เข้าสู่ระบบ“น้องมุก..น้องมุกดาขา”
“ไอ้นี่! กูคิเรย์ไม่ใช่มุกดา” กระแสเสียงไม่พอใจดังขึ้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง ร่างหนานอนตัวทอดยาวบนเตียงคิงไซต์ภายในห้องหรูของโรงแรม คิเรย์คือคนที่แบกร่างเพื่อนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล “น้องมุก..เฮียอยากกอดน้องมุก” ก่อนทันพูดจบก็คว้าหมับเอาแขนล่ำสันของคนเป็นเพื่อน กอดก่ายเกยใบหน้าเมามายเจือความออดอ้อนตอนเมา เห็นแล้วยิ่งรำคาญลูกกะตา พลั่ก! “กอดตีนกูนี่” รองเท้าหนังแบรนด์เนมยกขึ้นถีบคนเมาไม่รู้ประสาจนกลิ้งหลุนๆ ไปอีกฝากของเตียง หากออกแรงเยอะกว่านั้นเห็นทีคงกลิ้งจนตกดังโพละ! เหมือนเพลงตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน เสียงครวญครางไม่พอใจดังแทรกก่อนค่อยๆ แผ่วลงเหลือเพียงเสียงกรนครืดคราด บ่งบอกให้รู้ว่าคนที่เพ้อรำพันถึงมุกดาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วได้สิ้นฤทธิ์หลับลงสักที คิเรย์ถอนหายใจเหนื่อย สีหน้าเจือความหงุดหงิดและยิ่งได้ยินอะไรไม่เข้าหูก็ยิ่งซ้ำเติมอารมณ์เดิมให้คูณสอง กระชากผ้าห่มเขวี้ยงคลุมตัวคนเป็นเพื่อนอย่างกับท่าหว่านแห ขี้เกียจสนใจจัดท่าจัดทางให้มันนอนดีๆ เห็นแล้วหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก ขับรถกลับผับ คาดว่าคงใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ในใจของชายหนุ่มเอาแต่นึกถึงใบหน้าสะสวยของคนที่รอเขาในห้อง ไม่รู้ป่านนี้หลับแล้วหรือยัง รายนั้นยิ่งเป็นพวกปลุกยากซะด้วย จะว่าไปเขารู้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยิบย่อยเกี่ยวกับอีกคนเยอะหลายเรื่องจนแม้แต่ตัวเองยังต้องแปลกใจ เป็นไปได้ว่าวันเวลาที่ใช้ด้วยกันมาตลอดระยะสามปี มันทำให้เกิดเป็นความผูกพันชนิดหนึ่ง การเจอกันครั้งแรกของเขาและมุกดาไม่ใช่เดินชนกันตามถนน ไม่ได้สบตาปิ๊งๆ แบบในผับ และไม่ได้นัดพบหลังจากคุยผ่านโลกอินเทอร์เน็ต แต่เป็นการเจอกันในสถานการณ์ที่ค่อนข้างฉุกละหุก เขายังจำวินาทีตัดสินใจกระโดดลงน้ำได้เป็นอย่างดี สัญชาตญาณบางอย่างตะโกนบอกช่วยชีวิตเธอให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามผู้หญิงคนนั้นต้องไม่ตายอนาถ เธอต้องไม่จบชีวิตตัวเองแบบนี้ และอย่างที่รู้…เขาช่วยชีวิตเธอสำเร็จ ดวงตากลมสวยถูกบดบังด้วยม่านน้ำตา ใบหน้าอ่อนหวานหากแต่ดูเย้ายวน แม้ในตอนร้องไห้และเปียกโชกราวลูกแมวตกน้ำก็ยังคงดูสวยมาก คิเรย์จดจ้องมองเธอไม่ละสายตา หูก็คอยฟังในสิ่งที่เธอเล่า น้ำเสียงระทมทุกข์ปนความขื่นขมบอกกล่าวชีวิตสุดแสนอาภัพ โชคชะตาเล่นตลกกับเธอบ้างล่ะ เธอมันคนดวงกุดบ้างล่ะ ทุกคำตัดพ้อพลอยทำให้เขารู้สึกสงสารในตัวมุกดาเป็นอย่างมาก ได้ฟังเธอระบายความในใจ มันทำให้เขาเกิดความเห็นอกเห็นใจผู้หญิงตัวเล็กๆ บวกกับสีหน้าซื่อๆ ดูไม่มีพิษมีภัยแล้ว คิเรย์จึงยื่นมือช่วยอย่างไม่ลังเล จากสงสารนานวันเข้าเปลี่ยนเป็นความผูกพันจนก่อตัวเป็นเส้นใยบางๆ ระหว่างเรา ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกดีกับความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ ทว่าบางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป… ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและมุกดามันคงได้พัฒนามากกว่านั้น หากไม่ติดตรงที่มาร์ตินเพื่อนสนิทเขา เจอมุกดาครั้งแรกก็ปิ๊งเลย ประกาศชัดว่าคนนี้ตัวเองขอจอง จะจีบ จริงจัง ห้ามใครยุ่ง ทีแรกคิเรย์คิดว่าเพื่อนเล่นๆ แต่มันไม่ใช่เลย กับมุกดามาร์ตินใส่ใจเป็นพิเศษทั้งที่มันเป็นคนเบื่อง่าย คืนหลังฉลองวันเกิดเขาที่คลับไอ้พายัพ มุกดาบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เขาดื่มพอกรึ่มๆ ก่อนไปเจอเธอ ได้เห็นความทุ่มเททั้งแรงกายและใจที่มุกดามอบให้ ทั้งที่ควรยิ้ม ควรมีความสุข แต่ทว่ามันแสดงออกทางสีหน้าไม่ได้เลย ราวกับถูกล็อคไม่ให้ดีใจไปกับสิ่งที่หญิงสาวตั้งใจทำให้ “ชอบไหมเฮีย มุกตั้งใจทำให้เฮียเลยนะ” ใบหน้าแสนสวยและเค้กปอนด์เล็กๆ ตกแต่งอย่างปราณีตด้วยฝีมือเพิ่งหัดแต่ตั้งใจเกินร้อย มุกดายิ้มจนแก้มปริ นัยน์ตากลมสวยมองเขาด้วยความสุขเต็มอก “เรียกมาเพราะเรื่องนี้เหรอ” ทว่าไอ้ปากไม่รักดีมันพูดออกไปแล้ว พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป “ไร้สาระ” พูดทำร้ายจิตใจและความหวังดีของเธอ มุกดาเริ่มหน้าเจื่อน ในหัวคงขบคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย “เฮียไม่ชอบเหรอคะ” “อืม ไม่ชอบ ต่อไปอย่าเรียกให้ฉันมาหาเพราะเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีก” “ตะ…แต่วันนี้วันเกิดเฮีย มุกก็แค่อยากเซอร์ไพรส์เฮียเฉยๆ” แววตาสั่นระริกและสีหน้าสลดราวอยากถามว่าเขาเป็นอะไรไป คิเรย์ถึงกับต้องเบนสายตามองทิศทางอื่น กลัวสิ่งที่ไตร่ตรองมาดีแล้วต้องพังลงเพียงเพราะความใจอ่อน “ถ้าฉันไม่ขอก็ไม่ต้องทำให้” “…” “ฉันว่าเราห่างกันสักหน่อยเถอะ ฉันคงไม่ได้มาหาเธอบ่อยๆ หรือทำอะไรด้วยกันอีก” เขากลั้นใจพูดเสียงแข็งและใช้สายตาที่คิดว่าเย็นชาที่สุดมองลึกในดวงตาอีกฝ่าย บัดนี้มันรื้นด้วยหยาดน้ำอุ่น สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดลงทุกขณะ “ทำไมล่ะเฮีย มุกทำอะไรผิดเหรอ มุกคิดว่าเราใจตรงกันซะอีก เฮียบอกได้ไหมว่าทำไมเราต้องห่างกัน มุกไม่เข้าใจ” ถ้อยเสียงสั่นเครือไม่มั่นคงพยายามถามเอาความจริงจากอีกฝ่าย ทว่าคิเรย์กลับนิ่งเฉย ทั้งที่ใจหญิงสาวร้อนรนดั่งไฟลนอก “รู้แค่ว่าฉันเบื่อเธอแล้วก็พอ” ก็แค่คำพูดประโยคหนึ่ง แต่สำหรับคนฟังมันสามารถล้มทั้งยืนได้เลย หัวใจปวดร้าวราวเขาเอามีดกรีดอก คำพูดเขาเหมือนปลิดความสุขที่เธอมีโยนทิ้งอย่างไม่แยแส มือไม้อ่อนแรงจนเค้กรอเขาเป่าร่วงหล่นพื้นพร้อมเม็ดน้ำตาอาบแก้ม “ฮึก! เฮียเป็นอะไรไป วันก่อนเราก็ยังมีความสุขกันดีแท้ๆ แต่ทำไมมาวันนี้เฮียบอกว่าเบื่อมุก มันใช่เหรอ” มือเรียวสั่นเทาที่เอื้อมมาเขย่าแขนแกร่งทำอย่างกับคิเรย์เสียสติไปแล้วที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา ก็คงใช่ เขาเสียสติไปจริงๆ … “วันก่อนไม่เบื่อแต่วันนี้เบื่อแล้วไง อย่าทำตัวน่ารำคาญดิ” “ฮึก..ฮือออ” มันปวดหน่วงไปทั้งอก มุกดาสูดลมหายใจเข้าออก พยายามเรียกสติให้ตัวเอง แม้จะเจ็บหนักแค่ไหนกับท่าทีเย็นชาราวก้อนน้ำแข็ง เธอก็ต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง “เฮียเบื่อมุกตรงไหนบอกสิ มุกเปลี่ยนให้เฮียได้ทุกอย่าง” “พอเถอะมุกดา ต่อให้เธอเปลี่ยนตัวเองแต่มันเปลี่ยนใจฉันให้รักเธอไม่ได้ เลิกจุ้นจ้าน เลิกวุ่นวาย เบื่อก็คือเบื่อไม่มีเหตุผลอื่น” ถ้อยคำแสบทรวงราวตะปูตอกอก ตอกซ้ำๆ ลงกลางใจที่ปวดหนึบของมุกดา ย้ำให้เธอยอมรับความจริง ที่ผ่านมามันไม่มีอะไรจริงสักอย่างเลยเหรอ ทั้งความรู้สึกของเฮียและคำพูดที่เฮียบอกกับเธอ ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ อย่างกับมีผีห่าซาตานที่ไหนสิงร่าง เฮียคิเรย์ถึงใจร้ายกับเธอได้ลงคอ วันเวลาเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ต่างคนต่างกลายเป็นคนแปลกหน้ากันและกัน คนหนึ่งเย็นชา ไร้เยื่อใยอย่างคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ในขณะที่อีกคนยังคงทำใจยอมรับไม่ได้ เห็นหน้าเขาที่ไรก็ปวดหน่วงน้ำตาพาลไหลทุกที ความสัมพันธ์ที่ว่าห่างหายนานนับเดือน แต่ยังคงเห็นหน้ากันประจำเพราะคิเรย์มาที่คลับของพายัพบ่อย มุกดาก็ยังทำงานอยู่ที่นั่น อย่างที่เขาบอกกันว่าวัวเคยค้าม้าเคยขี่ ขี่กันจนนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจะเป็นอะไรไปถ้าจะกลับมารีเทิร์นอีกสักรอบ… สิ่งเกิดขึ้นคือความผิดพลาดทางเทคนิคหรือหัวใจเรียกร้อง มันยังคงตบตีกันซ้ำๆ ในอกคิเรย์มาจนถึงทุกวันนี้ “ทำอะไร” เสียงแข็งกร้าวดังขึ้นหยุดชะงักฝ่ามือหยาบสากที่มุ่งแต่จะลวมลามพนักงานสาว หากไม่เป็นเพราะเอาแต่มองเธออยู่ตลอด ก็คงไม่เห็นอะไรที่มันมองแล้วส้นเท้ากระดิกยิกๆ “ก็แค่ช่วยน้องเขารินเบียร์..” “ช่วยบ้านพ่อมึงต้องจับก้นด้วยเหรอ” “อะ..โอ้ย!” เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยว มือซึ่งเคยลวมลามลูบก้นมุกดา ถูกคิเรย์จับง้างจนเกือบหัก “ขอโทษเธอซะ!” “โอ้ยยย ปะ…ปล่อยกูก่อนสิวะ” “เร็ว! หรือมึงจะเอาอีกข้าง” ลองดูก็ได้ เพราะเท่าที่เห็นไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือสักคน คงกลัวว่าจะต้องถูกหักนิ้วมือแบบมัน “ผมขอโทษครับ โอ้ยยย..ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ตะ..ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกครับ” “ดี..แล้วอย่าให้กูเห็นหน้ามึงในผับนี้อีก เพราะครั้งหน้ากูอาจไม่ทำแค่หักนิ้วมึง แต่กูจะหักอย่างอื่นด้วย” ว่าแล้วสายตาอันน่ากลัวมองต่ำลงช่วงล่าง สิ่งที่ผู้ชายทุกคนล้วนภูมิใจนักหนา คนโดนขู่ถึงกับหน้าซีดเผือด รีบยกสองมือปิดอย่างไวพร้อมพยักหน้ารับรัวเร็วเธอรีบลากแขนเขาพร้อมถุงมะม่วงเบาออกมา ก่อนที่คนตัวโตจะได้จัดการเผารังมดแดงแล้วลุกลามวอดวายกันไปทั้งสวนมุกดาเตรียมน้ำปลาหวาน ทีเด็ดขาดไม่ได้คือพริกเกลือลาว นั่งล้อมวงบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะยมริมทุ่งที่พ่อมักเอาวัวควายมาล่ามให้กินหญ้าบริเวณนี้ บรรยากาศตอนเย็นกำลังดี เป็นการกินมะม่วงที่มีแต่เสียงซู้ดปากเพราะทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มาเฟียหนุ่มและลูกน้องหน้าแดงไปตามๆ กัน สักครู่เดียวมีสายโทรเข้ามา มุกดารีบรับสาย คุยตอบอะไรกับทางโน้นไม่กี่คำก็กดวาง“ใครโทรมาเหรอ”“พี่จูนค่ะ มุกถ่ายรูปมะม่วงเบาส่งไปอวด พี่อยากกินด้วย มุกก็เลยชวนมา ถ้าไม่พอมุกจะไปปีนให้อีก..”“พอเลย..หยุดความคิดไว้แค่นั้น” คิเรย์รีบเบรก ไม่อยากให้เมียตกต้นไม้รอบสอง และไม่อยากต้องทะเลาะกับมดแดงถ้าเกิดมันเข้าในกางเกงกัดจิ๋มน้อยๆ ของเมียเขา “พวกมึงสองคนถ้าปีนต้นไม้ไม่เป็นก็ไปหาไม้มาสอย อย่าให้ต้องถึงมือเมียกูอีก” มะม่วงเบาคาอยู่ในปากของนายน์และว่าน กินเพลินจนลืมไปว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ทั้งสองคนยิ้มแหยก่อนรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อจัดการหาไม้มาสอย“เฮียก็ชอบดุพวกเขา หูลู่หางตกหมดแล้ว”“ถ้ามันอยากทำงานกับเฮียนานๆ ก็ต้องดุกัน
กว่าความเร่าร้อนจะลดทอนน้อยลง มุกดาเกือบหลับคาลำเอ็น คิเรย์ต้องอุ้มพาเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยกัน ก่อนออกมาจากห้องน้ำก็ยังช่วยซับแข้ง ซับขา ใส่แพนตี้ ใส่กางเกงนอนให้พร้อมเสร็จสรรพ คืนนี้เขาไม่อยากรังแกเธอเยอะ เหนื่อยมาทั้งวันกับการประกวดก็ควรได้นอนพักผ่อนบ้าง เขากินเธอแค่รอบเดียวก็อิ่มเอมแล้ว เก็บไว้ครั้งต่อๆ ไปได้ ถึงอย่างไรไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปจากคนนี้แล้ว “เฮียขา” “ขา~” ขานรับคนตัวเล็กเสียงหวาน เขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนติดคำว่าอาย แต่พอลองได้แสดงออกไป เขามีความสุข มุกดาก็มีความสุข ยิ้มเขินไม่หยุด “วันนี้ลอยกระทงมุกมีความสุขมาก” “…” “ปีแรกที่ได้ลอยกับเฮีย เหมือนฝันเลยอะ” คิเรย์ตั้งใจฟังทุกคำของอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวนั้นจะสัปหงกแทบหลับเต็มทีก็ตาม “ปีหน้าเราไปต้องได้ลอยกระทงด้วยกันอีกนะคะ “แน่นอนครับ เฮียจะอยู่ลอยกับเธอทุกปี จะอยู่กับเธอทุกเทศกาลเลยนะ” มือหยาบลูบผมนิ่มจนคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม เธอถามคำถามอีกประโยค เล่นเอาใจแกร่งสั่นไหว “เฮียรักมุกมั้ยคะ” ทั้งที่ตาจะหลับแล้วแต่ยังอยากได้ยินอะไรดีๆ ก่อนนอน จะได้นอนฝันหวาน คิเรย์มองมุกดาด้วยสายตาคล้ายมีฟ
เสียงหยาบโลนปนไปกับเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจไม่ใช่เกิดการฆาตกรรมกันแต่อย่างใด แค่ผัวเมียคู่หนึ่งที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง พลอดรักเร่าร้อนบนเตียงชนิดที่ว่าหมอน ผ้าหม ผ้าปูที่นอนกระจุยกระจาย ร่างขาวโพลนอวดบั้นท้ายงามงอน ขณะช่องทางรักมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ผลุบโผล่เข้าออกเป็นจังหวะรุนแรง ควบขี่เธอเหมือนขี่ม้า ฟาดฝ่ามือสากใส่แก้มก้นนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นรอยแดงเถือก คนถูกฟาดก็สะใจ ร่อนขย่มสะโพกสวนกลับเอาเป็นเอาตาย ร่องเนื้อบีบรัดแก่นกายยักษ์จนได้ยินเสียงซู้ดปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพิ่มไฟร่านในตัวให้ลุกโชน“อ๊ะ! อ๊า..เสียวสุดๆ” ใบหน้าสวยหวานร้อนแรงตามอารมณ์กระสันซ่าน เชิดหน้าปลดปล่อยเสียงครางหวานขณะโดนกระแทกกระทั้นไม่มีพัก“ซี้ดดด ท่านี้โคตรดี เสียวชิบ” ลมร้อนพ่นหนักๆ ออกทางปากขณะสองมือรวบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ทำให้ความเป็นชายสอดใส่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เร่งโหมสะโพกหนักจนร่างเล็กสั่นคลอน เล็บสวยจิกแน่นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ “อื้อออ เฮียขา..มันจุก อ๊ะ..อ๊า ลึกเกินไปแล้ว” น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับความเสียวมากมายที่เขามอบให้ไม่มีพัก เขากำลังจะส่งเธอไปสวรรค์โดยการฆ่ากันด้วยเซ็กส์รุนแรงใช่ไหม“อ
ตอบคำถามครบทุกคน เหล่ากรรมการปรึกษาหารือลงคะแนนอีกรอบ มุกดารู้สึกลุ้นจนฉี่จะแตกเมื่อการประกาศเข้ารอบสามคนสุดท้ายเริ่มขึ้น“หมายเลขเก้า น้องปูเป้” คนแรกยังไม่ใช่เธอ“หมายเลขสาม น้องแตงไทย”คนที่สองก็ยังไม่ใช่เหมือนกัน“และหมายเลขเจ็ด น้องมุกดาครับ”กรี๊ดดดด! หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกและดีใจ ข้างล่างเวทีเกิดเสียงโห่ร้องปรือมือให้กันเรื่อยๆ สีหน้าของทุกคนที่มาเชียร์เธอล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความภูมิใจทั้งนั้น หวังว่าการตอบคำถามรอบต่อไปจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ มุกดายกมือพนมสาธุในใจ คำถามต่อมาไม่ได้ยากจนเกินไป หากแต่ตัวเธอเองที่ตื้นเต้นเมื่อล่างเวทีเงียบกริบเพราะรอฟังคำตอบ หญิงสาวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกนอกโพรงอก ซึ่งคนเดียวที่จะทำให้เธอเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ก็คือคิเรย์เธอสบตาเขา จ้องลึกในแววตาสีเข้มคู่นั้นที่แม้แต่จะอยู่ไกลกันก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน มุกดาผ่อนคลายมากขึ้น ใจเต้นช้าลง เธอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดและเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี “ในลำดับต่อมาคือการประกาศผลผู้ชนะ นางนพมาศปีนี้ รายชื่อคนชนะอยู่ในมือผมแล้วนะครับพ่อแม่พี่น้อง” พิธีกรสะบัด
“เสร็จละ หาที่ทิ้งด่วน”“ตามกูมา มึงถือดีๆ ด้วย อย่าให้มาโดนกู”“เออน่า มึงรีบออกไปสักที” สองบอดี้การ์ดหนุ่มพากันออกมาจากหลังเวที เดินหาถังขยะไกลๆ จากจุดจัดงานเพื่อทิ้งตัวต้นเรื่องปกปิดหลักฐานก่อนพากันเดินกลับเข้างานเหมือนไม่มีอะไร ขณะนั้นมุกดาเริ่มแนะนำตัวพอดี เจ๊หยก พี่จูน น้ำอ้อยภูมิใจในความกุลสตรีไทยเสียงหวานหยดย้อยสมกับที่ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างมาก แม้ตัวจริงจะปากจัดด่าเด็กแว้นแถวบ้านสาดเสียเทเสียเลยก็ตาม ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มุกดาเดินสวย ยิ้มสวย พูดจาฉะฉานอ่อนหวานน่าฟัง เรียกรอยยิ้มจากกรรมการทั้งสี่คน พี่เลี้ยงใจชื้นกันเป็นกอง ในลำดับต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ มุกดาต้องเปลี่ยนชุด คนอื่นๆ ที่เตรียมการแสดงก็จัดเต็มจัดใหญ่ไม่แพ้กัน “กรี๊ดดด..แม่ นุ้ยคัน อ๊ายยย! คัน” (กรี๊ดดด..แม่ หนูคัน อ๊ายยย! คัน)ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายรีบทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนถึงลำดับคิวของตัวเอง เสียงดังโดยหวนประหนึ่งผีขอส่วนบุญทำเอาทุกสายตาหันมองต้นเสียง มุมหนึ่งของห้องมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นเร่าไปมา สองมือเกาไปทั่วตัวซึ่งสวมใส่ชุดราตรีสีแดงสด เป็นชุดที่คงจะใส่ขึ้นแสดงโชว์
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง~เสียงเพลงที่ว่ายังคงเปิดดังต่อเนื่องกว่าหนึ่งชั่วโมง เครื่องเสียงกระหึ่มดังทั่วเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของทุกๆ ปี ลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเปลี่ยนโฉมเป็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต ด้านล่างเรียงรายไปด้วยเก้าอี้ซึ่งมีบรรดาผู้คนมาจับจองที่นั่งรอชมธิดานพมาศทั้งรุ่นจิ๋วและรุ่นสาว เสียงเพลงและเสียงคุยแซแซ่ดดังมาถึงหลังเวทีซึ่งเป็นที่เก็บตัวของเหล่านางนพมาศและพี่เลี้ยง ขณะนี้เป็นคิวการโชว์ความสามารถของหนูน้อยนพมาศ รอเวลาคัดตัวอีกรอบ ตอบคำถามและประกาศผลรับรางวัล ต่อไปก็จะถึงคราวนางนพมาศสาวสวยอย่างมุกดาหลังเวทีแออัดกันพอสมควร หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จำต้องไสหัวออกไปก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะถือว่าเกะกะการทำงานของช่างมาก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับคิเรย์ การปรากฏตัวของชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาหลังเวที ดูเหมือนว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นจุดรวมความสนใจไปโดยปริยายแม้แต่ลูกป้าจ้วงอย่างยัยข้าวเจ้ายังมองผู้ชายของมุกดาไม่วางตา ปากนี่อ้าจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว “น้ำค่ะ”“ขอบคุณค่ะที่รัก” มุกดายิ้มหวาน เน้นช้าๆ
คิเรย์ยกมือไหว้ว่าที่แม่ยายที่คอยบริการตักข้าว รินน้ำดื่มให้เขา เริ่มใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของท่าน ต่อไปก็เหลือคนเป็นพ่อและลูกสาว ส่วนน้องชายรายนั้นคงคุยด้วยง่ายกว่าทุกคนอยู่แล้ว “กินได้ม่าย” (กินได้ไหม) แม่ถามเมื่อมองดูชายหนุ่มตักแกงรสชาติเข้มข้นราดข้าวอย่างไม่กลัวเผ็ด “กินได้คร
ลัมโบร์กินีหรูขับเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเกิดมุกดา ละแวกโดนรอบมีทั้งป่าเขาลำเนาไพร แหล่งชุมชน วัด โรงเรียน ร้านชำน้อยใหญ่มีให้เห็นประปราย บ้านของมุกดาต้องขับเข้าไปลึกอยู่ใกล้ภูเขาลูกใหญ่ที่สุดของตัวตำบล บรรยากาศดีจนคิเรย์ต้องลดกระจก ยิ่งทำให้เขาเป็นที่สนใจของเหล่าชาวบ้านยามรถหรูขับผ่านไป พรุ่
“พวกมึงดูนี่ดิ น้องมุกอัปรูปล่าสุด โคตรสวยเลยว่ะ”“ออร่าคนโสดก็งี้”“วาสนาใครน้อจะได้น้องไปเป็นแฟน แต่ที่แน่ๆ กูหมดหวังแล้วหนึ่ง”บทสนทนาของเพื่อนสามคนราวกับตั้งใจคุยกันให้คิเรย์ได้ยิน เวลาล่วงเข้าวันที่สามก็ยังไม่เห็นแววมันคิดได้ว่าต้องเอาไงต่อ เหมือนจะปล่อยผ่านได้แล้วแต่พอได้ยินคนอื่นเอ่ยชื่อม
เขามันบ้า! เป็นผู้ชายที่หน้ามึนและเอาแต่ใจตัวเองที่สุด สายแข็งกร้าวจ้องประสานแววตาสั่นระริกด้วยความกลัวในขณะค่อยๆ บิดข้อมือของเธอจนมีดหล่นจากมือเมื่อเห็นว่าเธอดีแต่ปาก ไม่กล้าแทงจริงๆ “เฮียไล่มุก บอกให้เราเลิกยุ่งกัน แต่ทำไมตอนนี้เฮียทำไม่ได้เหมือนที่พูดวะ กลับกลอกชิบหาย” คิเรย์ไม่มีคำตอบให้มุก



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



