FAZER LOGIN“ยังไงตาทัตก็ต้องฟังย่า ฉันจะไม่มีทางยอมให้แม่นั่นแต่งงานกับตาทัตเด็ดขาด”
“เราจะห้ามตาทัตได้เหรอคะ”
“ทำไมจะห้ามไม่ได้ นี่ย่ากับแม่ ยังไงตาทัตก็ต้องเลือกเราอยู่แล้ว” หญิงสูงวัยเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ
“คุณหญิงจะให้ฝนตั้งโต๊ะรอเลยไหมคะ” ปลายฝนเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าตอนนี้กันติทัตไม่ได้อยู่แล้ว
“รอให้ตาทัตกลับมาก่อนค่อยเตรียม แม่ฝนเงยหน้าขึ้นมาให้ฉันมองชัด ๆ หน่อยสิ”
“ค่ะคุณหญิง” ว่าแล้วก็เงยหน้าขึ้นให้คุณหญิงชดช้อยยลโฉม แม้จะไม่เข้าใจว่าคำสั่งของท่านมีนัยอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่
“หล่อนโตเป็นสาวสวยแล้วสินะ ควรจะออกเรือนได้แล้วกระมัง”
“ออกเรือน! ฝนเพิ่งจะเรียนจบเองนะคะ อีกอย่างยังไม่ได้มีคนรักเลยนะคะคุณหญิง”
“ดีแล้วที่หล่อนไม่มี เรื่องมันจะได้ง่ายขึ้น” คุณหญิงชดช้อยยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งปริศนาให้กับหญิงทั้งสองที่ยืนอยู่
“ฝนไม่เข้าใจสิ่งที่คุณหญิงกล่าวเลยค่ะคุณอังกาบ”
“ฉันเองก็ไม่เข้าใจคุณแม่เหมือนกัน ท่านกำลังคิดอะไรอยู่นะ อย่าคิดมากเลยเข้าไปในบ้านกันเถอะ”
“ค่ะ”
x o x o x o x o x o x o x
ไปส่งแฟนสาวในครั้งนั้นแล้ว กันติทัตยังไม่กลับมาที่บ้านจนดึกดื่น จนคนที่เฝ้าคอยอดรนทนไม่ไหว เข้าห้องนอนหลับพักผ่อนไปแล้ว คุณหญิงชดช้อยโกรธให้หลานชายเป็นฟืนเป็นไฟ ที่หลงมารยาผู้หญิงคนนั้นจนไม่เห็นหัวย่าและแม่ ร้อนไปถึงปลายฝนที่ตอนนี้ยังคงไม่หลับไม่นอน เพราะต้องมารอเขากลับมา เพื่อจะได้เตือนสติ เนื่องจากเธอโกรธแทนผู้มีพระคุณทั้งสองนั่นเอง
“อ้าว! เธอมานั่งทำอะไรตรงนี้ยัยกาฝาก” เมื่อเห็นสาวน้อยหน้าสวยนั่งอยู่ที่บันไดทางเข้าบ้านกันติทัตก็เอ่ยทัก ใช้คำพูดคำจาดูหมิ่นดูแคลนเหมือนเช่นเคย
ปลายฝนลุกขึ้นยืนเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอย่างไม่รู้สึกกลัว ทั้งที่ใบหน้าเธอถึงแค่ระดับหน้าอกเขาเท่านั้น
“ก็มารอพี่ทัตนั่นละค่ะ ทำไมถึงกลับค่ำมืดดึกดื่นอย่างนี้”
ได้ยินอย่างนั้นกันติทัตก็ขำเล็กน้อย เท้าสะเอวมองหน้าเจ้าหล่อนอย่างเหยียด ๆ
“เธอเป็นแม่ฉันหรือไง ถึงมีสิทธิ์มายืนถามอย่างนี้”
“ฝนถามแทนคุณหญิงและคุณอังกาบ รู้ไหมว่าท่านทั้งสองรอพี่มาทานข้าวด้วยกัน แต่พี่กลับเห็นผู้หญิงดีกว่า ปล่อยให้คนแก่ต้องรออย่างนี้มันสมควรแล้วหรือคะ”
“แล้วไง นี่มันเรื่องในครอบครัวฉัน เธอเป็นคนนอกมาเดือดร้อนอะไร หรือคิดว่านั่นคือย่าและแม่ของตัวเองจริง ๆ ไปแล้ว อย่าคิดว่าคุณย่ากับคุณแม่ถือหางแล้วจะมาอวดดีกับฉันนะ”
“ฝนไม่เคยอวดดีและรู้ตัวว่าเป็นใคร ต่ำต้อยแค่ไหน แต่ฝนก็ไม่เคยทำให้ผู้มีพระคุณทั้งสองต้องไม่สบายใจอย่างนี้ค่ะ”
“เธอมีสิทธิ์อะไรมาสอนฉัน เป็นแค่เด็กถูกเก็บมาเลี้ยงทำตัวอวดดีอย่างกับเจ้าของบ้าน”
“ฝนไม่เคยคิดอย่างที่พี่กล่าวหา ตอนแรกก็คิดว่ากลับมาจากเมืองนอกแล้วนิสัยจะเปลี่ยน แต่ที่ไหนได้ยังคงมีความคิดเหมือนเด็กไม่เคยเปลี่ยน มีเรื่องจะคุยด้วยแค่นี้ละค่ะ” เธอเหวี่ยงสีหน้าใส่เขา ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น เพื่อจะมุ่งหน้าไปยังเรือนนอน
“เดี๋ยว!” เขาว่าพลางรั้งแขนของเธอเอาไว้ ทำให้ร่างบอบบางต้องชะงักงัน
“ปล่อยมือฝนเดี๋ยวนี้!”
“ฉันไม่ได้พิศวาสเธอหรอกนะ แค่สงสัยว่าทำไมถึงลงทุนมาคอยฉันเพื่อที่จะพูดเรื่องนี้ เธอต้องการอะไรกันแน่แม่กาฝาก”
“ดิฉันชื่อปลายฝนค่ะไม่ใช่กาฝาก”
“ฉันจะเรียกแล้วจะทำไม”
“ฝนจะฟ้องคุณหญิง”
“แม่ขี้ฟ้อง ฟ้องตั้งแต่เด็กจนโตจนติดเป็นนิสัย ว่าแต่คนอื่นเป็นเด็ก ตัวเองก็เด็กไม่รู้จักโตเหมือนกันนั่นละ”
“ปล่อย! ถ้าไม่ปล่อยฝนจะร้องให้คนทั้งบ้านรู้ว่าพี่ไม่เป็นสุภาพบุรุษ”
“ฉันอยากจะขำให้ฟันร่วงหมดปาก ใครจะเชื่อว่าฉันจะทำอะไรเธอ” เขาเอ่ยกลั้วขำ
“พี่ทัต!” โกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ปลายฝนได้แต่จ้องเขม็งมองหน้าชายหนุ่มอย่างขุ่นเคือง พยายามดึงมือตัวเองกลับทว่าเขาดึงตัวเธอเข้าหา จนเซถลาล้มอยู่ภายในอ้อมกอดนั่นแล้ว
สายตาทั้งสองคู่ประสานกันแวบหนึ่ง เหมือนมีประกายอะไรบางอย่างแวบเข้ามาในความคิด ทำให้ทั้งคู่ละสายตาออกไป ก่อนที่ฝ่ายชายจะคลายอ้อมแขน
“ฉันขอเตือนเอาไว้ ว่าฉันไม่ได้ใจดีตลอดไปหรอกนะ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องครอบครัวฉัน ไม่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะเธอเป็นแค่คนนอก”
“ฝนจะไม่ยุ่ง ถ้าเรื่องนั้นไม่ทำให้ผู้มีพระคุณของฝนต้องเดือดเนื้อร้อนใจค่ะ” ปลายฝนต่อคำอย่างไม่ลดละด้วยความโทสะที่มีอยู่ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นอีกครั้ง ครั้งนี้เธอผ่านมาได้อย่างฉลุยโดยไม่มีใครฉุดรั้ง
ส่วนกันติทัตก็ได้แต่มองตามหลังพลางส่ายหัวเบา ๆ เขาและเธอเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่เด็ก นั่นเพราะคุณหญิงชดช้อยและคุณอังกาบ ประคบประหงมเธอคนนี้ยิ่งกว่าลูกในไส้ มีเรื่องทะเลาะกันทีไรท่านทั้งสองก็ไม่เคยเข้าข้างหลานชายแท้ ๆ ทำให้กันติทัตระบายความอัดอั้นด้วยแกล้งเธอมาตั้งแต่เด็ก จนติดเป็นนิสัย บัดนี้ความคิดเหล่านั้นก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
หลังจากทั้งสองคนเดินแยกไปคนละทางแล้ว คนที่แอบซุ่มอยู่ก็ออกมาจากที่ซ่อนตัว เป็นสาวใช้ทั้งสองซึ่งเป็นคู่อริกับปลายฝนนั่นเอง มะลิ และ รำเพย สาวใช้รุ่นพี่ต่างก็เบะปากมองหน้ากันราวกับมีแผนร้ายในใจเสียอย่างนั้น
“อย่ามากล่าวหากันนะ พี่ไม่ได้วางแผนสักหน่อย อีกอย่างใครจะบ้ามาทำอะไรตรงนี้ หรือว่า...เราชอบเอาท์ดอร์” เขากระซิบบอกข้างใบหูปลายฝนหน้าแดงก่ำ รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า“บ้า! ใครจะไปชอบแบบนั้นเหมือนพี่กันล่ะ”“อายอย่างนี้แสดงว่า...เธอคิดใช่ไหมว่าพี่จะทำอะไร แสดงว่าคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องโดน”“พี่ทัต! หุบปากเดี๋ยวนี้เลย ไม่กลัวคนอื่นได้ยินก็เกรงใจเจ้าที่ท่านบ้าง” เธอเอ็ดเสียงดังแก้เขิน“พี่แค่แกล้งเล่นเท่านั้นเอง ใครจะกล้ามาทำอะไรตรงนี้ นั่งนิ่ง ๆ บนตักให้พี่กอดอย่างนี้ก็พอ บรรยากาศโรแมนติกอย่างนี้ เราควรจะนั่งชมจันทร์ฟังเสียงคลื่นทะเลดีกว่าว่าไหม”“พูดจริง?”“จริงดิ ไม่ไว้ใจพี่แล้วเหรอครับ” คนพูดทำน้ำเสียงออดอ้อนราวกับเด็กน้อย“ไม่ต้องทำเสียงอ้อนหรอก เชื่อแล้วค่ะ”“วันนี้พระจันทร์สวยจังเลยนะว่าไหม”“ค่ะสวยมาก”“แต่พี่ว่ายังไงฝนก็สวยกว่าอยู่ดี แถมยังหอมกว่าด้วย”“ถ้าพระจันทร์ได้ยินคงจะเสียใจแย่เลย แต่ฝนเองก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะคะ เพราะมันคือความจริง”“ฝนว่า...เราจะมีลูกกันกี่คนดี”“แหนะ! วนเข้าเรื่องใต้สะดืออีกแล้วนะพี่”“เปล่า...แค่ถามความเห็นเฉย ๆ พี่ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยนะ แค่อยากให้หนูฟ
ชายหนุ่มยังไม่เลิกเล่นสงครามประสาทกับคนเป็นเมีย ปลายฝนทำหน้ายักษ์ใส่แล้วคว้ามือลูกสาวมาจับไว้“เรากลับเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะหนูฟ้า”“มาขี่คอพ่อจ๋าดีกว่าค่ะ”กันติทัตชิงตัวอุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งบนคอตัวเอง แล้วยักคิ้วให้กับภรรยา ปลายฝนแยกเขี้ยวใส่ กำหมัดขึ้นทำท่าจะชกหน้า ผู้เป็นสามีรีบเอียงหน้ารอรับอย่างไม่รู้สึกกลัว ท้ายที่สุดเจ้าหล่อนก็ยื่นหมัดนั้นเข้าไปสัมผัสที่ก้มออกแรงดันเบา ๆ เท่านั้น“รีบไปเลย จะได้อาบน้ำอาบท่ากินข้าวเย็นกัน”“นึกว่าจะแน่ซะอีก หึ ๆ”“ไม่ต้องทำเป็นดีใจไปหรอก ฝนแค่ฝากไว้ก่อน รอให้พี่เผลอเมื่อไหร่จัดหนักแน่”“รีบมาจัดนะจ๊ะเมียจ๋า พี่พร้อมรับมือเสมอ นานแล้วนะที่ไม่ได้นอนกอดเมีย” คนพูดทำหน้าตายียวนกวนประสาทอย่างน่าหมั่นไส้ โยงเข้าเรื่องใต้สะดือเข้าจนได้ ปลายฝนยิ้มพลางส่ายหน้า รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้านก่อนหลังจากทานมื้อเย็นแล้วทั้งสามก็ออกมานั่งรับลมที่หน้าบ้าน ลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านมาประสานกับเสียงคลื่นทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แสงไฟตามจุดต่าง ๆ ของสวนหน้าบ้าน กำลังประชันเปล่งแสงกับดวงดาวนับพันบนท้องฟ้า โซฟาตัวยาวถูกจับจองจนไม่มีที่ว่าง คนเป็นพ่อกับแม่นั่งริมส่วนลูกสาวตัวน้อยนั่
สองปีต่อมา…ณ ประเทศอังกฤษ“อลันมาหาหม่ามี๊เร็วลูก”“มี๊”เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นแม่เด็กชายอลันวัยขวบเศษก็รีบวิ่งเข้ามาหา ขณะวิ่งเล่นอยู่ในสวนหน้าบ้าน อลิชากอดลูกชายไว้ด้วยความหวงแหน กดปลายจมูกลงที่กลางกระหม่อมฟอดใหญ่ด้วยความรัก“เก่งมาก ๆ เดี๋ยวหม่ามี๊จะพาไปอาบน้ำนะครับ”“ไม่อาบ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นเจ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ผู้เป็นแม่ได้แต่ยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นด้วยความเอ็นดู แค่มีลูกชายคนนี้คนเดียวชีวิตเธอก็มีความสุขมากพอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องรับใครเข้ามาในชีวิตเพิ่มเติมอีกสองสัปดาห์หลังจากวันที่ได้เจอกับเขมทัต เธอก็ตัดสินใจมาคลอดลูกที่อังกฤษ เพราะต้องการหลีกหนีจากความทุกข์ที่เกิดขึ้น และเพื่อสะดวกในการใช้ชีวิตมากกว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยกลับเมืองไทยเลยสักครั้ง“อลันมานี่เดี๋ยวนี้เลย จะไปไหนครับ” เธอว่าพลางวิ่งไล่จับลูกชายพร้อมกับรอยยิ้มแห่งสุข แทนที่จะรีบจับตัวไปอาบน้ำ แต่กลับกลายเป็นว่ามาวิ่งไล่กันเล่นเสียอย่างนั้น“ฮ่า ๆ ๆ หม่ามี๊”“ดื้อนักนะเรา ฮ่า ๆ”ขณะสองแม่ลูกกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานภายในรั้วบ้าน มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ เป็นเขมทัตน
เมื่อเสร็จภารกิจช่วงเช้าแล้ว ก็ถึงเวลาที่กันติทัตจะได้มีโอกาสอยู่กับภรรยาสองต่อสอง ตอนนี้ปลายฝนกำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว คนเป็นสามีเห็นก็แอบเดินย่องไปเงียบ ๆ แล้วสวมกอดจากด้านหลัง เกยคางบนไหล่บางอย่างถือวิสาสะ“พี่ทัตทำอะไรเนี่ย”เมื่อโดนรบกวนปลายฝนก็วางจานลงในอ่าง เอียงหน้ามามองคนที่กำลังส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ เขาทำตัวราวกับเด็กน้อย ที่กำลังต้องการเรียกร้องความสนใจ“ท้องก็โตขึ้นทุกวัน ๆ ทำไมถึงยังดื้อมายืนล้างถ้วย”“แค่ล้างถ้วยเองนะคะ มันไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย”“ก็พี่เป็นห่วง อยากให้เรานั่งเฉย ๆ ทำตัวเป็นคุณนายสวย ๆ ไม่ได้เหรอ งานบ้านก็ปล่อยให้คนใช้ทำแทน”“ไม่เอา แค่งานในบ้านใหญ่ทุกคนก็ยุ่งมากพอแล้ว แค่นี้ฝนทำไหวค่ะ ต่อให้ท้องโย้วฝนก็ไหว” เธอยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่แม่ศรีเรือนต่อไป“งั้นพี่จะเป็นคนทำเอง ไม่ว่าจะเป็นทำกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน และอื่น ๆ ที่ฝนบัญชามาพี่ทำได้ทั้งนั้น”“จริงดิ ฝนไม่ไว้ใจพี่เลย กลัวว่าจะทำบ้านพังไปทั้งหลังนะสิไม่ว่า”“ไม่เชื่อใจพี่เหรอครับ สมัยไปเรียนต่างประเทศพี่ก็ทำเองทั้งนั้น”“โม้ป่าว ไปอยู่ที่โน่นไม่มีใครเห็นด้วยจะพูดอะไรก็ได้”“จริง
หลังจากวันนั้นอลิชาก็ไม่มายุ่งเกี่ยวกับคนในบ้านเทวทัตภิรมย์อย่างที่พูดจริง ๆ และตอนนี้กันติทัตได้เอาเฝือกออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงน้ำหนักเท้าได้เท่าที่ควร การเดินจึงช้ากว่าคนทั่วไปช่วงนี้อารมณ์ของปลายฝนขึ้น ๆ ลง ๆ ผู้เป็นสามีจึงต้องตามใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะตอนนี้คนที่มีอำนาจเหนือกว่าคือปลายฝนไปเสียแล้ว กันติทัตคอยเอาอกเอาใจและคอยดูแลภรรยาแทบยี่สิบสี่ชั่วโมง หวงยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก“จะรีบตื่นไปไหน”เสียงอันงัวเงียดังอยู่ข้างหู ขณะเธอกำลังพยายามแกะมือเขาออก เตรียมตัวจะลุกขึ้นเพื่อไปใส่บาตรในตอนเช้า“ฝนจะไปตักบาตรค่ะ คนบาปอย่างพี่คงไม่เข้าใจหรอก”“ให้กอดอีกสักแปบไม่ได้เหรอ เดี๋ยวพี่จะไปใส่ด้วย”ฟอดดด!!!คนที่อยู่ในอ้อมกอดเขินจนหน้าแดง เธอยังคงไม่คุ้นชินกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปของกันติทัต ฟังดูแล้วมันเลี่ยน ๆ อย่างบอกไม่ถูก ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกหัวใจพองโตเช่นกัน“ขืนนอนต่อมีหวังพระท่านไปก่อนพอดี ปล่อยฝนเดี๋ยวนี้เลย”“โอเคครับปล่อยก็ปล่อย แต่ฝนต้องจูบพี่ก่อนนะ” ว่าแล้วก็พลิกร่างบอบบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน และตอนนี้กันติทัตได้รู้ว่าเจ้าหล่อนกำลัง
ภายในร้านอาหารสุดหรูย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง มุมหนึ่งของร้านมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งดื่มน้ำส้มคั้นด้วยจริตผู้ดี พลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาอัปเดตข่าวสารจากบรรดาคนรู้จักในโลกโซเชียล เธอรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกที่จู่ ๆ กันติทัตก็นัดมาเจอ คำพูดของอดีตแฟนหนุ่มมีพิรุธ ราวกับมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเธอกำลังลังเลใจว่าจะยอมบอกความจริงเรื่องพ่อของเด็ก หรือปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วหายไปจากชีวิตคนพวกนี้ ให้พ่อของลูกได้ชื่อว่ากันติทัตต่อไป“ทำไมยังไม่มาอีกนะ เป็นคนโทรฯ นัดเรามาแท้ ๆ”อลิชาบ่นหลังจากดูเวลาที่หน้าจอมือถือ พบว่าตอนนี้เลยเวลานัดไปแล้วเกือบยี่สิบนาที เธอนั่งถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะตัดสินใจหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้“คุณอลิซ”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เจ้าหล่อนขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ เสียงนั่นไม่ใช่กันติทัตแต่เป็นเสียงเขมทัต หรือว่าเธอจะโดนหลอกเข้าให้แล้ว เมื่อหันไปมองก็เป็นอย่างที่คาดเดาในใจจริง ๆ“คุณเขม! คุณมาที่นี่ทำไม”“ก็ผมอยากจะมาคุยกับคุณไงล่ะ”“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” เธอกล่าวแล้วเดินผ่านหน้าไป ทว่าเขมทัตรั้งมือเอาไว้ เจ้าหล่อนส่งส





![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

