Masuk"ข้ารับพู่กันนี้เอาไว้ไม่ได้เจ้าค่ะ มันมีค่ามากเกินไป"
หญิงสาวเอ่ยออกไปตามตรง พู่กันธรรมดายังราคาเกือบสิบเหรียญภู่เงิน นางทำงานครึ่งเดือนถึงจะซื้อมันได้ ส่วนพู่กันที่ท่านอ๋องให้นางนั้นดูก็รู้ว่ามันไม่ใช่ถูกๆเหมือนพู่กันธรรมดาทั่วไปเป็นแน่ ทั้งวัสดุที่ใช้และลวดลายงดงามนั้นด้วย "ข้าไม่ใช้พู่กันต่อจากผู้อื่น เจ้ารับไว้เถิดอย่างไรเสียก็ดีกว่าทิ้ง" "ก็ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านอ๋องอีกครั้งสำหรับพู่กันนี่" "วันนี้เจ้าไปพักเถิด" "ทูลลาเจ้าค่ะ" หญิงสาวเอ่ยพลางรับกล่องใส่พู่กันจากเขามาและใส่มันเข้าไปอย่างดี น้อยครั้งนักที่จะมีคนให้ของ หญิงสาวจึงตั้งใจเก็บมันไว้อย่างดี ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังบางและจะยิ้มกว้างออกมา มองลายมือไก่เขี่ยสองแผ่นที่นางเขียนชื่อตนเอง พับมันใส่กล่องและเก็บไว้อย่างดี จากนั้นถอนหายใจและพิงที่เก้าอี้อย่างอารมณ์ดี "เวลาที่ได้อยู่ใกล้นางช่างเดินเร็วเหลือเกิน" ชายหนุ่มเอ่ยกับตนเองในใจ ลู่เข่อซินยิ้มกว้างเดินไปยังห้องนอน หวังเหล่ยที่เดินสวนมารู้สึกแปลกใจมิน้อย "เจ้าช่วยงานท่านอ๋องเสร็จแล้วหรือ" "เสร็จแล้วเจ้าค่ะ" "เจ้ากับข้าอายุเท่ากันมิต้องเอ่ยเช่นนี้ก็ได้ ว่าแต่ในมือเจ้าถืออะไรมาน่ะ" หวังเหล่ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะกล่องในมือหญิงสาวคล้ายกับกล่องพู่กันที่ท่านอ๋องสั่งทำพิเศษ ชอบและหวงแหนมากจนเจ้าตัวเองยังไม่กล้าหยิบมาใช้เพราะเกรงว่าช่างฝีมือจะทำไม่ดีเท่านี้เดิมอีก ลู่เข่อซินก้มมองกล่องที่ตนเองถือพลางชูขึ้นให้ชายหนุ่มเห็นชัดๆ "กล่องพู่กันนี้หรือ ท่านอ๋องให้ข้ามา" "หะ...ให้เจ้าหรือ" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงติดขัดพลางอุทานถามตาโต นึกว่าตนเองหูฝาดไป "ใช่ มีอันใดกัน" "เปล่าหรอกเจ้าไปเถิด ท่านอ๋องเรียกพบข้าแล้ว" ลู่เข่อซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจและเดินออกไป หวังเหล่ยตบหน้าตนเองเบาๆอย่างเรียกสติ พลางคิดในใจว่านางช่างเป็นคนที่ทำลายกฎหลายๆอย่างของท่านอ๋องจริงๆ เช้าวันถัดมา "นางไปแล้วหรือ" โจวหนิงเฉินเอ่ยถามเสียงเรียบขณะที่กำลังนั่งดื่มชาร้อนอยู่ "นางไปตั้งแต่ปลายยามเหม่าแล้วขอรับ" หวังเหล่ยเอ่ยตอบผู้เป็นนายหลังเดินออกมาจากห้องนอนที่หญิงสาวใช้ก่อนหน้านี้ "เดี๋ยว เอาเสื้อคลุมที่นางใส่มาให้ข้า" ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเอาเสื้อคลุมผู้เป็นนายไปเก็บ ก็ถูกเรียกไว้เสียก่อนจึงได้นำมันไปไว้ข้างๆผู้เป็นนายและเดินออกไป ดวงตาคมมองเสื้อคลุมของตนเองแต่มันถูกหญิงสาวสวมใส่ก่อนหน้านี้ เสื้อคลุมธรรมดาแต่ในใจกลับรู้สึกหวงแหนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ก่อนจะยกชาขึ้นดื่มแล้วมองไปยังนอกตำหนัก บรรยากาศที่ดูอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อยฟ้าเปิดให้เห็นดวงอาทิตย์สองวันที่ผ่านมา วันนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มหิมะกลับมาตกหนักอีกแล้ว ลู่เข่อซินกางร่มออกจากจวนโจวท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมา ระหว่างทางทำให้นางได้ทบทวนเรื่องราว คนที่นางไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้พานพบกลับมีเขาเข้ามาช่วยเหลือ ส่วนคนที่เฝ้าคำนึงหากลับไร้วี่แววพบเจอ หลายเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้คราวนี้นางโกรธเจียวมิ่งจริงๆเสียแล้ว "เจ้ากลับมาเสียที ข้าไปหาเจ้าที่โรงเตี๊ยมกลับมิพบ" ถิงถิงเอ่ยทักทายสหายพลางจูงมือนางมานั่งที่เตียง "มีอันใด หรือว่าเจียวมิ่งมาหาข้า" "ท่านรองแม่ทัพหรือ ไม่เห็นมานะ" คำตอบของสหายทำเอาหญิงสาวตัวชา นางหายไปสองวันแต่คนรักกลับไม่ออกตามหาเลย เรื่องวันครบรอบวันตายของท่านพ่อท่านแม่ ลู่เข่อซินบอกเขาล้วงหน้าเป็นอาทิตย์เพื่อให้เขาได้เตรียมตัวเพราะอยากให้ไปด้วยกัน พอถึงวันที่ต้องไปจริงๆเขาติดธุระด่วนไปไม่ได้แล้ว ถึงนางจะเสียใจแต่เขาก็สัญญาว่าจะตามไปรับที่บนเขา แต่นางรออยู่นานกลับไร้วี่แววเขาปรากฏตัว หากมิได้ท่านอ๋องป่านี้นางคงนอนแข็งตายอยู่บนเขาแล้ว ตลอดเวลาที่อยู่จวนอ๋องนางกังวลว่าเขาจะร้อนใจที่นางหายไป แต่กลับเป็นว่าเขาไม่แม้กระทั่งรู้ว่านางหายตัวไปด้วยซ้ำ "ชั่งน่าสมเพชเสียจริงๆลู่เข่อวิน" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ "นี่เช่อซิน ลู่เข่อซิน" ถิงถิงขึ้นเสียงพลางเขย่าร่างบางเมื่อเห็นว่านางเอาแต่เหม่อลอย "เจ้าเป็นอันใดหรือเปล่า" "เปล่าน่ะ แค่คิดอันใดนิดหน่อย ว่าแต่เจ้าเถิดไปหาข้าถึงโรงเตี๊ยมมีอันใด" "ไปบอกข่าวดีกับเจ้าอย่างไร" "ข่าวดีอันใดหรือ" "ก็คุณชายรองหลี่จางเหว่ย ไม่อยู่ที่จวนแล้ว" "ห๊า~ ได้อย่างไร" ลู่เข่อซินอุทานออกมาเสียงดัง นางไม่อยู่จวนเพียงแค่สองวันเท่านั้นเหตุใดถึงเกิดเรื่องมากมายเช่นนี้ "เมื่อวานก่อนวันที่เจ้าขึ้นเขาไปตกเย็นมาคุณชายที่นอนอยู่ในเรือนดี ตื่นมานิ้วกลับหายไปหนึ่งนิ้วข้าเห็นตอนเขาวิ่งออกมาจากเรือนร้องหาท่านหมอให้รีบมารักษา รอยเลือดยังเป็นทางอยู่เลย แล้วเจ้ารู้หรือไม่วันนี้เองก็มีคำสั่งจากกรมโยธาให้เขาเดินทางไปช่วยซ่อมแซมเขื่อนที่ทางใต้ของแคว้นวันรุ่งขึ้นทันที เรื่องทุกอย่างเร่งด่วนจนข้าวของก็ตะเตรียมไม่ทัน ทำได้เพียงส่งคนไปก่อนแล้วค่อนส่งของไปตามหลัง" "แล้วพบคนร้ายหรือไม่" "นั้นแหล่ะที่น่าแปลก ไม่พบคนร้ายอีกทั้งเวรยามก็แน่นหนา ต้องเป็นคนที่มีฝีมือไม่ธรรมดามิใช่พวกรับจ้างทั่วไปเป็นแน่ เรื่องนี้นายท่านหลี่ค่อนข้างให้ความปลอดภัย" "........" คำพูดของถิงถิงทำให้นางตกใจไม่น้อยที่ได้ยิน เรื่องคุณชายจางเหว่ยที่นางเป็นกังวลว่าอีกเดือนกว่าๆที่ต้องอยู่ที่นี่ถูกจัดการแล้ว แต่ทุกอย่างดูไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย คนร้ายฝีมือต้องดีระดับไหนกัน ถึงเข้ามาทำร้ายคุณชายถึงในจวนได้ "ท่านอ๋องนิ้วของ....." คำพูดของหวังเหล่ยก็ผุดขึ้นมาในหัว แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นคำสั่งของท่านอ๋อง เพราะอาทิตย์ก่อนเขายังมาที่จวนหลี่อยู่เลย เห็นพูดคุยกับนายท่านหลี่ คุณหนูซูฮวาและคุณชายจางเหว่ยด้วยดีมิได้มีเรื่องผิดใจกัน อีกทั้งเขาจะทำเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออันใด ก่อนที่นางจะรีบส่ายหัวไล่ความคิดตนห้าปีต่อมาสายลมเย็นในช่วงปลายยามเว่ยพัดเบาๆ บริเวณลานหญ้ากว้างทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน เด็กหญิงตัวเล็กกำลังวิ่งเล่นส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยท่าทีร่าเริง ส่วนเด็กชายตัวเท่ากันกำลังนอนกลิ้งไปกับพื้นหญ้ากับเจ้าแมวขนปุกปุย วิ่งเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ดูเหมือนว่าจวนแห่งนี้จะมีพี่เลี้ยงมากกว่าจวนอื่นๆ หลังสมรสกันได้เพียงแค่สามเดือน ลู่เข่อซินก็ตั้งท้องลูกแฝดชายหญิงในไม่นาน เนื่องด้วยผู้เป็นบิดาอายุมากแล้วเกรงว่าตนเองจะไม่ได้อยู่กับลูกนานๆ ท้องแรกก็เป็นลูกแฝดเลยเล่นทำเอาหญิงสาวเหน็ดเหนื่อยยามตั้งท้องเป็นอย่างมาก ปากของเขาก็บอกว่าไม่อยากเห็นหญิงสาวต้องทรมานอีกแล้ว แต่ในใจลึกๆของโจวหนิงเฉินก็อยากมีลูกเพิ่ม เขาไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนตนไม่อยากมีผู้ใดอยู่ตัวคนเดียว พอมีเจ้าตัวเล็กสองคน จวนของเขาก็เป็นจวนมากขึ้น เป็นครอบครัวมากขึ้น เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกที่อบอุ่นเช่นนี้มาหลายสิบปี จนอยากมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มอีก"ท่านแม่~ ท่านพ่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"เด็กหญิงเอ่ยพลางชี้ไปทางประตูหน้าจวน เด็กสองคนแข่งกันวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นบิดา โจวหนิงเฉินอ้าแขนรับคนทั้งคู่มาอุ้มด้วยแขนสองข้าง เดินมาทางหญิง"วันนี้ดื
"ครานี้ไม่มีคนอยู่แล้วนะ"โจวหนิงเฉินเอ่ยพลางยื่นหน้าไปใกล้หญิงสาว มือเรียวยกขึ้นห้ามเขาเอาไว้ก่อน "ท่านอ๋องมิเหนื่อยหรือเจ้าคะ""มิเหนื่อย อีกทั้งหิวมาเสียด้วย"ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็แนบหน้าประชิดและบรรจงจูบช้าๆ ที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา หญิงสาวตอบรับการจูบนั้นอย่างมิปฏิเสธ ครานี้หญิงสาวเป็นคนของเขาอย่างสมบูรณ์ เป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง มือหนาคว้าร่างบางมานั่งบนตักตนเอง หญิงสาวเองก็ยกแขนขึ้นโอบคอชายหนุ่มเอาไว้ แล้วใช้ลิ้นตวัดที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะแทรกลิ้นเข้าในปากเกี่ยวรัดกันเอาไว้เบาๆ ร่างใหญ่ยกหญิงสาวให้ลอยลิ่วเหนืออากาศเดินไปยังเตียงกว้างทันทีและวางนางลงเบาๆ"ข้าชอบรอยยิ้มของเจ้าที่สุดฮูหยิน"โจวหนิงเฉินเอ่ยขณะที่ใช้มือสัมผัสไปที่เรียวปากบาง"ข้าเองก็ชอบดวงตาของท่านพี่ยามที่มองข้าที่สุดเช่นกันเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพลางเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าคม มือหนาเอื้อมมือไปถอดเครื่องหัวบนศีรษะนางออก เส้นผมดกดำสยายตกลงมาตามแรงลม"สตรีที่ข้ารัก วันนี้กลายมาเป็นฮูหยินของข้าแล้ว"โจวหนิงเฉินไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังจูบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากมาที่ปลายจมูกเรียว และสุดท้
จ้งตง.ยามชื่อ (กลางฤดูเหมันต์เดือนสิบเอ็ด) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายสะท้อนเกร็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ช่วงกลางฤดูเหมันต์เช่นนี้นับว่าหาดูได้ยาก ก่อนวันงานหิมะตกหนักจนทำให้ทุกคนเป็นกังวล แต่วันนี้กลับเห็นแสงแดดของดวงอาทิตย์ได้ เหมือนกำลังอวยพรให้คู่บ่าวสาว ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้ประดับประดาด้วยม่านมุขเพิ่มความเป็นสิริมงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังจวนเจ้าบ่าวที่ตั้งตารอการมาถึง สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวของอ๋องหนิงเฉิน บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ขบวนเกี้ยวหยุดลงหน้าจวนที่ตกแต่งเพื่อต้อนรับการมาถึงของเจ้าสาวเช่นกัน บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว"รับตัวเจ้าสาว"โจวหนิงเฉินเข้าไปอุ้มหญิงสาวลงจากเกี้ยวเพื่อไม่ให้เท้าแตะพื้นก่อนเข้าจวน พรมแดงทอดยาวจากหน้าประตูจวนไปยังห้องโถงพิธี หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษชะตาต้อง สวมอาภรณ์มงคลสีขาวสะอาดทั้งตัว ด้ายแดงลวดลายมงคลที่ถูกปักเย็บอย่างประณีตเข้าคู่กัน สมกับเป็นชุดมงคลที่เจ้าบ่าวป่าวประกาศไว้ว่าตัดเอาไว้ตั้งแต่พบนางได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ทำให้ยามที่เดินเคียงข้าง
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากงานพระราชสมภพของฝ่าบาทได้เพียงสองวัน ก็มีประกาศคลายข้อสงสัยที่กำลังถูกราษฎร ที่วิจารณ์เหตุการณ์ไฟใหม้ที่อำเภอชายแดนติดกับแคว้นเจียงซี แท้จริงแล้วของที่ถูกเผาถูกสับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก่อนแล้ว เพื่อไม่ให้ข้าวของ วัถุดิบ แร่ต่างๆต้องเสียเปล่า ขุนนางที่เกี่ยวข้องถูกประหาร ส่วนคนที่เรือนก็ถูกริบทรัพย์ทั้งหมด นับว่าครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ ไทเฮามีโทษประหารแต่ยังไม่ทันได้ประกาศบทลงโทษ นางก็ตัดสินใจปลิดชีวิตของตนเองลงในตำหนัก มีข่าวลือออกมาว่าก่อนวันที่นางจะสิ้นใจ ได้นั่งสนทนากับฝ่าบาททั้งวันทั้งคืน"ทั้งหมดหนึ่งเหรียญภู่เงินเจ้าค่ะ"ลู่เข่อซินยังคงใช้ชีวิตปกติของนางทุกวัน ตอนนี้ร้านของนางไปได้ดีมากๆ และยังเปิดอีกหลายที่ต่างจากความคิดของนางก่อนหน้าที่จะทำเพียงเล็กๆเท่านั้น ขนาดขยันถึงเพียงนี้กลับมีคนผู้หนึ่งที่เอาแต่ขู่ว่าจะทำให้ร้านนางเจ๊งไปซะ เนื่องด้วยไม่มีเวลาให้เขา แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังขายของอยู่นั้นก็มีขบวนทหารอีกทั้งขุนนางจำนวนหนึ่งตั้งแถวเดินมาที่ร้านนาง"แม่นางลู่อยู่หรือไม่"เสียงขันทีเอ่ยเรียกหญิงสาวที่หน้าร้าน ลู่เข่อซินรีบเดินเข้าไป
"ฝ่าบาท ฝ่าบาทช่วยคืนความยุติธรรมให้กระหม่อมด้วย"ขณะที่ถูกทหารคุมตัวไปนั้นก็ร้องออกมาขอความเป็นธรรมด้วย หลันหลงเหยฟุบไปที่พื้นด้วยความจนปัญญา ครานี้นางพลาดแล้ว นางคิดว่าบุตรชายที่เกิดนางจะเข้าข้างนางเสียอีก กลับไปเห็นด้วยกับคนผู้นี้ น้ำตาของนางไหลออกมาจนดูน่าสงสารเผื่อมันจะช่วยเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง"หานเออร์ฟังแม่ก่อนนะ""เสด็จแม่รู้หรือไม่ ทำเช่นนี้โทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรเลยนะพะยะค่ะ ท่านจะให้ข้าทำเช่นไร ให้ข้าเป็นฮ้องเต้ที่สั่งประหารมารดาตนเองอย่างนั้นหรือ"หลันเฟิงเย่วเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขาทั้งผิดหวังและแตกสลาย แต่เขาจะยอมแลกมารดาเพียงคนเดียว กับราษฎรและทหารที่ปกป้องอยู่ชายแดนกว่าแสนนายอย่างไร "ท่านกำลังทำให้ข้าต้องเลือก ว่าจะทำหน้าที่บุตรชายที่ดีแต่ละทิ้งราษฎร หรือกำลังเป็นบุตรที่อกตัญญูละทิ้งมารดาเพื่ออยู่ข้างราษฎร ท่านจะให้ข้าต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดไปตลอดชีวิตหรือ""หานเออร์แม่......"คำพูดของบุตรชายทำให้นางพูดอะไรไม่ออก นางเพียงกลัวว่าจะมีคนมาแย่งตำแหน่งนี้ไป และกลัวว่าอำนาจที่นางมีในมือจะถูกเปลี่ยนคน ที่นางทำทุกอย่างมิใช่เพื่อตัวนางเองคนเดียวทั้งหมด นางเองก็ถู
"รับอะไรดีเจ้าคะ"ลู่เข่อซินเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังหันหลังอยู่ แต่สัมผัสได้จากเสียงเดินว่ามีลูกค้ามา หญิงสาวถามไปสักพักกลับไม่มีเสียงตอบกลับมา นางจึงหันหลังไปดู พบว่าเป็นคนผู้หนึ่งคนที่นางคุ้นเคยดี ใบหน้าที่ยิ้มกว้างก่อนหน้าหุบลงทันที เท้าเรียวสองข้างก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ"เจียวมิ่ง"เหตุการณ์คราก่อนหญิงสาวยังจำไม่เคยลืม เรื่องเลวร้ายที่ชายหนุ่มทำกับตน หากว่าท่านอ๋องไม่ได้ช่วยไว้ทันป่านนี้นางอาจจะกลายเป็นอนุในเรือนเขาแล้วก็ได้ หญิงสาวรักและเชื่อใจเขามาตลอดหลายปี แต่ชายหนุ่มกลับทำร้ายและทำลายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้ในใจนางจะรังเกียจชายผู้นี้ไปแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นก็ผ่านไปแล้ว ความโกรธถูกลืมเลือนเหลือเพียงความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันบนแผ่นดิน ไม่ขอข้องเกี่ยวกันอีก ใบหน้าของเจียวมิ่งเต็มไปด้วยคำขอโทษ เขาได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว และรู้ดีว่าที่วันนี้เขาได้เป็นถึงรองแม่ทัพมิได้มาจากความสามารถเขาเพียงอย่างเดียว แต่นางยังมีส่วนช่วยอีกด้วย เขาก็ยังทิ้งนางไปแต่งงานกับสตรีอื่น"ข้าอยากมาขอโทษเจ้าสำหรับทุกเรื่อง หากแล้วไม่ ชีวิตนี้ของข้าคงไม่มีความสุขและไม่สามารถปล่อยวางได้"ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
สามสัปดาห์เข้าอาทิตย์ที่สามแล้วหลังหญิงสาวถูกโบย ยาที่นางกินและใช้ทาดีมาก ไม่คิดว่ามันจะหายเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังดูเหมือนว่าจะไม่ทิ้งร่องรอยไว้อีกด้วย ต่างกับคุณหนูใหญ่เข้าอาทิตย์ที่สามแล้วยังลุกเดินไม่ได้ หรือจริงๆแล้วเพราะนางเป็นสาวใช้ร่างกายจึงปรับสภาพได้ไวกันหญิงสาวจำเหตุการณ์วันที่ถูกโบย
"ท่านอ๋องจะไปดูแม่นางลู่หน่อยหรือไม่ขอรับ"หวังเหล่ยเอ่ยถามผู้เป็นนายหลังเดินออกมาจากห้องโถง โจวหนิงเฉินชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังเรือนที่หญิงสาวกำลังให้ท่านหมอรักษา แต่เพียงเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นคนผู้หนึ่งเดินตัดหน้าตนไป เจียวมิ่งเดินกึ่งวิ่งไปด้วยความร้อนรน เขาเป็นห่วงหญิงส
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน ทุกคนมาพร้อมหน้าตากันที่นี่ หลี่จื่อหานไม่รู้ว่าจะเริ่มเอ่ยบทสนทนาเช่นไร โจวหนิงเฉินเองก็อยู่ไม่เป็นสุขเนื่องด้วยตอนนี้ที่ห้องพักบ่าวรับใช้ท่านหมอกำลังรักษาลู่เข่อซินอยู่ เขาอยากไปดูนางใจแทบขาดแต่ไม่สามารถไปได้ ดวงตาคมหันมองไปยังทิศที่หญิง
เช้าวันถัดมาเพล้ง!เสียงถ้วยชาแตกที่พื้นเสียงดังเนื่องด้วยแรงปาจากคนผู้หนึ่ง หลี่ซูฮวาดูเหมือนจะมีน้ำโหไม่น้อยที่ถูกลู่เข่อซินบอกว่าพู่กันนั้นเป็นของตนเอง นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่อีกทั้งบิดายังเป็นถึงเสนาบดีกรมคลังไหนเลยจะเอาของของบ่าวรับใช้มาเป็นของตน หญิงสาวมาทวงเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้นางเสียหน้า พลางหั







