تسجيل الدخولเควินกำลังขับรถกลับบ้านของหญิงสาว ที่กลายเป็นเรือนหอของเขากับเธอมาหลายวันแล้ว เขาจับมือของเธอมาจู
เควินตามหาภรรยาจนทั่วโรงพยาบาลแต่ก็หาไม่เจอ โทรหาก็ไม่รับสาย จึงเดินคอตกขึ้นไปที่ห้องพักฟื้นของลิป เขามองเธอที่หลับอยู่บนเตียง ใบหน้าเธอเริ่มปรากฏรอยเขียวคล้ำและบวมด้วยฝีมือของภรรยาเขา เห็นแล้วก็น่าสงสาร“เรากลับกันดีกว่านภ”“แล้วใครจะอยู่กับเธอ”“ฉันจ้างพยาบาลพิเศษไว้เรียบร้อยแล้ว”“ฉันนึกว่านายจะเฝ้าเอง” นภดลแกล้งหยอกหน้าตาย“แค่นี้เมียฉันก็โกรธจนไม่รู้หายไปไหนแล้ว โทรหาเป็นสิบสายก็ไม่รับ ถ้าฉันมาเฝ้าพยาบาลเธออีกเมียฉันหอบลูก ๆ ออกจากบ้านแน่”“แล้วจะเอายังไงต่อ”“ขอกลับไปตั้งหลักที่บริษัทก่อนก็แล้วกัน เพราะฉันโทรไปถามคุณสินีแล้ว เธอบอกว่าน้ำผึ้งโทรคุยกับเธออยู่ และบอกว่าจะกลับเข้าไปทำงานต่อ” “โอเค งั้นก็สบายใจได้ เอาเป็นว่าไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยเข้าบริษัท กองทัพต้องเดินด้วยท้อง”“ก็ได้” หลังจากกินอาหารง่าย ๆ ในโรงพยาบาลเสร็จ ชายหนุ่มทั้งสองก็กลับเข้าบริษัทเควินแยกกับนภดลในลิฟต์ เพราะเขาจะไปที่ห้องทำงานของภรรยา แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเธอไม่อยู่ เขาถามเพื่อนร่วมงานของเธอและได้คำตอบว่าออกไปตั้งแต่เที่ยงยังไม่กลับเข้ามา จึงเดินหน้าเครียดออกจากห้องไปขณะที่กำลังเดิ
ก็คงจะเจ็บหรอกนะขนาดผมยังเจ็บเลย นภดลพูดอยู่ในใจ.. ตอนที่โดนเธอผลักแล้วไปกระแทกโดนผนังเขายังเจ็บ ถึงกับสงสัยว่าตัวเล็ก ๆ อย่างเธอไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหน.. แล้วยัยฝรั่งนี่โดนไปไม่ยั้งจะเจ็บขนาดไหน “ฮันนี่คุณเจ็บตรงไหนบ้าง” ถึงจะรู้สึกโกรธกับการกระทำของเธอแต่ก็เป็นห่วงมากจนทำเมินเฉยไม่ลง ณัฐวรามองหน้าสามี รู้สึกน้อยใจที่เขาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเธอ แต่พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้แล้วปรับสีหน้าให้ปกติ“เจ็บสิคะ แต่เจ็บที่ใจไม่ได้เจ็บที่ตัวหรอกค่ะ” ตอบเสียงสั่นเครือเล็กน้อยและเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด เขาเริ่มใจเสียเมื่อเห็นสายตาตัดพ้อเพียงเล็กน้อยของเธอ เขาที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเริ่มทำตัวไม่ถูก และคิดได้ว่าตัวเองอาจกำลังเข้าใจผิด“ฮันนี่”“ฉันว่าเราพาเธอไปหาหมอก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลังนะ” นภดลที่เป็นคนนอกเริ่มไกล่เกลี่ยให้น้องชายและน้องสะใภ้ เดินไปที่รถของตัวเองแล้วส่งกุญแจให้น้องชาย “นายขับ ฉันจะประคองเธอไปเองเพราะเปื้อนเลือดแล้ว” แล้วมองน้องสะใภ้ที่ยืนน้ำตาคลอ “น้ำผึ้ง ขึ้นรถสิ”“เควิน ฉันเจ็บมากเลย คุณมาดูแลฉันหน่อยสิคะ” ลิปพยายามจะผลัก
“น้ำผึ้งลืมกระเป๋าไว้ที่ห้องทำงาน คุณกับลิปลงไปรอที่รถก่อนนะคะ” เขาดึงมือเธอไว้ “ไม่ต้องไปเอาหรอกฮันนี่ เดี๋ยวผมจ่ายเอง” “ไม่ได้หรอกค่ะ โทรศัพท์ก็ไม่ได้เอามา” “งั้นผมไปเอาให้เอง คุณลงไปกับลิปก่อนนะครับ” แล้วเดินลงบันได้ไปที่ห้องทำงานของเธอทันทีไม่นานลิฟต์ก็ขึ้นมาถึงชั้นที่พวกเธอยืนรอ แต่ณัฐวราไม่ได้เข้าไปแถมยังดึงแขนของลิปไว้ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย”“เธอมีอะไรกับฉันก็พูดมาเลย” ลิปโต้ตอบด้วยความหมั่นไส้เป็นทุน “ฉันอยากเคลียร์เรื่องที่เธอทำลูกสาวฉันหัวแตก เธอไม่พอใจฉันแล้วไปทำกับลูกฉันได้ยังไง ลูกฉันยังเด็กอยู่เลย ทำไมเธอถึงใจร้ายกับเด็กได้ลงคอ” เธอไม่คิดจะถามแบบอ้อมค้อม เลยยิงคำถามตรง ๆ ออกไป “ก็เพราะฉันเกลียดพวกเธอแม่ลูกไงล่ะ” เมื่อได้ยินคำถามบวกกับอารมณ์หมั่นไส้อีกฝ่ายเป็นทุน คนที่ความอดทนต่ำอย่างลิปจึงตอบแบบเอาความเอาความสะใจไว้ก่อนคำตอบกับความลอยหน้าท้าทายไร้สำนึกผิด ทำให้ความอดทนของณัฐวราก็สิ้นสุดลงเหมือนกัน จากแค่ตั้งใจจะต่อว่าการกระทำของหล่อน และให้หล่อนกล่าวขอโทษอย่างจริงใจสักครั้ง แต่หล่อนกลับประกาศออกมาตรง ๆ แบบนี้จะเก็บไว้ทำไม “เ
(ฉันจะโทรมาบอกว่าวันนี้อีนางฝรั่งนั่นมาอีกแล้ว คราวนี้ใช้มุกว่าจะมาคุยธุระแทนพ่อหล่อน)ณัฐวราฟังเพื่อนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้จบแล้วก็คุยเรื่องกันต่ออีกสักพักก่อนจะวางสาย แล้วเธอก็หลับตานึกถึงตัวการที่ทำให้ลูกสาวเธอหัวแตก เธอพยายามที่จะไม่คิดว่าเป็นความตั้งใจของลิป แต่ก็อดคิดไม่ได้สักครั้ง และยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแค้น อยากเอาคืนแทนลูกสาวให้สาสมกับความเจ็บปวดของเธอ“เมียจ๋า”หญิงสาวลืมตาแล้วหันไปมองคนขับรถสุดหล่อ “ขา”“คุยกับเพื่อนเสร็จแล้วไม่คิดจะสนใจผัวจ๋าบ้างเลยเหรอ ปล่อยให้ขับรถอยู่คนเดียวผมเหงานะ”“ก็นอนเก็บแรงไว้คืนนี้ไงคะ” เธอหยอกกลับแต่เขาหัวเราะชอบใจเสียงดังลั่นรถ “ผมขึ้นทางด่วนดีกว่า อยากถึงบ้านเร็ว ๆ แล้ว”หญิงสาวหัวเราะกับคำพูดของเขา แล้วเริ่มชวนคุยเรื่องสัพเพเหระเป็นเพื่อนเขาจนถึงบ้าน................................บริษัทแม็คแคนเลย์ ลิปกลับมาหาเควินอีกครั้งในช่วงสายของวันใหม่ เธอตั้งใจมาคุยเรื่องของบิดาแล้วก็จะชวนเขาไปกินข้าวมื้อกลางวันด้วยกันสองต่อสองเหมือนเดิม และจะขอปรับความเข้าใจกับเขาเรื่องที่เกิดขึ้นกับวลาลี แค่อ้อนนิดหน่อย ทำตัวให้น่าสงสาร ขี้คร้านคนใจ
นภดลมองสาวผมทองที่คุ้นหน้า เขาเห็นหล่อนตั้งแต่แรกแล้ว และตั้งใจจะเดินเข้าห้องของตัวเองไป ถ้าไม่ได้ยินเสียงตะคอกของหล่อนดังขึ้น ด้วยความเป็นห่วงเลขาของน้องชาย จึงต้องเดินมาถาม“สวัสดีครับ วันนี้เควินเขาไม่อยู่ คุณต้องมาวันอื่นแล้วแหละ” “ฉันไม่เชื่อพวกคุณหรอก” แล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องทำงาน เปิดเข้าไปโดยไม่เคาะประตู ไม่นานก็เดินหน้างอออกมาหาสินี “เขาไปไหน”“ไปงานเลี้ยงค่ะ”“เขาจะกลับมาตอนไหน”“พรุ่งนี้” ผู้หญิงคนนี้ถามอะไรโง่ ๆ เวลานี้แล้วใครจะกลับเข้ามาทำงานอีกล่ะ สินีคิดตำหนิอยู่ในใจ “เชิญค่ะ จะลงลิฟต์หรือลงบันไดก็ตามสบาย”ลิปถลึงตาใส่สินี “ไม่มีมารยาท!”นภดลมองตามสาวสวยหุ่นนางแบบ ที่เดินเชิดหน้าจากไปโดยไม่บอกลาเขาสักคำ เขาหันกลับมามองเลขาหน้าห้องของน้องชาย.. เธอก็อีกคน จะรู้อะไรเหมือนที่เขารู้บ้างไหมนะเขาแอบสนใจเธอมานานมาก แต่เพราะไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง คิดว่ามองเธอเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น จึงไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะไม่อยากมีปัญหาในที่ทำงาน ไม่อยากเป็นสมภารกินไก่วัด จึงพยายามหักห้ามใจมาตลอด จนกระทั่งต้องเสียเธอไปให้ชายอื่นจริง ๆ จึงได้รู้ตัวว่าสิ่งที่รู้สึกกับเธอนั้
บ้านแม็คแคนเลย์“น้ำผึ้งอาบน้ำก่อนนะคะ ต้องแต่งหน้าอีก” ณัฐวราบอกคนรักที่นอนดูทีวีอยู่บนเตียง “ครับ” เขามองภรรยาที่เดินไปทางห้องแต่งตัว สักพักก็เห็นเธอเดินกระโจมอกด้วยผ้าขนหนูหมิ่น ๆ ออกมา อวดอกสล้างครึ่งเต้าและเรียวขาเนียน แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำจากนั้นทีวีก็ไร้ความหมายสำหรับเขา รีบเด้งตัวขึ้นจากที่นอน ถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน เดินยิ้มไปที่ประตูห้องน้ำทันที แนบหูฟังแล้วได้ยินเสียงน้ำฝักบัวก็เปิดประตูที่ไร้กลอนเข้าไปณัฐวราได้ยินเสียงประตูเปิดจึงหันไปมอง แล้วก็ต้องตกใจกับชีเปลือยร่างยักษ์ที่เดินโทง ๆ เข้ามา และบางอย่างของเขากำลังเล็งใส่เธออย่างเกรี้ยวกราด“ทำไมไม่บอกว่าจะอาบด้วย น้ำผึ้งจะได้เตรียมผ้าให้”เขากอดร่างนุ่ม พรมจูบอยู่ที่ซอกคอเปียกน้ำ “ผมเพิ่งเปลี่ยนใจ” แล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม ซอกซอนลิ้นไปทั่วปากหวาน ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างเปียกน้ำที่นวลเนียน “เดี๋ยวไปงานไม่ทันนะคะ”“แค่คุณห้ามก็เสียเวลาไปโขแล้วนะครับฮันนี่” เขาดันตัวเธอไปติดกับผนัง จูบไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบา ๆ ที่ใบหู ปลุกเร้าอย่างช่ำชองหญิงสาวกอดลำคอของคนรัก แอ่นอกรับสัมผัสชวนสยิวจากปากเขาอย่างเต็มใจ ส่งเสียงค
เสียงที่สั่นเครือของเธอทำให้เควินต้องกุมมือเธอไว้ เขารู้ว่าเธอเตรียมทำใจมานานแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยที่จะทำใจให้เข้มแข็งเธอหั่นไปมองหน้าเขาแล้วบีบมือตอบรับ ส่งยิ้มบาง ๆ สื่อว่าเธอไม่เป็นไร“ครับ คุณวายุมีอาการตอบสนองช้าลงมาก ช่วงหลายวันมานี้หัวใจหยุดเต้นไปสองครั้งแล้วนะครับ” “ช่วยพ
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงลิป” ท่าทางของอีกฝ่ายเรียกโทสะณัฐวราได้อย่างดีเยี่ยม ปากบอกสำนึกผิด แต่น้ำเสียงกับท่าทางดูไม่สำนึกเลย เธอเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างต้องการคำตอบ สายตาเอาเรื่อง “ที่พูดเนี่ยเพราะสำนึกผิด หรือว่าเพราะอยากตัดความรำคาญ ช่วยตอบฉันหน่อยลิป”“เธอจะทำอะไรฉัน ฉันจะบอกเควินว่าเธอข่มขู่
อเมริกา “ลิปไม่เคยเข้าไปที่ออฟฟิศเลยเหรอ” ไมเคิลสีหน้าเคร่งเครียดกับคำตอบ “แล้วเธอไปไหน เธอไปหาเควินหรือเปล่า” เขาถามหยั่งเชิง ไม่อยากให้เรื่องที่สงสัยนี้เป็นจริงเลย(ใช่ครับ เธอให้ผมไปส่งที่ออฟฟิศคุณเควินทุกวันครับ) ไมเคิลเคาะนิ้วลงกับโต๊ะทำงานด้วยความเครียดอีกเท่าตัว ข่าวที่เควินประกาศหมั้นกลา
“คุณแน่ใจได้ยังไง ผมอาจจะเป็นฝ่ายหมดความอดทนก่อนก็ได้ หมายถึงผมอาจจะตะคอกใส่เธอ เป็นฝ่ายไล่เธอไปเองก็ได้”“ก็ตามใจคุณสิคะ ทนไม่ไหวก็ระเบิดใส่เธอไปเลยค่ะ น้ำผึ้งไม่ว่าคุณหรอก อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข น้ำผึ้งยินดีสนับสนุนเสมอ”เขาหัวเราะกับคำตอบสุดเฟี้ยวของเธอ “ผมยังเกรงใจพ่อเธออยู่ แต่ถ้าไม่ไหวจริง







