดไว้แค่นั้น” คิเรย์รีบเบรก ไม่อยากให้เมียตกต้นไม้รอบสอง และไม่อยากต้องทะเลาะกับมดแดงถ้าเกิดมันเข้าในกางเกงกัดจิ๋มน้อยๆ ของเมียเขา “พวกมึงสองคนถ้าปีนต้นไม้ไม่เป็นก็ไปหาไม้มาสอย อย่าให้ต้องถึงมือเมียกูอีก” มะม่วงเบาคาอยู่ในปากของนายน์และว่าน กินเพลินจนลืมไปว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ทั้งสองคนยิ้มแหยก่อนรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อจัดการหาไม้มาสอย“เฮียก็ชอบดุพวกเขา หูลู่หางตกหมดแล้ว”“ถ้ามันอยากทำงานกับเฮียนานๆ ก็ต้องดุกัน
กว่าความเร่าร้อนจะลดทอนน้อยลง มุกดาเกือบหลับคาลำเอ็น คิเรย์ต้องอุ้มพาเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยกัน ก่อนออกมาจากห้องน้ำก็ยังช่วยซับแข้ง ซับขา ใส่แพนตี้ ใส่กางเกงนอนให้พร้อมเสร็จสรรพ คืนนี้เขาไม่อยากรังแกเธอเยอะ เหนื่อยมาทั้งวันกับการประกวดก็ควรได้นอนพักผ่อนบ้าง เขากินเธอแค่รอบเดียวก็อิ่มเอมแล้ว เก็บไว้ครั้งต่อๆ ไปได้ ถึงอย่างไรไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปจากคนนี้แล้ว “เฮียขา” “ขา~” ขานรับคนตัวเล็กเสียงหวาน เขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนติดคำว่าอาย แต่พอลองได้แสดงออกไป เขามีความสุข มุกดาก็มีความสุข ยิ้มเขินไม่หยุด “วันนี้ลอยกระทงมุกมีความสุขมาก” “…” “ปีแรกที่ได้ลอยกับเฮีย เหมือนฝันเลยอะ” คิเรย์ตั้งใจฟังทุกคำของอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวนั้นจะสัปหงกแทบหลับเต็มทีก็ตาม “ปีหน้าเราไปต้องได้ลอยกระทงด้วยกันอีกนะคะ “แน่นอนครับ เฮียจะอยู่ลอยกับเธอทุกปี จะอยู่กับเธอทุกเทศกาลเลยนะ” มือหยาบลูบผมนิ่มจนคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม เธอถามคำถามอีกประโยค เล่นเอาใจแกร่งสั่นไหว “เฮียรักมุกมั้ยคะ” ทั้งที่ตาจะหลับแล้วแต่ยังอยากได้ยินอะไรดีๆ ก่อนนอน จะได้นอนฝันหวาน คิเรย์มองมุกดาด้วยสายตาคล้ายมีฟ
เสียงหยาบโลนปนไปกับเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจไม่ใช่เกิดการฆาตกรรมกันแต่อย่างใด แค่ผัวเมียคู่หนึ่งที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง พลอดรักเร่าร้อนบนเตียงชนิดที่ว่าหมอน ผ้าหม ผ้าปูที่นอนกระจุยกระจาย ร่างขาวโพลนอวดบั้นท้ายงามงอน ขณะช่องทางรักมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ผลุบโผล่เข้าออกเป็นจังหวะรุนแรง ควบขี่เธอเหมือนขี่ม้า ฟาดฝ่ามือสากใส่แก้มก้นนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นรอยแดงเถือก คนถูกฟาดก็สะใจ ร่อนขย่มสะโพกสวนกลับเอาเป็นเอาตาย ร่องเนื้อบีบรัดแก่นกายยักษ์จนได้ยินเสียงซู้ดปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพิ่มไฟร่านในตัวให้ลุกโชน“อ๊ะ! อ๊า..เสียวสุดๆ” ใบหน้าสวยหวานร้อนแรงตามอารมณ์กระสันซ่าน เชิดหน้าปลดปล่อยเสียงครางหวานขณะโดนกระแทกกระทั้นไม่มีพัก“ซี้ดดด ท่านี้โคตรดี เสียวชิบ” ลมร้อนพ่นหนักๆ ออกทางปากขณะสองมือรวบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ทำให้ความเป็นชายสอดใส่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เร่งโหมสะโพกหนักจนร่างเล็กสั่นคลอน เล็บสวยจิกแน่นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ “อื้อออ เฮียขา..มันจุก อ๊ะ..อ๊า ลึกเกินไปแล้ว” น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับความเสียวมากมายที่เขามอบให้ไม่มีพัก เขากำลังจะส่งเธอไปสวรรค์โดยการฆ่ากันด้วยเซ็กส์รุนแรงใช่ไหม“อ
ตอบคำถามครบทุกคน เหล่ากรรมการปรึกษาหารือลงคะแนนอีกรอบ มุกดารู้สึกลุ้นจนฉี่จะแตกเมื่อการประกาศเข้ารอบสามคนสุดท้ายเริ่มขึ้น“หมายเลขเก้า น้องปูเป้” คนแรกยังไม่ใช่เธอ“หมายเลขสาม น้องแตงไทย”คนที่สองก็ยังไม่ใช่เหมือนกัน“และหมายเลขเจ็ด น้องมุกดาครับ”กรี๊ดดดด! หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกและดีใจ ข้างล่างเวทีเกิดเสียงโห่ร้องปรือมือให้กันเรื่อยๆ สีหน้าของทุกคนที่มาเชียร์เธอล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความภูมิใจทั้งนั้น หวังว่าการตอบคำถามรอบต่อไปจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ มุกดายกมือพนมสาธุในใจ คำถามต่อมาไม่ได้ยากจนเกินไป หากแต่ตัวเธอเองที่ตื้นเต้นเมื่อล่างเวทีเงียบกริบเพราะรอฟังคำตอบ หญิงสาวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกนอกโพรงอก ซึ่งคนเดียวที่จะทำให้เธอเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ก็คือคิเรย์เธอสบตาเขา จ้องลึกในแววตาสีเข้มคู่นั้นที่แม้แต่จะอยู่ไกลกันก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน มุกดาผ่อนคลายมากขึ้น ใจเต้นช้าลง เธอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดและเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี “ในลำดับต่อมาคือการประกาศผลผู้ชนะ นางนพมาศปีนี้ รายชื่อคนชนะอยู่ในมือผมแล้วนะครับพ่อแม่พี่น้อง” พิธีกรสะบัด
“เสร็จละ หาที่ทิ้งด่วน”“ตามกูมา มึงถือดีๆ ด้วย อย่าให้มาโดนกู”“เออน่า มึงรีบออกไปสักที” สองบอดี้การ์ดหนุ่มพากันออกมาจากหลังเวที เดินหาถังขยะไกลๆ จากจุดจัดงานเพื่อทิ้งตัวต้นเรื่องปกปิดหลักฐานก่อนพากันเดินกลับเข้างานเหมือนไม่มีอะไร ขณะนั้นมุกดาเริ่มแนะนำตัวพอดี เจ๊หยก พี่จูน น้ำอ้อยภูมิใจในความกุลสตรีไทยเสียงหวานหยดย้อยสมกับที่ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างมาก แม้ตัวจริงจะปากจัดด่าเด็กแว้นแถวบ้านสาดเสียเทเสียเลยก็ตาม ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มุกดาเดินสวย ยิ้มสวย พูดจาฉะฉานอ่อนหวานน่าฟัง เรียกรอยยิ้มจากกรรมการทั้งสี่คน พี่เลี้ยงใจชื้นกันเป็นกอง ในลำดับต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ มุกดาต้องเปลี่ยนชุด คนอื่นๆ ที่เตรียมการแสดงก็จัดเต็มจัดใหญ่ไม่แพ้กัน “กรี๊ดดด..แม่ นุ้ยคัน อ๊ายยย! คัน” (กรี๊ดดด..แม่ หนูคัน อ๊ายยย! คัน)ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายรีบทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนถึงลำดับคิวของตัวเอง เสียงดังโดยหวนประหนึ่งผีขอส่วนบุญทำเอาทุกสายตาหันมองต้นเสียง มุมหนึ่งของห้องมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นเร่าไปมา สองมือเกาไปทั่วตัวซึ่งสวมใส่ชุดราตรีสีแดงสด เป็นชุดที่คงจะใส่ขึ้นแสดงโชว์
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง~เสียงเพลงที่ว่ายังคงเปิดดังต่อเนื่องกว่าหนึ่งชั่วโมง เครื่องเสียงกระหึ่มดังทั่วเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของทุกๆ ปี ลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเปลี่ยนโฉมเป็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต ด้านล่างเรียงรายไปด้วยเก้าอี้ซึ่งมีบรรดาผู้คนมาจับจองที่นั่งรอชมธิดานพมาศทั้งรุ่นจิ๋วและรุ่นสาว เสียงเพลงและเสียงคุยแซแซ่ดดังมาถึงหลังเวทีซึ่งเป็นที่เก็บตัวของเหล่านางนพมาศและพี่เลี้ยง ขณะนี้เป็นคิวการโชว์ความสามารถของหนูน้อยนพมาศ รอเวลาคัดตัวอีกรอบ ตอบคำถามและประกาศผลรับรางวัล ต่อไปก็จะถึงคราวนางนพมาศสาวสวยอย่างมุกดาหลังเวทีแออัดกันพอสมควร หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จำต้องไสหัวออกไปก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะถือว่าเกะกะการทำงานของช่างมาก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับคิเรย์ การปรากฏตัวของชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาหลังเวที ดูเหมือนว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นจุดรวมความสนใจไปโดยปริยายแม้แต่ลูกป้าจ้วงอย่างยัยข้าวเจ้ายังมองผู้ชายของมุกดาไม่วางตา ปากนี่อ้าจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว “น้ำค่ะ”“ขอบคุณค่ะที่รัก” มุกดายิ้มหวาน เน้นช้าๆ
คิเรย์ยกมือไหว้ว่าที่แม่ยายที่คอยบริการตักข้าว รินน้ำดื่มให้เขา เริ่มใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของท่าน ต่อไปก็เหลือคนเป็นพ่อและลูกสาว ส่วนน้องชายรายนั้นคงคุยด้วยง่ายกว่าทุกคนอยู่แล้ว “กินได้ม่าย” (กินได้ไหม) แม่ถามเมื่อมองดูชายหนุ่มตักแกงรสชาติเข้มข้นราดข้าวอย่างไม่กลัวเผ็ด “กินได้คร
มุกดาไม่ได้ตั้งใจจะตื่นสาย แต่ร่างกายเธอใช้งานหนักมาค่อนคืน จะขยับเขยื้อนทีก็เจ็บปวดทั้งตัว กระดูกกระเดี้ยวรวดร้าวไปหมดเธอไม่ขอโทษว่าเป็นความผิดใครในเมื่อสมยอมพร้อมใจกันทั้งคู่ อีกอย่างเมื่อคืนนี้มันสนุกและหนักหน่วงจริงๆ “ซาร่าห์ดูหน่อยว่าเจ้กลบรอยที่คอหมดยัง” เอียงตัวให้เพื่อนรุ่นน้องช่วยสังเ
“อื้อ~ เสียวจัง” ร่างเล็กกระตุกหงึก ปิดเปลือกตาแน่นขณะทรมานตัวเองไม่ยอมสอดเอ็นร้อนเข้ามาสักที และคนที่ทรมานไม่แพ้มุกดาเห็นจะเป็นร่างสูงซึ่งนอนมองทุกท่วงท่าของเธอ เอ็นยักษ์เขี่ยปากทางฉ่ำแฉะแต่ไม่ยอมสอดใส่ เขาเองก็เสียวซ่านแทบขาดใจเหมือนกัน “อ๊า! เฮีย..” ทนได้ไม่นานหรอก มือหนากดสะโพกนิ่มให้นั่งทั
ก่อนถึงเกาะลับที่ว่า ทะเลแนะนำให้เหล่าสาวๆ เข้าไปเปลี่ยนใส่ชุดลำลองสบายๆ กันก่อน เพราะภายในเกาะมีทั้งยุงป่า สัตว์มีพิษและอากาศชื้นแฉะ ให้เดินชมทั้งบิกินี่ตัวจ้อยก็กระไรอยู่ “โห นี่ทางเข้าหรือเขาวงกตคะ ทำไมมันสลับซับซ้อนจัง” ต้นหยงเอ่ยพร้อมกวาดตามองรอบตัวจนพี่ๆ พากันเอ็นดูมุกดาเห็นด้วยกับที่น้อง







