Masukเควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว
“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันที
ทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน
“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย
“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน
“วรรณ ไปเอาซองเช็คที่ฉันวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณสมิธมาให้ช่างเขาหน่อยนะเมื่อกี้ฉันลืมหยิบออกมา” คุณกานดาบอกคนสนิทแล้วหันไปขอบคุณช่างทำผม
“ขอบคุณนะคะพี่ ๆ ที่ทำให้น้ำผึ้งสวยได้ขนาดนี้” ณัฐวรายกมือไหว้ช่างทั้งสองอย่างไม่ถือตัว แล้วเดินตามทุกคนออกไป
“เควี่ขับรถไปกับน้องนะลูก เพราะพ่อกับแม่น่าจะกลับก่อนพร้อมกับเด็ก ๆ คงอยู่ไม่ถึงจบงาน”
“ได้ครับคุณแม่”
เควินพาเธอไปยังรถยนต์ส่วนตัวคันโปรด นั่งลงประจำที่คนขับเคียงคู่กับหญิงสาวเจ้าของหัวใจ แล้วเปิดลิ้นชักหน้ารถ หยิบกล่องกำมะหยี่สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณกล่องใส่ดินสอส่งให้เธอ
“อะไรคะ” เธอรับมาเปิดดู เมื่อเห็นว่าเป็นอะไรจึงส่งคืน “น้ำผึ้งไม่ใส่หรอกค่ะเควี่”
“ใส่เถอะครับ ผมอยากให้คุณใส่มัน” เขาหยิบกำไลข้อมือที่ล้อมรอบไปด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ ขนาดกำลังสวยมาสวมให้เธอ แล้วหยิบต่างหูเพชรเข้าชุดส่งให้เธอใส่ด้วยตัวเองเพราะใส่ไม่เป็น “สวยมากเลยครับ เหมาะกับน้ำผึ้งที่สุดเลย”
“ขอบคุณนะคะ ถ้าน้ำผึ้งทำหายก็อย่าโกรธนะ”
“ไม่โกรธหรอกครับ แต่จะซื้อให้ใหม่เลย”
เธอยิ้มแล้วย่นจมูกใส่เขา “ใจป้ำให้ตลอดนะคะ”
“แน่นอน ไม่เชื่อก็คอยดู”
..............................
ภายในงานเลี้ยงเปิดตัวประธานคนใหม่ พนักงานที่ได้รับมอบหมายต่างช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มีที่ติ
ณัฐวราพูดคุยกับลูกค้าที่เธอได้ดูแลโครงการของเขาอย่างเป็นกันเอง ส่วนเควินอยู่กับบิดาเพื่อทำความรู้จักกับลูกค้าในงานอย่างทั่วถึง แต่ถึงแม้ว่าตัวจะอยู่กับบิดา แต่สายตาก็ยังมองดูคนรักตลอดเวลา และทำให้รู้ว่าเธอรู้จักแขกที่มาร่วมงานหลายคนเลยทีเดียว
ณัฐวราเดินแยกตัวออกมาเมื่อเดินทักทายแขกร่วมงานที่คุ้นหน้าจนหมดแล้ว แล้วมองหาลูก ๆ ทั้งสองที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่เห็นเพื่อนรักเดินอยู่ไม่ไกลจึงรีบเดินไปหา
“เห็นเด็ก ๆ มั้ยสินี”
“ลูกแกนั่งอยู่กับคุณผู้หญิงอยู่ที่โต๊ะแถว ๆ ด้านหน้าเวทีนะ ไม่งั้นก็คงอยู่กับพี่เลี้ยงแหละมั้ง ไม่ต้องห่วงพวกเขาหรอก” เด็ก ๆ ก็นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทของพวกเธอนี่แหละ แต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวความแตก แต่ถ้าเธอเดินไปเจอเองนั่นก็อีกเรื่อง “ฉันไปห้องน้ำก่อนนะแก ใกล้จะถึงเวลาสำคัญแล้ว”
“อือ รีบไปเถอะ” ตอบเพื่อนรักแล้วจึงเดินไปอีกด้านที่ยังไม่ได้เดินไป เพราะคิดว่าพี่เลี้ยงน่าจะนั่งอยู่ทางด้านนั้น
“แม่น้ำผึ้งครับ” เด็กชายวาคิมเห็นมารดาเดินมาแต่ไกล จึงรีบเดินไปหา แล้วจูงมือเธอเดินไปที่โต๊ะ ที่พวกป้า ๆ ลุง ๆ เพื่อนของแม่นั่งอยู่ด้วย
“พวกแกมาได้ไงเนี่ย” เธอทักทายอย่างตกใจที่เห็นเพื่อน ๆ อยู่กันครบทีม แต่ทุกคนก็ตอบเพียงแค่บอกว่าคุณเควินเชิญมาร่วมงาน แล้วก็นั่งคุยนั่งดื่มกันอย่างออกรส
..............................
บริเวณด้านหน้าโรงแรมแม็คแคนเลย์ที่เป็นสถานที่จัดงาน
ลิปก้าวเท้าลงจากรถ เธอเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงสุดคอแหงน แล้วหันไปมองเดวิดที่เป็นคนขับรถพามา
“คุณกลับไปเถอะเดวิด”
“ให้ผมเข้าไปเป็นเพื่อนดีกว่า” เดวิดติงด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอเพิ่งมาถึง ไม่น่าจะคุ้นเคยกับสถานที่
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้จักกับเควินดี ถ้ามีอะไรฉันจะโทรหาคุณเอง” แล้วเดินเข้าไปในโรงแรม และยื่นบัตรเชิญให้พนักงานต้อนรับดู
เธอก้าวเข้าไปในงานที่บรรยากาศครึกครื้นรื่นเริงยิ่งนัก หลายคนหันมามองเธออย่างสนใจ เพราะการแต่งตัวที่ทั้งสั้นและเปิดเผยเนื้อหนัง รวมทั้งการแต่งหน้าแบบจัดเต็มตามสไตล์สาวมั่นผู้เอาแต่ใจอย่างเธอ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้น กวาดสายตามองหาใครคนหนึ่งอย่างตั้งใจ แม้เธอจะรักสนุกและมีชายอื่นขึ้นเตียงด้วยไม่เคยขาด แต่ก็ไม่เคยลืมผู้ชายที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางกายอย่างเควินได้ลง
.............................
เควินกำลังเดินไปหาณัฐวราที่นั่งรวมอยู่กับเพื่อน ๆ ของเธอ ขณะที่บนเวทีพิธีกรเริ่มกล่าวถึงประวัติของบริษัท มีภาพสไลด์ประกอบคำบรรยายไปด้วย แขกที่มาร่วมงานก็เริ่มให้ความสนใจกับพิธีกรบนเวทีมากขึ้น
“ฮันนี่ ไปนั่งกับผมนะ” เขากระซิบที่ข้างหู
“ไม่เป็นไรค่ะ น้ำผึ้งจะนั่งกับเพื่อน คุณไปนั่งกับคุณพ่อเถอะ เดี๋ยวต้องขึ้นเวทีกับท่านอีก”
“ถ้างั้นน้ำผึ้งห้ามไปไหนนะ”
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







