LOGINมุกดา | Part
ผู้หญิงหน้าตาสวยหมดจด ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยผิวพรรณสะอาดสะอ้าน รูปร่างผอมเพรียวมีสัดส่วนโค้งเว้าชวนมอง หน้าอกหน้าใจไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป สะโพกผายกลมมนรับกับชุดเดรสพนักงานสีดำ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกอิริยาบถสะกดสายตาคนมองให้ติดตรึง ชนิดที่ว่าส่งยิ้มกลับให้แค่เพียงนิดเดียวก็ใจละลายไปตามๆ กัน สิ่งที่กล่าวมาเบื้องต้นคงเป็นหลายๆ เหตุผลที่บอกได้ว่าทำไมฉันถึงได้ฉายาสวยพิฆาต “พี่มุก โต๊ะนั้นฝากทิปให้พี่ครับ” น้องมาร์คเด็กเสิร์ฟส่งทิปแยกให้ฉันก่อนโน้มตัวข้ามบาร์พร้อมมือป้องปากเสียงกระซิบเบาๆ “เขาให้ฝากมาบอกว่าถ้าอยากได้อีกให้พี่ไปนั่งดื่มด้วย” ฉันกรีดยิ้มมุมปากในทันที ก็พอจะเดาออกบ้าง “งั้นเขาน่าจะรู้ไว้หน่อย พี่เป็นบาร์เทนเดอร์ไม่ใช่พีอาร์ชงเหล้า ถ้าเขาอยากได้คนนั่งดื่มเป็นเพื่อนก็ให้เรียกเด็กในร้าน” มองตรงยังคนที่ต้องการตัวฉันไปบริการในค่ำคืนนี้ หน้าตาถือว่าใช้ได้ แต่ลักษณะโดยรวมแล้วคงเป็นเสือหิวดีๆ นี่ล่ะ “ทิปนี้พี่ยกให้มาร์คนะ เอาไปแบ่งกับเพื่อน” “อ้าว พี่มุกไม่เอาเหรอ ตั้งสามพัน” น้องมาร์คตาโต มองธนบัตรที่โดนฉันยัดใส่มือ “ไม่อะ มาร์คเอาไปเหอะ อย่าลืมแบ่งเพื่อนด้วยนะ” เพราะคิดว่าน้องคงจำเป็นกว่าฉัน ยังไงมาร์คก็เป็นเด็กมหาลัยฯ ที่พยายามหาเงินส่งตัวเองเรียน น้องยกมือไหว้ด้วยความดีใจ รีบเดินไปหาเพื่อนอีกคนเพื่อจัดการแบ่งทิปตามที่ฉันสั่ง ส่วนผู้ชายคนเดิมที่อยากได้ตัวฉันยังคงมองมา หากแต่สายตาจากเจ้าคารมก็เปลี่ยนเป็นเจ้าอารมณ์เสียแทน คงไม่พอใจอะไรประมาณนั้น แต่แล้วไง…ฉันไม่แคร์ ฉันทำงานของตัวเองต่อ มีหน้าที่ชงเหล้าตามออเดอร์ที่ได้รับ เป็นบาร์เทนเดอร์สาวสวยที่ไม่เคยว่างเว้นจากการโดนเต๊าะทางสายตา ซึ่งกว่าจะชินอย่างทุกวันนี้เรียกได้ว่าผ่านมาเยอะพอสมควร “คินทร์เตรียมเหล้าไว้ให้คุณพายัพแล้วใช่ไหม” ผู้หญิงคนนี้คือเจ้ลิตา เจ้เป็นพี่ใหญ่ของที่นี่และยังเป็นผู้จัดการร้านของคุณพายัพ เขาคือเจ้าของคลับตัวจริงเสียงจริง “ครับเจ้ จะให้ผมเอาขึ้นไปให้เลยไหมครับ” คินทร์ถามด้วยรอยยิ้มหวาน ยิ้มที่หลายคนลงเอยความเห็นเหมือนกันว่าชอบแจกจ่ายเรี่ยราด ด้วยความเป็นหนุ่มตี๋อารมณ์ดีและเอนเตอร์เทนเก่ง คินทร์จึงเป็นสีสันของเหล่าพนักงานหน้าบาร์และลูกค้าสาวๆ “รอก่อน คุณพายัพสั่งไว้ว่าให้เอาขึ้นไปหลังจากเพื่อนเขามาถึง” เจ้ลิตาสั่งอย่างนั้นก็ไม่มีใครถามอะไรต่อ ต่างรู้ดีว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร คุณพายัพมาที่คลับทีไรถ้าไม่หิ้วแฟนสาวอย่างน้องต้นหยงมาด้วยก็จะมีเพื่อนๆ ในแก๊งของเขาที่เป็นหนุ่มหล่อถึงสี่คน รวมคุณพายัพเป็นห้า แต่ล่ะคนหล่อจนกินกันไม่ลงเลยล่ะ แต่คนที่หล่อที่สุดสำหรับฉันก็คงไม่พ้นเขาคนนั้น “น้องมุกขา~” เสียงหวานของเจ้าตัวดังแหวกฝูงชนก่อนปรากฏร่างสูงใหญ่ในลุคออลแบล็คทั้งตัว ใบหน้าหล่อเหลาเป็นเอกลักษณ์ส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ชวนหลงไหล “เฮียซื้อขนมมาฝากค่ะ มีของคนอื่นๆ ด้วยนะ” แต่น่าแปลกที่ต่อให้คนคนนี้ทำดีกับฉันมากแค่ไหน กลับไม่เคยเข้าถึงแก่นกลางหัวใจเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะพื้นที่ในใจตรงนั้นไม่เคยคิดยกให้ใคร ฉันจองไว้ให้ผู้ชายคนหนึ่งมาตลอด “ขอบคุณครับคุณมาร์ติน มีแต่ขนมน่าอร่อยทั้งนั้นเลย” นาวินหนุ่มร่วมงานรุ่นน้องคนบ้านเดียวกันกับฉันยกมือไหว้ขอบคุณเฮียติน ก่อนสายตาคมเข้มคู่นั้นจะมองเลยข้ามหัวเฮียเมื่อเห็นบุคคลมาใหม่ “คุณมาร์คัส คุณคิเรย์สวัสดีครับ” นาวินยกมือไหว้ทักทายอีกครั้ง คนอื่นๆ หน้าบาร์ก็พากันสวัสดีผู้มาใหม่ เขาสองคนคือเพื่อนสนิทคุณพายัพ คุณมาร์คัสหรือที่ฉันเรียกชินปากว่าเฮียคัส เป็นแฝดพี่ของเฮียติน แฝดที่หน้าเหมือนกันทุกอย่างต่างกันตรงบุคลิกการแสดงออก ส่วนผู้ชายอีกคนที่หน้าตาดูยังไงก็คงไม่ใช่ไทยแท้เพราะเป็นลูกครึ่ง ไทย-ญี่ปุ่น รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ใบหน้าอ่อนโยนแต่แววตาดุดัน โดยเฉพาะตอนที่แววตาคู่นั้นตวัดมองฉัน พาให้หัวใจดวงน้อยสั่นคลอนได้เสมอ ผู้ชายคนนี้นี่แหละที่ฉันหมายมั่นว่ายังไงก็ตามต้องเอาชนะหัวใจแข็งเหมือนหินของเขาให้จงได้ เพราะต่อให้ฉันกับเขาจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นที่ว่านอนคุยกันมาแล้ว แต่เฮียคิเรย์กลับไม่เคยชัดเจนเลยสักครั้ง มีแต่จะผลักไสฉันออกไปจากชีวิต ด้วยการเปิดทางให้เพื่อนอย่างเฮียตินเข้ามาจีบ แต่…ฉันไม่ได้ชอบเฮียตินนี่สิ คนที่ชอบและรักแบบหัวปักหัวปำก็คือเฮียคิเรย์ เพราะแบบนี้ความสัมพันธ์ลับๆ ของเราถึงได้ยืดเยื้อมานานเป็นปี “เลิกงานแล้วกลับกับเฮียนะคะ เดี๋ยวเฮียไปส่ง” คนพูดยิ้มหวานจับใจ หากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงหลงความหล่อเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น ยอมคล้อยตามง่ายๆ ไปแล้ว เฮียตินน่ะเต๊าะเก่งมากๆ เลยล่ะ… ฉันแค่นยิ้มแต่สายตายังเสมองคนตัวสูงด้านหลังเฮียติน เขาเองก็มองฉันเช่นกัน เพียงแต่ให้ความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก “ค่ะเฮีย” จำต้องตอบรับแบบที่ไม่สามารถบอกตรงๆ ได้ว่าฉันไม่ต้องการ ไอ้คนที่อยากให้ไปส่งก็ดันเฉยชา ส่วนคนที่ไม่คิดอะไรก็ตื๊อจังเลย “งั้นเฮียขึ้นด้านบนก่อนนะคะ ตั้งใจทำงานนะ” เฮียตินลูบหัวฉันสองสามทีแล้วจึงผละจากออกไป เฮียคัสเดินตามหลังติดๆ มีแค่เฮียคิเรย์ที่หยุดนิ่งมองฉันด้วยสายตาแบบหนึ่ง ให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกจนต้องเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ถามกลับแต่ก็สบตาสู้ “ตั้งใจทำงาน” เฮียพูดแค่นั้นก็เดินออกไปเลย ฉันขอประมวลผลก่อน เขาพูดกับฉันใช่ไหม? หัวใจเต้นแรงเป็นบ้า แค่ประโยคธรรมดาสั้นๆ แต่ทำให้เลือดลมในกายแล่นพล่านทั่วร่าง เห็นแล้วหรือยังว่าเขามีอิทธิพลต่อหัวใจของฉันมากขนาดไหน “แหมเจ้ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยน้า” เสียงแซวมาพร้อมกับมือบางวางบนไหล่ เจ้าของเรือนผมลอนยาวสีทองสว่าง ใบหน้าสวยเฉี่ยวเปรี้ยวแซ่บ เธอคนนี้ชื่อซาร่าห์ รุ่นน้องร่วมงานที่สนิทสนมกับฉันที่สุด “นับวันเฮียคิเรย์ยิ่งหล่อเนอะ เจ้ว่ามะ” เพราะยัยนี่รู้เรื่องของฉันและเฮียเป็นอย่างดี แถมเรายังสนิทกันมากถึงได้กล้าพูดกล้าแซว “ก็หล่อมาตั้งนานแล้วนะ พึ่งสังเกตเห็นรึไง” “แหมๆ รักจริงไรจริงนะกับคนนี้” “ชู่ว” ฉันจุ๊ปาก “เบาๆ หน่อย เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน” ยังไม่อยากให้เรื่องของฉันและเฮียคิเรย์แพร่งพรายถึงหูคนอื่น แค่ยัยซาร่าห์คนเดียวก็แซวฉันไปแล้ววันล่ะร้อยรอบ “แล้วที่เฮียตินจะไปส่งเจ้ เจ้โอเคมั้ย” ซาร่าห์ขยับมาใกล้กระซิบเสียงเบาถามฉัน “ต่อให้ไม่โอเค เจ้ก็ไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่ดี” “โธ่เจ้” ซาร่าห์ตบไหล่ปลอบ น้องมันรู้ว่าฉันคิดกับเฮียตินยังไง แต่ที่ต้องฝืนปั้นหน้ายิ้มด้วยทุกครั้งเพราะเฮียเป็นเพื่อนเจ้านาย ไหนจะยังเป็นเพื่อนของเฮียคิเรย์อีก แล้วเฮียคิเรย์ก็เป็นผู้ชายประเภทปากหนัก ใจแข็ง ฉันค่อนข้างมั่นหน้ามั่นใจว่าเฮียรู้สึกยังไงกับฉัน แต่ที่ไม่แสดงออกเพราะไม่อยากหักหน้าเพื่อน ไม่อยากผิดใจกับเพื่อน สุดท้ายสิ่งที่เขาทำก็ไม่ต่างอะไรจากการเห็นฉันเป็นของกินเล่น คนคลายเหงา แต่ช่างมันเถอะ ฉันเองก็เต็มใจที่จะอยู่ในสภาพนี้ เพราะแค่มีเฮียอยู่ด้วยกัน ไม่ทิ้งไปไหน ฉันว่าตัวเองยังรับไหว “ซาร่าห์ช่วยหน่อยดิ เอาเหล้าไปเสิร์ฟห้องคุณพายัพสองคนพี่ที” “เดี๋ยวฉันไปเอง” รีบบอกคินทร์เพราะอยากตามขึ้นไปเจอหน้าเฮียคิเรย์อีกสักหน่อย ชั้นบนสุดคือชั้นส่วนตัวของคุณพายัพ มีไว้สำหรับทำงานและรับรองแขกคนสำคัญ น้อยครั้งที่จะให้พนักงานอย่างเราๆ ขึ้นมาบนนี้ สำหรับตัวฉันแล้วก็ไม่ต่างจากพนักงานคนอื่นเท่าไรนัก แต่มีพิเศษบ้างเวลาเฮียตินมาที่นี่และชอบเรียกใช้ให้ฉันชงเหล้าให้ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังคนอื่น เฮียปฏิบัติต่อฉันราวกับเราเป็นแฟนกัน ทั้งที่ความเป็นจริงยังไม่ถึงขั้นนั้นเลยสักหน่อย “น้องมุกนั่งกับเฮียก่อนสิคะ” “แต่มุก..” มีงานต้องทำ “เฮียมีเรื่องจะคุยด้วย”เธอรีบลากแขนเขาพร้อมถุงมะม่วงเบาออกมา ก่อนที่คนตัวโตจะได้จัดการเผารังมดแดงแล้วลุกลามวอดวายกันไปทั้งสวนมุกดาเตรียมน้ำปลาหวาน ทีเด็ดขาดไม่ได้คือพริกเกลือลาว นั่งล้อมวงบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะยมริมทุ่งที่พ่อมักเอาวัวควายมาล่ามให้กินหญ้าบริเวณนี้ บรรยากาศตอนเย็นกำลังดี เป็นการกินมะม่วงที่มีแต่เสียงซู้ดปากเพราะทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มาเฟียหนุ่มและลูกน้องหน้าแดงไปตามๆ กัน สักครู่เดียวมีสายโทรเข้ามา มุกดารีบรับสาย คุยตอบอะไรกับทางโน้นไม่กี่คำก็กดวาง“ใครโทรมาเหรอ”“พี่จูนค่ะ มุกถ่ายรูปมะม่วงเบาส่งไปอวด พี่อยากกินด้วย มุกก็เลยชวนมา ถ้าไม่พอมุกจะไปปีนให้อีก..”“พอเลย..หยุดความคิดไว้แค่นั้น” คิเรย์รีบเบรก ไม่อยากให้เมียตกต้นไม้รอบสอง และไม่อยากต้องทะเลาะกับมดแดงถ้าเกิดมันเข้าในกางเกงกัดจิ๋มน้อยๆ ของเมียเขา “พวกมึงสองคนถ้าปีนต้นไม้ไม่เป็นก็ไปหาไม้มาสอย อย่าให้ต้องถึงมือเมียกูอีก” มะม่วงเบาคาอยู่ในปากของนายน์และว่าน กินเพลินจนลืมไปว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ทั้งสองคนยิ้มแหยก่อนรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อจัดการหาไม้มาสอย“เฮียก็ชอบดุพวกเขา หูลู่หางตกหมดแล้ว”“ถ้ามันอยากทำงานกับเฮียนานๆ ก็ต้องดุกัน
กว่าความเร่าร้อนจะลดทอนน้อยลง มุกดาเกือบหลับคาลำเอ็น คิเรย์ต้องอุ้มพาเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยกัน ก่อนออกมาจากห้องน้ำก็ยังช่วยซับแข้ง ซับขา ใส่แพนตี้ ใส่กางเกงนอนให้พร้อมเสร็จสรรพ คืนนี้เขาไม่อยากรังแกเธอเยอะ เหนื่อยมาทั้งวันกับการประกวดก็ควรได้นอนพักผ่อนบ้าง เขากินเธอแค่รอบเดียวก็อิ่มเอมแล้ว เก็บไว้ครั้งต่อๆ ไปได้ ถึงอย่างไรไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปจากคนนี้แล้ว “เฮียขา” “ขา~” ขานรับคนตัวเล็กเสียงหวาน เขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนติดคำว่าอาย แต่พอลองได้แสดงออกไป เขามีความสุข มุกดาก็มีความสุข ยิ้มเขินไม่หยุด “วันนี้ลอยกระทงมุกมีความสุขมาก” “…” “ปีแรกที่ได้ลอยกับเฮีย เหมือนฝันเลยอะ” คิเรย์ตั้งใจฟังทุกคำของอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวนั้นจะสัปหงกแทบหลับเต็มทีก็ตาม “ปีหน้าเราไปต้องได้ลอยกระทงด้วยกันอีกนะคะ “แน่นอนครับ เฮียจะอยู่ลอยกับเธอทุกปี จะอยู่กับเธอทุกเทศกาลเลยนะ” มือหยาบลูบผมนิ่มจนคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม เธอถามคำถามอีกประโยค เล่นเอาใจแกร่งสั่นไหว “เฮียรักมุกมั้ยคะ” ทั้งที่ตาจะหลับแล้วแต่ยังอยากได้ยินอะไรดีๆ ก่อนนอน จะได้นอนฝันหวาน คิเรย์มองมุกดาด้วยสายตาคล้ายมีฟ
เสียงหยาบโลนปนไปกับเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจไม่ใช่เกิดการฆาตกรรมกันแต่อย่างใด แค่ผัวเมียคู่หนึ่งที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง พลอดรักเร่าร้อนบนเตียงชนิดที่ว่าหมอน ผ้าหม ผ้าปูที่นอนกระจุยกระจาย ร่างขาวโพลนอวดบั้นท้ายงามงอน ขณะช่องทางรักมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ผลุบโผล่เข้าออกเป็นจังหวะรุนแรง ควบขี่เธอเหมือนขี่ม้า ฟาดฝ่ามือสากใส่แก้มก้นนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นรอยแดงเถือก คนถูกฟาดก็สะใจ ร่อนขย่มสะโพกสวนกลับเอาเป็นเอาตาย ร่องเนื้อบีบรัดแก่นกายยักษ์จนได้ยินเสียงซู้ดปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพิ่มไฟร่านในตัวให้ลุกโชน“อ๊ะ! อ๊า..เสียวสุดๆ” ใบหน้าสวยหวานร้อนแรงตามอารมณ์กระสันซ่าน เชิดหน้าปลดปล่อยเสียงครางหวานขณะโดนกระแทกกระทั้นไม่มีพัก“ซี้ดดด ท่านี้โคตรดี เสียวชิบ” ลมร้อนพ่นหนักๆ ออกทางปากขณะสองมือรวบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ทำให้ความเป็นชายสอดใส่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เร่งโหมสะโพกหนักจนร่างเล็กสั่นคลอน เล็บสวยจิกแน่นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ “อื้อออ เฮียขา..มันจุก อ๊ะ..อ๊า ลึกเกินไปแล้ว” น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับความเสียวมากมายที่เขามอบให้ไม่มีพัก เขากำลังจะส่งเธอไปสวรรค์โดยการฆ่ากันด้วยเซ็กส์รุนแรงใช่ไหม“อ
ตอบคำถามครบทุกคน เหล่ากรรมการปรึกษาหารือลงคะแนนอีกรอบ มุกดารู้สึกลุ้นจนฉี่จะแตกเมื่อการประกาศเข้ารอบสามคนสุดท้ายเริ่มขึ้น“หมายเลขเก้า น้องปูเป้” คนแรกยังไม่ใช่เธอ“หมายเลขสาม น้องแตงไทย”คนที่สองก็ยังไม่ใช่เหมือนกัน“และหมายเลขเจ็ด น้องมุกดาครับ”กรี๊ดดดด! หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกและดีใจ ข้างล่างเวทีเกิดเสียงโห่ร้องปรือมือให้กันเรื่อยๆ สีหน้าของทุกคนที่มาเชียร์เธอล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความภูมิใจทั้งนั้น หวังว่าการตอบคำถามรอบต่อไปจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ มุกดายกมือพนมสาธุในใจ คำถามต่อมาไม่ได้ยากจนเกินไป หากแต่ตัวเธอเองที่ตื้นเต้นเมื่อล่างเวทีเงียบกริบเพราะรอฟังคำตอบ หญิงสาวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกนอกโพรงอก ซึ่งคนเดียวที่จะทำให้เธอเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ก็คือคิเรย์เธอสบตาเขา จ้องลึกในแววตาสีเข้มคู่นั้นที่แม้แต่จะอยู่ไกลกันก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน มุกดาผ่อนคลายมากขึ้น ใจเต้นช้าลง เธอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดและเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี “ในลำดับต่อมาคือการประกาศผลผู้ชนะ นางนพมาศปีนี้ รายชื่อคนชนะอยู่ในมือผมแล้วนะครับพ่อแม่พี่น้อง” พิธีกรสะบัด
“เสร็จละ หาที่ทิ้งด่วน”“ตามกูมา มึงถือดีๆ ด้วย อย่าให้มาโดนกู”“เออน่า มึงรีบออกไปสักที” สองบอดี้การ์ดหนุ่มพากันออกมาจากหลังเวที เดินหาถังขยะไกลๆ จากจุดจัดงานเพื่อทิ้งตัวต้นเรื่องปกปิดหลักฐานก่อนพากันเดินกลับเข้างานเหมือนไม่มีอะไร ขณะนั้นมุกดาเริ่มแนะนำตัวพอดี เจ๊หยก พี่จูน น้ำอ้อยภูมิใจในความกุลสตรีไทยเสียงหวานหยดย้อยสมกับที่ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างมาก แม้ตัวจริงจะปากจัดด่าเด็กแว้นแถวบ้านสาดเสียเทเสียเลยก็ตาม ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มุกดาเดินสวย ยิ้มสวย พูดจาฉะฉานอ่อนหวานน่าฟัง เรียกรอยยิ้มจากกรรมการทั้งสี่คน พี่เลี้ยงใจชื้นกันเป็นกอง ในลำดับต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ มุกดาต้องเปลี่ยนชุด คนอื่นๆ ที่เตรียมการแสดงก็จัดเต็มจัดใหญ่ไม่แพ้กัน “กรี๊ดดด..แม่ นุ้ยคัน อ๊ายยย! คัน” (กรี๊ดดด..แม่ หนูคัน อ๊ายยย! คัน)ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายรีบทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนถึงลำดับคิวของตัวเอง เสียงดังโดยหวนประหนึ่งผีขอส่วนบุญทำเอาทุกสายตาหันมองต้นเสียง มุมหนึ่งของห้องมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นเร่าไปมา สองมือเกาไปทั่วตัวซึ่งสวมใส่ชุดราตรีสีแดงสด เป็นชุดที่คงจะใส่ขึ้นแสดงโชว์
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง~เสียงเพลงที่ว่ายังคงเปิดดังต่อเนื่องกว่าหนึ่งชั่วโมง เครื่องเสียงกระหึ่มดังทั่วเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของทุกๆ ปี ลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเปลี่ยนโฉมเป็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต ด้านล่างเรียงรายไปด้วยเก้าอี้ซึ่งมีบรรดาผู้คนมาจับจองที่นั่งรอชมธิดานพมาศทั้งรุ่นจิ๋วและรุ่นสาว เสียงเพลงและเสียงคุยแซแซ่ดดังมาถึงหลังเวทีซึ่งเป็นที่เก็บตัวของเหล่านางนพมาศและพี่เลี้ยง ขณะนี้เป็นคิวการโชว์ความสามารถของหนูน้อยนพมาศ รอเวลาคัดตัวอีกรอบ ตอบคำถามและประกาศผลรับรางวัล ต่อไปก็จะถึงคราวนางนพมาศสาวสวยอย่างมุกดาหลังเวทีแออัดกันพอสมควร หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จำต้องไสหัวออกไปก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะถือว่าเกะกะการทำงานของช่างมาก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับคิเรย์ การปรากฏตัวของชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาหลังเวที ดูเหมือนว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นจุดรวมความสนใจไปโดยปริยายแม้แต่ลูกป้าจ้วงอย่างยัยข้าวเจ้ายังมองผู้ชายของมุกดาไม่วางตา ปากนี่อ้าจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว “น้ำค่ะ”“ขอบคุณค่ะที่รัก” มุกดายิ้มหวาน เน้นช้าๆ
คิเรย์ยกมือไหว้ว่าที่แม่ยายที่คอยบริการตักข้าว รินน้ำดื่มให้เขา เริ่มใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของท่าน ต่อไปก็เหลือคนเป็นพ่อและลูกสาว ส่วนน้องชายรายนั้นคงคุยด้วยง่ายกว่าทุกคนอยู่แล้ว “กินได้ม่าย” (กินได้ไหม) แม่ถามเมื่อมองดูชายหนุ่มตักแกงรสชาติเข้มข้นราดข้าวอย่างไม่กลัวเผ็ด “กินได้คร
ลัมโบร์กินีหรูขับเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเกิดมุกดา ละแวกโดนรอบมีทั้งป่าเขาลำเนาไพร แหล่งชุมชน วัด โรงเรียน ร้านชำน้อยใหญ่มีให้เห็นประปราย บ้านของมุกดาต้องขับเข้าไปลึกอยู่ใกล้ภูเขาลูกใหญ่ที่สุดของตัวตำบล บรรยากาศดีจนคิเรย์ต้องลดกระจก ยิ่งทำให้เขาเป็นที่สนใจของเหล่าชาวบ้านยามรถหรูขับผ่านไป พรุ่
“พวกมึงดูนี่ดิ น้องมุกอัปรูปล่าสุด โคตรสวยเลยว่ะ”“ออร่าคนโสดก็งี้”“วาสนาใครน้อจะได้น้องไปเป็นแฟน แต่ที่แน่ๆ กูหมดหวังแล้วหนึ่ง”บทสนทนาของเพื่อนสามคนราวกับตั้งใจคุยกันให้คิเรย์ได้ยิน เวลาล่วงเข้าวันที่สามก็ยังไม่เห็นแววมันคิดได้ว่าต้องเอาไงต่อ เหมือนจะปล่อยผ่านได้แล้วแต่พอได้ยินคนอื่นเอ่ยชื่อม
เขามันบ้า! เป็นผู้ชายที่หน้ามึนและเอาแต่ใจตัวเองที่สุด สายแข็งกร้าวจ้องประสานแววตาสั่นระริกด้วยความกลัวในขณะค่อยๆ บิดข้อมือของเธอจนมีดหล่นจากมือเมื่อเห็นว่าเธอดีแต่ปาก ไม่กล้าแทงจริงๆ “เฮียไล่มุก บอกให้เราเลิกยุ่งกัน แต่ทำไมตอนนี้เฮียทำไม่ได้เหมือนที่พูดวะ กลับกลอกชิบหาย” คิเรย์ไม่มีคำตอบให้มุก







