LOGINถึงแม้หน้าตาเธอไม่ได้สวยฉูดฉาดบาดใจเหมือนกับคู่ขาทั้งหลายของเขา แต่เธอก็ดูน่ารักมาก แต่งหน้าบาง ๆ เผยให้เห็นเนื้อแท้ของผิว ปากเคลือบไว้ด้วยลิปมันดูเป็นประกายวาว แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็หุ่นของเธอนี่แหละ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีลูกสองคนแล้ว
"สวัสดีค่ะคุณเควี่ ดิฉันณัฐวราค่ะ หรือจะเรียกน้ำผึ้งก็ได้นะคะ" ณัฐวราทักทายชายหนุ่มแปลกหน้า
เขาคนนี้สเป็กเธอเลย สูงใหญ่ บึกบึน ทรงอย่างแบด แต่ถ้าจะเกินสเป็กไปหน่อยก็ตรงความหล่อนี่แหละ เพราะเขาหล่อมาก ๆ ที่สำคัญเป็นลูกครึ่งเสียด้วยสิ กรี๊ดมาก.. น้ำผึ้งเอ๊ย ถ้าชาตินี้แกได้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีคงนอนตายตาหลับ
"เควินครับ หรือจะเรียกเควี่ก็ได้" เขาแนะนำตัวเองบ้าง
"ยินดีค่ะ คุณเควินมาติดต่อเรื่องแบบเหรอคะ จากที่ไหนคะเดี๋ยวน้ำผึ้งเช็คให้" เธอเรียกเขาด้วยชื่อจริง รู้สึกคุ้น ๆ กับชื่อนี้มากแต่นึกไม่ออก
“ไม่ได้ติดต่อครับ วันนี้ผมตั้งใจมาพบท่านประธาน แต่บังเอิญเห็นน้องคิมกับน้องวาขึ้นลิฟต์มาแค่สองคน ก็เลยเดินมาส่งพวกเขาเท่านั้น" ความจริงแล้วตามมาดูมากกว่าว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร และพอได้เห็นมารดาของเด็ก ๆ เขากลับคิดว่าคุ้มมาก ๆ ที่ตามมาดู ถึงแม้จะได้แค่ดูแต่ไม่มีสิทธิ์แล้วก็ตาม
"ต้องขอบคุณคุณเควินมาก ๆ เลยค่ะ แต่น้องคิมเขาเก่งค่ะทำอะไรเป็นตั้งหลายอย่าง เรื่องขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์นี่ไว้ใจเขาได้เลยค่ะ" เธอชมลูกชายแล้วลูบศีรษะอย่างเอ็นดู
"จริงครับ ผมขอตัวก่อนดีกว่า โอกาสหน้าเราคงได้เจอกันอีกนะครับ"
“ค่ะ เด็ก ๆ สวัสดีคุณลุงค่ะลูก คุณลุงจะไปแล้ว”
เด็กทั้งสองไหว้ลาชายหนุ่ม ส่วนหญิงสาวก็ส่งยิ้มให้ รอยยิ้มของเธอทำให้เขานึกอยากจะเข้าไปจูบลาเสียเหลือเกิน เพราะเธอยิ้มแล้วดูสวยสดใสมาก
หลังจากส่งแขกแล้วณัฐวราก็พาเด็ก ๆ เข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง แล้วปล่อยให้พวกเขาทบทวนบทเรียนเพื่อรอเวลาเลิกงาน ส่วนเธอก็ทำงานของตัวเองไปเรื่อย ๆ
แต่ก็มีเผลอใจนึกถึงชายหนุ่มที่ชื่อเควิน สาเหตุเพราะถูกใจอย่างแรง และรู้สึกคุ้นกับชื่อของเขาเหลือเกิน หน้าตาก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนคนรู้จักแต่นึกไม่ออก สุดท้ายเลยสรุปกับตัวเองว่าเป็นเพราะเขาถูกสเป็กเธอมาก เธอจึงรู้สึกแบบนี้
โธ่เอ้ย! ถ้าจะบ้านะแก อยู่มาจนครึ่งคนแล้วจะมาหวั่นไหวอะไรตอนนี้วะ เธอด่าตัวเองในใจแล้วเริ่มกลับมาสนใจงานตรงหน้าอย่างจริงจัง
เควินคุยกับบิดาอยู่ในห้องทำงานของท่าน เขาคุยกับท่านไปเรื่อย ๆ เกี่ยวกับงานแต่ละสาขาที่ได้ไปดูมา จนกระทั่งมาถึงเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ"พ่อครับ ตอนที่ผมขึ้นลิฟต์มาผมเห็นเด็กเล็ก ๆ สองคนขึ้นมาพร้อมผม พวกเขาไปที่ชั้นสาม มีอะไรที่ผมยังไม่รู้หรือเปล่าครับ"
"แกนี่เซ้นต์ดีจริง ๆ เลยนะ" คุณสมิธรู้ทันทีว่าเด็กที่ลูกชายเขาพูดถึงคือคิมกับวา หลานของณัฐวรา เพราะมีเพียงเด็กสองคนนี้เท่านั้นที่ได้รับอภิสิทธิ์เหมือนเป็นพนักงานของบริษัท
"ผมกำลังรอฟังอยู่ครับ"
"หลานของหนูน้ำผึ้งเขาน่ะ"
ชายหนุ่มถึงกับใจเต้นแรงเมื่อได้ยินบิดาบอกว่าเด็กสองคนนั้นเป็นหลานของน้ำผึ้ง และแทบจะกระโดดด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้บิดารู้
เขาคิดว่าเขาสนใจเธอมาก และตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่แม่ของเด็กสองคนนั้น แบบนี้เขาก็มีสิทธิ์ที่จะพิชิตใจเธอ
"พ่อครับพ่อเชื่อเรื่องรักแรกพบมั้ยครับ"
"อะไรของแกเควี่ พ่อตามแกไม่ทันจริง ๆ นะเนี่ยะ อยู่ ๆ ก็มาถามเรื่องรักแรกพบ" คุณสมิธงงกับลูกชายเป็นอย่างมาก ที่อยู่ ๆ ก็ถามประโยคที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันอยู่เลยออกมา
เควินรู้สึกตัวว่าปล่อยไก่ออกไปก็รีบกลบเกลื่อนทันที "เปล่าครับพ่อ ผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย เมื่อกี้พ่อบอกผมว่าหลานของใครนะครับ แล้วทำไมต้องพามาที่บริษัทด้วย แบบนี้มันจะไม่เสียระบบหรือครับพ่อ"
"ยิ่งกว่าให้เขาเอาหลานมาเลี้ยงที่นี่แม่แกยังทำเลย แกรู้มั้ยตลอดสามปีที่ผ่านมา ถ้าโรงเรียนปิดเทอมเมื่อไหร่ แม่ของแกเอาเด็ก ๆ ไปอยู่ด้วยที่บ้านทุกครั้ง พ่อกับแม่รักพวกเขาเหมือนลูกหลานของตัวเองก็ไม่ผิด อยากจะให้พวกเขามาอยู่ด้วย แต่น้ำผึ้งเขาปฏิเสธ เขาขอแค่ให้พ่อยอมให้เด็ก ๆ มารอเขาที่บริษัทได้เขาก็พอใจแล้ว มันก็เลยกลายเป็นแบบที่แกได้เห็นนั่นแหละเควี่"
"แล้วทำไมพ่อกับแม่ถึงได้ดีกับเขาขนาดนั้นครับ" ถามด้วยความสงสัยอย่างมาก
"แกฟังพ่อให้ดีนะเควี่ น้ำผึ้งเขามีพี่ชายชื่อวายุ แล้ววายุเขาเคยช่วยชีวิตแม่แกไว้ไม่ให้ถูกรถชน วายุเขาช่วยแม่แกได้แต่ช่วยตัวเองไม่ได้ เขาถูกรถชนหัวกระแทกพื้น กลายเป็นเจ้าชายนิทราตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็สามปีกว่าแล้ว วายุเขาเป็นสถาปนิกที่บริษัทเรามาเป็นสิบปีก่อนเกิดเรื่อง ส่วนน้ำผึ้งก็ทำงานกับเรามาเกือบสิบปีแล้วเหมือนกัน
เควินดึงลูกชายเข้าไปกอด แม้จะไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ แต่ก็เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก จึงรักและผูกพันมาก เขาเองก็ใจหายที่ต้องส่งลูกไปเรียนไกลบ้านแบบนี้“ไปอยู่ทางโน้นต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคิม แล้วพ่อกับแม่จะหมั่นไปเยี่ยมนะ”“ครับพ่อ คิมจะดูแลตัวเองอย่างดีและจะตั้งใจเรียนครับ”“ถ้าเหงาก็โทรหาปู่นะลูก” คุณสมิธที่วัยล่วงเลยเลขเจ็ดไปแล้วแต่สุขภาพยังแข็งแรงมากลูบหัวหลานชาย“ครับปู่ ดูแลสุขภาพให้ดีนะครับ ถ้าจะไปตีกอล์ฟก็ชวนน้องวาไปเป็นเพื่อนนะครับ น้องวาต้องดูแลคุณปู่คุณย่าแทนพี่คิมนะ อย่าปล่อยให้พวกท่านไปไหนตามลำพัง”“ได้เลยค่ะพี่คิม น้องวาจะดูแลคุณปู่คุณย่าแทนพี่คิมเองค่ะ น้องวาสัญญา” เด็กน้อยรับคำเสียงสั่นเครือ ฝืนน้ำตาแล้วฉีกยิ้มกว้างที่ค่อนข้างสั่นเอาไว้“อย่าหลงสาว ๆ ทางโน้นจนลืมย่านะหลาน” คุณกานดาที่นั่งอยู่บนรถเข็นอ้าแขนออกรับหลานชายที่เข้ามากอด แอบเช็ดน้ำตาเงียบ ๆ เพราะไม่อยากให้หลานชายเห็น“คิมไม่ลืมคุณย่าที่รักคิมหรอกครับ”วาคิมลุกขึ้น ม
“แม่เข้าใจแล้วลูก เอาเป็นว่าเรื่องนี้แม่จะคุยกับป้าสินีเขาเองนะ วันนี้ลูกมีสอบไม่ใช่เหรอคะ รีบไปโรงเรียนก่อนดีกว่านะ”“แม่ต้องคุยจริง ๆ นะครับ คิมอยากมีน้องผู้หญิงมาเพิ่มอีกคน”“แม่สัญญา ให้แด๊ดดี้และคุณปู่คุณย่าเป็นพยานก็ได้”“น้องวาก็อยากมีน้องสาวอีกค่ะแม่น้ำผึ้งขา”“จ้ะลูกรัก”“พี่คิม แม่น้ำผึ้งรับปากเราแล้ว เราไปโรงเรียนกันเถอะค่ะ”.....................บ้านของสินี“ฉันกำลังจะบอกแกอยู่เหมือนกันว่าฉันท้อง”“อะไรนะ แกรู้เมื่อไหร่”“ก็รู้เมื่อเช้านี้เอง หลังจากคุณนภไปทำงานแล้ว พอดีเมื่อวานพาน้องกายไปฉีดวัคซีนก็เลยแวะซื้อที่ตรวจมาตรวจดูหน่อย เพราะท้องนี้อาการมันฟ้องว่ะน้ำผึ้ง”“แกนี่บทจะมีก็มีติด ๆ กันเลยนะ แต่ก็ดีเลี้ยงทีเดียวเหนื่อยทีเดียว พี่นภนี่ก็ใช้ได้เลยนะแก น้องกายเพิ่งจะห้าเดือนเองจัดการแกซะอยู่หมัดเลย” แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น“ฉันจะฟ้องคุณนภ” เธออายเพื่อนจนหน้า
“จริงสิ พี่เคยได้ยินมาแบบนี้” เด็กชายอธิบายจริงจัง“ถ้าอย่างนั้นพ่อแม่เราก็ทะเลาะกันบ่อยมาก ๆ เลยสิคะ ถึงมีน้องแฝดให้วากับพี่คิมตั้งสี่คน”จบคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทันทีโดยพร้อมเพรียงกัน และดังกว่ารอบแรกหลายเท่าตัวนัก จนเด็กน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมอกของนภดลถึงกับสะดุ้งร้องด้วยความตกใจ“พอเถอะครับ ยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อคู่นั้น ผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอกเพราะไม่ค่อยได้ทะเลาะกัน”น้ำผึ้งเดินไปทุบพี่สามีเบา ๆ ที่ไหล่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “น้ำผึ้งขอเช็คคืนด้วย ไม่ให้แล้ว”“อยากยิ้มก็ยิ้มมาเถอะ ไม่ต้องอายหรอกฮันนี่”“คุณเป็นพวกพี่นภเหรอคะ คืนนี้ไปนอนห้องลูกเลยนะ”“อะไรครับฮันนี่ ผมทำอะไรผิด ผมไม่ยอมนะ” เขาประท้วงสีหน้าจริงจัง“คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันอีกแล้วค่ะคุณปู่คุณย่า” เด็กหญิงวลารีรีบเดินไปแทรกตรงกลางระหว่างบิดามารดาเพื่อต้องการห้าม“ไม่ใช่หรอกลูก พวกเราแค่ล้อกันเล่นสนุก ๆ เท่านั้น พ่อกับแม่รักกันมากไม่ท
โรงพยาบาล“เมียฉันเป็นยังไงบ้างเควี่” นภดลที่เพิ่งมาถึงรีบถามน้องชายที่รออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เควินยังไม่ทันตอบคำถามของพี่ชายประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก“คุณหมอครับ ภรรยากับลูกผมปลอดภัยมั้ย” นภดลจึงรีบไปถามหมอแทน “ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อ คุณได้ลูกชาย และพวกเขาปลอดภัยดี ไม่มีอะไรให้น่าห่วง รอดูอาการหลังคลอดสักครู่ก็ส่งเข้าห้องพักได้เลยครับ”“ขอบคุณมากครับ” นภดลถอนหายใจโล่งอก“สบายใจแล้วนะนภ ยินดีด้วยสำหรับลูกชาย” “ขอบใจนายมากนะที่เป็นธุระให้ฉัน แล้วน้ำผึ้งไปไหนล่ะ” เขาถามหาน้องสะใภ้ “ไปติดต่อเรื่องห้องพักน่ะ เพิ่งไปได้แป๊บเดียวเอง”.....................สินีนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าของเธอขาวซีดไร้สีเลือด ข้างเตียงมีสามีของเธอนั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วง “น้ำผึ้ง ไหนหมอบอกว่าสินีไม่เป็นอะไรมาก แต่ทำไมเธอดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยแบบนี้ล่ะ ทำไมยังไม่รู้สึกตัวสักที”“เดี๋ยวสินีก็ฟื้นค่ะ เธอหลับเพราะฤทธิ์ยาเท่านั้น” เธอปลอบพี่สามี“พี่เข้าใจแต่พี่ก็เป็นห่วง พี่ว่าน้ำผึ้งกับเควี่กลับไปก่อนดีกว่า เป็นห่วงเด็ก ๆ น่ะ ฝากดูตานายให้พี่ด้วยนะ”“ถ้างั้นฉันกับน้ำผึ้งกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาเยี่ยม
“น้องนายครับ มาหาอาน้ำผึ้งมาลูก” ณัฐวราเรียกหลานชายด้วยความเอ็นดู แต่เด็กชายกลับไม่สนใจเธอเลย วิ่งตรงไปที่กลุ่มเด็ก ๆ ด้วยกันพร้อมส่งเสียงหัวเราะ “น้องคิมน้องวาดูน้องด้วยนะลูก” บอกกับวาคิมที่ตอนนี้อายุได้สิบขวบและวลาลีที่อายุหกขวบ ซึ่งลูกทั้งสองก็รับปากอย่างดี แล้วหันไปมองเพื่อนรักที่กำลังหยอกเย้ากับแฝดคู่เล็กที่นั่งอยู่ในรถหัดนั่งบ้านแม็คแคนเลย์เปลี่ยนแปลงจากแต่เดิมไปมาก ไม่ว่าจะสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อเด็ก ๆ สระว่ายน้ำที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ และสำคัญที่สุดคือความสุขที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จากเสียงหัวเราะของลูก ๆ หลาน ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน “เป็นไงบ้างสินี ยังแพ้ท้องอยู่หรือเปล่า” เธออุ้มลูกขึ้นจากรถแล้วไปวางลงบนสนามหญ้า โดยมีเพื่อนสาวที่กำลังท้องช่วยอุ้มอีกคนไปวางไว้ด้วยกัน ปล่อยให้ลูก ๆ ได้คลานเล่นโดยมีพี่เลี้ยงตามดูแล“เป็นบางครั้งนะน้ำผึ้ง วันนี้ไม่มีอาการอะไรเลย แต่เมื่อวานเล่นเอาฉันแทบไม่มีแรงเลี้ยงน้องกาย” เอามือลูบไปที่หน้าท้องนูนอย่างอ่อนโยน ท้องเธออายุได้แปดเดือนกว่าแล้ว ใกล้คลอดแล้วแต่อาการแพ้ท้องก็ยังมีอยู่ จึงทำให้ท้อ
อาบน้ำเสร็จแล้วจึงเลือกใส่ชุดนอนแสนเซ็กซี่เพื่อเอาใจสามี ทั้งที่เลิกใส่มานานเนื่องจากรูปร่างที่เปลี่ยนไปนภดลนอนมองภรรยาที่กำลังคลานเข่าขึ้นมาบนที่นอนด้วยท่าทางยั่วยวน มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเร้าใจจนส่วนนั้นเริ่มขยายขึ้นมาทันที“อย่ามายั่วผมเลยสินี เดี๋ยวเจ็บตัวแล้วจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ” เขารับจูบของเธอที่จูบหยอกเย้าซ้ำ ๆเธอหัวเราะ “สินีไม่ได้ยั่วนะคะ แค่อยากเทสต์ว่าสามีสุดที่รักยังแข็งแรงเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะวันนี้เห็นเฉา ๆ ไปก็เลยอยากพิสูจน์” แล้วซบไปบนอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ลูบไล้มันไปมาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างที่เธอรู้สึกแล้วว่ามันตื่น“ที่รัก”เธอจูบปิดปากที่กำลังเอ่ยจนสนิทอย่างเรียกร้อง “สินีรักคุณนภนะคะ คุณนภเป็นอะไรบอกสินีได้มั้ยคะ”“ผมไม่ได้เป็นอะไร ผมแค่รู้สึกอิจฉาครอบครัวของเควี่เขาเท่านั้น เขามีลูกของตัวเองสี่คนแล้วนะสินี แต่ของเราเพิ่งมีคนเดียวเอง ผมรู้สึกขายหน้าชะมัด” เขามองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย “แต่ตอนนี้ผมไม่อิจฉาเขาแล้ว เพราะอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ทำแบบเราไม่ได้” พูดจบเขาก็จูบเธออย่างดูดดื่มเรียกร้องชายหนุ่มพลิกร่างของภรรยาให้นอนราบไปกับเตียงนอน จั
“เปล่าครับ แต่เมื่อกี้คุณน้ำผึ้งโทรมาหาคุณ บอกว่าเขาจะกลับก่อนเพราะต้องไปส่งเด็ก ๆ แล้วให้ไปเจอกันที่ร้าน... ร้านอะไรนะผมจำไม่ได้” เขาทำท่านึก ทั้งที่ความจริงอีกฝ่ายไม่ได้พูดถึงชื่อร้านเลย“โรงเบียร์....” สินีบอกชื่อร้านแก่ชายหนุ่ม“ใช่ครับ ร้านนั้นแหละครับ เธอย้ำว่าห้ามสายนะครับ” แล้วก็เดินเข้าห้
หญิงสาวแทบอยากจะเดินออกไปจากร้านด้วยความอาย แม้กระทั่งแม่ค้าโจ๊กยังมองมาทางเธอด้วยสายตาแปลก ๆ แอบมียิ้มนิด ๆ ด้วย “เอาโจ๊กใส่ไข่เยี่ยวม้า พิเศษทุกอย่างหนึ่งชามค่ะ” เธอรีบสั่งออกไปแก้เขิน แล้วหันมาป้อนโจ๊กให้หลานสาวต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจกับโจ๊กในชามของตัวเองอีก “น้ำผึ้งอิ่มแล้วเหรอครับ” เขาถามข
คำพูดและรอยยิ้มของเขา ทำให้ณัฐวราหลงเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปพักใหญ่ ๆ ถ้าเป็นผู้ชายอื่นมาทำแบบนี้เธอคงร้องหึด้วยความไม่ชอบอยู่ในใจ แต่พอเป็นผู้ชายคนนี้ทำไมถึงรู้สึกดีจัง คงเป็นเพราะเขาคือสเป็กของเธอสินะ “นะครับน้ำผึ้ง” เขาย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเอาแต่อ้ำอึ้ง “ค่ะ น้ำผึ้งขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“คุณป้าคะ หนูว่า...” “ให้เด็ก ๆ ตัดสินใจดีกว่านะจ๊ะ.. ว่าไงจ๊ะน้องคิม น้องวา มาอยู่กับยายกับตาแล้วก็ลุงเควี่นะลูกนะ” วาคิมหันมายิ้มให้ทุกคน เด็กชายโตพอที่เข้าใจอะไรได้แล้ว เขารู้ว่าแม่น้ำผึ้งของเขานั้นคงเหนื่อยอย่างที่คุณยายบอกจริง ๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหาร อาบน้ำแต่งตัวให้น้องสาว







