LOGIN"ตอนอ้วนไม่มีใครเห็นค่า... พอสวยดันโดนปู่รหัสสายโหดจับกด ให้อยู่ในโอวาทซะงั้น!"
View More"หวาน! จะกินอีกเหรอลูก"
เสียงของแม่ดังขัดจังหวะขึ้นมาจากปลายโต๊ะอาหาร ในจังหวะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบปีกไก่ทอดชิ้นสุดท้ายพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ตาปริบ ๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหย
"ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะแม่"
"เมื่อกี้ก็ชิ้นสุดท้าย" แม่ดักคอ
"..."
"ก่อนหน้านั้นก็ชิ้นสุดท้าย"
ฉันหัวเราะแห้ง ๆ รีบคีบไก่ทอดชิ้นนั้นเข้าจานตัวเองอย่างรวดเร็ว เรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้หลุดมือ... ช้าเดี๋ยวอด!
คนในบ้านต่างพากันส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมเห็นแก่กินของฉันจนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะพี่ชายแท้ ๆ อย่าง "ม่านเมฆ" ที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดอกมองฉันด้วยสายตาเอือมระอาขั้นสุด
"กินขนาดนี้ อีกหน่อยเก้าอี้คงรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วมั้ง... ไอ้เบาหวาน"
คำล้อเลียนนั้นทำให้ฉันคว้าหมอนอิงจากโซฟาข้างหลัง ปาใส่พี่ชายตัวดีทันที "พี่เมฆ!"
"อะไร"
"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกเบาหวาน!"
"ก็ชื่อเล่นไหมล่ะ"
"ไม่ใช่!"
"แต่เพื่อนพี่เรียกแบบนี้ทั้งแก๊งนะ"
ฉันทำหน้ายู่ทันที... ใช่ ทุกคนเรียกฉันว่า "เบาหวาน" มาตั้งแต่เด็ก เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะฉันอ้วนและกินเก่งมาก มากจนพี่เมฆเคยประชดว่า ถ้าเอาเงินค่าอาหารที่ฉันผลาญไปตลอดสิบแปดปีมารวมกัน คงซื้อรถขับได้คันหนึ่งแล้ว ใจร้ายที่สุด!
"เบาหวาน"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน ทำให้ฉันรีบหันขวับไปมองทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีดำสนิทเดินเข้ามาในบ้านด้วยความคุ้นเคย ใบหน้าหล่อคมคายประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น และดวงตาคู่นั้น... ที่ฉันแอบมองมานานหลายปี
"พี่พีท!" ฉันฉีกยิ้มกว้างทันที ความขุ่นมัวเมื่อครู่หายวับไปกับตา
พี่พีทหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ "กินอีกแล้วเหรอเรา"
"..."
"ระวังเถอะ เดี๋ยวก็กลิ้งแทนเดินหรอก"
คนทั้งโต๊ะอาหารพากันหัวเราะครืน ส่วนฉัน... ทำได้แค่หัวเราะแห้ง ๆ ตามน้ำไป ทั้งที่ในใจแอบเจ็บจี๊ดขึ้นมานิด ๆ แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะพี่พีทล้อฉันแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว และถึงเขาจะชอบล้อ... ฉันก็ยังชอบเขาอยู่ดี
ชอบมาตั้งแต่จำความได้ ชอบตั้งแต่ตอนที่เขาแอบซื้อไอติมให้ฉันตอนประถม ชอบตั้งแต่วันที่เขาช่วยวิ่งไล่หมาไล่กวดจนฉันร้องไห้โฮ และชอบที่สุด... คือวันที่เขาลูบหัวฉันเบา ๆ แล้วบอกว่า ‘เป็นเด็กดีนะเบาหวาน’
ตั้งแต่วันนั้นมา ในสายตาของฉันก็ไม่เคยมีใครอีกเลย
หลังอาหารเย็น ฉันแอบมานั่งเล่นอยู่ที่ระเบียงบ้าน สายตาทอดมองไปยังสวนหน้าบ้านที่พี่เมฆกำลังยืนคุยกับกลุ่มเพื่อนของเขา
พี่พีท พี่ธาม พี่คอปเตอร์ และ... พี่พันไท
ถ้าตัดพี่พีทที่ยิ้มง่ายออกไป พันไทก็คือขั้วตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นคนเงียบ นิ่ง และดูเข้าถึงยากที่สุดในกลุ่ม เขารูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง และหน้าตาดีจัดจนน่าหมั่นไส้ แต่ฉันไม่ค่อยถูกชะตากับเขาสักเท่าไหร่ เพราะเจอหน้ากันทีไร เป็นต้องโดนแกล้งตลอด
"มองอะไร"
เสียงเข้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันไปเจอเจ้าของเสียงที่โผล่มาเงียบ ๆ ราวกับนินจา
"พี่พัน! ตกใจหมดเลย มาเงียบ ๆ ทำไมเนี่ย"
พันไทไม่ตอบ แต่สายตาคมกริบคู่ตวัดลงมองถุงขนมในมือฉันก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น "กินอีกแล้ว?"
"..."
"วัน ๆ ในหัวไม่คิดทำอย่างอื่นนอกจากหาของกินหรือไง"
คำทักทายขวานผ่าซากทำเอาฉันหน้าบูดสนิท "เรื่องของหวานเถอะค่ะ"
"อ้วน"
"พี่พันไท!"
เขาหลุดหัวเราะหึในลำคอ ดูมีความสุขเหลือเกินที่ได้กวนประสาทฉัน คนบ้าอะไรนิสัยเสียชะมัด!
"หนูไม่ได้อ้วนสักหน่อย" ฉันเถียงข้าง ๆ คู ๆ
พันไทก้มมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเงียบ ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ "อืม... เห็นด้วย"
คำพูดของเขาทำให้ฉันใจชื้นและกำลังจะยิ้มออก แต่รอยยิ้มนั้นกลับค้างเติ่งอยู่บนหน้าไม่ถึงวินาที เมื่อเขาพูดประโยคต่อมาด้วยหน้าตาเฉยชา
"ไม่ได้อ้วน... เขาเรียกว่ากลม"
"..."
"พี่พันไท!!!"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างผู้ชนะดังขึ้นทันที ฉันโกรธจนหน้าดำหน้าแดง อยากจะเอาถุงขนมในมือฟาดหน้าหล่อ ๆนั่นสักที แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะถึงผู้ชายคนนี้จะกวนประสาทขนาดไหน เขาก็เป็นถึงเพื่อนสนิทของพี่ชายฉันอยู่ดี
ในเวลาเดียวกันนั้น ณ สนามบาสหลังโรงเรียน"กูบอกให้มึงเนียน ๆ แต่กูไม่ได้บอกให้มึงเปิดอู่ซ่อมรถแล้วย้ายไปอยู่บ้านน้องเขานะครับไอ้เสือ" คอปเตอร์หัวเราะจนตัวงอพิงเสาแป้นบาสพันไทละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์พลางเลิกคิ้ว "อะไรของมึง""มึงจะจีบก็บอกมาตรง ๆ ซื้อของล่อเด็กทุกวันขนาดนั้น นึกว่าแดรี่ควีนมาเปิดสาขาเคลื่อนที่""กูเปล่า"ธามหัวเราะสมทบพลางตบไหล่เพื่อน "เมื่อวานขับรถอ้อมไปสามกิโลเพื่อซื้อโดนัทเจ้าอร่อย วันนี้ก็นมสตรอว์เบอร์รี่ เมื่อเช้ากูยังเห็นมึงไปยืนดักหน้าห้องสมุดอยู่เลย ไอ้พัน... มึงอย่าซึน"ปึก!ลูกบาสเกตบอลถูกโยนอัดใส่หน้าอกธามเต็มแรงแต่เจ้าตัวรับไว้ได้ทัน "เสือก" พันไทสบถเสียงเรียบ"ฮั่นแน่... มีด่ากลบเกลื่อน เขินละสิมึง" คอปเตอร์แซวต่อ"ไม่ได้เขิน""เออ ๆ""ไม่ได้ชอบด้วย""คร้าบ ๆ""กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ" พันไทพูดย้ำ"เออ... ไม่มีใครเถียงมึงเลยสักคำ" ธามยิ้มกริ่มพลางเดาะลูกบาสลงพื้นสลับไปมา "แต่กูสงสัยอย่างหนึ่งว่ะ"พันไทเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "อะไรของมึง""มึงจะมาโรงเรียนน้องมันทุกวันทำไมวะ"คอปเตอร์ถึงกับตบเข่าฉาดทันที "จริง! กูสงสัยมานานละ วันไหนไอ้เมฆมีสอนพิเศษ มึงต้อ
"อะไรของมึงวะไอ้พัน" พี่พีทเลิกคิ้วถามอย่างงง ๆพี่พันไทค่อย ๆ ปล่อยมือออกช้า ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท"มีแมลง""...""เกาะอยู่ตรงหัวหวาน... กูเลยช่วย"แก๊งวิศวะเงียบกริบไปราวสองวินาที ก่อนที่พี่คอปเตอร์จะเป็นคนแรกที่หลุดขำก๊ากออกมา"ไอ้ห่าพัน! แมลงบ้านมึงสิบินหน้าหนาว""ข้ออ้างมึงปัญญาอ่อนมาก เพื่อนกันเขาดูออกครับ" พี่ธามเสริมพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มพี่พันไทไม่ตอบคำถามซักไซ้ของเพื่อน แต่สายตาคมเข้มกลับตวัดมามองฉันแวบหนึ่ง... มันเป็นสายตาที่ะดูหงุดหงิดพิกล ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็วมีเพียงพี่ธามคนเดียวที่ยังคงยิ้มอย่างมีเลศนัย ราวกับจับพิรุธบางอย่างในตัวเพื่อนสนิทได้แล้วส่วนฉันได้แต่ยืนกอดแก้วชานมแน่น แอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พันไทด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ... ผู้ชายที่ชอบแกล้งฉันทุกครั้งที่เจอหน้าคนนี้ นับวันยิ่งทำตัวเข้าใจยากขึ้นทุกทีหลังจากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับพี่พันไท...ไม่ใช่เพราะเขาหล่อ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นอดีตรุ่นพี่สุดฮอตที่ใคร ๆ ก็กรี๊ด แต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาโผล่มาให้เห็นหน้าบ่อยเกินไป บ่อยจนผิดสังเกต..."เบาหวาน!"ฉันที่กำลังเดินก
คนตัวเล็กยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับซองขนมนั้นมาแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "ขอบคุณค่ะ"มุมปากของชายหนุ่มหยักลึกขึ้น เขาเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มจนยุ่งเหยิง "กลับบ้านได้แล้วยัยเบาหวาน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง"หวานพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เดินจากไป โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... คนที่กำลังยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ตรงนี้ ไม่ได้เพิ่งจะมาสนใจเธอในวันนี้เขามองเธอมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เด็กหญิงตัวกลม ๆ วิ่งตามไอ้พีทต้อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่เธอยังไม่รักสวยรักงาม ยังไม่ผอม และยังไม่มีผู้ชายคนไหนมองเห็นความน่ารักของเธอเลยสักคน... ยกเว้นเขาพันไทยืนมองจนร่างเล็กหายลับไปจากสายตา เขาขยับก้มมองซองขนมอีกซองที่เหลืออยู่ในมือพลันแค่นหัวเราะ"ไอ้พีท..." ดวงตาคมเข้มฉายแววกร้าวบางอย่างออกมา "มึงปล่อยของดีหลุดมือไปเองนะ"หลังจากวันนั้น... ชีวิตของฉันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ในความจริงมันไม่เหมือนเดิมอีกเลยฉันยังคงไปโรงเรียน ยังกลับบ้าน และยังบังเอิญเจอพี่พีทอยู่บางครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ... ฉันเลิกวิ่งตามเขาแล้ว เลิกหาเรื่องไปนั่งใกล้ ๆ เลิกแอบซื้อขนมไปฝาก เลิกส่งข้อความไปหาทั้งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงไม่
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต เพื่อสารภาพความในใจกับพี่พีท ใต้ต้นหางนกยูงหลังโรงเรียนหัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกยามที่เอ่ยคำนั้นออกไป"หวาน... ชอบพี่พีทค่ะ"บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบทันที ในขณะคนตรงหน้านิ่งไปนาน... นานเสียจนใจฉันเริ่มเสีย ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่ความวิตก ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนอบอุ่น... แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่กรีดหัวใจของฉันจนแตกสลาย"พี่ขอโทษนะหวาน""...""แต่พี่เห็นหวานเป็นน้องสาวมาตลอดจริง ๆ"ประโยคสั้น ๆ ทว่าแฝงความเด็ดขาดขั้วหัวใจ ราวกับมีค้อนปอนด์หนัก ๆ ทุบลงกลางอกจนชาไปทั้งร่าง"แล้ว..." น้ำเสียงของฉันสั่นเครือจนแทบควบคุมไม่ได้ "แล้วถ้าหลังจากนี้... หวานผอมลงล่ะคะ?"พี่พีทชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ "มันไม่เกี่ยวกับรูปร่างหรอกหวาน... พี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว"วินาทีนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ล่วงหล่นลงมาในที่สุด เพราะคำตอบนั้นทำให้ฉันตระหนักรู้ลึกถึงความจริง... ว่าไม่ว่าฉันจะอ้วนหรือผอม สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไม่ใช่คนที่เป็นตัวเลื
"หวาน! จะกินอีกเหรอลูก"เสียงของแม่ดังขัดจังหวะขึ้นมาจากปลายโต๊ะอาหาร ในจังหวะที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบปีกไก่ทอดชิ้นสุดท้ายพอดี ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ตาปริบ ๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหย"ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะแม่""เมื่อกี้ก็ชิ้นสุดท้าย" แม่ดักคอ"...""ก่อนหน้านั้นก็ชิ้นสุดท้าย"ฉันหัวเราะแห้ง ๆ รีบคีบไก่ทอดชิ้น





