로그인หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม
“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ
“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”
“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วย
หญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก
..........................
ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับเครื่องดื่มที่บริกรคอยเดินเสิร์ฟ มีเพียงสายตาที่มองไปที่เขาอยู่ตลอดเวลา
.............................
คุณสมิธเดินขึ้นเวทีเมื่อพิธีกรกล่าวเชิญ เขากล่าวขอบคุณแขกผู้มาร่วมงาน รวมถึงความรู้สึกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับธุรกิจ และพูดถึงลูกชายเพียงคนเดียวอย่างชื่นชมและภาคภูมิใจ
“และตอนนี้ผมพร้อมที่จะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้เขาดูแลแทนแล้ว เควิน แม็คแคนเลย์” แล้วหันไปมองลูกชายที่กำลังเดินขึ้นมาบนเวที
เควินเดินไปจับมือกับบิดาแล้วสวมกอดพร้อมรอยยิ้ม นักข่าวที่รอทำข่าวอยู่ในบริเวณที่เจ้าภาพจัดสรรไว้ให้ต่างรัวชัตเตอร์เก็บภาพบนเวที
“ขอบคุณนะครับพ่อที่ไว้ใจผม” เขาบอกกับท่าน
“พ่อไว้ใจลูกเสมอ” สมิธบอกกับลูกชายพร้อมรอยยิ้ม แล้วหันไปมองนักข่าวที่หน้าเวที และแขกในงาน “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลูกชายของผมจะเป็นผู้กุมบังเหียนของแม็คแคนเลย์ไทยแลนด์อย่างเป็นทางการ และขอให้ผู้ถือหุ้นทุกท่านเชื่อมั่นในตัวเขา ผมมั่นใจว่าเขาจะนำพาให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จยิ่งกว่าตอนนี้แน่นอน” สมิธโอบบ่าลูกชาย มองเขาด้วยความรักและความภาคภูมิใจเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะมี “วันนี้เป็นวันที่ผมตื้นตันใจมาก รองจากวันที่รู้ว่าภรรยาผมตั้งครรภ์และวันที่เขาเกิดมา และผมก็รู้ว่าลูกชายของผมมีเรื่องที่อยากบอกกับทุก ๆ ท่านเหมือนกัน” แล้วผู้เป็นพ่อก็ส่งไมโครโฟนให้กับลูกชายและเดินลงจากเวที
เควินรับไมโครโฟนต่อจากบิดาแล้วพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม ผิดกับภาพลักษณ์หนุ่มตะวันตก
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และกราบขอบคุณคุณพ่อและคุณแม่มากครับ ที่ให้ความรักและเลี้ยงดูผมมาอย่างดี และยังวางรากฐานที่มั่นคงมาก ๆ ไว้ให้ผมด้วย ผมคิดเสมอว่าผมโชคดีมากที่เกิดมาเป็นลูกของท่านทั้งสอง” หนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลากล่าวขอบคุณอย่างตื้นตันใจ “นับจากวันนี้เป็นต้นไปผมจะบริหารธุรกิจแม็คแคนเลย์ไทยแลนด์ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่คุณพ่อและผู้ถือหุ้นทุกท่านไว้วางใจ เราจะมุ่งมั่นพัฒนาและก้าวหน้าไปด้วยกันนะครับ.. นอกจากเรื่องที่รับตำแหน่งแล้ว ผมยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทุกท่านช่วยเป็นประจักษ์พยานในวันนี้ด้วยครับ” เขาเว้นระยะนิดหนึ่งแล้วมองไปที่ณัฐวราด้วยสายตาเปี่ยมรัก “วันนี้ผมตั้งใจที่จะเซอร์ไพรส์ใครคนหนึ่ง เธอคนนั้นทำให้ผมมีความสุข ทำให้ผมอยากรู้จักกับคำว่าชีวิตคู่ ที่ไม่เคยมีอยู่ในความคิดของผมเลย ผมเคยขอเธอแต่งงาน แต่เธอบอกว่ามันเร็วเกินไป เรายังไม่รู้จักกันดีพอ ในเมื่อเธอไม่ยอมรับคำขอแต่งงานของผม ผมจึงอยากบอกกับเธอต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ว่าขอแค่รับหมั้นผมไว้ก่อนได้มั้ย” คำพูดที่ประกาศออกไมโครโฟนเรียกเสียงฮือฮาของแขกในงานได้อย่างดี ทุกคนต่างซุบซิบถามคนข้าง ๆ ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร และมองตามสายตาของชายหนุ่มบนเวทีเพื่อหาหญิงสาวผู้โชคดี
เควินมองตรงไปที่คนรักที่ตอนนี้เหมือนโดนเพื่อน ๆ ในโต๊ะหยอกเย้า และเธอกำลังมองมาที่เขา
“น้ำผึ้ง ผมรักคุณ คุณจะยอมรับแหวนหมั้นของผมไว้ก่อนได้ไหมครับ” เขาถามเธอจากบนเวที ก่อนจะส่งไมโครโฟนคืนให้พิธีกรที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง แล้วลงจากเวทีไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ เธอยืนขึ้นเมื่อถูกเพื่อนคะยั้นคะยอเมื่อเห็นเขาเดินเข้าไปใกล้ ใบหน้าของเธอแดงก่ำ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ทุกคนในงานต่างมองหญิงสาวผู้โชคดี บางคนก็มองอย่างยินดี บางคนก็มองอย่างอิจฉา ที่เธอได้ผู้ชายที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย แล้วก็ประกาศรักเธออย่างเปิดเผยแบบนี้
ณัฐวรามองชายหนุ่มที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า.. ตั้งแต่เขาเริ่มเกริ่นบนเวทีเธอก็รู้ตัวแล้วว่าต้องเป็นเธอ แต่ก็ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเขาจะทำเพื่อเธอขนาดนี้ เธอตื้นตันใจในความรักที่ยิ่งใหญ่ของเขาจนน้ำตาคลอเบ้า และรู้แล้วว่าทำไมเพื่อน ๆ ถึงมารวมตัวกันในวันนี้ เธอโถมตัวเข้าไปกอดเขาเมื่อสองแขนของเขากางออก.. แล้วน้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาด้วยความดีใจ
“ผมรักคุณฮันนี่”
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







