FAZER LOGINสองพี่น้องทำงานอยู่กับเรา แล้วพี่ชายเขาก็เป็นแบบนี้เพราะเรา ถ้าเป็นแกจะทำยังไง ในเมื่อเขาไม่ยอมรับความช่วยเหลือเรื่องเงินจากเราเลย ทุกวันนี้ที่พ่อจ่ายให้เขาอยู่ก็เป็นแค่ค่ารักษาพยาบาลของพี่ชายเธอเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้แม่แกก็ถึงกับต้องขอร้องว่าวายุเขาเจ็บเพราะเรา ขอให้เราได้มีส่วนรับผิดชอบบ้างเธอถึงยอม เรื่องมันเกิดขึ้นแบบนี้ เป็นแกจะยอมให้อภิสิทธิ์กับเธอไหมล่ะ"
"ผมเข้าใจแล้วครับ เลยเวลาเลิกงานแล้ว ผมว่าเรากลับบ้านกันดีกว่า"
"พ่อว่าแกกลับไปให้แม่เห็นหน้าบ้างก็ดีนะ ไปอยู่เมืองนอกเป็นสิบ ๆ ปี กลับมาหาพ่อแม่ปีละสองสามครั้ง พอถึงเวลากลับมาดูแลธุรกิจของตัวเอง กลับมายังไม่ทันให้แม่ได้หายคิดถึงก็ไปทัวร์ทั่วไทยซะนี่ แม่แกบ่นกับพ่อจนหูชาหมดแล้ว"
"พ่อครับ ผมไปดูธุรกิจของเรานะครับ ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น แล้วต่อไปนี้ก็จะกลับบ้านทุกวัน ตั้งใจว่าตั้งแต่พรุ่งนี้จะเริ่มเข้ามาเรียนรู้งานกับพ่อที่บริษัทด้วย" เควินอธิบายให้บิดาฟัง แล้วก็ชวนท่านให้กลับไปคุยกันต่อที่บ้าน
...................................
ณัฐวรานั่งลงที่โต๊ะทำงานภายในห้องนอน หลังจากที่พาเด็ก ๆ เข้านอนเรียบร้อยแล้ว วันนี้เธอมีงานที่ต้องแก้ไขบางจุดตามคำสั่งของลูกค้า เธอจึงมาทำที่บ้านเพราะไม่อยากให้เด็ก ๆ ต้องรอนาน
เธอสงสารหลาน ๆ ของตัวเองมาก กำพร้าแม่ยังไม่พอ พ่อก็ต้องมานอนเป็นเจ้าชายนิทราอีก แต่เด็ก ๆ ไม่เคยรับรู้เรื่องแม่ของพวกเขาหรอก คิดว่าเธอเป็นแม่มาตลอด ซึ่งเธอก็เต็มใจที่จะรับหน้าที่นี้ เพื่อความสุขของหลานเธอทำได้ทุกอย่าง
หญิงสาวยังไม่ทันได้เริ่มงานโทรศัพท์ของเธอก็ส่งเสียงดังขึ้น เธอเดินไปหยิบกระเป๋าทำงานที่วางไว้บนเตียงนอน
“ทำอะไรอยู่วะน้ำผึ้ง กว่าจะรับสายได้” ทิวารีหรือเอต่อว่าเพื่อนสาวที่ปล่อยให้ฟังเพลงรอสายอยู่นาน
“ก็รีบแล้ว แต่กระเป๋าฉันมันใบใหญ่ รกไปหมด มีอะไรวะ” เธอถามเข้าประเด็น
“จะโทรมาบอกว่าเสาร์นี้เจอกันที่โรงเบียร์...” ทิวารีบอกสถานที่นัดพบและเวลา
ในแก๊งเพื่อนสนิทของเธอนั้นมีอยู่ทั้งหมดเจ็ดคนด้วยกัน จะนัดเจอกันทุกวันเสาร์สิ้นเดือน ซึ่งทำแบบนี้ต่อเนื่องมาเป็นเวลาแปดปีแล้ว
“โอเค เดี๋ยวฉันบอกสินีให้นะ” หญิงสาวรับอาสาเพราะทำงานที่เดียวกัน
“โอเค แกพาน้องคิมกับน้องวามาให้ไวหน่อยนะ เพราะพี่นัทเขาจะพาเด็ก ๆ ไปดูหนัง” ทิวารีหมายถึงสามีของเธอ สามีของเธอรู้เรื่องราวของเพื่อนรักดี เขาจึงให้ความรักและความเอ็นดูหลานของเพื่อนมาก ทุกครั้งที่มีนัดสังสรรค์กับเดอะแก๊ง เขาจึงรับอาสาดูแลเด็ก ๆ ให้เสมอ
.................................
บ้านของเควิน
“จะไปไหนลูก แต่งตัวหล่อเชียว” กานดาถามลูกชายสุดหล่อที่เดินมากอด พร้อมกับเอียงแก้มให้
“ตั้งใจจะเข้าไปที่บริษัทครับแม่ ไปทดลองงานให้คุณพ่อดูก่อนว่าผ่านหรือเปล่า” เขาพูดหยอกกับมารดา
“แล้วจะกลับเร็วมั้ยลูก”
“คุณแม่จะไปไหนเหรอครับ งั้นผมยังไม่เข้าบริษัทวันนี้ก็ได้”
“ไม่ได้ไปไหนหรอก ลูกก็รู้ว่าแม่ไม่ชอบไปไหน ไปทีไรกลับมาก็ป่วยทุกที แต่วันนี้แม่มีคนจะแนะนำให้ลูกรู้จัก เลิกงานแล้วรีบกลับมานะ”
“ใครเหรอครับแม่”
“ตอนเย็นกลับมาก็รู้เองแหละลูก รีบไปทำงานเถอะไป” กานดารีบรวบรัดตัดความเพราะไม่อยากให้ลูกชายถามมาก
...............................
ณัฐวราและสินีกำลังนั่งทานอาหารกลางวันอยู่ในร้านค้าแถวหน้าบริษัท ในร้านเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างก็มาหาความอิ่มใส่ท้องของตนเองด้วยกันทั้งนั้น
“สินิ เมื่อคืนไอ้เอมันโทรมา เสาร์นี้เจอกันที่โรงเบียร์...” ณัฐวราบอกสถานที่นัดพบแก่เพื่อน
“ถ้าไอ้เอเป็นคนนัดทีไร ต้องได้กินเบียร์ทุกทีเลยว่ะน้ำผึ้ง” พูดเสร็จก็ตักอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ
“แล้วทีแกล่ะ ก็บรั่นดีไทยทุกรอบเหมือนกันแหละ” หญิงสาวพูดขัดด้วยความหมั่นไส้
“อ้าว ฉันไม่ใช่แกนี่นา ที่นิยมแต่ของนอก”
“ฉันนิยมเป็นบางอย่างย่ะ เออแก ฉันมีอะไรจะเล่าให้แกฟัง เมื่อวานฉันเจอชายในฝันของฉันแล้วแก ทุกอย่างตรงตามสเป็กเป๊ะ ๆ แค่เห็นฉันก็ยอมเทใจให้แล้ว” แล้วก็ทำท่าเคลิบเคลิ้มชวนเพ้อฝัน เรียกเสียงหัวเราะจากสินีได้เป็นอย่างดี
“เหรอ แต่ฉันว่าถ้าแกเห็นว่าที่ท่านประธานคนใหม่ แกคงจะลืมชายในฝันของแกแน่นอน ผู้ชายอะไรไม่รู้ล้อหล่อ ขนาดฉันไม่ชอบของนอกฉันยังใจสั่นเลยแกเอ๊ย ฉันนี้นึกถึงแกเลยนะน้ำผึ้ง อยากให้แกมาเห็นอย่างที่ฉันเห็น”
“ทำไมใคร ๆ ก็บอกว่าท่านประธานคนใหม่หล่อมาก ๆ แต่ฉันยังไม่เคยเห็นสักทีเลยวะ”
“ตอนนี้ไม่เจอเดี๋ยวก็ต้องเจอ เพราะเขาเป็นเจ้าของบริษัทของเรา คงไม่หนีเราไปไหนหรอก”
ณัฐวราหัวเราะคำพูดของเพื่อน “รีบ ๆ กินเถอะ อยากกินผลไม้ เดี๋ยวพี่แกจะไปซะก่อน” เธอหมายถึงผลไม้รถเข็นที่จอดขายอยู่บริเวณด้านหน้าของบริษัท
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







