Se connecterแน่นอนว่าฉันไม่มีทั้งคีย์การ์ด ไม่มีทั้งรหัส ไม่มีอะไรสักอย่างที่จะสามารถเข้าห้องเฮียพละการแบบที่เฮียมีกุญแจสำรองบ้านฉันและเข้าออกตามอำเภอใจเวลาไหนก็ได้
ไม่ยุติธรรมเลยเนอะว่าไหม… คนตัวโตไม่พูดพร่ำทำเพลงเมื่อเปิดประตูเจอฉันยืนส่งยิ้มหวานก็ดึงแขนเรียวเล็กให้หลบเข้าในห้อง อย่างกับเขาเป็นนักโทษหลบหนีที่รอฉันมาส่งข่าวสำคัญอย่างนั้นแหละ “ยืนเซ่อมากี่นาทีแล้ว” “ก็ตั้งแต่โทรคุยกับเฮีย เอ๊ะ! หรือว่านับก่อนหน้าสิบนาทีที่มุกยืนชั่งใจว่าควรโทรหาเฮียดีไหม มุกควรนับด้วยมั้ยคะ” “กวนตีนเก่งเนอะ” น้ำเสียงค่อนแคะมาพร้อมแววตาดุดันและแรงกระชากไม่ถึงกับรุนแรงมาก ไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บแม้แต่น้อย “คิดถึงเฮียจังเลย ไม่เห็นส่งข้อความหามุกบ้าง” สองแขนเรียวเล็กคว้าหมับร่างกายคนตัวสูง สวมกอดเอวสอบแน่นด้วยความถวิลหา “แล้วทำไมฉันต้องทำอะไรแบบนั้น เงียบไปได้ตั้งหลายวันคิดว่าจะถอดใจจากฉันแล้วซะอีก กลับมาทำไมล่ะ” แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำเย็นราดหัว กระแสเสียงก็ยังมีความประชดประชัน บ่งบอกว่าเขาเองคงแคร์เรื่องนี้ “ถอดใจอะไรกันล่ะ เฮียก็รู้ว่ามุกติดเฮียมากแค่ไหน” ใบหน้าสวยที่ถูไถอ้อนออดเอาใจเขาเหมือนลูกแมวอ้อนเจ้าของ ได้แต่หวังว่าเฮียจะเอ็นดูกันบ้าง “แล้วหายไปไหนมาหลายวัน ปกติเธอทักกวนฉันตลอด” “พูดแบบนี้คือคิดถึงมุกใช่มั้ยคะ” เงยหน้าสบตาคนตัวโตที่เอาแต่เสมองทางอื่น ไม่ยอมมองหน้าฉันบ้างเลย “สำคัญตัวเองเก่ง” เชือดนิ่มๆ ด้วยคำพูดดับมั่น แต่แค่นี้ทำอะไรคนอย่างฉันไม่ได้หรอกนะ “มุกไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ แค่ตอนนั้นทะเลาะกันก็เลยคิดว่าเฮียอาจยังโกรธ แล้วมุกก็รู้สึกไม่ดีด้วยที่ไปโกหกเฮียว่าปวดท้อง” แต่ตอนโกหก ฉันตั้งใจโกหกเพื่อความแนบเนียนสุดๆ เลยนะ น่าเสียดายที่เขาจับพิรุธได้ “รู้ตัวก็ดี ทีหลังอย่าทำแบบนั้นอีก” เสียงที่เคยแข็งกระด้าง อ่อนลงตามลำดับ เขากำลังบอกเป็นนัยอย่าให้ฉันเรียกร้องความสนใจแบบคืนนั้น “แล้วนี่มาหาฉัน งานการไม่ต้องทำรึไง” “พอดีมุกขอสลับวันหยุดกับนาวินน่ะค่ะ มุกตั้งใจมาหาเฮียเลยนะ” ต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อมารอรถ เวลามาหาเฮียจะไม่ใช้รถตัวเองเพราะกลัวคนรู้จักเห็น แล้วนั่งรถโดยสารแอร์เย็นๆ ฉันหลับสัปหงกตลอดทางเพราะง่วงนอนสุดๆ แต่พอเห็นตึกคอนโดที่เฮียอยู่ก็ตาสว่าง ความง่วงที่มีก่อนหน้าสลัดหายจนหมด “ดื้อไม่เข้าเรื่อง อย่าทำแบบนี้อีกล่ะ ถ้าคนอื่นจับได้มันจะแย่เอา” เขาดุไม่จริงจังนัก จากที่เคยมึนตึงใส่ฉันมาตลอดหลายวันก็กลับมาเป็นเฮียคิเรย์คนดีคนเดิม “กินอะไรมารึยังล่ะ ให้ฉันสั่งอาหารให้เอามั้ย” เฮียผละตัวไปหยิบสมาร์ทโฟนเพื่อเลือกหาร้านอาหารดีๆ เห็นเขาเสิร์ชชื่อร้านประจำฉัน เลือกเมนูที่ฉันชอบ แล้วแบบนี้จะไม่ให้คิดเข้าข้างตัวเองได้ไงว่าเศษเสี้ยวเล็กๆ ในหัวใจเฮีย ต้องมีความรู้สึกแบบเดียวกับฉันบ้าง “แต่ระหว่างรออาหาร มุกไม่อยากหิ้วท้องรอเลยค่ะ” สวมกอดแผ่นหลังหนั่นแน่นอีกครั้งจนเมื่อเฮียหันหน้ากลับมา มือสากลูบหัวแผ่วเบา “งั้นกินบะหมี่รองท้องก่อนดีไหม เดี๋ยวทำให้” ฉันส่ายหน้า มือที่เคยโอบเอวเฮียขยับขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งแทน “มุกอยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่ข้าว และก็ไม่ใช่บะหมี่” ออกแรงโน้มใบหน้าอีกฝ่ายให้ขยับลงมาเสมอเท่ากัน ถึงตอนนี้เฮียคงมองออกว่าสายตายั่วยวนที่ฉันสื่อออกไป หมายถึงอะไรกันแน่ ยิ้มร้ายปรากฏบนมุมปากก่อนที่ต่อมาเจ้าตัวจัดการอุ้มฉันวางบนโต๊ะทำงาน มือเลื่อนกองเอกสารให้หลบพ้นไปอีกทาง ทุกการเคลื่อนไหวของเฮียทำฉันใจเต้นแรงระส่ำเสมอ มือแกร่งที่โอบแผ่นหลังบางเคลื่อนขึ้นมาจับล็อคท้ายทอย โน้มใบหน้าหล่อเหลาประกบริมฝีปากเดือดเร่าจูบปากฉ่ำลิปสติกของฉัน เรียวลิ้นร้ายสอดลึกควานหาความหวานจากโพรงปากอิ่ม แลกลมหายใจของกันและกันอย่างดุเดือด เกิดเป็นเสียงเฉอะแฉะบางอย่างที่ปลุกอารมณ์กระสันซ่านให้ฉันโต้ตอบเขาอย่างร้อนแรง “อึก..อืมมม” ริมฝีปากของเฮียเคล้าคลึงไม่ห่างหาย บดจูบโหยหาจนกลีบปากเล็กบวมเจ่อ มือหนาที่ล็อคท้ายทอยค่อยๆ คลายออก ลากฝ่ามือร้อนข้างนั้นลูบหัวไหล่เปลือยด้วยเพราะฉันสวมชุดเดรสสายเดี่ยว เพียงแค่โดนเฮียแตะนิดเดียวกลับร้อนวูบวาบทั่วตัว แถมน้ำตรงส่วนนั้นขับออกมาเรื่อยๆ จนเปียกซึมไปหมด เจออย่างนี้ใครจะยังทนไหวอยู่บ้าง ฉันแทบหมดแรงตั้งแต่จูบแล้ว เฮียจูบเก่งเป็นบ้า “อื้อ เฮียขา~” ครางกระเส่าในตอนที่เขาเล่นกับริมฝีปากฉันจนพอใจแล้วจึงค่อยลากไล้จมูกโด่งเป็นสันสูดความหอมหวานราวกลิ่นขนมที่ติดผิวกายนุ่มนิ่ม เฮียสูดดมซอกคอหอมกรุ่น เป่ารดลมหายใจร้อนหืดหาดเข้าใส่จนขนอ่อนในกายลุกชัน ฉันเอนตัวด้านหลังเล็กน้อย เชิดหน้าและลำคอระหงให้เฮียกระทำได้อย่างเต็มที่ แล้วใช่ว่าจะน้อยหน้าซะเมื่อไร…มือเรียวนุ่มป่ายปัดเป้ากางเกงเขา ลูบคลำจนความใหญ่โตแข็งผงาดดุนดันสู้มือราวอยากออกมาเจอโลกภายนอก “อึ่กกก…มือซนจริง” เขากลืนน้ำลายเอือก ขบกรามแน่นระงับอารมณ์กระสันที่เดือดประทุมากขึ้นทุกวินาที ใจจริงของเฮียคงอยากขย้ำกันเต็มแก่ ติดที่ตรงลีลาไปหน่อย “ของเฮียแข็งจัง มุกอมให้มั้ยคะ” “ไม่โดนเอาหลายวัน มันคันขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาหายใจหืดหาด มือแกร่งขยับสายชุดเดรสฉันให้พ้นหัวไหล่ เหลือเพียงบราปีกนกที่ประคองสองก้อนนุ่มนิ่มไม่ให้มันล้นทะลักออกมา สายตาของเฮียหื่นกระหายอย่างเห็นได้ชัด เขาซุกใบหน้าโลมเลียเนินอกขาวผ่อง อีกมือบีบขยำหนักหน่วงจนเป็นฉันเองที่เสียวสะท้าน แอ่นอกให้เขาจนแทบจะประเคนยกให้ทั้งตัว “อะ..อื้อ คันไม่คันเฮียก็ลองจับตรงนี้ดูสิ” ฉันกัดปากยั่ว ครางเสียงเล็กเสียงน้อยในตอนที่คว้ามือสากให้สัมผัสเนินเนื้ออวบอูมใต้ชุดเดรส แม้มีจีสตริงกั้นแต่ความเปียกชื้นของมันไม่ต่างอะไรกับการได้สัมผัสตรงๆ “มุกแฉะขนาดนี้ เฮียต้องช่วยมุกนะ” สายตาอ้อนอย่างน่ารักแฝงความขี้ยั่ว ทำเฮียคิเรย์ขบกรามกรอด มือสากรวบร่างฉันให้ติดลำตัวมากขึ้น บดเบียดแท่งรักขยายคับแน่นกางเกงให้เสียดสีร่องอวบอูมฉ่ำน้ำ “ไม่ต้องขอก็จัดให้อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เอาให้สลบคาเตียงเลยดีไหม ร่านนัก” เขาบีบปากฉันด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะบดจูบเร่าร้อนใส่กันอีกครั้ง มือที่วางแหมะบนเป้าจีสตริงเปียกชื้นเริ่มลูบไล้ไปมา สร้างความเสียวซ่านแก่ฉันเป็นอย่างมาก “อ๊ะ...อ๊าาา” และยิ่งเสียวสุดใจเพราะเรียวนิ้วหยาบแหวกเนื้อผ้าชิ้นน้อยสอดลึกเข้ามาในรูร่องชุ่มฉ่ำ เพียงแค่เขาหมุนคว้านกระดิกนิ้ว ร่างกายให้ความสมยอมของฉันผลิน้ำหวานอาบล้นเคลือบเนินอวบ มันเป็นความเสียวถึงใจในแบบที่ฉันชอบ เฮียรู้จุดอ่อนของฉันดีเสมอ รู้ว่าทำยังไงร่างกายจึงระทดระทวยราวของอ่อนโดนไฟลน และฉันชอบนักเวลาที่เฮียทั้งแกล้งและทรมานกับร่างกายฉัน เสพติดเขาชนิดที่ว่าไม่เคยคิดถึงสัมผัสแบบนี้กับใครอื่น และร่างกายของฉันตั้งใจมอบให้เขาแค่คนเดียว เป็นเขาคนเดียวตลอดไป… “รัดแน่นมาก ถ้าเป็นเอ็นฉันจะขนาดไหน หื้ม” เสียงแหบซ่านเอ่ยชิดกกหู พาให้ฉันนึกจินตนาการไปด้วย หากเป็นดุ้นใหญ่ๆ ของเฮียคงทำให้ถึงสวรรค์อย่างง่ายดายร่างกำยำสูงใหญ่แข็งแรงไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ยิ่งกล้ามหน้าท้องทำมุกดาจ้องตาเขม็ง น้ำลายหกมาแล้วไม่รู้กี่รอบ มือเรียวอดใจไม่ไหว ลูบซิกแพ็คเป็นลอนๆ ที่มันแข็งสู้มือ หัวนมอมชมพูของเขาก็เร้าอารมณ์เธอมาก ใช้ปลายเล็บสะกิดจนมันแข็งเต่ง คิเรย์ถึงกับครางเสียงแหบห้าว ยิ่งกระแทกกระทั้นแก่นกายใส่ช่องทางรักอย่างรุนแรง “อื้อออ…มันจุกนะเฮีย” ร่างเล็กขยับขึ้นลงตามแรงกระแทกรัวเร็ว ปากบอกว่าจุกแต่ไม่วายส่งสีหน้ายั่วยวนเร้าอารมณ์คิเรย์ให้กลัดมันกว่าเดิม หน้าอกอวบอึ๋มสั่นกระเพื่อมโดนมือสากฟอนเฟ้นจนล้นง่ามนิ้ว จุกสีหวานถูกครอบครองด้วยริมฝีปากเดือดเร่า ละเลงลิ้นจนเปียกชุ่ม เสียงจ๊วบจ๊าบขณะดูดกลืนอกอวบราวกับขนมหวานแสนอร่อยดังกระทบสองหูคนตัวเล็ก เธอบิดกายดิ้นเร่าในอ้อมกอดแข็งแรงจนแผ่นหลังบางแทบไม่ติดเตียง ใบหน้าหล่อเหลาของคิเรย์มัวเมากับเต้านุ่มนิ่มขบกัดทำรอยทิ้งไว้ต่างหน้าจนเนื้อตัวขาวสะอาดของมุกดาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ “ชอบนมมุกมากเลยเหรอคะ อ๊า..ถ้าชอบก็ดูดแรงๆ สิ ยังไงคืนนี้มุกก็เป็นของเฮียอยู่แล้ว” เสียงหวานร้องบอกยิ่งทำให้คิเรย์ได้ใจ มือสากบีบขยำ ปากหนาก็ดูดเลียชะโลมความเสียวซ่านทั่วร่างเล็กๆ จนเ
ร่างของคนทั้งคู่สลับกันพลิกไปพลิกมาในขณะที่เสื้อผ้าบนตัวต่างก็มีจำนวนน้อยชิ้น เกือบเป็นการกอดรัดฟัดเหวี่ยงที่เนื้อแนบเนื้อ และคงเกิดขึ้นในอีกไม่นาน “อึก..อื้อ” กลีบปากบางตะโบมจูบเร่าร้อนใส่คนตัวโต พลิกกายเป็นฝ่ายคร่อมเขาอีกครั้งหลังจากเมื่อสักครู่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ภายใต้อ้อมอกแข็งแรงนานสองนาน แผ่นหลังนวลเนียนโดนมือสากลูบไล้จนซ่านสยิวก่อนความวูบวาบจะแล่นไปหยุดตรงก้นลูกพีช บีบขยำเต็มสองมืออย่างเมามัน เธอเองก็ใช่จะยอมให้เขาได้เปรียบฝ่ายเดียว ขณะเป็นผู้คุมอยู่เบื้องบนก็ใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์ ร่างบางบดคลึงกายสาวกับความแข็งแรงชูชัน รู้สึกถึงท่อนลำยาวใหญ่แทบทะลุกางเกงออกมาสัมผัสกับเนินเนื้อเธอตรงๆ เรียกได้ว่ามุกดาเล่นถูเอาๆ จนเป้าแพนตี้เปียกชุ่ม ไม่ต่างอะไรกับการบดจูบใส่เขา ริมฝีปากคนทั้งคู่ฉ่ำวาวด้วยของเหลวซึ่งแลกเปลี่ยนผ่านโพรงปากอิ่มกันไปมา พรึ่บ! ร่างของมุกดาถูกสลับให้เป็นฝ่ายนอนหงายอีกครั้ง เส้นผมสลวยแผ่ขยายเต็มหมอน ใบหน้าสะสวยก่ำแดงไปด้วยอารมณ์ความต้องการ ในขณะคนตัวสูงหน้าแดงเพราะเมาและอารมณ์อย่างว่าเช่นกัน ใบหน้าหล่อจัดซุกไซ้ลำคอระหง มองเห็นรอยช้ำเลือดซึ่งไม่อาจรู้ไ
เส้นทางที่ชายหนุ่มพามาไม่พ้นไปจากคอนโดเขา ทั้งที่ปลายทางมันไกลจากคลับพายัพแต่กลับถึงที่หมายภายในเวลารวดเร็วด้วยสกิลขับรถของเจ้าตัว “พามุกมาที่นี่ทำไมคะ” ใจหญิงสาวเริ่มหวั่น สองขาก้าวตามแผ่นหลังร่างสูงเชื่องช้าจนเขาต้องกลับมาคว้าหมับเอาข้อมือให้เร่งเดินตามมาด้วยกันแบบติดๆ“เดี๋ยวเธอก็รู้” เสียงยะเยือกเย็นตอบกลับ มุกดาหายใจไม่ทั่วท้องในทันที ขณะที่ลิฟต์กำลังขึ้นชั้นบนเธอก็คิดหาคำตอบให้ตัวเองหรือว่ามันจะเป็นเรื่องรอยที่คอ คิเรย์ถึงได้ดูแปลกไปขนาดนี้ ปกติเขาเก็บอาการเก่ง ไม่ใช่คิดอยากทำอะไรก็ทำ เขารอบคอบและระวังตัวเสมอ ส่วนตอนนี้ตรงกันข้ามกับทุกอย่างที่พูดมา ประตูห้องถูกเปิดออกยังไม่ทันให้เวลาตั้งตัว ร่างเล็กของมุกดาโดนกดติดผนัง ร่างสูงใหญ่ตรึงข้อมือเล็กไว้อย่างเหนียวแน่น ใบหน้าดุดันจู่โจมริมฝีปากรวดเร็ว“อึก…อื้ออออ” พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงผลักร่างกำยำของเขาออกห่าง ทว่าไม่เป็นผล นอกจากคิเรย์จะไม่ขยับเขยื้อนแล้วเข้ายังรุกหาเธอมากขึ้นจนกลายเป็นจูบกระชากวิญญาณ ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อรับรสคาวเลือด ลิ้นหนาบุกรุกกวาดต้อนทั่วโพรงปากหวานก่อนจะโดนคนตัวเล็กกัดลิ้นแน่นจนต้องยอมปล่อยจูบ“อึก! เ
แม้ว่าพสุธาจะไม่เห็นด้วยมากๆ กับเรื่องที่น้องสาวก่อเอาไว้ แต่ยังไงขึ้นชื่อว่าน้องเขาก็ต้องปกป้องน้ำฟ้า อีกอย่างเรื่องคลิปที่น้องสาวเคยเล่นยามันสมควรหายไปตั้งนานแล้ว ไม่น่าจะเหลือไว้อีก น้ำฟ้ามีความสุขดีมาตลอดจนกระทั่งคลิปนั่นตกไปอยู่กับคิเรย์ เห็นเธอทุกข์ใจจนสติกระเจิงแบบนี้ พสุธาจำต้องยื่นมือเข้าช่วย “ถ้าอยากได้คลิปคืน ช่วงนี้แกก็อยู่เฉยๆ ก่อน อย่าไปวอแวหาเรื่องไอ้คิเรย์ให้มันมาก ถือว่าเฮียขอ”“แต่หนู…หนูไม่ชอบที่เขาใช้อำนาจกดขี่ เฮียก็รู้ไม่เคยมีใครทำกับหนูแบบที่เขาทำ”“ลดทิฐิแกลงบ้างน้ำฟ้า ถ้าอยากให้เฮียช่วย อยากทำลายคลิปนั่นทิ้งก็ทำตามที่เฮียพูดซะ” เพราะจนปัญญาน้ำฟ้าถึงได้พยักหน้ายอมตามน้ำไปกับพี่ชาย หากยังดันทุรังจะเล่นเกมนี้ด้วยตัวเอง มีหวังเธอคงได้ตายก่อนจบคลับพายัพ“เจ้! เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมเพิ่งมาบอก”“ชู่ว..เงียบๆ ไว้ เจ้อยากให้รู้แค่เราสองคนพอ เสียงดังแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้แตกตื่นกันหมดหรอก” มุกดาจุ๊ปากให้ซาร่าห์อยู่ในความสงบหลังจากเธอเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังแล้วเพื่อนรุ่นน้องอุทานเสียงดังออกมา “โชคดีนะเนี่ยที่ผู้ชายคนนั้นมาช่วยเจ้ทัน ไม่งั้นล่ะได้เจอคลิ
พูดได้เลยว่าเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงทำเธอฝังใจและเข็ดหลาบกับผู้ชายไปอีกนาน ทว่าพอหัวถึงหมอนมุกดาไม่ได้เอาแต่คิดถึงเหตุการณ์เกือบโดนปลุกปล้ำ ร่างกายเธอชัตน์ดาวไปเอง หลับเป็นตายจนถึงเช้าตรู่“ดูคุณหลับสบายดีนะ หน้าตาก็สดชื่นขึ้นเยอะ” เจ้าของบ้านยิ้มแซวหลังจากเป็นคนเข้าไปปลุกหญิงสาวเองถึงเตียง มิหนำซ้ำยังรอจนอีกฝ่ายอาบน้ำอาบท่าเสร็จถึงได้ลงมาทานมื้อเช้าด้วยกัน มื้อเช้าแบบที่มุกดาเห็นแล้วต้องร้องว้าวออกมา เธอไม่แน่ใจว่าอาหารมากมายบนโต๊ะใช่สำหรับสองคนหรือเปล่า เพราะเท่าที่เห็นในห้องอาหารนอกจากเธอและพสุธา ก็มีแม่บ้านใหญ่อย่างน้าแววและลูกมืออีกสองคน “ผมไม่รู้ว่ามื้อเช้าคุณชอบทานอะไร เลยให้น้าแววจัดเตรียมไว้ให้เท่าที่พอจะหาได้” พสุธาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของหญิงสาว มุกดาไม่รู้เหมือนกันว่าเธอต้องเริ่มทานอะไรก่อน มันดูน่าลิ้มลองไปหมด ตอนนี้แม้ไม่แตะอาหาร เธอชักจะอิ่มขึ้นมาแล้วสิมุกดาเลือกทานอเมริกันเบรกฟาสต์ ก้มหน้าก้มตาทานเงียบๆ ไม่พูดคุยกับคนตรงข้าม แม้ว่าฝ่ายนั้นจะคอยมองเธออยู่ตลอดก็ตาม เหมือนจับผิดกันอย่างไรอย่างนั้น “ฉันก็อึดอัดเป็นนะคะ”“ขอโทษครับ มองเพลินไปหน่อย” ปากบอก
เหล่าชายฉกรรจ์คลุมไอ้โม่งเห็นว่าพสุธาได้รับบาดเจ็บคงไม่คิดสู้ต่อ จึงรีบฉวยโอกาสนี้พากันหนีโดยไม่ลืมกล้อง กล้องซึ่งไม่ได้ถ่ายคลิปอย่างที่ผู้ว่าจ้างสั่งมา มุกดาปรี่เข้าพยุงร่างพสุธา โดนเขาออกคำสั่งให้พาไปที่รถและช่วยขับไปตามทางที่เจ้าตัวสั่ง ไม่ยอมให้เธอได้พาไปทำแผลยังโรงพยาบาล “คุณเลือดไหลเยอะนะ แน่ใจเหรอ…”“ขับไป ผมยังไหว”เม้มปากแน่นด้วยใจหวาดหวั่น สบสายตามองเขาแล้วก็ต้องพยักหน้าออกมา ยอมทำตามอีกฝ่ายต้องการ กระทั่งมาถึงที่หมายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเหยียบคันเร่งได้ตีนแตกขนาดนี้ สถิติใหม่เลยล่ะสถานที่ที่พสุธาให้มุกดาพามาคือเซฟเฮาส์ของเขาเอง ชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถ ท่าทางทุลักทุเลสะบักสะบอมมีมุกดาเข้ามาช่วยพยุง มือหนาของชายหนุ่มกดปิดแผลไว้แน่นไม่ให้เลือดไหลเยอะไปกว่านี้ “นาย! นายไปโดนอะไรมาครับเนี่ย”“อย่าพึ่งถาม มึงพากูเข้าไปด้านในก่อนดิ” เค้นเสียงสั่งลูกน้องสองคนที่รีบเข้ามาหาเขาทันทีเมื่อเห็นสภาพเจ้านายกลับมาพร้อมเลือดอาบแขน มากับผู้หญิงที่นายบอกจะตามไปเฝ้าดูเธอสักหน่อย ไม่ให้ลูกน้องคนสนิทอย่างพวกเขาตามไปด้วยพสุธาถูกนำตัวเข้ามากลางห้องนั่งเล่น ร่างสูงเอนกา







