Masukพิมพ์มาดาพบว่าภายใต้ท่าทีหยิ่งยโสและน่าเกรงขาม รเมศเป็นผู้ชายที่คุยสนุก ฉลาดหลักแหลม และมีมุมอ่อนโยนที่ทำให้เธอเผลอหัวเราะออกมาหลายครั้ง
จนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงแตะเส้นขอบฟ้า ท้องทะเลสีครามถูกฉาบด้วยแสงสีส้มอมชมพูของยามเย็น บรรยากาศรอบกายเงียบสงบ มีเพียงเสียงเกลียวคลื่นสาดกระทบฝั่งและสายลมที่พัดเอากลิ่นอายความเค็มของทะเลมาปะทะจมูก
โรมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังนั่งทอดสายตามองพระอาทิตย์ตกดิน
“ไปเดินเล่นกันไหมครับ”
พิมพ์มาดายิ้มรับ วางแก้วค็อกเทลลงแล้ววางมือเล็กของตัวเองลงบนฝ่ามือหนา
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามชายหาดที่ทอดยาว เกลียวคลื่นเย็นฉ่ำซัดสาดเข้ามากระทบข้อเท้า โรมหยุดเดินเมื่อมาถึงโขดหินใหญ่ที่ค่อนข้างลับตาคน เขาหมุนตัวกลับมาหาหญิงสาว นัยน์ตาสีเหล็กทอดมองใบหน้าหวานซึ้งที่ถูกย้อมด้วยแสงสุดท้ายของวัน
ความเงียบโรยตัวลงระหว่างคนทั้งคู่ ทว่ามันกลับไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็น โรมค่อย ๆ ยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกหน้าหญิงสาวออกทัดหลังใบหู ปลายนิ้วร้อนผ่าวของเขาไล้เบา ๆ ตามโครงหน้าเนียนนุ่ม
“คุณทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลยรู้ไหมพิมพ์มาดา” เขากระซิบเสียงพร่า
ดวงตากลมโตสั่นระริกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ พิมพ์มาดารู้ดีว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับไฟ แต่ความอบอุ่นและความเอาใจใส่ที่เขาปรนเปรอให้ตลอดทั้งวันมันทำให้เธอหลงลืมความหวาดกลัวไปจนหมดสิ้น หญิงสาวค่อย ๆ หลับตาลงอย่างยอมจำนน เผยอริมฝีปากขึ้นรับสัมผัสที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา
ริมฝีปากหยักลึกแตะลงบนกลีบปากสีพีชอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลราวกับขนนก โรมไม่ได้จาบจ้วงหรือรุกล้ำในทันที เขาเพียงแค่ขบเม้มและละเลียดชิมความหอมหวานภายนอกอย่างอ้อยอิ่ง ทว่าเพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้ร่างบอบบางในอ้อมแขนสั่นสะท้าน หมดเรี่ยวแรงจนต้องยกมือขึ้นเกาะเกี่ยวบ่ากว้างของเขาไว้เพื่อพยุงตัว
เมื่อเห็นว่าลูกนกน้อยเปิดทางให้ จอมมารหนุ่มก็ไม่รอช้า เขาสอดมือเข้าท้ายทอยทุย กระชับร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น ก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกรุมตะกราม
จูบที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและเรียกร้องตามสัญชาตญาณดิบ เสียงหวานครางอือในลำคอ สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่เคยถูกใครจูบด้วยความลึกซึ้งและเว้าวอนขนาดนี้มาก่อน รสชาติของค็อกเทลชั้นดีที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขายิ่งมอมเมาให้เธอจมดิ่งลงไปในห้วงพิศวาสอย่างไม่อาจถอนตัว
‘หวาน...หวานจนน่าหงุดหงิด’
โรมคิดในใจขณะที่ยังคงตักตวงความหอมหวานจากคนตรงหน้าอย่างไม่รู้จักอิ่ม เขากะจะแค่จูบสั่งสอนและทำให้เธอหลงใหล แต่กลายเป็นว่ารสสัมผัสที่บริสุทธิ์และเงอะงะของเธอกลับปลุกเร้าความปรารถนาในส่วนลึกของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างแท้จริง ร่างกายของเขาตอบสนองต่อผู้หญิงคนนี้อย่างรุนแรงเกินกว่าที่คาดคิด
เขาจำใจต้องถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อรู้สึกว่าร่างบางในอ้อมแขนเริ่มขาดอากาศหายใจ
พิมพ์มาดาหอบหายใจ ซบหน้าลงกับแผงอกแกร่งด้วยความเขินอายจนไม่กล้าสบตา ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
“คุณโรม...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่นหวิว
“เปลี่ยนสรรพนามใหม่ได้ไหมครับคนดี...”
เขากระซิบชิดกระหม่อมบาง แววตาที่เคยมัวเมาด้วยตัณหาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเย้ยหยันในพริบตาโดยที่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้เห็น
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาฉ่ำปรือจากการถูกสูบพลังงานเมื่อครู่ทำให้เธอดูเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ
“แต่ว่า...”
“เรียกว่าพี่โรม และแทนตัวเองว่าพริ้ม”
โรมไม่ปล่อยให้เธอได้หาข้ออ้าง ปลายนิ้วร้อนผ่าวเกลี่ยริมฝีปากที่เจ่อช้ำของเธออย่างแผ่วเบา
“พี่อยากดูแลพริ้ม อยากปกป้องพริ้มจากทุกปัญหาที่ต้องแบกรับ ให้พี่ได้ทำหน้าที่นั้นนะครับ เจ้าหญิงของพี่”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและอ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับปราการเหล็ก ทำให้กำแพงในใจของพิมพ์มาดาพังทลายลงจนหมดสิ้น สมองที่ยังคงมึนเบลอจากรสจูบแสนหวานและข้อเสนอที่แสนจะใส่ใจ สั่งการให้เธอพยักหน้าตอบรับอย่างลืมตัว
“ค่ะ...พี่โรม”
หญิงสาวซุกหน้าลงกับแผงอกแกร่ง ปล่อยให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไปกับจังหวะการล่อลวงที่แสนหอมหวาน
โรมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขากระชับอ้อมกอดและรั้งเอวบางให้เดินกลับไปยังวิลล่าหรูที่เปิดไฟสลัวรออยู่
ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล และเหยื่อตัวน้อยก็เดินเข้ามาติดกับดักของมัจจุราชอย่างสมบูรณ์แบบ โดยหารู้ไม่ว่าความหอมหวานที่เธอเพิ่งลิ้มลองและเตียงกว้างที่รออยู่เบื้องหน้า คือจุดเริ่มต้นของขุมนรกที่จะแผดเผาชีวิตและจิตวิญญาณของเธอไปตลอดกาล
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
วิลล่าหรูที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอวลไปด้วยมวลอากาศที่หนักอึ้งและร้อนผ่าว ทันทีที่บานประตูไม้สักปิดลง พิมพ์มาดาก็รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องนอนกว้างอย่างเชื่องช้า แสงไฟสลัวสีส้มทองจากโคมไฟระย
คำหวานที่หลุดออกจากริมฝีปากหยักลึกราวกับมนตร์สะกด เธอเผลอกลั้นหายใจ หัวใจพองโตอย่างไม่อาจห้ามได้ผู้ชายคนนี้ช่างมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอเหล
“ช่วยเลือกชุดที่เหมาะกับผู้หญิงคนนี้ให้ผมที เอาคอลเลกชันล่าสุดทั้งหมดที่เข้ากับสีผิวและรูปร่างของเธอ” โรมสั่งเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจ “อ้อ...ขอรองเท้ากับกระเป๋าที่เข้าชุดกันด้วยนะ ผมมีเวลาไม่มาก”
สิบโมงตรง พิมพ์มาดายืนสูดลมหายใจเข้าลึกอยู่หน้ากระจกบานยาวภายในห้องพักส่วนตัวของเธอ หญิงสาวสำรวจตัวเองในชุดเดรสกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนลายดอกเดซี่เล็ก ๆ ซึ่งเป็นชุดที่ดูดีและใหม่ที่สุดเท่าที่เธอจะหาได้ในตู้เสื้อผ้า แม้ว่าเนื้อผ้าจะไม่ได้หร







