LOGIN“อรุณสวัสดิ์ครับคุณย่า”
เสียงทุ้มของหลานชายทำให้คุณหญิงชดช้อยถึงกับสะบัดหน้าหนี ยังโกรธเรื่องเมื่อวานที่อีกฝ่ายไปส่งแฟนสาวแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ ทำให้ต้องนั่งรอทานข้าวจนถึงดึกดื่น
“แม่ฝนบอกให้ใครบางคนออกไปไกล ๆ ฉันไม่อยากเห็นหน้า”
ได้ยินคำสั่งปลายฝนก็เงยหน้าขึ้นไปมองเขา ก็เจอกับสายตาที่เผด็จการ สื่อว่าอย่ามาหือกับฉันอะไรเทือกนั้น ทำให้เจ้าหล่อนต้องหลบสายตาทันที
“โธ่ คุณย่าครับ ผมผิดไปแล้ว ให้อภัยหลานชายคนนี้ด้วยเถอะนะครับ เมื่อคืนมันเหตุสุดวิสัยจริง ๆ พอดีว่าพ่อของอลิซชวนให้ทานมื้อเย็นด้วยกัน ท่านรัฐมนตรีออกปากชวนขนาดนั้น จะไม่อยู่ต่อมันก็เสียมารยาทนะครับ” ว่าพลางหย่อนก้นลงไปนั่งข้าง ๆ บนโซฟา คนเป็นย่าพยายามเขยิบก้นหนี ทว่าหลานชายรีบสวมกอดไว้เสียก่อน
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงเราก็มีความผิด”
“แล้วทำยังไงคุณย่าถึงจะหายโกรธผมล่ะครับ”
“มันก็พอมีทางอยู่นั่นล่ะ”
“ว่ามาเลยครับ ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้คุณย่าหายโกรธ”
“ไปทำธุระให้ย่าหน่อยสิ”
“ธุระอะไรครับ ว่ามาเลย”
“บ้านพักตากอากาศที่หัวหินกำลังมีการต่อเติมใหม่ ย่าอยากให้เราไปดูจนกว่าจะเสร็จ แล้วค่อยกลับมา ถือซะว่าไปพักผ่อนก็แล้วกัน”
“หา! แค่นั้นเองเหรอครับคุณย่า”
“ใช่ แค่นั้นทำให้ย่าได้ไหม”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ก็ดีเหมือนกันผมจะได้ถือโอกาสชวนอลิซไปเที่ยวด้วย บรรยากาศคงดีน่าดู ผมจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ คุณพ่อกับคุณย่าเคยพาไปที่นั่น” กันติทัตยิ้มอย่างมีแผนในใจ นึกถึงใบหน้าของหญิงคนรักด้วยความถวิลหา
“ไม่ได้! ถ้าแกทำอย่างนั้นย่าจะไม่พูดกับแกอีกตลอดชีวิต แกก็รู้ว่าย่าไม่ชอบ”
“โธ่ คุณย่าครับ ลองเปิดใจให้อลิซหน่อยนะ เธอไม่ใช่คนเลวร้ายเหมือนอย่างที่ย่าคิดนะครับ”
“ย่าไม่ชอบผู้หญิงแบบนั้นเข้าใจไหม”
“แต่เธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะครับ”
“ไม่ต้องมาเถียงย่า สงสัยจะโดนผู้หญิงคนนั้นล้างสมองไปหมดแล้วสินะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับคุณย่า”
“เงียบ! ย่ายังพูดไม่จบ ในฐานะที่เรายังไม่น่าไว้วางใจ ย่าจะให้แม่ฝนไปด้วย เพื่อเป็นหูเป็นตาให้ย่า ถ้าแกนัดยัยนั่นมาย่าจะตัดแกออกจากกองมรดก และจะไม่พูดกับแกไปตลอด” คุณหญิงชดช้อยกล่าวอย่างเด็ดขาด
“คุณหญิงคะ คือฝนคิดว่า…”
“ไม่ต้องพูดอีกคน นี่คือคำสั่งของฉัน ห้ามใครขัดเด็ดขาด”
“ค่ะ”
ปลายฝนได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ก่อนจะชำเลืองตามองคนที่นั่งอยู่ข้างคุณหญิง สายตาคมคู่นั้นจ้องมองราวกับว่าเธอคือคนผิดเสียอย่างนั้น
“คุณย่าเป็นคนใจร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย” กันติทัตพยายามออดอ้อนคนเป็นย่า ทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ยอมอ่อนข้อให้เหมือนทุกครั้งเลย
“ฉันก็เพิ่งใจจะร้ายก็ตอนที่แกพาแม่นั่นเข้าบ้านนี่ละ พรุ่งนี้เตรียมตัวออกเดินทางได้เลย”
“คุณย่าครับ!”
“ไม่ต้องมีข้อแม้อะไรทั้งนั้น คำสั่งฉันถือว่าเป็นที่สุด เสร็จงานทางโน้นแล้วค่อยเข้าบริษัท”
“โอเคครับ ผมจะตามใจคุณย่าก็ได้ ถือว่าเป็นการไถ่โทษเรื่องเมื่อวาน แต่หลังจากนี้ผมจะไม่ยอมให้คุณย่าพรากผมกับอลิซเด็ดขาด”
“ก็ลองดูว่าย่าจะทำได้ไหม”
ย่าหลานต่างก็จ้องมองกันด้วยสายตาที่เชือดเฉือน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตนเองจะเป็นฝ่ายเอาชนะได้ ปลายฝนได้แต่นั่งมองดูอย่างรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เพราะพรุ่งนี้แล้วที่จะต้องออกเดินทางไปกับเขาเพียงลำพัง สำหรับคนที่มีใจเสน่หาต่อเขาอย่างเธอ มันคงเป็นเรื่องน่ายินดีที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกัน ทว่าปลายฝนก็รู้ตัวดี ว่าคงเป็นตัวอะไรสักอย่างที่อยู่นอกสายตาเขาเช่นเดิม
เสร็จธุระแล้วปลายฝนก็เดินถือถาดแก้วเปล่ากลับเข้าไปในครัว เมื่อย่างกรายเข้าไปในนั้น กลุ่มคนใช้ที่กำลังสุมหัว ต่างก็รีบเดินหนีราวกับผึ้งแตกรัง เห็นอย่างนั้นเธอก็รู้สึกงงแต่ไม่ได้พูดอะไร
“เรียนจบมาแล้วคงไม่คิดจะหางานทำ คงตั้งใจจะจับคุณทัตสินะ ถึงได้มายืนรอดึก ๆ ดื่น ๆ” มะลิกล่าวอย่างลอย ๆ ก่อนจะยิ้มอย่างรู้กันกับเพื่อนซี้รำเพย
“ฉันเปล่านะเค้ามาเอง ก็แค่ยืนเล่น ๆ ไงเผื่อฟลุ๊ค” เพื่อนสนิทว่าต่ออย่างสนุกปาก
ปลายฝนรู้ดีว่าถึงอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ หากต้องมาต่อปากต่อคำกับคนพวกนี้ เธอเองก็ไม่รู้เหตุใด ทั้งสองสาวถึงได้จงเกลียดจงชังเธอนัก ล้างแก้วเสร็จแล้วก็จะเดินออกไป
“เดี๋ยว!”
“อะไรอีก ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับพวกพี่หรอกนะ”
“อย่ามากล่าวหากันนะ พี่ไม่ได้วางแผนสักหน่อย อีกอย่างใครจะบ้ามาทำอะไรตรงนี้ หรือว่า...เราชอบเอาท์ดอร์” เขากระซิบบอกข้างใบหูปลายฝนหน้าแดงก่ำ รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า“บ้า! ใครจะไปชอบแบบนั้นเหมือนพี่กันล่ะ”“อายอย่างนี้แสดงว่า...เธอคิดใช่ไหมว่าพี่จะทำอะไร แสดงว่าคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องโดน”“พี่ทัต! หุบปากเดี๋ยวนี้เลย ไม่กลัวคนอื่นได้ยินก็เกรงใจเจ้าที่ท่านบ้าง” เธอเอ็ดเสียงดังแก้เขิน“พี่แค่แกล้งเล่นเท่านั้นเอง ใครจะกล้ามาทำอะไรตรงนี้ นั่งนิ่ง ๆ บนตักให้พี่กอดอย่างนี้ก็พอ บรรยากาศโรแมนติกอย่างนี้ เราควรจะนั่งชมจันทร์ฟังเสียงคลื่นทะเลดีกว่าว่าไหม”“พูดจริง?”“จริงดิ ไม่ไว้ใจพี่แล้วเหรอครับ” คนพูดทำน้ำเสียงออดอ้อนราวกับเด็กน้อย“ไม่ต้องทำเสียงอ้อนหรอก เชื่อแล้วค่ะ”“วันนี้พระจันทร์สวยจังเลยนะว่าไหม”“ค่ะสวยมาก”“แต่พี่ว่ายังไงฝนก็สวยกว่าอยู่ดี แถมยังหอมกว่าด้วย”“ถ้าพระจันทร์ได้ยินคงจะเสียใจแย่เลย แต่ฝนเองก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะคะ เพราะมันคือความจริง”“ฝนว่า...เราจะมีลูกกันกี่คนดี”“แหนะ! วนเข้าเรื่องใต้สะดืออีกแล้วนะพี่”“เปล่า...แค่ถามความเห็นเฉย ๆ พี่ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยนะ แค่อยากให้หนูฟ
ชายหนุ่มยังไม่เลิกเล่นสงครามประสาทกับคนเป็นเมีย ปลายฝนทำหน้ายักษ์ใส่แล้วคว้ามือลูกสาวมาจับไว้“เรากลับเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะหนูฟ้า”“มาขี่คอพ่อจ๋าดีกว่าค่ะ”กันติทัตชิงตัวอุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งบนคอตัวเอง แล้วยักคิ้วให้กับภรรยา ปลายฝนแยกเขี้ยวใส่ กำหมัดขึ้นทำท่าจะชกหน้า ผู้เป็นสามีรีบเอียงหน้ารอรับอย่างไม่รู้สึกกลัว ท้ายที่สุดเจ้าหล่อนก็ยื่นหมัดนั้นเข้าไปสัมผัสที่ก้มออกแรงดันเบา ๆ เท่านั้น“รีบไปเลย จะได้อาบน้ำอาบท่ากินข้าวเย็นกัน”“นึกว่าจะแน่ซะอีก หึ ๆ”“ไม่ต้องทำเป็นดีใจไปหรอก ฝนแค่ฝากไว้ก่อน รอให้พี่เผลอเมื่อไหร่จัดหนักแน่”“รีบมาจัดนะจ๊ะเมียจ๋า พี่พร้อมรับมือเสมอ นานแล้วนะที่ไม่ได้นอนกอดเมีย” คนพูดทำหน้าตายียวนกวนประสาทอย่างน่าหมั่นไส้ โยงเข้าเรื่องใต้สะดือเข้าจนได้ ปลายฝนยิ้มพลางส่ายหน้า รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้านก่อนหลังจากทานมื้อเย็นแล้วทั้งสามก็ออกมานั่งรับลมที่หน้าบ้าน ลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านมาประสานกับเสียงคลื่นทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แสงไฟตามจุดต่าง ๆ ของสวนหน้าบ้าน กำลังประชันเปล่งแสงกับดวงดาวนับพันบนท้องฟ้า โซฟาตัวยาวถูกจับจองจนไม่มีที่ว่าง คนเป็นพ่อกับแม่นั่งริมส่วนลูกสาวตัวน้อยนั่
สองปีต่อมา…ณ ประเทศอังกฤษ“อลันมาหาหม่ามี๊เร็วลูก”“มี๊”เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นแม่เด็กชายอลันวัยขวบเศษก็รีบวิ่งเข้ามาหา ขณะวิ่งเล่นอยู่ในสวนหน้าบ้าน อลิชากอดลูกชายไว้ด้วยความหวงแหน กดปลายจมูกลงที่กลางกระหม่อมฟอดใหญ่ด้วยความรัก“เก่งมาก ๆ เดี๋ยวหม่ามี๊จะพาไปอาบน้ำนะครับ”“ไม่อาบ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นเจ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ผู้เป็นแม่ได้แต่ยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นด้วยความเอ็นดู แค่มีลูกชายคนนี้คนเดียวชีวิตเธอก็มีความสุขมากพอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องรับใครเข้ามาในชีวิตเพิ่มเติมอีกสองสัปดาห์หลังจากวันที่ได้เจอกับเขมทัต เธอก็ตัดสินใจมาคลอดลูกที่อังกฤษ เพราะต้องการหลีกหนีจากความทุกข์ที่เกิดขึ้น และเพื่อสะดวกในการใช้ชีวิตมากกว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยกลับเมืองไทยเลยสักครั้ง“อลันมานี่เดี๋ยวนี้เลย จะไปไหนครับ” เธอว่าพลางวิ่งไล่จับลูกชายพร้อมกับรอยยิ้มแห่งสุข แทนที่จะรีบจับตัวไปอาบน้ำ แต่กลับกลายเป็นว่ามาวิ่งไล่กันเล่นเสียอย่างนั้น“ฮ่า ๆ ๆ หม่ามี๊”“ดื้อนักนะเรา ฮ่า ๆ”ขณะสองแม่ลูกกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานภายในรั้วบ้าน มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ เป็นเขมทัตน
เมื่อเสร็จภารกิจช่วงเช้าแล้ว ก็ถึงเวลาที่กันติทัตจะได้มีโอกาสอยู่กับภรรยาสองต่อสอง ตอนนี้ปลายฝนกำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว คนเป็นสามีเห็นก็แอบเดินย่องไปเงียบ ๆ แล้วสวมกอดจากด้านหลัง เกยคางบนไหล่บางอย่างถือวิสาสะ“พี่ทัตทำอะไรเนี่ย”เมื่อโดนรบกวนปลายฝนก็วางจานลงในอ่าง เอียงหน้ามามองคนที่กำลังส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ เขาทำตัวราวกับเด็กน้อย ที่กำลังต้องการเรียกร้องความสนใจ“ท้องก็โตขึ้นทุกวัน ๆ ทำไมถึงยังดื้อมายืนล้างถ้วย”“แค่ล้างถ้วยเองนะคะ มันไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย”“ก็พี่เป็นห่วง อยากให้เรานั่งเฉย ๆ ทำตัวเป็นคุณนายสวย ๆ ไม่ได้เหรอ งานบ้านก็ปล่อยให้คนใช้ทำแทน”“ไม่เอา แค่งานในบ้านใหญ่ทุกคนก็ยุ่งมากพอแล้ว แค่นี้ฝนทำไหวค่ะ ต่อให้ท้องโย้วฝนก็ไหว” เธอยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่แม่ศรีเรือนต่อไป“งั้นพี่จะเป็นคนทำเอง ไม่ว่าจะเป็นทำกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน และอื่น ๆ ที่ฝนบัญชามาพี่ทำได้ทั้งนั้น”“จริงดิ ฝนไม่ไว้ใจพี่เลย กลัวว่าจะทำบ้านพังไปทั้งหลังนะสิไม่ว่า”“ไม่เชื่อใจพี่เหรอครับ สมัยไปเรียนต่างประเทศพี่ก็ทำเองทั้งนั้น”“โม้ป่าว ไปอยู่ที่โน่นไม่มีใครเห็นด้วยจะพูดอะไรก็ได้”“จริง
หลังจากวันนั้นอลิชาก็ไม่มายุ่งเกี่ยวกับคนในบ้านเทวทัตภิรมย์อย่างที่พูดจริง ๆ และตอนนี้กันติทัตได้เอาเฝือกออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงน้ำหนักเท้าได้เท่าที่ควร การเดินจึงช้ากว่าคนทั่วไปช่วงนี้อารมณ์ของปลายฝนขึ้น ๆ ลง ๆ ผู้เป็นสามีจึงต้องตามใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะตอนนี้คนที่มีอำนาจเหนือกว่าคือปลายฝนไปเสียแล้ว กันติทัตคอยเอาอกเอาใจและคอยดูแลภรรยาแทบยี่สิบสี่ชั่วโมง หวงยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก“จะรีบตื่นไปไหน”เสียงอันงัวเงียดังอยู่ข้างหู ขณะเธอกำลังพยายามแกะมือเขาออก เตรียมตัวจะลุกขึ้นเพื่อไปใส่บาตรในตอนเช้า“ฝนจะไปตักบาตรค่ะ คนบาปอย่างพี่คงไม่เข้าใจหรอก”“ให้กอดอีกสักแปบไม่ได้เหรอ เดี๋ยวพี่จะไปใส่ด้วย”ฟอดดด!!!คนที่อยู่ในอ้อมกอดเขินจนหน้าแดง เธอยังคงไม่คุ้นชินกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปของกันติทัต ฟังดูแล้วมันเลี่ยน ๆ อย่างบอกไม่ถูก ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกหัวใจพองโตเช่นกัน“ขืนนอนต่อมีหวังพระท่านไปก่อนพอดี ปล่อยฝนเดี๋ยวนี้เลย”“โอเคครับปล่อยก็ปล่อย แต่ฝนต้องจูบพี่ก่อนนะ” ว่าแล้วก็พลิกร่างบอบบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน และตอนนี้กันติทัตได้รู้ว่าเจ้าหล่อนกำลัง
ภายในร้านอาหารสุดหรูย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง มุมหนึ่งของร้านมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งดื่มน้ำส้มคั้นด้วยจริตผู้ดี พลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาอัปเดตข่าวสารจากบรรดาคนรู้จักในโลกโซเชียล เธอรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกที่จู่ ๆ กันติทัตก็นัดมาเจอ คำพูดของอดีตแฟนหนุ่มมีพิรุธ ราวกับมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเธอกำลังลังเลใจว่าจะยอมบอกความจริงเรื่องพ่อของเด็ก หรือปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วหายไปจากชีวิตคนพวกนี้ ให้พ่อของลูกได้ชื่อว่ากันติทัตต่อไป“ทำไมยังไม่มาอีกนะ เป็นคนโทรฯ นัดเรามาแท้ ๆ”อลิชาบ่นหลังจากดูเวลาที่หน้าจอมือถือ พบว่าตอนนี้เลยเวลานัดไปแล้วเกือบยี่สิบนาที เธอนั่งถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะตัดสินใจหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้“คุณอลิซ”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เจ้าหล่อนขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ เสียงนั่นไม่ใช่กันติทัตแต่เป็นเสียงเขมทัต หรือว่าเธอจะโดนหลอกเข้าให้แล้ว เมื่อหันไปมองก็เป็นอย่างที่คาดเดาในใจจริง ๆ“คุณเขม! คุณมาที่นี่ทำไม”“ก็ผมอยากจะมาคุยกับคุณไงล่ะ”“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” เธอกล่าวแล้วเดินผ่านหน้าไป ทว่าเขมทัตรั้งมือเอาไว้ เจ้าหล่อนส่งส







