Share

ชิดใกล้ ตอนที่ 2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 19:51:11

ตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มบอกว่าจะพาเธอไปหาป้าศรีเพื่อนของแม่เธอ ซึ่งก็คือไปบ้านเขานั่นเอง ณกรไม่ได้พูดจากับเพื่อนร่วมทางแม้แต่คำเดียว ซึ่งก็สร้างความอึดอัดให้มธุรสไม่น้อย เธอไม่รู้ว่าขากำลังคิดอะไรอยู่หลังจากที่ช่วยเหลือเธอไว้ หลังจากที่...เธอกับเขานอนกอดก่ายกันอยู่สองคืน และเขาเห็นเธอในฉบับที่เรียกว่าทุกซอกทุกมุม มันไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่เพิ่งจะเสียแม่ไปใช่ไหม ถึงจะเป็นสถานการณ์จำเป็นก็เถอะ แถมเขาก็ไม่พูดถึงเรื่องนั้นเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป ต่างกับเธอที่แทบจะมองหน้าเขาไม่ติด

เธอกับเขาเพิ่งพบกันแท้ๆ กลับยอมให้เขาสำรวจเรือนกายเสียหมดเปลือกถึงจะป่วยแต่เธอก็ไม่ควรจะปล่อยตัวขนาดนั้น คิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล หมดกันร่างกายของเธอที่ควรหวงแหนไม่ได้เป็นความลับกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว สายตาที่มีน้ำตาคลอหน่วยมองออกไปนอกกระจกด้านข้างเพื่อปกปิดความอ่อนแอ ซ่อนความอับอายและหลบหน้าผู้ชายข้างตัว ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจ                                                                                                       “ฉันขอโทษ” จู่ๆ ณกรก็โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงหนักหน่วง มธุรสมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจปนงง

“คะ...”

“ขอโทษที่ล่วงเกินเธอ...ฉันแค่ต้องการจะช่วยเช็ดตัว...และที่กอดเพราะ...เอ่อ...เธอควรได้รับความอบอุ่น ฉันรู้ว่ามันไม่ควร เราไม่ได้เป็นอะไรกันแต่ฉันก็ไม่อยากให้เธอคิดมาก ถ้าเธอไม่ป่วย ฉัน...คงไม่ทำแบบนั้นหรอก” ‘แต่อาจจะทำมากกว่านั้น’ นั่นเป็นส่วนที่เก็บงำไว้ไม่ได้บอก ชายหนุ่มเหลือบมองเธอหลายครั้งพอจะเข้าใจว่าเธอกังวลเรื่องนี้อยู่ เธอเป็นแค่เด็กสาวย่อมคิดมากเรื่องอย่างนี้อยู่แล้วยิ่งเขามั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่ก็ย่อมอับอายกับการกระทำนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

“ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ คุณหวังดีกับน้ำหวานนี่คะ อีกอย่างถ้าคุณไม่ช่วยทั้งตอนที่วิ่งหนีและตอนที่น้ำหวานป่วยป่านนี้น้ำหวานคงได้ไปอยู่กับแม่แล้วค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงแผ่วแต่ก็ยังคงไม่กล้าสบตาเขาเหมือนเดิมความอับอายในตอนแรกก็ไม่ได้ลดน้อยลงหรอก แต่ก็ใจชื้นขึ้นมานิดนึงที่เขายังเอ่ยคำขอโทษ

“เดี๋ยวพอถึงบ้านฉัน ป้าศรีคงคอยอยู่แล้วล่ะ”

“ค่ะ...”

อาจเป็นเพราะระยะหลังเขาห่างหายจากเรือนกายผู้หญิงมาหลายเดือนแล้วก็เป็นได้และหากยังใกล้ชิดกันอีกอย่างนี้เขาอาจจะอดใจไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ ซึ่งเป็นการผิดต่อใครคนหนึ่งที่กำลังจะกลับมา เป็นการดีที่สุดที่จะให้แม่และป้าศรีแม่บ้านเขาจัดการเจ้าหล่อนต่อ แม่และป้าศรีของเขาคงไม่ใจร้ายให้เธอกลับไปอยู่บ้านหลังเดิมนั่นหรอก อาจจะหางานดีๆ สักแห่งให้เธอทำ                                รถเลี้ยวเข้าพ้นประตูรั้วบ้าน มธุรสใจเต้นไม่เป็นจังหวะเธอไม่ได้ตื่นตาตื่นใจหรือตื่นเต้นกับบ้านหลังโตหรอก แต่เพราะอยากรู้เรื่องอัฐิต่างหาก ป้าศรีเพื่อนสนิทของมารดากำลังรอให้คำตอบเธออยู่                                                            ทันทีที่รถจอดสนิทหญิงสาวเปิดประตูรถก้าวกระโดดไปหานางศรีที่ยืนรออยู่ด้วยความกระวนกระวาย                                                                                     “ป้าศรี...ฮือๆๆๆๆ ป้าศรีขา”

“น้ำหวาน...โถลูก เป็นอย่างไรบ้างอย่าร้องไห้นะคนดี ป้าอยู่นี่แล้วไม่มีใครทำอะไรหนูได้อีกแล้วล่ะ นิ่งซะ นิ่งซะ” มธุรสโผเข้าอ้อมกอดของนงศรีแล้วร้องห่มร้องไห้ปานใจจะขาดซึ่งนางเองก็พอจะเดาสภาพจิตใจของหลานสาวได้ดีว่าช้ำชอกแค่ไหน

“ฝากป้าศรีด้วยนะครับ...ผมต้องขอตัวก่อน อ้อ! ฝากบอกคุณตากับคุณยายด้วยนะครับว่าวันหลังผมค่อยแวะมา” ณกรที่ก้าวลงจากรถและยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่นึงเอ่ยขึ้น ทำให้หญิงสาวผละออกจากอกผู้ที่เรียกว่าป้า มือน้อยปาดน้ำตาที่อาบแก้มปอยๆ

“จะไม่เข้าบ้านก่อนเหรอคะ คุณท่านทั้งสองบ่นหาเกือบทุกวันเชียวค่ะ” นางศรีกล่าวตามจริง เพราะช่วงนี้ชายหนุ่มไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะมัวแต่ขลุกอยู่แต่ในสวนผู้เฒ่าทั้งสองก็บ่นหาอยู่บ่อยๆ

“เอาไว้วันหลังดีกว่าครับให้ผมว่างจริงๆ ซะก่อนช่วงนี้งานเยอะครับ ภูมิก็ไม่อยู่ด้วย”มธุรสยกมือไหว้ชายหนุ่มเมื่อเขากล่าวจบและทำท่าจะหมุนตัวกลับไป นางศรีส่งยิ้มให้เจ้านายหนุ่มก่อนจะจับมือหลานสาวเดินเข้าบ้านไป

“ป้าศรีคะ...กระดูกแม่น้ำหวานล่ะคะ” มธุรสรีบถามในสิ่งที่อยากรู้ระหว่างที่นางศรีพาเดินเข้าบ้าน

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกจ้ะ ป้าจัดการให้แล้ว พอรู้ว่าหนูอยู่กับคุณณกรป้าก็เอาอัฐิแม่หนูมาด้วยเพราะอย่างไรเสียคุณณกรต้องพาหนูมาที่นี่อยู่แล้ว ส่วนไอ้กล้าน่ะมันไม่สนใจหรอกว่าใครจะเอากระดูกนังอ้อยไปไหน เมาอย่างเดียว แถมยังเที่ยวโพนทะนาว่าหนูน่ะหนีตามผู้ชายอีก” นางศรีเล่าให้หลานสาวฟังสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเอ่ยถึงพ่อเลี้ยงของหญิงสาว ซึ่งตอนนี้เธอพอจะจับใจความได้แล้วว่าชายหนุ่มที่ช่วยเธอนั้นชื่อ ณกร เพราะเขาไม่ได้บอกและเธอเองก็ไม่กล้าจะถามจึงไม่รู้มาจนถึงตอนนี้ว่าผู้มีพระคุณชื่ออะไร

“แต่หนูไม่ต้องกลัวหรอกนะไม่มีใครเชื่อมันหรอก ใครๆ ก็รู้ว่ามันตอแหล แต่ไปยังไงมายังไงคุณณกรถึงได้ไปช่วยหนูล่ะ” มธุรสแปลกใจที่นางศรีพูดเหมือนจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตนแล้ว

“ป้าศรีรู้แล้วเหรอคะ...”

“จ้ะ...แต่รู้เพียงว่าคุณณกรช่วยหนูไว้และจะพามาหาป้าที่นี่เพราะเธอทราบว่าป้าน่ะรู้จักกับแม่ของหนู”

“พ่อเมาค่ะ...แล้ว...แล้วเอ่อ...เข้ามาปล้ำน้ำหวานในห้อง แต่น้ำหวานวิ่งหนีออกมาได้แล้วก็ไปเจอคุณณกรขับรถผ่านมาพอดี เขาก็เลยช่วยหนูไว้”เธอเลือกที่จะปิดบังไม่เล่าความจริงทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้พูดโกหก

“เลว...เลวจริงๆ น่าเอาให้ตายนักไอ้กล้า ไอ้คนสารเลว” นางศรีเจ็บแค้นแทนเพื่อนรุ่นน้อง ที่เสียชีวิตไปเหลือเกินด้วยรู้ดีว่าอ้อยรักลูกสาวปานแก้วตาดวงใจและมธุรสก็เป็นเด็กดีมาตลอดหากวิญญาณอ้อยรับรู้จะจากไปอย่างเป็นสุขได้อย่างไร

“ช่างเถอะลูก...น้ำหวานไม่ต้องคิดมากนะ ต่อไปนี้มาอยู่เสียกับป้านี่แหละ”

“จะดีเหรอคะ แล้วคุณๆ เธอจะยอมให้น้ำหวานอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอคะ น้ำหวานกลัวจะมาเป็นภาระเสียเปล่าๆ”

“ป้าบอกแล้วไงบ้านนี้น่ะเขาใจดี อีกอย่างป้าก็ให้แม่หนูเอาขนมมาขายที่นี่บ่อยๆ รู้จักมักคุ้นกันอยู่” นางศรีปลอบใจพร้อมเอามือลูบหลังอย่างเอ็นดู

“เดี๋ยวน้ำหวานไปไหว้คุณท่านทั้งสองก่อนนะลูก ส่วนเรื่องของหนูไว้ให้คุณหทัยกลับมาป้าจะขอให้หนูอยู่ช่วยงานป้าที่นี่ เธอใจดีไม่ต้องกลัวหรอก เอ...แต่ป้าว่า...เราไปเปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่านะท่านทั้งสองเห็นคงตกใจพิลึก”                            “ค่ะป้า...” มธุรสเดินตามผู้เป็นป้าไป สีหน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงเจ้าของเสื้อ นางศรีเดินนำมธุรสไปยังห้องของตนหาเสื้อสมัยสาวๆ ให้ใส่ก่อนจะพาไปพบผู้เฒ่าทั้งสองเพื่อกราบไว้ฝากเนื้อฝากตัว ซึ่งดูท่านก็เอ็นดูหญิงสาวไม่น้อยด้วยเป็นเด็กอ่อนน้อมถ่อมตนไม่มีจริตเสแสร้ง ทั้งหน้าตาก็น่ารักกิริยาอ่อนหวาน มธุรสเองเมื่อเจอกับสองผู้เฒ่าก็รู้สึกถูกชะตามาก เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อคุยกันได้สักพักป้าศรีก็พาเธอมาพักที่ห้องเดิมเพราะยังป่วยอยู่ก่อนจะปลีกตัวไปทำภารกิจของตนเอง

มธุรสมีความหวังเหลือเกินว่าจะได้อยู่ที่นี่ เธอจะทำงานทุกอย่างไม่มีเกี่ยงงอน เธอรับรู้ได้ถึงความรัก ความอบอุ่น ความเอื้ออาทรและความเมตตาปรานีลอยตลบอบอวนอยู่รอบๆ บ้านหลังนี้ มือน้อยกอดเข่าซบหน้าปล่อยน้ำตาให้รินไหลเมื่อคิดถึงชีวิตที่แสนจะอาภัพของตัวเอง

ตั้งแต่จำความได้เธอก็อยู่กับแม่มาตลอดเนื่องจากพ่อเสียไปด้วยอุบัติเหตุ แม่อ้อยของเธอมักหอบไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ยามต้องออกไปขายของก็พาไปด้วยโดยการคาดเอาไว้ที่หลังด้วยผ้าขาวม้า

สองแม่ลูกทำขนมหวานขายในตลาดอย่างยากไร้ แต่ก็ไม่เคยมีสักวันที่แม่จะทอดทิ้งเธอ อดทนเลี้ยงเด็กหญิงน้ำหวานมาอย่างทะนุถนอมยอมอดเพื่อให้ลูกตัวน้อยได้กินอิ่ม ยอมเหนื่อยให้ลูกน้อยได้เรียนหนังสือมีของเล่นและเสื้อผ้าเหมือนคนอื่นๆ จำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนเด็กๆ  เธออยากได้ตุ๊กตาที่เพื่อนบ้านเอามาอวด แต่ด้วยความยากจน ตุ๊กตาตัวละหลายร้อยบาทจึงไม่เคยมีโอกาสได้เล่นแม่อ้อยของเธอก็บากบั่นใช้เศษผ้าเก่าๆ มาตัดเย็บเป็นตุ๊กตาตัวน้อยให้ลูกรัก ถึงจะไม่มีราคาแต่มันก็สวยมากเพราะแม่เธอพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง

ไม่ว่าเธอต้องการสิ่งใดแม่มักจะหามาให้เสมอจนตัวเธอเองไม่กล้าที่จะเอ่ยขออะไรเพราะกลัวแม่จะลำบาก ความรักที่สองแม่ลูกมีให้กันเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนในแถบนั้นซึ่งมักจะให้ความช่วยเหลือเจือจุนอยู่เสมอแม่เป็นคนดีจึงเป็นที่รักของทุกคน                                                                                                                  พอเธออายุได้เจ็ดขวบมารดาก็มีสามีใหม่ด้วยหวังจะได้ช่วยทำมาหากิน แต่นั่นก็แค่ในช่วงแรกๆ หลังจากนั้นพ่อเลี้ยงของเธอเริ่มออกลายเป็นผีพนันขี้เมาและมักรีดไถเงินเธอกับแม่เป็นประจำ แม่ก็ยอมบ้างไม่ยอมบ้าง ไล่ก็ไม่ไป พอเด็กน้อยเริ่มโตเป็นสาวพ่อเลี้ยงก็เริ่มออกลายจะเคลมลูกเลี้ยง แต่แม่ไม่เคยปล่อยเธอให้อยู่คนเดียวสักครั้ง และแม่มักมีอาวุธติดตัวอยู่เสมอๆ ไว้ป้องกันตัวทั้งเคยขู่ทั้งไล่ตีสารพัดเธอจึงรอดมาได้จนถึงวันที่...เผาแม่นั่นแหละ

หญิงสาวโอบกอดโกศบรรจุอัฐิมารดาที่ป้าศรีเก็บไว้ให้แน่น สะอื้นตัวโยนเมื่อนึกถึงว่าต่อไปนี้...ไม่มีแม่อีกแล้ว...ไม่มีอีกแล้วอ้อมกอดแสนอบอุ่นที่กันหนาวกันภัยให้เธอตลอดมา

‘แม่จ๋า น้ำหวานคิดถึงแม่’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กรงรักทัณฑ์เสน่หา   เส้นทางที่เปลี่ยนไป ตอนที่ 2

    ดอกบัวตูมคู่งามตระหง่านอยู่ต่อหน้า ณกรถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ภายใต้บราสีขาวที่โอบอุ้มความเป็นสาวสะพรั่งเอาไว้ทำให้เขาแทบคุมสติไม่อยู่แม้สาวเจ้าจะออกอาการปกป้องตัวเองโดยการใช้มือปัดสะเปะสะปะก็ตามที จมูกโด่งคมสันถูกกดฝังระหว่างสองเต้าอย่างหนักหน่วงก่อนจะใช้ลิ้นไล้เลียทีละข้าง บราเจ้าปัญหาเริ่มน่ารำคาญในสายตาทันทีมันจึงถูกดึงทิ้งไปอย่างไม่แยแสเจ้าของ ยิ่งเผยให้เห็นปทุมสองช่อที่ผลิบานโดยมีเม็ดยอดสีหวานแข็งเป็นไตประดับอยู่ มธุรสรีบเอามือปิดทันที“คุณณกร...อย่าค่ะ ฮือๆๆ ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำน้ำหวานเลย”“อย่าปิดน้ำหวาน...ฉันกำลังจะโปรดเธอ ไม่มีอะไรน่ากลัว ไม่ต้องร้อง เอามือออกคนดี ฉันสัญญาจะไม่ทำอะไรไปมากกว่าจูบ” เสียงแหบพร่าออกคำสั่งแต่ไม่ได้รอให้เจ้าตัวปฏิบัติ มือหนาแกะมือเรียวขาวผ่องนั้นออกเสียเอง“สวยเหลือเกิน สาวน้อย...” สิ้นเสียง มธุรสก็รับรู้ถึงความเปียกชื้นที่ชายหนุ่มส่งมอบจากปลายลิ้นสู่ยอดถันซึ่งชูช่อเหมือนรอคอยการเด็ดดมจากเขา มือสองข้างเคล้าคลึงบีบเคล้นไปตามอารมณ์ข้างหนึ่งในขณะที่อีกข้างถูกครอบครองโดยปาก เขาดื่มกินเหมือนมันอร่อยเสียเหลือเกินสลับจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้ายซ้ำๆ กั

  • กรงรักทัณฑ์เสน่หา   เส้นทางที่เปลี่ยนไป ตอนที่ 1

    เช้าวันนี้ที่บ้านหลังใหม่ของมธุรสดูสดชื่นที่สุดนับตั้งแต่มารดาเสียชีวิต เธอช่วยป้าศรีทำงานบ้านทุกอย่างไม่เคยเกี่ยงงอน จนเป็นที่เอ็นดูของคนในบ้าน สามวันแล้วกับการดำเนินชีวิตในบ้านหลังนี้และนับจากวันที่เหยียบย่างเข้ามาเธอเองก็ไม่เห็นใครอื่นนอกจากผู้เฒ่าสองคนแม้แต่คนที่มีบุญคุณกับเธอ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถก็มักตั้งความหวังว่าจะเป็นเขา แต่ก็ต้องผิดหวังทุกครั้งไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากเจอเขาหนักหนา รู้เพียงแต่คิดถึงเขา...คิดถึงตอนที่อยู่กับเขาเธอ ก็ร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า“นี่เจ้าณกรมันยังไม่โผล่มาอีกเหรอหลายวันแล้วนะ หทัยไม่อยู่สักคนมันจะกินอยู่อย่างไรล่ะเนี่ย” เสียงของชายชราเอ่ยขึ้นขณะรับประทานอาหารเช้าซึ่งนางศรีเป็นคนดูแลความสะดวกให้ ด้วยตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านกันเลยทำให้สองตายายเงียบเหงาไปไม่น้อย ยังดีที่ได้มธุรสมาคอยอ่านหนังสือให้ฟัง และคอยบีบนวดชวนพูดคุยบ้างพอได้คลายเหงา แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยถึงหลานชายบุญธรรมที่หายหน้าหายตาไปเกือบๆ อาทิตย์แล้วเห็นจะได้ วันที่มาส่งมธุรสก็ไม่ได้เข้ามา ปกติแล้วนางศรีและดวงหทัยจะคอยดูแลเรื่องกับข้าวกับปลาให้บ้าง แต่ด้วยไม่มีใครอยู่บ้านนางศ

  • กรงรักทัณฑ์เสน่หา   ชิดใกล้ ตอนที่ 2

    ตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มบอกว่าจะพาเธอไปหาป้าศรีเพื่อนของแม่เธอ ซึ่งก็คือไปบ้านเขานั่นเอง ณกรไม่ได้พูดจากับเพื่อนร่วมทางแม้แต่คำเดียว ซึ่งก็สร้างความอึดอัดให้มธุรสไม่น้อย เธอไม่รู้ว่าขากำลังคิดอะไรอยู่หลังจากที่ช่วยเหลือเธอไว้ หลังจากที่...เธอกับเขานอนกอดก่ายกันอยู่สองคืน และเขาเห็นเธอในฉบับที่เรียกว่าทุกซอกทุกมุม มันไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่เพิ่งจะเสียแม่ไปใช่ไหม ถึงจะเป็นสถานการณ์จำเป็นก็เถอะ แถมเขาก็ไม่พูดถึงเรื่องนั้นเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป ต่างกับเธอที่แทบจะมองหน้าเขาไม่ติดเธอกับเขาเพิ่งพบกันแท้ๆ กลับยอมให้เขาสำรวจเรือนกายเสียหมดเปลือกถึงจะป่วยแต่เธอก็ไม่ควรจะปล่อยตัวขนาดนั้น คิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล หมดกันร่างกายของเธอที่ควรหวงแหนไม่ได้เป็นความลับกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว สายตาที่มีน้ำตาคลอหน่วยมองออกไปนอกกระจกด้านข้างเพื่อปกปิดความอ่อนแอ ซ่อนความอับอายและหลบหน้าผู้ชายข้างตัว ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจ “ฉันขอโทษ” จู่ๆ ณกรก็โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงหนักหน่วง มธุรสมอ

  • กรงรักทัณฑ์เสน่หา   ชิดใกล้ ตอนที่ 1

    ณกรขับรถตรงไปยังเป้าหมายอย่างรีบร้อน หงุดหงิดและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องใส่ใจสาวน้อยคนนั้นนักทั้งที่ไม่มีความจำเป็นสักนิดและไม่ใช่วิสัยของเขาด้วยที่จะใส่ใจผู้หญิงคนไหนมากไปกว่างาน หรือเป็นเพราะเรือนร่างบอบบางแต่ซ่อนรูปนั้นและร่างกายเปลือยเปล่าแสนนุ่มนิ่มที่อยู่ในอ้อมกอดเขาเมื่อคืนกันหนอ ที่สะกดเขาให้คิดถึงแต่ความเป็นไปของเธอจนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรมัวแต่คอยพะวงว่าสาวเจ้าจะเป็นอันตรายคงไม่ใช่หรอกมั้ง...แค่ไหนๆ ช่วยแล้วก็อยากจะช่วยให้ถึงที่สุด อย่างน้อยจนกว่าเธอจะพบป้าศรีไม่มานอนเป็นไข้ตายอยู่ที่บ้านเขาก็เท่านั้นเอง ชายหนุ่มยิ้มหยันมุมปากเมื่อคิดได้อย่างนั้น หวังแต่เพียงว่าคืนนี้แม่กระต่ายตัวน้อยจะไม่สร้างความยุ่งยากทางกายและทางใจให้เขาอีกเป็นพอ ไม่อย่างนั้นคงรับประกันไม่ได้ว่าเขาจะควบคุมตัวเองได้ดีเป็นครั้งที่สองรึเปล่าตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว มธุรสยังคงสาละวนกับการทำอาหาร อย่างน้อยเธอก็ควรทำอะไรตอบแทนชายหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอไว้ ของสดในตู้เย็นถูกรื้อมาแปรสภาพเป็นอาหารน่ารับประทานสองสามอย่าง ดูท่าแล้วเขาคงไม่ค่อยได้ทำอาหารนักหรือไม่ได้ทำเลย ดูได้จากของสดในตู้เย็นที่มีไม่มากนักและทำท่าจะไม่

  • กรงรักทัณฑ์เสน่หา   ชิดใกล้ ตอนที่ 2

    เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้วร่างใหญ่ยังนั่งพิงเก้าอี้หวายอยู่ริมระเบียงหลังจากส่งหมอกลับ เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมธุรสมีอาการเพ้อตลอด ตัวร้อนจัด เขาต้องเช็ดตัวให้หลายรอบจนเกือบเช้ากว่าอาการจะทุเลาแต่เธอก็ไม่รู้สึกตัวสักทีรอจนเที่ยงชายหนุ่มจึงตัดสินใจโทร. ตามหมอที่ดูแลคนในปกครองของเขาทั้งหมดผลก็คือเธอเป็นไข้หนักเพราะอาการอักเสบจากบาดแผล แถมร่างกายยังอ่อนแอมาก หมอฉีดยาให้เธอและบอกให้เขาดูแลอย่างใกล้ชิดถ้าอาการหนักกว่านี้ก็ต้องส่งโรงพยาบาล“ชิ...หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ เลยเรา” เขาไม่ได้ดีใจนักกับการต้องอยู่บ้านเฉยๆ เพราะนั่นหมายถึงงานในสวนเขาจะล่าช้าไปอีกหนึ่งวัน มือหนาเสยผมดกดำอย่างหัวเสีย เขาโทร.ไปหามารดาแต่เช้าเพื่อปรึกษาเรื่องของเด็กสาวและหวังให้ช่วยรับช่วงต่อแต่ปรากฏว่าพ่อกับแม่เขาไปทำธุระต่างจังหวัดแบบกะทันหันแถมยังโดนว่าที่เมื่อคืนไม่ยอมโทร.หาซะงั้น ดวงหทัยก็ตกใจไม่น้อยเมื่อทราบข่าวแต่เมื่ออยู่ระหว่างเดินทางก็ทำอะไรไม่ได้ ป้าศรีแม่บ้านที่รู้จักกับเด็กสาวก็ยังไม่กลับและเขาก็ไม่รู้ว่าเธอจะทราบเรื่องหรือยังจะให้คนอื่นมาดูแลก็มีแต่ผู้ชาย จะทิ้งไปก็กลัวเธอจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้ ณกรไม่เ

  • กรงรักทัณฑ์เสน่หา   ชิดใกล้ ตอนที่ 1

    สาวน้อยที่นอนคว่ำกับที่นอนในชุดล่อแหลมที่เป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าของเขาตัวสั่นงกไม่รู้เพราะกลัวเขาหรือเจ็บแผล มือทั้งสองข้างงอข้อศอกแนบกับลำตัวแต่กำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เมื่อเขาหยิบหลอดยาและค่อยๆ ทาเบาๆ เริ่มจากบริเวณใต้น่อง ปัญหาใหญ่ของณกรตอนนี้ก็คือผิวขาวนวลที่ช่างยั่วใจเขาเหลือเกิน ผิวเรียบลื่นที่เขากำลังสัมผัสมันนุ่มนิ่มผุดผ่อง...ชายเสื้อถูกถกขึ้นไปเรื่อยๆ ตามแผลที่มีหลายแผล เธอคงเจ็บไม่ใช่น้อย น่าสงสารนักแม่กระต่ายตื่นตูมและแล้วณกรก็ต้องมีอาการที่เรียกว่าตกตะลึงกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วเอื๊อกเล่าเมื่อชายเสื้อถูกถลกขึ้นเหนือแผ่นหลังขาวเนียนแม้บาดแผลจากการถูกตีจะน่าตระหนกแต่ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ บั้นท้ายกลมกลึงของสาวแรกรุ่นที่ขาวปานน้ำนมแม้มีรอยฟกช้ำห้อเลือดให้ต้องมัวหมองไปบ้างแต่ความงามนั้นไม่ได้ลดไปเลยเธอเป็นสาวแรกแย้มที่มีเรือนร่างงามไม่มีที่ติ สะโพกผายกลมกลึงเอวคอดกิ่ว แม้เสื้อจะปกปิดเรือนกายด้านหน้าอยู่แต่ให้เดาเขาคิดว่ามันคงงดงามไม่แพ้กัน นั่นเรียกร้องอารมณ์ดิบในกายเขาได้เป็นอย่างดี แต่เขาคิดจะทำมิดีมิร้ายกับสาวน้อยวัยสิบแปด ที่เพิ่งจะสูญเสียมารดาและถูกพ่อเลี้ยงทารุณกรรมมาอย่างนั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status