Masuk“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง
“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”
“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้า
เขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”
“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”
“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน
..............................
อเมริกา
ลิปวางโทรศัพท์ลงหลังจากได้รับข้อมูลบางอย่างจากเดวิด ผู้บริหารบริษัทของบิดาที่อยู่ในเมืองไทย สามวันที่เธออดทนรอให้เดวิดติดต่อกลับอย่างใจเย็นซึ่งผิดนิสัยเธออย่างมาก แต่เพราะไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องนี้แม้กระทั่งบิดา จึงต้องทำทุกอย่างไม่ให้มีพิรุธ เธอเดินไปหาบิดาที่ทำงานอยู่อีกห้องหนึ่งด้วยแผนที่มีอยู่ในใจ
ประตูห้องทำงานที่ถูกเปิดออกโดยไร้การเคาะ ทำให้คนที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง
“แด๊ดบอกกี่ครั้งแล้วว่าจะเข้ามาให้เคาะประตูก่อน” บุรุษวัยกลางคนตำหนิไม่จริงจังนัก แล้วโอบกอดลูกสาวที่มาหอมแก้มทั้งสองข้างของตนเอาไว้ “จะขออะไรอีกล่ะ” เขาถามอย่างรู้ทัน “มัมฝากบอกว่าให้ไปหาบ้างคิดถึงลูกมาก”
“เอาทีละเรื่องได้มั้ยคะแด๊ด หนูจำไม่หมด”
“มีอะไรกับแด๊ดว่ามา”
หญิงสาวกอดบิดาอีกครั้งอย่างเอาใจ “แด๊ดคะ หนูอยากขอไปดูแลสาขาที่เมืองไทยได้มั้ย”
“เหตุผล” เพราะเขาเคยบอกให้เธอไปดูแลที่นั่นเมื่อสองปีก่อนแต่เธอไม่ไป เขาจึงต้องส่งเดวิดไปดูแลแทน ซึ่งฝ่ายนั้นก็ทำได้ดีมาก ๆ และถึงจะรักเธอมากแค่ไหนแต่เขาก็มีเหตุผลเสมอสำหรับเรื่องงาน เขาจึงอยากรู้
“ทำไมคะแด๊ด หนูขอแค่นี้ไม่ได้เหรอ” เธอเริ่มหงุดหงิดใส่บิดา เธอพยายามที่จะใจเย็นแล้วนะแต่ก็ต้องพังอีกจนได้ “ขอโทษค่ะแด๊ด หนูแค่อยากไปทำงานที่นั่นดู นะคะแด๊ด” เธอปรับอารมณ์ให้เย็นลงแล้วให้เหตุผลกับท่าน
“อยากไปทำงานหรืออยากตามเควินไปแน่ลิป บอกแด๊ดมาตามตรงดีกว่า” เขาดันตัวเธอออกแล้วจ้องตาเธออย่างจับพิรุธ เพราะเขามั่นใจว่าคิดถูก ลูกสาวของเขาคลั่งไคล้เควินมาก พยายามทำตัวเป็นเจ้าของเขา แต่เขาก็ไม่เห็นว่าเควินจะสนใจลูกของเขามากไปกว่าคู่ค้าทางธุรกิจ
มีแต่ลูกสาวของเขาที่ขยันหาเรื่องให้เป็นข่าว ไม่ว่าจะไประรานคู่ควงของเขา ถึงขั้นตบตีกันก็เคยมีมาแล้ว แต่เควินก็ไม่เคยโวยวายหรือต่อว่าเธอเลย แค่จ่ายเงินทำขวัญให้บรรดาหญิงสาวพวกนั้นเพื่อตัดปัญหา
ชายหนุ่มไม่เคยตำหนิลูกสาวของเขา หลายครั้ง ๆ ก็ยอมออกงานสังคมกับเธอตามที่เธอชักชวน แต่ให้มองยังไงเขาก็ดูออกว่าเควินไม่ได้รักลูกสาวของตน ซึ่งเขาก็เตือนเธอไปหลายครั้ง แต่เธอกลับหาว่าเขาขัดขวาง ไม่อยากเห็นเธอมีความสุข
ในฐานะพ่อที่รักลูกสาวมาก จึงได้แต่ให้คนคอยติดตามอยู่ห่าง ๆ และคอยรายงานให้เขารู้พฤติกรรมของเธอ และคอยป้องกันไม่ให้เธอสร้างเรื่องจนเสียชื่อ กระทั่งเควินเดินทางกลับไปเมืองไทยถาวร เขาก็เลิกยุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอ คิดว่าทุกอย่างคงจบ เธอเองก็คงรู้ตัวแล้วว่าเขาไม่ได้ให้ค่าอะไรกับเธอ
“แล้วลูกรู้ได้ยังไงว่าเควินกลับเมืองไทยไปแล้ว” เขาพยายามปิดเรื่องนี้มาตลอด โดยให้เธอคิดไปเองว่าเควินไปดูงานที่สาขาอื่นในอเมริกา
“แด๊ดบอกมาเลยดีกว่าว่าจะให้หนูไปทำงานที่นั่นมั้ย” เธอเริ่มงี่เง่าเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
“ถ้าแด๊ดไม่ให้ไปล่ะ เพราะ”
“แต่หนูจะไป” เธอสวนขึ้นมาทันทีอย่างเกรี้ยวกราด ไม่ฟังบิดาพูดให้จบ “ถึงแด๊ดไม่ให้ไปหนูก็จะไป” พยายามข่มเสียงให้เย็นลง เพราะถ้าเธออยากเข้าถึงตัวเขาง่าย ๆ เธอต้องเข้าไปทำงานที่สาขาเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสออกงานร่วมกับเขาด้วย เธอจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับเขาใหม่ จะปรับนิสัยให้เย็นลง จะมีเหตุผลให้มากขึ้น และจะไม่หึงหวงเขากับผู้หญิงอื่น “ให้หนูไปนะคะแด๊ด หนูสัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหาให้แด๊ดต้องหนักใจอย่างเด็ดขาด นะคะแด๊ด” กับบิดาเธอต้องใช้ไม้อ่อนและคำสัญญาให้มากที่สุด เพราะถึงแม้ท่านจะรักเธอมาก แต่ท่านก็ไม่เคยตามใจเธออย่างไร้เหตุผล โดยเฉพาะเรื่องงาน
“ก็ได้ แต่แด๊ดไม่ให้หนูเข้าไปทำงานแทนเดวิดหรอกนะ แต่จะให้ไปในฐานะตัวแทนของแด๊ดเท่านั้น คิดเสียว่าไปเที่ยวสักเดือนสองเดือน เบื่อเมืองไทยเมื่อไหร่ก็กลับมา โอเคมั้ย”
“ค่ะแด๊ด ขอบคุณนะคะแด๊ด” แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว แบบนี้ก็จะทำให้เธอมีเวลาไล่ตามเขามากขึ้น เธอยิ้มกว้างกับความคิดของตัวเอง แต่ก็หุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของบิดา
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







