LOGIN[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : ดับฝัน
--------------------------------------------------------------------------
หน้าโรงพยาบาล เวลาหกโมงเช้า...
สองสาวตื่นขึ้นมาเตรียมความพร้อมกับการเดินทางครั้งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อให้ทันนัดขึ้นรถ ซึ่งตามนัดรถจะมาจอดรับพวกเธอที่หน้าโรงพยาบาลในช่วงหกโมงเช้า และสำภาระที่สองสาวนำติดตัวมาด้วยก็เป็นเอกสารสำคัญ ของใช้ผู้หญิงที่จำเป็นบางส่วน และเงินเก็บจำนวนเล็กน้อยที่นำมาติดตัวไว้เพื่อความสบายใจ แม้จะรู้ว่าทางนั้นเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม แต่การมีเงินติดตัวก็สบายใจกว่า แม้ไม่รู้ว่าจะนำเงินสดที่พกมานี้ไปแรกใช้ยังไง...
“เด็ก ๆ มากันแล้วครับ” เสียงของคนขับรถพูดบอกกับปลายสายที่ถือสายรออยู่ เมื่อเห็นว่าเป้าหมายทั้งสองเดินมารอที่หน้าโรงพยาบาลตามเวลานัด
“รีบพามาส่งที่สนามบิน ถ้าเด็กถามอะไรแกไม่ต้องพูด ห้ามหลุดพิรุธให้เด็กสงสัยเด็ดขาด อย่าทำให้เสียงาน…”
“ครับนาย”
เมื่อขานรับเจ้านายปลายสายเสร็จ เขาก็เปิดประตูรถเก๋งคันหรูลงไป และทักทายสองสาวด้วยท่าทางที่เป็นมิตร “หนูสองคนที่ต้องเดินทางไปเป็นเด็กฝึกที่เกาหลีใช่หรือเปล่า?”
“อ๋อใช่ค่ะ” โมอาพูดตอบท่าทางกระตือรือร้น
“ขึ้นรถสิ น้ามารับพวกหนูไปส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินน่ะ”
“อ๋อค่ะ...” โมอาตอบรับชายมีอายุไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะจูงมือเพื่อนสนิทอย่างเลย์อิขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง
“ส่งข้อความบอกแม่แล้วใช่ไหมโม”
“บอกแล้ว แม่ออกเวรแปดโมงก็คงจะเห็น”
“ตื่นเต้นจังเนอะจะได้ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก” เลย์อิยิ้มออกเมื่อรถเก๋งคันหรูเคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงพยาบาล
“อือ หน้าตาประเทศเกาหลีจะเหมือนที่เราดูกันในซีรีส์ไหมนะ ตื่นเต้นจัง”
สนามบินดอนเมือง (รันเวย์)
เมื่อถึงที่สนามบิน ทุกอย่างดูต่างไปจากที่สองสาวคิดไว้ เพราะพวกเธอไม่ต้องเข้าไปในตึกใหญ่เพื่อเช็คอินและรอขึ้นเครื่อง แต่รถกลับมาจอดส่งถึงรันเวย์ เพราะการเดินทางครั้งนี้สองสาวต้องบินด้วยเครื่องบินเจ็ทขนาดหกที่นั่ง และมีพี่เลี้ยงส่วนตัวคอยดูแลตลอดเที่ยวบินออกนอกประเทศนี้...
“สวัสดีครับเด็ก ๆ” เสียงของชายที่เป็นหนึ่งในพี่เลี้ยงพูดทักทายสองสาวทันทีที่เห็นว่าพวกเธอก้าวขาลงจากรถ ท่าทางที่ดูเป็นมิตรและยิ้มแย้มนั้นทำเด็ก ๆ สบายใจจนเผลอยิ้มทักทายตอบกลับ
“สวัสดีค่ะ”
“พี่ชื่อโค๊ทนะครับ เป็นพี่เลี้ยงของโมอา”
“ส่วนพี่ชื่อเบย์ครับ เป็นพี่เลี้ยงของน้องเลย์อิ” ชายอีกคนแนะนำตัวกับสาวสวยที่เขาต้องคอยดูแลตลอดเส้นทางการขนย้ายสินค้า จนกระทั่งส่งถึงมือผู้ซื้ออย่างปลอดภัย
“สวัสดีค่ะพี่เบย์” คนเสียงหวานพูดทักทายตอบกลับอย่างสุภาพ
เมื่อทั้งสี่คนทักทายกันเสร็จ ตอนนี้ก็เป็นช่วงของการเดินทางจริง ๆ บนเครื่องบินลำหรูขนาดหกที่นั่งนี้ มีสิ่งของอำนวยความสะดวกให้สองสาวอย่างครบครัน
เวลาที่ไทยจะช้ากว่าเวลาที่เกาะหนึ่งชั่วโมงซึ่งตอนนี้ที่นั่นเป็นเวลาแปดโมงครึ่งแล้ว และคาดว่าจะลงจอดที่เกาะในเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งของเวลาที่นั่นโดยประมาณ...
“สูงจัง”
“นั่นสิ สูงจนมองแทบไม่เห็นตึกเลย” โมอาพูดด้วยความตื่นเต้นที่มีไม่ต่างจากเลย์อิคนสวยพูดน้อย “เลย์ดูก้อนเมฆสิ อยู่ใกล้เรามากเลย…”
“ต้องเรียกว่าเลย์อิสิ โม…อา ฮ่า ฮ่า โมอา” เลย์อิหัวเราะออกมาเมื่อพยายามทำความคุ้นชินกับชื่อเรียกใหม่ของเพื่อนสนิท ชื่อที่พวกเธอช่วยกันตั้งให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเติมจากชื่อเดิมเพียงเล็กน้อย
“ใช่ ลืมเลยว่าตอนนี้แกเป็นเลย์อิแล้ว ส่วนฉันก็เป็นโมอา”
เครื่องบินเคลื่อนผ่านน่านฟ้าของไทย โดยที่สองสาวไม่รู้เลยว่าปลายทางของพวกเธอจริง ๆ แล้วไม่ใช่ประเทศเกาหลี แต่เป็นหมู่เกาะแห่งหนึ่งที่อยู่ในทะเลจีนใต้
ช่วงสิบนาทีก่อนที่เครื่องจะลงจอด สองสาวถูกเสิร์ฟของว่างสุดพิเศษโดยพี่เลี้ยงทั้งสอง และดูท่าพวกเธอจะชื่นชอบกับภาพลักษณ์ที่ดูสวยงามของมัน ก่อนที่ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีสองสาวจะสลบไปเพราะถูกพิษของยานอนหลับ นั่นก็เพื่อให้ง่ายต่อการพาส่งไปตรวจความบริสุทธิ์ที่โรงพยาบาลบนเกาะ…
@เกาะ YOLO (อาณาจักรสี่เสือ)
YOLO Hospital...
ทันทีที่เครื่องบินลงจอด ร่างสองสาวที่ยังคงไร้สติก็ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลบนเกาะเพื่อตรวจความบริสุทธิ์ เพราะต้องเช็คให้แน่ใจว่าสิ่งที่มีมูลค่ามากที่สุดในตัวของพวกเธอยังไม่ถูกทำลายไป เหมือนกับเด็กสาวที่พวกเขาหลอกมาก่อนหน้าแต่ก็ถูกเด็ก ๆ หลอกกลับ
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น พวกเธอจะต้องถูกส่งไปขายตัวที่อื่น จนกว่าจะคืนเงินลงทุนที่พวกเขาเสียไป และสองหนุ่มที่อ้างตนว่าเป็นพี่เลี้ยง อาจจะต้องกลายไปเป็นอาหารจระเข้หลังเกาะจริง ๆ อย่างที่นายท่านใหญ่พูดขู่ไว้...
“ตรวจเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับหมอ?”
“เรียบร้อยแล้วครับ เด็กทั้งสองคนยังบริสุทธิ์อยู่...”
“เย้! เกือบตายห่าแล้วไหมละกู” โค๊ท ชายพี่เลี้ยงโมอาร้องเฮ้ออกมาเพราะโล่งใจ เมื่อได้ยินว่าสินค้ารอบนี้ได้มาตรฐานอย่างที่นายใหญ่ต้องการ
“อีกนานไหมครับกว่าพวกเธอจะฟื้น” พี่เลี้ยงของเลย์อิถามถึงอาการของสองสาว เพราะยานอนหลับที่เขาผสมให้พวกเธอทานนั้นจ่ายโดยแพทย์ผู้นี้
“ถ้าใช้ยาในปริมาณที่หมอแนะนำ ก็น่าจะอีกสักสิบถึงสิบห้านาทีครับ”
“งั้นช่วยเร่งเอกสารให้หน่อยนะครับ ผมต้องรีบพาตัวพวกเธอไปส่งให้นายท่าน”
“ได้ครับ...” นายแพทย์ใหญ่ตอบรับ เพราะเขารู้ดีว่านายท่านที่ว่าเป็นใคร และมีอำนาจเหนือประชากรบนเกาะนี้แค่ไหน
“ทีนี้ก็เหลือแค่ส่งของให้ท่าน ลอดตัวแล้วกู เฮ้อ”
“เกือบได้เป็นอาหารไอ้เข้หลังเกาะแล้วไหมล่ะมึง...”
ทั้งสองหนุ่มที่อ้างตนว่าเป็นพี่เลี้ยงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อพวกเขาทำงานสำเร็จไปเกินครึ่งทาง และสินค้าของพวกเขายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แถมเวลานี้ก็ย้ายพวกเธอมาที่เกาะแห่งนี้ได้สำเร็จ...
“น้องโมอา”
“น้องเลย์อิ”
เสียงนั้นเรียกปลุกสองสาวที่สลบไปเพราะฤทธิ์ยาให้ตื่นขึ้น และเมื่อพวกเธอมองไปโดยรอบก็เห็นว่าสถานที่หรู ๆ นี้ ดูคล้ายกับโรงพยาบาล…
“เป็นยังไงบ้างโมอา เป็นลมไปนานเลย”
“หนูเป็นลมไปเหรอคะ?”
“ใช่ ตอนที่เครื่องจะลงโมอากับเลย์อิเป็นลมไปน่ะ พวกพี่ก็เลยรีบพามาที่โรงพยาบาล...”
“ตอนนี้ดีขึ้นกันหรือยัง พวกพี่ตกใจแทบแย่...” สองหนุ่มพี่เลี้ยงเล่นทุกอย่างไปตามบทที่วางไว้ ส่วนทั้งสองสาวเองก็รู้สึกแปลกใจเล็ก ๆ เพราะจำอะไรไม่ได้เลย แต่เมื่อเห็นว่าพวกเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ก็พอจะเป็นเหตุผลให้ปักใจเชื่อชายแปลกหน้าสองคนได้
“ดีขึ้นแล้วค่ะ...เลย์เป็นไงบ้าง?”
“ยังมึนหัวอยู่นิดหน่อย” เลย์อิพูดตอบ
“ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกก็เป็นแบบนี้แหละ พี่เองก็เคยเป็นลมเหมือนกัน ฮ่า ๆ” พี่เลี้ยงของเลย์อิพูดเรื่องแต่งให้เด็กสาวฟัง ก่อนจะแสร้งหัวเราะออกมา ท่าทางของพวกเขาดูไม่ออกเลยสักนิดว่าเป็นคนอันตรายแค่ไหน จนสองสาวเผลอหัวเราะตามกับนิทานหลอกเด็กนั้น
ระหว่างเดินทางออกจากโรงพยาบาล...
“เป็นไงบ้างสองสาว ดีขึ้นหรือยัง?” เสียงพี่เลี้ยงของโมอาที่นั่งอยู่ด้านหน้าเบาะคนขับ เอ่ยถามกับสองสาวที่นั่งอยู่ด้วยกันทางเบาะหลัง
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“นี่เราเดินทางมาถึงที่เกาหลีกันแล้วใช่ไหมคะ?” เลย์อิถามไปอย่างสงสัย สายตาก็ทอดมองออกไปด้านนอกหน้าต่างรถ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ใช่ครับ”
“นั่นทะเลใช่ไหมคะ?” โมอาเอ่ยถามเสียงดัง จนเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ เอี้ยวตัวมามองตามวิวที่ข้างหน้าต่างของโมอา
“ใช่ ที่นี่มีทั้งทะเล ทั้งภูเขา โมอากับเลย์อิจะต้องชอบแน่ ๆ”
แม้ที่เกาะแห่งนี้จะเป็นเกาะที่ใกล้กันกับประเทศไต้หวัน แต่ภาษาที่ใช้บนเกาะเป็นหลักเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นภาษาไทย ส่วนวัฒนธรรมก็เป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างไทย จีน และเกาหลี ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ต่างก็เป็นลูกน้องของมาเฟียเจ้าของเกาะ พวกเขาสร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นเพื่อต้องการแสดงความยิ่งใหญ่ และใช้เงินมหาสารที่มีให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด...
บนเกาะแห่งนี้มีความสะดวกสบายอย่างครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน มหาลัย ร้านอาหาร ผับบาร์ สนามบินส่วนตัว ขนส่งโดยสาร และอื่น ๆ ที่จำเป็น ถูกเนรมิตขึ้นที่เกาะแห่งนี้ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ที่เปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่บุ๊กกิ้งไว้เท่านั้นซึ่งก็เป็นลูกค้าของแก๊งที่ทำธุระกิจสีเทาร่วมกัน...
ส่วนใหญ่ประชากรที่อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้จะเป็นพวกหนีคดี ทำอาชีพผิดกฎหมาย หรือเป็นพวกลี้ภัย ตัวอย่างเช่น...เป็นหมอที่มีคดีติดตัวไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ การอาศัยอยู่ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพียงแค่ทำหน้าที่ของตัวเองบนเกาะให้ดีที่สุด ด้วยการเป็นพลเมืองที่ดีของเกาะโยโล่ ทำตามกฎระเบียบที่ตั้งไว้โดยผู้เป็นเจ้าของเกาะ แลกกับการมีชีวิตใหม่ที่ไม่สามารถมีได้ในประเทศไทย...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ช่วงชีวิตที่สมบูรณ์--------------------------------------------------------------------------สองปีต่อมา...เวลานี้ทายาทของทั้งสี่หนุ่มมาเฟียใหญ่ ได้ลืมตาดูโลกเป็นที่เรียบร้อย พวกเขากลายเป็นพ่อลูกอ่อน ติดทั้งลูก ติดทั้งเมีย และคนที่น่าจะเหนื่อยที่สุดก็คงจะเป็นสองสาว ที่คลอดคนแรกออกมาเสร็จ สามีก็ไม่เว้นจังหวะให้ช่องคลอดได้พักฟื้น พวกเธอก็ต้องคลอดลูกคนที่สองให้กับสามีที่รอคิวเป็นคนต่อไป เพื่อไม่ให้น้อยน่ากันเรื่องลูก ที่หนุ่ม ๆ ชอบเอามาพูดขิงกัน…ลูกคนแรกที่เกิดจากเลย์อิ คือนายน้อย ‘ฮอล’ มีอายุได้เพียงหนึ่งขวบ เป็นลูกของฮาร์ทตามที่ทุกคนคาดการไว้ ส่วนลูกคนที่สอง เป็นสาวน้อยวัยสองเดือน คุณหนู ‘ปอไหม’ น้องเล็กสุดท้องของบ้าน ที่เกิดจากคุณพ่อเปอร์คนอบอุ่น เขาได้ลูกสาวตามใจอยาก แม้จะได้มีลูกหลังพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในแก๊ง แต่ก็มีความสุขไม่ต่างกันส่วนลูกคนแรกของโมอาก็คือ นายน้อย ‘เจ้าขุน’ มีอายุได้เพียงหนึ่งขวบ เช่นกัน เพราะเลย์อิกับโมอาคลอดลูกชายในวันเดียวกัน และเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งฮอลคลอดในช่วงเช้า ส่วนเจ้าขุนคลอดในช่วงบ่าย และแน่นอนว่าฟัง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ชีวิตรักของโมอา Nc🔞3p----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ -----------------------⚠️18+ เนื้อหานิยายในตอนนี้ มีฉากเกี่ยวกับการรวมเพศ ความรุนแรงและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะที่รัก♡----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ ------------------------ก่อนหน้าที่จะหมดสัญญาเพียงหนึ่งเดือน โมอามีข่าวเดทกับประธานค่ายอย่างอาร์เจ และแน่นอนว่านั่นคือแฟนหนุ่มตัวจริงของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น ความจริงที่ทั้งคู่รักกันมายาวนานถึงเจ็ดปีก็ไม่ได้ถูกเปิดเผย ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะอาร์เจที่ควบคุมสื่อบันเทิง และเวลานี้ก็เริ่มเข้าควบรวมสื่อต่าง ๆ ในยุโรปได้มากขึ้น ข่าวที่ออกไป จึงมีเนื้อหาบอกว่าพวกเขาเริ่มคบหาดูใจกันมาได้หนึ่งปี แม้จะเป็นความรักต่างวัยที่ห่างกันค่อนข้างมาก และข่าวนี้ก็ทำแฟนคลับแตกเป็นสองฝั่ง บ้างก็ยินดีกับความรักครั้งนี้ของศิลปิน บ้างก็ด่าว่าอาร์เจกินเด็ก แต่คอมเมนต์พวกนั้นก็หาทำให้รักของเขาสั่นคอนอาร์เจถูกยกให้เป็นแฟนออกสื่อของโมอา อย่างที่ขุนพลเองก็เห็นด้วย เพราะถ้าให้พูดความจริงบอกทุกคนไปถึงเรื่องความสัมพันธ์สาม
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ชีวิตรักของเลย์อิ Nc🔞3p----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ -----------------------⚠️18+ เนื้อหานิยายในตอนนี้ มีฉากเกี่ยวกับการรวมเพศ ความรุนแรงและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะที่รัก♡----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ ------------------------5ปีต่อมา...เมื่อถึงเวลาที่สองสาวหมดสัญญา พวกเธอก็กลายเป็นซุปตาร์อย่างที่ไฝ่ฝันไปแล้ว แต่ถึงจะอย่างนั้นสองสาวก็ตัดสินใจโบกมือลาสมาชิกอีกห้าคน และกลับมาใช้ชีวิตเป็นครอบครัวตามที่ให้สัญญาไว้กับหนุ่ม ๆแต่เป็นเพียงการพักงานในฐานะศิลปินชั่วคราวเท่านั้น และจะกลับไปทวงคืนความเป็นซุปตาร์ หลังจากที่พวกเธอมีทายาทให้กับแฟนหนุ่มดั่งสัญญาที่ให้ไว้“เฮียอย่าลืมที่ตกลงนะ”“เออ รู้แล้วน่า มึงอยากเป็นผัวออกสื่อออกแสงอะไรก็ตามใจ แต่กูขอมีลูกก่อน”“โอเคเฮีย ตกลงตามนั้น...” เปอร์ยอมรับข้อเสนอของฮาร์ทอย่างไม่มีข้อต่อรอง เพราะเขาอยากได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่มของเลย์อิ และสามารถจูงมือเธอไปเที่ยวรอบโลกได้ โดยไม่ต้องแคร์สายตาคน หากว่าเขาอยู่ในสถานะนั้นโดยได้รับการยินยอมจากพี่ใหญ่ เพราะจะไ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : วันรวมตัว 7มาเฟียเจ้าของเกาะ--------------------------------------------------------------------------สนามหญ้าหลังบ้าน...บริเวณสนามหญ้าหลังบ้านนี้ ถูกจัดไว้อย่างร่มรื่นเพื่อให้เหมาะกับการเป็นมุมนั่งผ่อนคลายของคนในบ้าน ซึ่งบรรยากาศเย็นสบายของช่วงเวลานี้ ทุกคนก็พากันมานั่งรวมตัวปิกนิกเพื่อพูดคุยแรกเปลี่ยนชีวิตส่วนตัวที่ผ่านมา...“บ้านไปถึงไหนแล้ววะ” ขุนพลถามกับลูก้า เกี่ยวกับคฤหาสน์หลังใหม่ ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเขตพื้นที่ปกครองพิเศษ ซึ่งอยู่ในเขตปกครองเดียวกันกับคฤหาสน์หลังที่พวกเขาสี่คนอาศัยอยู่ในทางเหนือ สถานที่ ที่จะเป็นบ้านหลังใหม่ของครอบครัวลูก้า วีเดน เจได ซันซานย์ รวมถึงเด็ก ๆ ผู้เป็นทายาทของสามมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่“ยังเหลือที่ต้องทำอีกเยอะ แต่รับรองว่าอลังการกว่าคฤหาสน์ของพวกมึงแน่” ลูก้าพูดขิง“จะย้ายมาอยู่กันเมื่อไหร่เหรอคะ”“ต้องรอซานย์คลอดลูกไอ้วีเดนก่อนน่ะ ถึงจะย้ายมาอยู่ที่นี่กันได้” เจไดพูดตอบความสงสัยของโมอา“อ้อ เหรอคะ”“เมียจ๋า เมียจ๋า” เสียงเรียกเมียของเปอร์ดังมาจากด้านในบ้าน ซึ่งเสียงนั้นไม่เพียงเรียกความสนใจของค
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------หลังจากการเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกของพวกเธอ 7-Shine จบลง ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ทั้งเจ็ดคนจะได้แยกย้ายกันไปหยุดพัก และใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้โมอาและเลย์อิก็อยู่ที่เกาะโยโล่ ที่ ที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพวกเธอ...โมอาและเลย์อิในวัยยี่สิบสองปี ดูสวยสง่าขึ้นมาก ไม่ต่างจากมาเฟียทั้งสี่ ที่ดูสุขุมและสมาร์ทขึ้นตามวัย ‘อาร์เจ ฮาร์ท ขุนพล’ ในวัยสามสิบหกปี เป็นวัยที่กำลังคลั่งรักเมียเด็กสุด ๆ ส่วนเปอร์น้องเล็กที่อยู่ในวัยสามสิบสาม ก็ดูสุขุมขึ้นไม่ต่างกัน“คิดถึงจังเลยค่ะ”“เฮียก็คิดถึงครับ” เปอร์พูดบอกถึงความรู้สึกของตนกับเลย์อิ ที่วิ่งเข้ามาสวมกอดเขาด้วยความคิดถึงอย่างที่เธอบอก สายตาของเลย์อิยังคงแสดงความรักกับชายเบื้องหน้าไม่เปลี่ยน เพราะเขาคือหนึ่งในคนที่ทำให้เธอมีทุกวันนี้“ขวัญใจ” เสียงของโมอาเรียกหาสมาชิกตัวน้อย ก่อนแฟนหนุ่มทั้งสองที่ยืนยิ้มหน้าบานรอกอดจากเธอ แต่พวกเขาก็ต้องยิ้มรอจนเหงือกแห้งเพราะเธอให้ความสนใจกับหนูน้อยมากกว่าพวกเขา“ผัวคิดถ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เฝ้ามองความสำเร็จของคนที่รัก--------------------------------------------------------------------------วงเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่จากค่าย RAW อย่าง ‘7-Shine’ ที่เพิ่งเดบิ้วได้เพียงแค่ห้าเดือน ก็กวาดรางวัลบนเวทีใหญ่ ๆ ของเกาหลีอย่างนับไม่ถ้วน พวกเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะความเปล่งประกายของเด็กสาวทั้งเจ็ดคน ทำให้มีแฟนคลับทั้งในเกาหลีและต่างชาติ ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรปยอดขายของอัลบั้มแรกก็สร้างสถิติสูงเกินหน้าเกินตารุ่นพี่ที่เดบิ้วมาก่อนหลายปี ซึ่งมากถึงสิบเจ็ดล้านก็อปปี้ แน่นอนว่ายอดขายเกินครึ่งมาจากการซัพพอร์ตของหนุ่ม ๆ ทั้งสี่คน ที่เวลานี้ตั้งตัวเป็นบ้านไซต์ใหญ่ของสาว ๆ หรือเรียกว่าเป็นกลุ่มแฟนคลับของ ‘7-Shine’ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยก็ว่าได้ และพวกเขาก็มีชื่อเรียกว่า ‘my shine’ ชื่อเรียกของกลุ่มแฟนคลับที่ศิลปินตั้งให้ทั้งสี่คนตามเกาะติดขอบเวทีเพื่อส่งกำลังใจให้สองสาวไม่ห่าง รวมทั้งลูกน้องนับร้อยชีวิตก็ตามไปให้กำลังใจในหญิงของพวกเขาทุกที่ ตามคำสั่งของนายท่านทั้งสี่ และหลาย ๆ สเตจ (stage) ที่ ‘7-Shine’ ขึ้นแสดง จึงมีเสียงร้องเชีย







