Masukเช้าวันนี้ที่บ้านหลังใหม่ของมธุรสดูสดชื่นที่สุดนับตั้งแต่มารดาเสียชีวิต เธอช่วยป้าศรีทำงานบ้านทุกอย่างไม่เคยเกี่ยงงอน จนเป็นที่เอ็นดูของคนในบ้าน สามวันแล้วกับการดำเนินชีวิตในบ้านหลังนี้และนับจากวันที่เหยียบย่างเข้ามาเธอเองก็ไม่เห็นใครอื่นนอกจากผู้เฒ่าสองคนแม้แต่คนที่มีบุญคุณกับเธอ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถก็มักตั้งความหวังว่าจะเป็นเขา แต่ก็ต้องผิดหวังทุกครั้งไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากเจอเขาหนักหนา รู้เพียงแต่คิดถึงเขา...คิดถึงตอนที่อยู่กับเขาเธอ ก็ร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า
“นี่เจ้าณกรมันยังไม่โผล่มาอีกเหรอหลายวันแล้วนะ หทัยไม่อยู่สักคนมันจะกินอยู่อย่างไรล่ะเนี่ย” เสียงของชายชราเอ่ยขึ้นขณะรับประทานอาหารเช้าซึ่งนางศรีเป็นคนดูแลความสะดวกให้ ด้วยตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านกันเลยทำให้สองตายายเงียบเหงาไปไม่น้อย ยังดีที่ได้มธุรสมาคอยอ่านหนังสือให้ฟัง และคอยบีบนวดชวนพูดคุยบ้างพอได้คลายเหงา แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยถึงหลานชายบุญธรรมที่หายหน้าหายตาไปเกือบๆ อาทิตย์แล้วเห็นจะได้ วันที่มาส่งมธุรสก็ไม่ได้เข้ามา ปกติแล้วนางศรีและดวงหทัยจะคอยดูแลเรื่องกับข้าวกับปลาให้บ้าง แต่ด้วยไม่มีใครอยู่บ้านนางศรีก็ต้องดูแลสองตายายอย่างใกล้ชิด ณกรจึงไม่มีคนส่งข้าวส่งน้ำเหมือนอย่างเคย “ก็คงกินกับคนงานในไร่นั่นแหละค่ะ...คุณณกรเธอกินอยู่ง่ายคงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” นางศรีตอบไปตามความคิด
“กินแต่อาหารพวกนั้นคงเบื่อ...เดี๋ยวแม่ศรีก็ทำกับข้าวสักสองสามอย่างไปให้หน่อยก็แล้วกันนะสงสารมัน เจ้าคนนี้ทำแต่งาน วันๆ ไม่ได้สนใจตัวเองหรอก อ้อ...พวกของบำรุงร่างกายอะไรนั่นก็ช่วยจัดไปให้ด้วยก็ดี ฝากบอกว่ามาหาตากับยายบ้าง คนแก่มันเหงา” หญิงชราพูดขึ้นบ้าง ด้วยนึกขึ้นได้ว่าดวงหทัยไม่อยู่สักคนหลานคนนี้ของเธอคงกินอยู่ลำบากไม่น้อยเพราะไม่มีคนคอยจัดการให้ คงมัวแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำนั่นเอง ยิ่งตอนนี้หลานชายคนโตก็ไม่อยู่ด้วยภาระหน้าที่ทุกอย่างจึงตกอยู่ที่ณกรคนเดียว นางจึงเริ่มจะเป็นห่วงขึ้นมา
“เดี๋ยวให้ตาพวงเอาไปให้ก็แล้วกันค่ะคุณท่าน อิฉันจะทำไว้ให้ วันนี้ต้องไปจ่ายตลาดค่ะของหมดเกือบทุกอย่างเลยคงไปด้วยไม่ได้หรอกค่ะ” นางศรีที่กำลังสาละวนกับการเตรียมอาหารบนโต๊ะบอกเสียงเรียบ
“ได้อย่างไรกัน...ตาพวงจะไปรู้อะไรเล่าอย่างดีก็คงได้แต่ส่งปิ่นโตให้แล้วก็เลี้ยวหัวกลับบ้าน ฉันไม่ได้ให้ส่งข้าวส่งน้ำอย่างเดียวนะ ว่าจะให้แวะไปดูบ้านช่องมันด้วย ป่านนี้คงเป็นรังหนูแทนที่จะเป็นรัง ณกรไปแล้วล่ะ”
“งั้นให้น้ำหวานไปก็ได้ค่ะ แล้วเย็นๆ ค่อยให้ตาพวงไปรับ ให้น้ำหวานไปซื้อของคงไม่ได้เรื่องค่ะ รายนั้นยังไม่เคยไป” นางศรีเสนอ
“อืม...เอาไงก็เอากัน” หญิงชรากล่าวก่อนจะหันมาสนใจข้าวต้มตรงหน้าต่อ
เมื่อนางศรีมาบอกให้นำกับข้าวไปให้กับณกรและอยู่ทำความสะอาดบ้านให้เขาด้วยเพราะตนเองไม่ว่าง มธุรสตื่นเต้นราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นแรก เธอจะต้องกลับไปบ้านหลังที่เจ้าของบ้านเคยฝากความหลังอันร้อนรุ่มไว้ให้เธอ แล้วถ้าเธอเจอเขาล่ะ...จะทำหน้าอย่างไรดี จะกล้ามองหน้าเขาไหมเนี่ยยิ่งต้องไปตามลำพังด้วยแล้ว...โอย! อาย เมื่อนายพวงกับนางศรีมาส่งมธุรสที่บ้านสวนทั้งสองก็กลับไปเพื่อไปซื้อของเข้าบ้านต่อ นางศรีบอกกับเธอว่าเย็นๆ จะให้นายพวงแวะมารับอีกที มธุรสเงยหน้ามองบนตัวบ้านที่เธอเคยมาพักอาศัยคืนที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นว่าเจ้าของบ้านคงออกไปทำงานแล้วเพราะตอนนี้ก็เกือบๆ จะสิบโมงเห็นจะได้ จึงเดินขึ้นบันได และนำกุญแจที่นางศรีให้ไขเข้าไปข้างในนำของต่างๆ ที่หอบหิ้วมาไปจัดการทันทีเพื่อไม่ให้มีเวลาคิดเรื่อยเปื่อย
มธุรสทำกับข้าวเพิ่มอีกสองสามอย่าง จากนั้นจึงจัดการปัดกวาดเช็ดถูในบ้านซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนักเพราะไม่ได้สกปรกมากมายอะไร เพียงแต่คนอาศัยไม่ค่อยมีเวลามาสนใจเท่านั้นเอง ตอนเที่ยงเขาไม่ได้กลับมาดั่งที่เธอแอบหวัง และคิดว่าเขาคงกลับมาหลังจากเธอกลับไปแล้ว
มธุรสเดินเข้ามาในห้องนอนเขาที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วเดินไปที่เตียงอย่างถือวิสาสะด้วยอาการเหม่อลอย ร่างบางคุกเข่าใกล้ๆ กับเตียงนอนหลังใหญ่สะอาดตาด้วยฝีมือของเธอ วงหน้ารูปไข่แนบลงไปบนที่นอน มือเรียวลูบไล้อย่างแผ่วเบาเตียงที่เธอเคยนอนเคียงคู่ในอ้อมกอดเขาถึงสองคืนด้วยกัน
ผู้ชายเขาจะคิดเหมือนกับผู้หญิงหรือเปล่าเธอไม่รู้ คืนที่เขากกกอดเธอไว้เพราะไม่อยากให้เธอตายเท่านั้น แต่สำหรับเธอแล้วตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้หัวใจมันยังสั่นไม่หายทุกครั้งที่นึกถึง ร่างน้อยค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้างก่อนจะเอนตัวลงนอนตะแคงแนบวงหน้ากับหมอนใบใหญ่ที่มีกลิ่นกายกรุ่นของบุรุษที่เธอคะนึงหาอยู่ ริมฝีปากเหยียดยิ้มเมื่อยามหลับตาแล้วนึกว่าเหมือนมีเขานอนอยู่ใกล้ๆ
แสงแดดในยามเย็นทอแสงให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มอมแดง วันนี้ทั้งวันณกรวุ่นอยู่กับการทำโน่นทำนี่ทั้งวัน ไหนจะลำไยที่เป็นเชื้อรา ไหนน้ำเริ่มจะไม่พอในการนำมารดต้นไม้ ไหนจะแม่ม้าในคอกตกลูก ซึ่งทั้งเขาและลูกน้องต่างลุ้นเป็นกำลังใจให้สร้อยทองแม่ม้าพันธุ์ดีตัวโปรดของเขาและก็ไม่ผิดหวังเมื่อปรากฏว่ามันได้ลูกชาย เอ๊ย! ลูกเป็นตัวผู้ ทั้งๆ ที่นายพวงคนขับรถที่บ้านโทร.มารายงานแทนสองตายายแล้วว่าวันนี้มธุรสอยู่ที่บ้านเขาเพื่อทำความสะอาดบ้านและสองตายายฝากความคิดถึงพร้อมกับของต่างๆ มาให้ แต่เขาก็ยังไม่ได้โผล่ไปเลยจนเย็นเหมือนทุกๆ วัน
ณกรรู้สึกผิดนิดๆ ที่หลายวันมานี้เขาไม่ได้แวะไปบ้านใหญ่เลยเพราะมัวแต่ทำงานจนไม่รู้เวล่ำเวลากลับถึงบ้านก็นอนหลับเป็นตาย ท่านทั้งสองคงเหงาเพราะที่บ้านตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่ เขาจึงบอกกับนายพวงว่าค่ำนี้จะแวะเข้าไปและจะรับมธุรสไปพร้อมกันเลยทีเดียวจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมากันหลายเที่ยว
ณกรไม่ได้แปลกใจที่บ้านไม่ได้ล็อกเพราะรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวมาทำความสะอาดให้ แต่เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปก็พบแต่ความเงียบงันไร้วี่แววของสาวน้อย ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักสองเท้าสาวไปยังห้องนอนของตนเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ
เพียงแค่ประตูเปิดออกเขาก็รู้คำตอบแล้วว่าแม่บ้านจำเป็นหายไปไหน แม่กระต่ายตื่นตูมขี้เซาแอบอู้งานมานอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องเขานี่เอง ชายหนุ่มเดินไปนั่งบนเตียงใกล้ๆ กับร่างน้อย นิ้วเรียวเกลี่ยผมที่ปลิวปรกใบหน้าเผยให้เห็นใบหน้านวลแสนจิ้มลิ้ม หญิงสาวขยับตัวอย่างรำคาญเมื่อถูกกวน โดยไม่รู้ว่าตัวเองงานเข้าเสียแล้ว นั่นเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนแกล้ง
ชายหนุ่มเองแทบจะไม่รู้ตัว มือหนาสองข้างก็คร่อมร่างระหงเสียแล้วและเมื่อได้พินิจดวงหน้านวลนั้นณกรก็เผลอตัวก้มลงสูดดมความหอมจากพวกแก้มนุ่ม เป็นผลให้คนถูกขโมยหอมแก้มรู้สึกตัวทันที ด้วยความตกใจมธุรสที่รับรู้ถึงการถูกรุกรานจึงรีบผลักอกชายหนุ่มสุดแรงแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างหนาเหมือนยักษ์ปักหลั่นไม่ได้ขยับสักนิด เธอยังคงตกอยู่ในวงแขนที่เจ้าของส่งยิ้มยียวนมาให้
“ทำอะไรคะ ปล่อยฉันนะคะ คุณณกร...” หญิงสาวพยายามเอามือค้ำหน้าอกเขาไว้แล้วหลบหน้าด้วยความเขินอายกับความใกล้ชิดแบบไม่ได้ตั้งตัว
“มานอนรอฉันไม่ใช่หรือ...แล้วให้ปล่อยทำไม”
“เปล่า...เปล่านะคะคุณเข้าผิดแล้วค่ะ ฉัน...เอ่อน้ำหวานทำความสะอาดแล้ว...แล้วเผลอหลับไปเท่านั้นค่ะ ไม่ได้ทำอย่างที่คุณว่านะคะ” ถึงจะรอเขาจริงแต่เธอไม่คิดจะให้เขาทำอะไรเธออย่างนี้สักหน่อย มธุรสยังคงดิ้นเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ
“งั้น...ไม่คิดจะตอบแทนอะไรฉันหน่อยเหรอ?” คนเป็นต่อขออย่างเห็นแก่ตัวหน้าตาเฉย ยิ่งเห็นแววตาตื่นๆ ของแม่สาวตัวน้อยเขาก็อยากแกล้งขึ้นมาครามครัน ก็ใครใช้ให้แอบมานอนอู้ในห้องเขาล่ะ
“ตอบแทน...ตอบแทนอะไรคะ”
“ก็ตอบแทนที่ฉันช่วยชีวิตเธอไงล่ะ โดยการ...ตามใจฉันได้ไหม?” ท้ายประโยคเอ่ยเสียงพร่า จมูกได้รูปของชายหนุ่มตอนนี้เกือบๆ จะชนแก้มสาวอยู่รำไร
“คุณ...อย่านะคะมันไม่เหมาะถ้าคุณอยากให้ตอบแทน น้ำหวานจะมาทำความสะอาดบ้านให้บ่อยๆ ทำอาหารให้ด้วยค่ะ นะคะ ปล่อยน้ำหวานไปเถอะค่ะ เดี๋ยวลุงพวงก็มารับแล้วค่ะ” หญิงสาวยังคงใช้สองมือค้ำระหว่างเธอกับเขาไว้ ใบหน้านวลอายจนแก้มเป็นสีชมพูระเรื่อเบี่ยงหนีลมหายใจจากจมูกโด่งที่กำลังประชิดแก้ม
“งานที่เธอว่ามีคนทำเยอะแยะ แล้วตาพวงก็ไม่มารับหรอก” น้ำเสียงแหบพร่าบ่งบอกว่าเขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเห็นความเขินอายของสาวน้อยวัยกำดัด อีกทั้งตอนนี้ในหัวเขามีเพียงเรือนกายที่เปลือยเปล่ายามเขาดูแลในคืนนั้น มันเรียกอารมณ์ดิบเถื่อนที่หลับใหลในกายได้ดีนักเมื่อเจ้าของเรือนกายในความคิดอยู่ในวงแขน
“อยู่เฉยๆ แล้วจะดีเองเชื่อฉัน ตาพวงไม่มาเพราะฉันจะไปส่ง” เขาตอบคำถามจากสายตาของหญิงสาวที่ทำหน้าสงสัยปนตระหนก แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางจะได้ปริภาษใดๆ ก็ถูกฉกจูบจากคนตัวใหญ่เสียก่อน สองแขนที่คร่อมตัวเธอขยับโอบรัดแนบแน่นยิ่งขึ้น มธุรสตกใจแทบสิ้นสติไม่นึกว่าณกรจะทำกับเธอย่างนี้ แต่จะให้โต้แย้งอย่างไร เมื่อเธอกระดุกกระดิกไม่ได้เลย ลิ้นหนาเริ่มทำงานเมื่อสาวเจ้านิ่งงัน ชายหนุ่มปาดไล้ไปตามริมฝีปากบาง มือขวาสอดเข้าใต้ฐานคอเป็นการบังคับไม่ให้เธอหนีริมฝีปากและเรียวลิ้นฉ่ำของเขาไปได้ ชายหนุ่มดูดดื่มกับความหวานนั้นก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากกวาดฉกไปทั่วจากอ่อนโยนในตอนแรกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออารมณ์เริ่มกระเจิดกระเจิง
ชายหนุ่มดึงพันลิ้นเล็กอย่างดูดดื่ม จากที่คิดแกล้งกลายเป็นยิ่งเลยเถิด เขาดูดเม้มริมฝีปากเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างเมามัน ส่งเสียงครางในลำคออย่างพอใจก่อนจะระลงมายังซอกคอระหง ลิ้นหนาเริ่มกับพื้นที่ทำงานใหม่เลียไล้อย่างเพลิดเพลิน
“อืม...ยะ...อย่าค่ะ อย่าทำน้ำหวานเลยนะคะ” เมื่อปากบางเป็นอิสระมธุรสก็อุทธรณ์เขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เธอแทบจะทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่เคยได้ใกล้ชิดผู้ชายคนไหนในลักษณะแบบนี้มาก่อนเลยคงมีแต่เขาที่ถึงเนื้อถึงตัวกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เสียงหวานปนสะอื้นด้วยความตกใจที่เล็ดลอดออกมาจากปากบางเป็นระยะหาได้นำพาต่ออารมณ์เตลิดเปิดเปิงของณกรไม่ กลิ่นกายสาวนั้นยั่วยวนเขาเกินกว่าจะทนไหวเสียแล้วยามนี้
ทั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองแต่เขาก็ไม่มีเวลาหาคำตอบมากนัก ใบหน้าเข้มซอกซอนหาความหอมหวานมาตลอดทางที่ผ่านจนมาถึงหน้าอกหน้าใจอันไม่สมตัวกับร่างบาง ณกรถึงกับครางฮือในลำคอ ใบหน้าฟอนเฟ้นดุนดันโดยใช้สองมือประคองผ่านเสื้อยืดตัวบาง ปากหนากัดหยอกเอินพุ่มปทุมถันก่อนจะถอดเสื้อยืดของเจ้าหล่อนออกด้วยความทุลักทุเลเพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของร่าง
ดอกบัวตูมคู่งามตระหง่านอยู่ต่อหน้า ณกรถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ภายใต้บราสีขาวที่โอบอุ้มความเป็นสาวสะพรั่งเอาไว้ทำให้เขาแทบคุมสติไม่อยู่แม้สาวเจ้าจะออกอาการปกป้องตัวเองโดยการใช้มือปัดสะเปะสะปะก็ตามที จมูกโด่งคมสันถูกกดฝังระหว่างสองเต้าอย่างหนักหน่วงก่อนจะใช้ลิ้นไล้เลียทีละข้าง บราเจ้าปัญหาเริ่มน่ารำคาญในสายตาทันทีมันจึงถูกดึงทิ้งไปอย่างไม่แยแสเจ้าของ ยิ่งเผยให้เห็นปทุมสองช่อที่ผลิบานโดยมีเม็ดยอดสีหวานแข็งเป็นไตประดับอยู่ มธุรสรีบเอามือปิดทันที“คุณณกร...อย่าค่ะ ฮือๆๆ ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำน้ำหวานเลย”“อย่าปิดน้ำหวาน...ฉันกำลังจะโปรดเธอ ไม่มีอะไรน่ากลัว ไม่ต้องร้อง เอามือออกคนดี ฉันสัญญาจะไม่ทำอะไรไปมากกว่าจูบ” เสียงแหบพร่าออกคำสั่งแต่ไม่ได้รอให้เจ้าตัวปฏิบัติ มือหนาแกะมือเรียวขาวผ่องนั้นออกเสียเอง“สวยเหลือเกิน สาวน้อย...” สิ้นเสียง มธุรสก็รับรู้ถึงความเปียกชื้นที่ชายหนุ่มส่งมอบจากปลายลิ้นสู่ยอดถันซึ่งชูช่อเหมือนรอคอยการเด็ดดมจากเขา มือสองข้างเคล้าคลึงบีบเคล้นไปตามอารมณ์ข้างหนึ่งในขณะที่อีกข้างถูกครอบครองโดยปาก เขาดื่มกินเหมือนมันอร่อยเสียเหลือเกินสลับจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้ายซ้ำๆ กั
เช้าวันนี้ที่บ้านหลังใหม่ของมธุรสดูสดชื่นที่สุดนับตั้งแต่มารดาเสียชีวิต เธอช่วยป้าศรีทำงานบ้านทุกอย่างไม่เคยเกี่ยงงอน จนเป็นที่เอ็นดูของคนในบ้าน สามวันแล้วกับการดำเนินชีวิตในบ้านหลังนี้และนับจากวันที่เหยียบย่างเข้ามาเธอเองก็ไม่เห็นใครอื่นนอกจากผู้เฒ่าสองคนแม้แต่คนที่มีบุญคุณกับเธอ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถก็มักตั้งความหวังว่าจะเป็นเขา แต่ก็ต้องผิดหวังทุกครั้งไป เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากเจอเขาหนักหนา รู้เพียงแต่คิดถึงเขา...คิดถึงตอนที่อยู่กับเขาเธอ ก็ร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า“นี่เจ้าณกรมันยังไม่โผล่มาอีกเหรอหลายวันแล้วนะ หทัยไม่อยู่สักคนมันจะกินอยู่อย่างไรล่ะเนี่ย” เสียงของชายชราเอ่ยขึ้นขณะรับประทานอาหารเช้าซึ่งนางศรีเป็นคนดูแลความสะดวกให้ ด้วยตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้านกันเลยทำให้สองตายายเงียบเหงาไปไม่น้อย ยังดีที่ได้มธุรสมาคอยอ่านหนังสือให้ฟัง และคอยบีบนวดชวนพูดคุยบ้างพอได้คลายเหงา แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยถึงหลานชายบุญธรรมที่หายหน้าหายตาไปเกือบๆ อาทิตย์แล้วเห็นจะได้ วันที่มาส่งมธุรสก็ไม่ได้เข้ามา ปกติแล้วนางศรีและดวงหทัยจะคอยดูแลเรื่องกับข้าวกับปลาให้บ้าง แต่ด้วยไม่มีใครอยู่บ้านนางศ
ตลอดเส้นทางที่ชายหนุ่มบอกว่าจะพาเธอไปหาป้าศรีเพื่อนของแม่เธอ ซึ่งก็คือไปบ้านเขานั่นเอง ณกรไม่ได้พูดจากับเพื่อนร่วมทางแม้แต่คำเดียว ซึ่งก็สร้างความอึดอัดให้มธุรสไม่น้อย เธอไม่รู้ว่าขากำลังคิดอะไรอยู่หลังจากที่ช่วยเหลือเธอไว้ หลังจากที่...เธอกับเขานอนกอดก่ายกันอยู่สองคืน และเขาเห็นเธอในฉบับที่เรียกว่าทุกซอกทุกมุม มันไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่เพิ่งจะเสียแม่ไปใช่ไหม ถึงจะเป็นสถานการณ์จำเป็นก็เถอะ แถมเขาก็ไม่พูดถึงเรื่องนั้นเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป ต่างกับเธอที่แทบจะมองหน้าเขาไม่ติดเธอกับเขาเพิ่งพบกันแท้ๆ กลับยอมให้เขาสำรวจเรือนกายเสียหมดเปลือกถึงจะป่วยแต่เธอก็ไม่ควรจะปล่อยตัวขนาดนั้น คิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหล หมดกันร่างกายของเธอที่ควรหวงแหนไม่ได้เป็นความลับกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว สายตาที่มีน้ำตาคลอหน่วยมองออกไปนอกกระจกด้านข้างเพื่อปกปิดความอ่อนแอ ซ่อนความอับอายและหลบหน้าผู้ชายข้างตัว ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจ “ฉันขอโทษ” จู่ๆ ณกรก็โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงหนักหน่วง มธุรสมอ
ณกรขับรถตรงไปยังเป้าหมายอย่างรีบร้อน หงุดหงิดและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องใส่ใจสาวน้อยคนนั้นนักทั้งที่ไม่มีความจำเป็นสักนิดและไม่ใช่วิสัยของเขาด้วยที่จะใส่ใจผู้หญิงคนไหนมากไปกว่างาน หรือเป็นเพราะเรือนร่างบอบบางแต่ซ่อนรูปนั้นและร่างกายเปลือยเปล่าแสนนุ่มนิ่มที่อยู่ในอ้อมกอดเขาเมื่อคืนกันหนอ ที่สะกดเขาให้คิดถึงแต่ความเป็นไปของเธอจนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรมัวแต่คอยพะวงว่าสาวเจ้าจะเป็นอันตรายคงไม่ใช่หรอกมั้ง...แค่ไหนๆ ช่วยแล้วก็อยากจะช่วยให้ถึงที่สุด อย่างน้อยจนกว่าเธอจะพบป้าศรีไม่มานอนเป็นไข้ตายอยู่ที่บ้านเขาก็เท่านั้นเอง ชายหนุ่มยิ้มหยันมุมปากเมื่อคิดได้อย่างนั้น หวังแต่เพียงว่าคืนนี้แม่กระต่ายตัวน้อยจะไม่สร้างความยุ่งยากทางกายและทางใจให้เขาอีกเป็นพอ ไม่อย่างนั้นคงรับประกันไม่ได้ว่าเขาจะควบคุมตัวเองได้ดีเป็นครั้งที่สองรึเปล่าตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว มธุรสยังคงสาละวนกับการทำอาหาร อย่างน้อยเธอก็ควรทำอะไรตอบแทนชายหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอไว้ ของสดในตู้เย็นถูกรื้อมาแปรสภาพเป็นอาหารน่ารับประทานสองสามอย่าง ดูท่าแล้วเขาคงไม่ค่อยได้ทำอาหารนักหรือไม่ได้ทำเลย ดูได้จากของสดในตู้เย็นที่มีไม่มากนักและทำท่าจะไม่
เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้วร่างใหญ่ยังนั่งพิงเก้าอี้หวายอยู่ริมระเบียงหลังจากส่งหมอกลับ เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมธุรสมีอาการเพ้อตลอด ตัวร้อนจัด เขาต้องเช็ดตัวให้หลายรอบจนเกือบเช้ากว่าอาการจะทุเลาแต่เธอก็ไม่รู้สึกตัวสักทีรอจนเที่ยงชายหนุ่มจึงตัดสินใจโทร. ตามหมอที่ดูแลคนในปกครองของเขาทั้งหมดผลก็คือเธอเป็นไข้หนักเพราะอาการอักเสบจากบาดแผล แถมร่างกายยังอ่อนแอมาก หมอฉีดยาให้เธอและบอกให้เขาดูแลอย่างใกล้ชิดถ้าอาการหนักกว่านี้ก็ต้องส่งโรงพยาบาล“ชิ...หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ เลยเรา” เขาไม่ได้ดีใจนักกับการต้องอยู่บ้านเฉยๆ เพราะนั่นหมายถึงงานในสวนเขาจะล่าช้าไปอีกหนึ่งวัน มือหนาเสยผมดกดำอย่างหัวเสีย เขาโทร.ไปหามารดาแต่เช้าเพื่อปรึกษาเรื่องของเด็กสาวและหวังให้ช่วยรับช่วงต่อแต่ปรากฏว่าพ่อกับแม่เขาไปทำธุระต่างจังหวัดแบบกะทันหันแถมยังโดนว่าที่เมื่อคืนไม่ยอมโทร.หาซะงั้น ดวงหทัยก็ตกใจไม่น้อยเมื่อทราบข่าวแต่เมื่ออยู่ระหว่างเดินทางก็ทำอะไรไม่ได้ ป้าศรีแม่บ้านที่รู้จักกับเด็กสาวก็ยังไม่กลับและเขาก็ไม่รู้ว่าเธอจะทราบเรื่องหรือยังจะให้คนอื่นมาดูแลก็มีแต่ผู้ชาย จะทิ้งไปก็กลัวเธอจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้ ณกรไม่เ
สาวน้อยที่นอนคว่ำกับที่นอนในชุดล่อแหลมที่เป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าของเขาตัวสั่นงกไม่รู้เพราะกลัวเขาหรือเจ็บแผล มือทั้งสองข้างงอข้อศอกแนบกับลำตัวแต่กำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เมื่อเขาหยิบหลอดยาและค่อยๆ ทาเบาๆ เริ่มจากบริเวณใต้น่อง ปัญหาใหญ่ของณกรตอนนี้ก็คือผิวขาวนวลที่ช่างยั่วใจเขาเหลือเกิน ผิวเรียบลื่นที่เขากำลังสัมผัสมันนุ่มนิ่มผุดผ่อง...ชายเสื้อถูกถกขึ้นไปเรื่อยๆ ตามแผลที่มีหลายแผล เธอคงเจ็บไม่ใช่น้อย น่าสงสารนักแม่กระต่ายตื่นตูมและแล้วณกรก็ต้องมีอาการที่เรียกว่าตกตะลึงกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วเอื๊อกเล่าเมื่อชายเสื้อถูกถลกขึ้นเหนือแผ่นหลังขาวเนียนแม้บาดแผลจากการถูกตีจะน่าตระหนกแต่ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ บั้นท้ายกลมกลึงของสาวแรกรุ่นที่ขาวปานน้ำนมแม้มีรอยฟกช้ำห้อเลือดให้ต้องมัวหมองไปบ้างแต่ความงามนั้นไม่ได้ลดไปเลยเธอเป็นสาวแรกแย้มที่มีเรือนร่างงามไม่มีที่ติ สะโพกผายกลมกลึงเอวคอดกิ่ว แม้เสื้อจะปกปิดเรือนกายด้านหน้าอยู่แต่ให้เดาเขาคิดว่ามันคงงดงามไม่แพ้กัน นั่นเรียกร้องอารมณ์ดิบในกายเขาได้เป็นอย่างดี แต่เขาคิดจะทำมิดีมิร้ายกับสาวน้อยวัยสิบแปด ที่เพิ่งจะสูญเสียมารดาและถูกพ่อเลี้ยงทารุณกรรมมาอย่างนั้น







