Se connecter“เฮียมีเรื่องจะคุยด้วย”
“ค่ะ” เก็บคำอยากพูดไว้ในใจ ตอบรับเสียงเบาก่อนยอบตัวนั่งข้างร่างสูง ฝั่งตรงข้ามเฮียตินก็คือเฮียคิเรย์ที่เอาแต่ก้มหน้าพิมพ์เมสเสจโต้ตอบใครสักคน ส่วนคินทร์ออกจากห้องกลับไปทำงานเหมือนเดิม “เฮียมีอะไรจะคุยกับมุกคะ” ฉันค่อนข้างชินแล้วที่ต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายแก๊งนี้ ถึงพวกเขาทั้งหมดจะเป็นมาเฟียและมีแต่คนหล่อๆ ก็ไม่เคยมีใครวางตัวไม่ดีกับฉัน แม้แต่คุณพายัพที่เป็นเจ้านายก็ยังให้เกียรติกันเลย “เฮียจะชวนหนูไปเที่ยวทะเลเดือนหน้าด้วยกันค่ะ เฮียต้องไปทำธุระเรื่องงานที่นั่นพอดี เลยคิดว่าอยากไปพักผ่อนและก็อยากให้หนูได้พักผ่อนด้วย” ถึงว่าทำไมเขาบอกจะเคลียร์ตารางงาน ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง ฉันแค่นยิ้มบาง เหลือบสายตามองคนตรงข้ามที่ยังคงไม่สนใจสิ่งรอบข้างเอาแแต่ง่วนอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ไม่รู้ว่าเขาคุยกับใคร “มุกขอดูก่อนนะคะว่าว่างไหม เผื่อมีธุระด่วนเข้ามา” ธุระอะไรพวกนั้นไม่มีหรอก ฉันแค่ไม่สะดวกใจที่ต้องไปเที่ยวไกลตามลำพังเฮียตินสองต่อสอง “น่าเสียดายที่ไอ้ผาไม่ได้ไปกับพวกเรา” คุณพายัพเอ่ยขึ้นก่อนจิบน้ำเมาล้างคอ “จะไปได้ไงก็น้องเหนือท้องอยู่ เดินทางไกลลำบากแย่” “ใช่ อันตรายด้วย” ฉันเห็นด้วยกับเฮียคัสและเฮียติน ช่วงหลังมานี้พี่ภูผาไม่ค่อยเดินทางจากไร่ภูพนาไพรเพื่อมาพบปะสังสรรค์กับพวกเฮียๆ อีกแล้ว เหตุผลเพราะน้องน้ำเหนือผู้เป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์และคงวุ่นวายกับงานในไร่พอสมควร คิดถึงน้องน้ำเหนือก็พาลให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองสามเดือนก่อน มีเหตุบังเอิญตอนน้องกำลังหาห้องน้ำในคลับแห่งนี้แล้วดันโผล่มาเห็นฉันยืนจูบกับเฮียคิเรย์ เรียกได้ว่าจังหวะเวลานั้นใจฉันร่วงหล่นและเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่กลับร้อนรนราวฉันและเฮียคิเรย์ลักลอบเล่นชู้กันเสียอย่างนั้น เฮียรีบตามน้องออกไปและคงเคลียร์กันเรื่องนี้ จนตอนที่เราคุยกันอีกที เฮียก็บอกว่าเคลียร์กับน้องได้แล้ว น้ำเหนือไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครเพราะไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น นั่นก็นับว่าดี “เออ ไอ้ผาปล่อยมันไปเหอะ ค่อยส่งรูปไปอวดก็พอ” เฮียตินว่าขำๆ แต่มันก็ทำให้ฉันรู้ว่าที่เฮียชวนอยู่เนี่ย ไม่ได้ไปกันตามลำพังแค่เขาและฉันสักหน่อย โอเค…ฉันคิดมากไปเอง “น้องมุกไม่ต้องกลัวว่าจะมีแค่พวกเฮียนะคะ ยังมีน้องต้นหยงกับพวกเพื่อนๆ ไปด้วย งานนี้สาวๆ หลายคนค่ะ” เฮียตินฉีกยิ้มกว้างและยังขยับเข้าใกล้ฉันอีกนิด ซึ่งอีกนิดของเฮียแทบจะทำให้ตัวฉันไถลตกโซฟาแล้วนะ คนตัวสูงตรงข้ามผู้นั่งนิ่งไม่ออกความคิดเห็นใดๆ มาตลอดทำเพียงปรายตาขึ้นมองนิดหน่อย สายตาเย็นชาคู่นั้นทำให้ฉันตื่นตัวเสมอ “มุกขอคิดดูก่อนนะคะเฮีย” ไม่ได้เล่นตัวแต่อย่างใด ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ในใจมีคำตอบแล้วเรียบร้อย ก็ถ้าไม่ได้ไปกับเฮียตินสองคนและยังมีเฮียคิเรย์ไปด้วย ฉันจะพลาดได้ยังไง แค่ตามไปมองหน้าคนที่ชอบก็ยังดี แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว “มึงน่ะจะเอาสาวคนนั้นไปด้วยไหม” เฮียตินสะกิดเท้าเฮียคิเรย์ใต้โต๊ะจนเขาเหลือบตาขึ้นมอง คำพูดนั้นทำฉันใจแกว่งใช่เล่น “สาวที่ไหนของมึง” “แหมมม ทำหน้าขรึมนะไอ้เสือ ก็สาวที่มึงคุยแชตด้วยไง” เสียงกลั้วหัวเราะในลำคอของเฮียตินทำฉันมึนงงไปหมด เฮียคิเรย์คุยกับสาวที่ไหน ต่อให้ที่ผ่านมาเราไม่มีสถานะชัดเจนต่อกัน แต่เฮียก็ไม่เคยคิดคบใคร ฉันมองหน้าเฮียนิ่งแต่เขาไม่ได้มองฉัน สายตายะเยือกเย็นคู่นั้นจ้องเฮียตินอย่างคาดโทษ “เธอคงไม่ว่าง” คำพูดเฮียคิเรย์ทำฉันใจหวิวจนแทบไม่อยากขยับตัวทำอะไรเลย มันอ่อนแรงไปหมด ที่เฮียพูดมาอย่างนั้นเหมือนยอมรับชัดๆ ว่าเฮียกำลังคุยกับผู้หญิงคนอื่นจริงๆ “ลองชวนดู” และคำพูดของเฮียคัสเพื่อนเขาก็ยิ่งตอกย้ำความปวดแปลบในใจฉัน ราวมีเข็มเส้นเล็กเสียดผ่านนับหลายร้อยหลายพันเล่ม เจ็บดีจังเลยแฮะ… “เอ่อ มุกขอตัวไปทำงานก่อนนะคะเฮียติน ไว้ยังไงมุกบอกอีกทีนะคะ” “ได้ค่ะคนสวย” เฮียตินยิ้มหวานและลูบหัวทุยเล็กแผ่วเบา ฉันลุกออกมาจากตรงนั้นด้วยความรู้สึกหนึบชาทั่วร่าง ตลอดเวลาเกือบยี่สิบนาที เฮียคิเรย์แทบไม่มองหน้าฉันเลย เขาช่างปฏิบัติต่อฉันได้เหมือนคนไม่รู้จักกันจริงๆ แล้วหลังจากกลับมาทำงาน เรื่องที่เฮียคิเรย์คุยกับผู้หญิงปริศนาคนนั้นก็วกวนอยู่ในหัวฉันไม่ยอมจากไปไหน เอาแต่คิดแล้วคิดอีกจนว้าวุ่นใจไปหมด กระทั่งเลิกงาน ทำทุกอย่างเสร็จฉันก็ถอดผ้ากันเปื้อนของตัวเองแขวนไว้พร้อมหยิบกระเป๋าในตู้ล็อคเกอร์ ออกมาด้านนอกอีกทีเจอเฮียตินยืนยิ้มหวานรอกันอยู่ก่อนแล้ว “ไปกันค่ะ เฮียถือกระเป๋าให้นะ” “ขอบคุณค่ะ” ฉันฝืนยิ้มให้เขาเมื่อเฮียปลดกระเป๋าจากไหล่ไปคล้องแขนเสียเอง “น้องมุกไม่สบายรึเปล่า หน้าซีดๆ นะ” ว่าแล้วหลังมือหนาแตะหน้าผากฉันแผ่วเบาเพื่อตรวจดูอาการ หากฉันไข้ก็คงไม่ใช่ร่างกายแต่เป็นหัวใจ ตั้งแต่รู้ว่าเฮียคิเรย์คุยกับสาวอื่น อาการซึมและซีดเซียวราวถูกสูบวิญญาณก็มาเยือนในทันที “คงเหนื่อยจากงานน่ะค่ะเฮีย” “อยากพักสักวันสองวันไหมคะ เฮียบอกไอ้พายัพให้ได้นะ” “ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุกดีนะคะ ดีกว่าอยู่บ้านเหงาๆ”เพราะขืนให้ฉันใช้อภิสิทธิ์คนโปรดของเฮียมาร์ตินเยอะไป มีหวังพวกพนักงานคนอื่นมองกันตาขวางพอดี เราลงลิฟต์มาจนถึงลานจอดรถวีไอพีของคลับ ขณะนั้นเองสายตาเฉี่ยวคมของฉันดันเห็นเฮียคิเรย์ที่ออกมาก่อนหน้าดูรีบๆ ขึ้นรถสตาร์ขับออกไปอย่างไว “เฮอะ ปากบอกไม่สนใจแต่พอเขาโทรบอกให้ไปรับก็รีบไปอย่างไวเลยนะมึง” เสียงแค่นหัวเราะของเฮียตินทำฉันจุกระบมในอก กว่าจะเค้นเสียงถามเขาได้ก็ตอนที่เราเข้ามานั่งในรถ คาดเข็มขัดแล้วเรียบร้อย “เฮียตินคะ เมื่อกี้เฮียคิเรย์ไปรับแฟนเหรอ” เกลียดที่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้ชะมัด “แค่คนคุยน่ะค่ะ แต่คนนี้มันก็ดูจริงจังอยู่นะ คุยกันได้เกือบเดือนแล้ว” คำบอกกล่าวของเฮียทำเอาฉันนิ่งซึมอย่างกับคนรู้ตัวว่าเพิ่งโดนผัวทิ้งยังไงไม่รู้ แสดงว่าที่ผ่านมาเฮียคิเรย์ปกปิดกันมาตลอดเลยน่ะสิ ตั้งเกือบเดือนที่เขาคุยกับผู้หญิงคนนั้นแต่ยังมานอน มามีอะไรกับฉัน ทำไมไม่คิดจะบอกกันบ้าง รู้ทีหลังแล้วเจ็บชิบหายเลย ถอนหายใจทิ้งอย่างปลงตก หัวใจบวมพองเป็นแผลแต่ไม่มียาดีมารักษา แล้วจู่ๆ ไอ้คำที่เฮียเคยพูดไว้มันก็แว๊บเข้ามาในโสตประสาท ตอกย้ำให้ฉันรู้จุดยืนและสถานะของตัวเอง ‘จำไว้นะมุกดา ถ้าคิดจะอยู่สถานะนี้ ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับใคร เธอก็ไม่มีสิทธิ์หึงหวงหรือทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเด็ดขาด ถ้ารับได้ก็อยู่ รับไม่ได้ก็แค่ออกไปจากชีวิตฉันแค่นั้น’ คิดแล้วก็โง่ชะมัดที่ฉันเลือกอยู่มาตลอด แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อคำว่ารักมันค้ำคอ มันล่ามขาฉันไว้ ต่อให้เป็นอีโง่ รู้ทั้งรู้ว่าจุดจบตัวเองไม่ต่างอะไรจากขยะรอวันเขาเขี่ยทิ้ง ฉันก็ยังยืนกรานจะหลบในซอกเล็กๆ แคบๆ นี่ของตัวเองต่อไป เฮียตินแทบจะเข้ามาส่งถึงห้องนอน พอเห็นหน้าซีดเซียวดูอมทุกข์ของฉันก็บอกให้นอนพักผ่อนเยอะๆ อันที่จริงเฮียจะขอนอนเฝ้าข้างนอกด้วยซ้ำไป ขืนเป็นแบบนั้นฉันอึดอัดตายพอดี เลยบอกอยู่คนเดียวได้และคิดว่าตัวเองยังแข็งแรงมาก ครั้นเฮียกลับไปแล้ว ฉันอาบน้ำทำธุระในส่วนของตัวเอง เวลาเที่ยงคืนกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ แทนที่จะนอนหลับพักผ่อนอย่างที่เฮียตินบอก ฉันยังคงถ่างตาสืบหาว่าใครคือผู้หญิงที่คุยกับเฮียคิเรย์ จนแล้วจนรอดก็คว้าน้ำเหลว ได้แต่มอบมะเหงกให้ตัวเองที่เอาแต่นั่งซึมจนลืมถามเฮียติน เพราะเขาน่าจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร สุดท้ายแล้วฉันไม่อาจข่มตาหลับ หัวถึงหมอนหลังติดเตียงกลับร้อนรุ่มนอนไม่ได้ ใจมันพะวักพะวงคิดถึงแต่เรื่องเฮียคิเรย์และผู้หญิงปริศนาคนนั้น คนที่ฉันไม่มีทางรู้ว่าเธอคือใครกันแน่ นอกซะจาก… “งั้นเราก็ต้องเคลียร์กันหน่อยแล้วล่ะ” ฉันต้องถามเขาให้รู้ไปเลย ไม่งั้นคงนอนไม่หลับเธอรีบลากแขนเขาพร้อมถุงมะม่วงเบาออกมา ก่อนที่คนตัวโตจะได้จัดการเผารังมดแดงแล้วลุกลามวอดวายกันไปทั้งสวนมุกดาเตรียมน้ำปลาหวาน ทีเด็ดขาดไม่ได้คือพริกเกลือลาว นั่งล้อมวงบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะยมริมทุ่งที่พ่อมักเอาวัวควายมาล่ามให้กินหญ้าบริเวณนี้ บรรยากาศตอนเย็นกำลังดี เป็นการกินมะม่วงที่มีแต่เสียงซู้ดปากเพราะทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มาเฟียหนุ่มและลูกน้องหน้าแดงไปตามๆ กัน สักครู่เดียวมีสายโทรเข้ามา มุกดารีบรับสาย คุยตอบอะไรกับทางโน้นไม่กี่คำก็กดวาง“ใครโทรมาเหรอ”“พี่จูนค่ะ มุกถ่ายรูปมะม่วงเบาส่งไปอวด พี่อยากกินด้วย มุกก็เลยชวนมา ถ้าไม่พอมุกจะไปปีนให้อีก..”“พอเลย..หยุดความคิดไว้แค่นั้น” คิเรย์รีบเบรก ไม่อยากให้เมียตกต้นไม้รอบสอง และไม่อยากต้องทะเลาะกับมดแดงถ้าเกิดมันเข้าในกางเกงกัดจิ๋มน้อยๆ ของเมียเขา “พวกมึงสองคนถ้าปีนต้นไม้ไม่เป็นก็ไปหาไม้มาสอย อย่าให้ต้องถึงมือเมียกูอีก” มะม่วงเบาคาอยู่ในปากของนายน์และว่าน กินเพลินจนลืมไปว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ทั้งสองคนยิ้มแหยก่อนรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อจัดการหาไม้มาสอย“เฮียก็ชอบดุพวกเขา หูลู่หางตกหมดแล้ว”“ถ้ามันอยากทำงานกับเฮียนานๆ ก็ต้องดุกัน
กว่าความเร่าร้อนจะลดทอนน้อยลง มุกดาเกือบหลับคาลำเอ็น คิเรย์ต้องอุ้มพาเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยกัน ก่อนออกมาจากห้องน้ำก็ยังช่วยซับแข้ง ซับขา ใส่แพนตี้ ใส่กางเกงนอนให้พร้อมเสร็จสรรพ คืนนี้เขาไม่อยากรังแกเธอเยอะ เหนื่อยมาทั้งวันกับการประกวดก็ควรได้นอนพักผ่อนบ้าง เขากินเธอแค่รอบเดียวก็อิ่มเอมแล้ว เก็บไว้ครั้งต่อๆ ไปได้ ถึงอย่างไรไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปจากคนนี้แล้ว “เฮียขา” “ขา~” ขานรับคนตัวเล็กเสียงหวาน เขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนติดคำว่าอาย แต่พอลองได้แสดงออกไป เขามีความสุข มุกดาก็มีความสุข ยิ้มเขินไม่หยุด “วันนี้ลอยกระทงมุกมีความสุขมาก” “…” “ปีแรกที่ได้ลอยกับเฮีย เหมือนฝันเลยอะ” คิเรย์ตั้งใจฟังทุกคำของอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวนั้นจะสัปหงกแทบหลับเต็มทีก็ตาม “ปีหน้าเราไปต้องได้ลอยกระทงด้วยกันอีกนะคะ “แน่นอนครับ เฮียจะอยู่ลอยกับเธอทุกปี จะอยู่กับเธอทุกเทศกาลเลยนะ” มือหยาบลูบผมนิ่มจนคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม เธอถามคำถามอีกประโยค เล่นเอาใจแกร่งสั่นไหว “เฮียรักมุกมั้ยคะ” ทั้งที่ตาจะหลับแล้วแต่ยังอยากได้ยินอะไรดีๆ ก่อนนอน จะได้นอนฝันหวาน คิเรย์มองมุกดาด้วยสายตาคล้ายมีฟ
เสียงหยาบโลนปนไปกับเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจไม่ใช่เกิดการฆาตกรรมกันแต่อย่างใด แค่ผัวเมียคู่หนึ่งที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง พลอดรักเร่าร้อนบนเตียงชนิดที่ว่าหมอน ผ้าหม ผ้าปูที่นอนกระจุยกระจาย ร่างขาวโพลนอวดบั้นท้ายงามงอน ขณะช่องทางรักมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ผลุบโผล่เข้าออกเป็นจังหวะรุนแรง ควบขี่เธอเหมือนขี่ม้า ฟาดฝ่ามือสากใส่แก้มก้นนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นรอยแดงเถือก คนถูกฟาดก็สะใจ ร่อนขย่มสะโพกสวนกลับเอาเป็นเอาตาย ร่องเนื้อบีบรัดแก่นกายยักษ์จนได้ยินเสียงซู้ดปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพิ่มไฟร่านในตัวให้ลุกโชน“อ๊ะ! อ๊า..เสียวสุดๆ” ใบหน้าสวยหวานร้อนแรงตามอารมณ์กระสันซ่าน เชิดหน้าปลดปล่อยเสียงครางหวานขณะโดนกระแทกกระทั้นไม่มีพัก“ซี้ดดด ท่านี้โคตรดี เสียวชิบ” ลมร้อนพ่นหนักๆ ออกทางปากขณะสองมือรวบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ทำให้ความเป็นชายสอดใส่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เร่งโหมสะโพกหนักจนร่างเล็กสั่นคลอน เล็บสวยจิกแน่นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ “อื้อออ เฮียขา..มันจุก อ๊ะ..อ๊า ลึกเกินไปแล้ว” น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับความเสียวมากมายที่เขามอบให้ไม่มีพัก เขากำลังจะส่งเธอไปสวรรค์โดยการฆ่ากันด้วยเซ็กส์รุนแรงใช่ไหม“อ
ตอบคำถามครบทุกคน เหล่ากรรมการปรึกษาหารือลงคะแนนอีกรอบ มุกดารู้สึกลุ้นจนฉี่จะแตกเมื่อการประกาศเข้ารอบสามคนสุดท้ายเริ่มขึ้น“หมายเลขเก้า น้องปูเป้” คนแรกยังไม่ใช่เธอ“หมายเลขสาม น้องแตงไทย”คนที่สองก็ยังไม่ใช่เหมือนกัน“และหมายเลขเจ็ด น้องมุกดาครับ”กรี๊ดดดด! หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกและดีใจ ข้างล่างเวทีเกิดเสียงโห่ร้องปรือมือให้กันเรื่อยๆ สีหน้าของทุกคนที่มาเชียร์เธอล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความภูมิใจทั้งนั้น หวังว่าการตอบคำถามรอบต่อไปจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ มุกดายกมือพนมสาธุในใจ คำถามต่อมาไม่ได้ยากจนเกินไป หากแต่ตัวเธอเองที่ตื้นเต้นเมื่อล่างเวทีเงียบกริบเพราะรอฟังคำตอบ หญิงสาวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกนอกโพรงอก ซึ่งคนเดียวที่จะทำให้เธอเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ก็คือคิเรย์เธอสบตาเขา จ้องลึกในแววตาสีเข้มคู่นั้นที่แม้แต่จะอยู่ไกลกันก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน มุกดาผ่อนคลายมากขึ้น ใจเต้นช้าลง เธอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดและเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี “ในลำดับต่อมาคือการประกาศผลผู้ชนะ นางนพมาศปีนี้ รายชื่อคนชนะอยู่ในมือผมแล้วนะครับพ่อแม่พี่น้อง” พิธีกรสะบัด
“เสร็จละ หาที่ทิ้งด่วน”“ตามกูมา มึงถือดีๆ ด้วย อย่าให้มาโดนกู”“เออน่า มึงรีบออกไปสักที” สองบอดี้การ์ดหนุ่มพากันออกมาจากหลังเวที เดินหาถังขยะไกลๆ จากจุดจัดงานเพื่อทิ้งตัวต้นเรื่องปกปิดหลักฐานก่อนพากันเดินกลับเข้างานเหมือนไม่มีอะไร ขณะนั้นมุกดาเริ่มแนะนำตัวพอดี เจ๊หยก พี่จูน น้ำอ้อยภูมิใจในความกุลสตรีไทยเสียงหวานหยดย้อยสมกับที่ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างมาก แม้ตัวจริงจะปากจัดด่าเด็กแว้นแถวบ้านสาดเสียเทเสียเลยก็ตาม ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มุกดาเดินสวย ยิ้มสวย พูดจาฉะฉานอ่อนหวานน่าฟัง เรียกรอยยิ้มจากกรรมการทั้งสี่คน พี่เลี้ยงใจชื้นกันเป็นกอง ในลำดับต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ มุกดาต้องเปลี่ยนชุด คนอื่นๆ ที่เตรียมการแสดงก็จัดเต็มจัดใหญ่ไม่แพ้กัน “กรี๊ดดด..แม่ นุ้ยคัน อ๊ายยย! คัน” (กรี๊ดดด..แม่ หนูคัน อ๊ายยย! คัน)ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายรีบทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนถึงลำดับคิวของตัวเอง เสียงดังโดยหวนประหนึ่งผีขอส่วนบุญทำเอาทุกสายตาหันมองต้นเสียง มุมหนึ่งของห้องมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นเร่าไปมา สองมือเกาไปทั่วตัวซึ่งสวมใส่ชุดราตรีสีแดงสด เป็นชุดที่คงจะใส่ขึ้นแสดงโชว์
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง~เสียงเพลงที่ว่ายังคงเปิดดังต่อเนื่องกว่าหนึ่งชั่วโมง เครื่องเสียงกระหึ่มดังทั่วเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของทุกๆ ปี ลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเปลี่ยนโฉมเป็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต ด้านล่างเรียงรายไปด้วยเก้าอี้ซึ่งมีบรรดาผู้คนมาจับจองที่นั่งรอชมธิดานพมาศทั้งรุ่นจิ๋วและรุ่นสาว เสียงเพลงและเสียงคุยแซแซ่ดดังมาถึงหลังเวทีซึ่งเป็นที่เก็บตัวของเหล่านางนพมาศและพี่เลี้ยง ขณะนี้เป็นคิวการโชว์ความสามารถของหนูน้อยนพมาศ รอเวลาคัดตัวอีกรอบ ตอบคำถามและประกาศผลรับรางวัล ต่อไปก็จะถึงคราวนางนพมาศสาวสวยอย่างมุกดาหลังเวทีแออัดกันพอสมควร หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จำต้องไสหัวออกไปก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะถือว่าเกะกะการทำงานของช่างมาก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับคิเรย์ การปรากฏตัวของชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาหลังเวที ดูเหมือนว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นจุดรวมความสนใจไปโดยปริยายแม้แต่ลูกป้าจ้วงอย่างยัยข้าวเจ้ายังมองผู้ชายของมุกดาไม่วางตา ปากนี่อ้าจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว “น้ำค่ะ”“ขอบคุณค่ะที่รัก” มุกดายิ้มหวาน เน้นช้าๆ
คิเรย์ยกมือไหว้ว่าที่แม่ยายที่คอยบริการตักข้าว รินน้ำดื่มให้เขา เริ่มใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของท่าน ต่อไปก็เหลือคนเป็นพ่อและลูกสาว ส่วนน้องชายรายนั้นคงคุยด้วยง่ายกว่าทุกคนอยู่แล้ว “กินได้ม่าย” (กินได้ไหม) แม่ถามเมื่อมองดูชายหนุ่มตักแกงรสชาติเข้มข้นราดข้าวอย่างไม่กลัวเผ็ด “กินได้คร
มุกดาไม่ได้ตั้งใจจะตื่นสาย แต่ร่างกายเธอใช้งานหนักมาค่อนคืน จะขยับเขยื้อนทีก็เจ็บปวดทั้งตัว กระดูกกระเดี้ยวรวดร้าวไปหมดเธอไม่ขอโทษว่าเป็นความผิดใครในเมื่อสมยอมพร้อมใจกันทั้งคู่ อีกอย่างเมื่อคืนนี้มันสนุกและหนักหน่วงจริงๆ “ซาร่าห์ดูหน่อยว่าเจ้กลบรอยที่คอหมดยัง” เอียงตัวให้เพื่อนรุ่นน้องช่วยสังเ
“อื้อ~ เสียวจัง” ร่างเล็กกระตุกหงึก ปิดเปลือกตาแน่นขณะทรมานตัวเองไม่ยอมสอดเอ็นร้อนเข้ามาสักที และคนที่ทรมานไม่แพ้มุกดาเห็นจะเป็นร่างสูงซึ่งนอนมองทุกท่วงท่าของเธอ เอ็นยักษ์เขี่ยปากทางฉ่ำแฉะแต่ไม่ยอมสอดใส่ เขาเองก็เสียวซ่านแทบขาดใจเหมือนกัน “อ๊า! เฮีย..” ทนได้ไม่นานหรอก มือหนากดสะโพกนิ่มให้นั่งทั
ก่อนถึงเกาะลับที่ว่า ทะเลแนะนำให้เหล่าสาวๆ เข้าไปเปลี่ยนใส่ชุดลำลองสบายๆ กันก่อน เพราะภายในเกาะมีทั้งยุงป่า สัตว์มีพิษและอากาศชื้นแฉะ ให้เดินชมทั้งบิกินี่ตัวจ้อยก็กระไรอยู่ “โห นี่ทางเข้าหรือเขาวงกตคะ ทำไมมันสลับซับซ้อนจัง” ต้นหยงเอ่ยพร้อมกวาดตามองรอบตัวจนพี่ๆ พากันเอ็นดูมุกดาเห็นด้วยกับที่น้อง







