LOGINนี่ยัยแมวมอม เด็กของแม่นี่นา แล้วทำไมถึงได้มาอยู่บนเตียงกับเขา เรื่องอลวนเริ่มขึ้นคืนที่เขาเมา ทำให้หล่อนกลายมาเป็นเงื่อนไขคู่หมาย หล่อนคือเด็กที่มารดาเก็บมาเลี้ยง แม่สาวน้อยมอมแมม แก้มใส ที่เขาเอ็นดูท่าทางเลิ่กลั่กจนอยากแกล้ง ทว่าหมอปรีดิ์ กำลังโดนเด็กขโมยหัวใจ ไปเสียแล้วทั้งดวงรักเด็กต้องทำยังไงดีหนอ "ยังไงกันหะ ตาปรีดิ์" "ไม่ยังไงหรอกครับ" "ยัยแมวมอมน่าตีจริงๆ นะครับแม่ ดูเอาเถอะ จะไม่ยอมให้ผม รับผิดชอบ ได้ยังไงกัน" "อะแฮ่ม" "ตกลงแกอยากรับผิดชอบน้องนี่เพราะอะไรตาปรีดิ์ เห็น ตอนแรกร้อยไม่เอาพันไม่อยาก แล้วยังไง หืม?" "ก็ เขายักไหล่ หน้าแดง เห็นแค่นี้คุณหญิงก็ขำออกมาเอื้อม มือแตะมือของเขา แล้วเอ่ยแนะนำ "ทำให้น้องรักให้ได้สิตาปรีดิ์ แม่บังคับได้แค่ให้ยอมหมั้น สัญญากับเหมียวแล้วว่าถ้าถึงวันเรียนจบ ไม่อยากแต่งกับแกก็จะไม่บังคับ" ทำให้หล่อนรัก เขาหลบตาของมารดาที่มองจ้องมาอย่างรู้ทัน นั่นสินะ เขาจะต้องทำให้หล่อนรักเขา ยัยแมวมอมจะต้อง อยากได้เขาเป็นสามี มารดาเผลอล่ะก็ ยัยแมวน้อยจะต้องถูกจับมาทำโทษ แน่ๆทำโทษด้วยวิธีที่จะทำให้หล่อนยิ่งอยากได้เขา
View More“ตาปรีดิ์”
เสียงเรียกที่ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังย่องๆ จะออกจากบ้านสะดุ้ง แต่ก็ทำหูทวนลมไม่ได้ยิน ผิวปากหวือแล้วเดินยืดตัวตรง ก้าวยาวลิ่วๆ แต่ก็มีเสียงดังขึ้นอีกหน
“หมอปรีดิ์ แม่เรียกน่ะ ไม่ได้ยินหรือไงเล่า มานี่เดี๋ยวนี้นะ”
หนนี้จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ก็ไม่ได้เสียแล้ว เพราะท่านเรียกดังขนาดนี้ ปรีดิ์จำต้องชะงักเท้า แล้วหันหลังกลับ เดินไปหาคนต้นเสียงที่นั่งหน้าตึงอยู่ในห้องรับประทานอาหาร
บ้านใหญ่โตขนาดนี้ ท่านได้ยินเสียงเขาได้ยังไงกันนะ อุตส่าห์เดินย่องเงียบๆ แล้วแท้ๆ ชายหนุ่มคิดในใจ แล้วเดินยิ้มๆ เข้าไปหาท่าน ที่พอเห็นหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน สิ่งแรกที่คุณหญิงรุจีทำคือค้อนเขา
“ยังไงยะเราน่ะ”
“เอ...ยังไงนี่อะไรหรือครับแม่” เขาก้มมองนาฬิกาแล้วย่นจมูกน้อยๆ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นสีทองของเขาเต้นระริกอย่างอารมณ์ดี
“ว้า...จะสายแล้ว”
“อย่ามาทำเป็นสายนะตาปรีดิ์ นี่แม่ดูตารางเวรเราแล้ว เราเข้าเวรบ่ายนะวันนี้”
“แม่นี่ถึงกับแอบดูตารางงานผมเลยหรือครับ?”
เขาหัวเราะขำ แล้วจำต้องทรุดลงนั่งตรงหน้าท่าน ตาเหลือบมองคนที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างๆ มารดา ที่ทำหน้าที่ของตนเองทันทีเมื่อเขาทรุดลงนั่งประจำที่
สาวน้อยตัวเล็ก...หล่อนอายุเท่าไหร่แล้วนะ ปรีดิ์มองหน้าใสๆ นั่นอย่างจะทบทวน ‘ยัยแมวมอม’ คือฉายาที่เขาตั้งให้หล่อน หล่อนเดินมาตักข้าวต้มให้เขา ไม่มองสบตา ก้มหน้า เม้มปากน้อยๆ แก้มป่องหน่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว ยามตั้งใจใช้ทัพพีตักข้าวต้มใส่ชามให้เขา ตาคมมองไล่ไปยังวงหน้าเนียนใส ตาของหล่อนโต...แป๋วแหวว คือสิ่งที่เด่นสุดบนใบหน้านั่น จุดสะดุดตาเขาตั้งแต่แรกเห็น หล่อนตาสวย โตแป๋วเฉียงขึ้นเล็กน้อย เหมือนตาแมว ผมของหล่อนรวบไว้เป็นหางม้า ผมดำยาวหยักศกลอนใหญ่มีน้ำหนัก สวยแบบที่ร้านทำผมไหนก็คงจะทำไม่ได้
“แมวมอม ตักกุ้งให้อีกหน่อยสิ งกกุ้งไว้ให้แม่หรือยังไงเราน่ะ”
เขาแสร้งเอ่ยเสียงดุๆ เจ้าหล่อนเงยมองหน้าเขา ทำหน้าเลิ่กลั่ก เอ่ยขอโทษเขา แล้วรีบตักกุ้งในชามข้าวต้มเพิ่มให้เขาอีก จนเขาต้องหัวเราะขำยิ่งได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ หล่อนก็ยิ่งมือสั่น ตักจนพูนชาม ส่วนมารดามองค้อน แล้วทำเสียงอ่อน...
“เหมียวไม่ต้องแล้วจ้ะ ตาปรีดิ์หยอกน้องอีกล่ะ เอ๊อ...กินให้หมดนะ ถ้าแกเหลือกุ้งแม้แต่ตัวเดียว ฉันจะเอาทัพพีเพ่นหัวแก”
“โธ่...แม่ครับ ทีกับลูกพูดเสียงดุจัง ทีกับเด็กของแม่พูดหวานมาก น้อยใจ เสียใจ ไปดีกว่า”
“ตาปรีดิ์! นั่งลงเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาทำไก๋” ท่านแว้ดใส่ เลยจำต้องทรุดลงนั่ง พลางหัวเราะหึๆ ไปด้วย เขาเหลือบตามอง ‘เด็กของมารดา’ เจ้าหล่อนยืนทำตัวลีบอยู่ข้างแม่ของเขา ยัยแมวมอม...ตอนนี้ยังไม่มอม แต่สักพักหล่อนก็น่าจะมอม เพราะคงจะไปขลุกกับสวนของมารดาตามเคย
“มาคุยกันก่อน เมื่อวันก่อน แกหายไปไหนหืม? ตอนที่นัดกับแม่แล้วดิบดี ว่าจะไปบ้านคุณหญิงมินตราด้วยกันน่ะ”
“คือ...”
“อย่ามาอ้างว่าติดงานนะ วันนั้นวันหยุดแก แม่เช็คกับหมออาตม์แล้ว”
“ไม่ถามไอ้หมอเลยล่ะครับว่าผมไปไหน”
ปรีดิ์ว่า นึกอยากจะเขกหัวเพื่อนรักนัก ที่รายงานหมดจดว่าเขาอยู่อะไรตรงไหน เฮ้อ...
“ก็ไม่ยอมบอกแม่น่ะสิ แม่ถึงต้องมาถาม ว่าตกลงแกหายไปไหน แล้วข่าวที่ปูดออกมาว่าแกไปเป็นแฟนของยัยไฮโซนั่นจริงหรือเปล่า ถ้าจริงนะ แม่ไม่ชอบ แม่ไม่โอเค กับแม่คนนั้น ขยันฉาวมาก หนก่อนก็นมหกออกสื่อ หกยัน...” คุณหญิงรุจีสั่นหน้า แล้วถอนใจเฮือก
“โอ๊ยตายๆ ทำไมคนเราเดี๋ยวนี้ขยันอยากดังในทางไม่ดีจัง”
“แม่...ผมก็แค่...”
หมอหนุ่มยักไหล่ เขากับวรางคณาสาวไฮโซสุดเปรี้ยว ตกลงกันว่าอยู่ในฐานะอะไร หล่อนสวย เฉี่ยว ถึงอกถึงใจ แถมยังเจ้าชู้...ก็ตกลงกันแต่แรกแล้วว่า อยู่กันแต่บนเตียง บางทีอาจจะไประเบียงบ้าง แต่ไม่ได้จริงจังอะไร ก็หล่อนออกจะรักสนุกปานนั้น เขาก็สนุกกับลิมิตของหล่อน โดยไม่ได้ให้ใจไปเกี่ยวข้อง เอาจริงๆ แล้วเขาเคยมีแฟนจริงจังแค่สอง เอ...หรือสาม...เอ...หรือห้า หมอปรีดิ์ชักจะสับสน แต่ล่ะนางก็เลิกรากันไป โดยมีตราติดเขามาว่าเขานั่นเจ้าชู้ ดูแลทุกคนเกินไป เฮ้อ...
เขาไม่ได้เจ้าชู้
แค่...
แค่ดอกไม้สวยๆ มันก็ช่างมากมายเหลือเกินบนโลกนี้ แล้วก็ยังไม่อยากศึกษาใครจริงจัง เขากลัว...อืม...ก็อาจจะกลัวความเจ็บปวดจากความรัก ก็ดูเพื่อนเขาเป็นตัวอย่างสิ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ขนาดต้องลาพักร้อนกันเลยทีเดียวเพื่อไปรักษา
แผลใจความจริงจังมากสุดก็คือสมัยเรียนมัธยมปลายสินะ แล้วตั้งแต่นั้น หมอปรีดิ์ก็ยังไม่เคยจริงจังกับใครอีกเลย เขายังสนุก มีความสุขกับชีวิตโสด แต่มารดาก็ดูเหมือนจะอยากให้เขาเป็นฝั่งเป็นฝา นัดคนโน้น นัดคนนี้ เขาทำไมจะไม่รู้ ว่าทำไมท่านถึงอยากให้เขาติดสอยห้อยตามไปนักหนา
“หนหน้าอย่าผิดนัดแม่อีกนะ” ท่านว่า แล้วค้อนให้อีกที
“กินให้หมดนะตาปรีดิ์ ไม่หมดล่ะแม่จะเอาทัพพีตีหัวแก”
“น้องแมวมอมตักให้ทั้งทีต้องกินให้หมดสิครับ”
เขาว่า แล้วหันไปยักคิ้วให้กับเด็กของมารดา หล่อนทำตาปริบๆ ก่อนจะหน้าแดง เอ่อ...เขาเห็นว่าหล่อนเผลอทำแก้มป่อง ก่อนจะก้มหน้าหลบตาเขา มือนั้นสั่นนิดๆ คุณหญิงรุจีขึงตาใส่บุตรชาย ก่อนจะกระแอม
“ตาปรีดิ์ ห้ามยุ่งกับเด็กแม่นะ”
“ไม่กล้าหรอกครับแม่” เขาหัวเราะแล้วเอ่ยเสียงดังอย่างจงใจให้ ‘เด็ก’ ของท่านได้ยิน
“ยังขี้มูกกรังจมูก ขี้หูขี้ตาเลอะอยู่เลย ผมไม่นิยมเสพเด็กครับ ไม่อยากติดคุก”
แม่ตัวเล็กยิ่งได้ยินเขาว่าก็ทำตาปริบๆ เขาเห็นว่าหล่อนแอบเหลือบมองเงาสะท้อนจากแจกันทองเหลืองใบเขื่องที่มีหางนกยูงประดับไว้ของมารดา แล้วแอบเช็ดจมูก ก็อมยิ้ม ส่วนมารดาเห็นพ่อตัวแสบทำแบบนั้น ก็เอื้อมมือมาหยิกจนเขาร้องโอ๊ย
“น้องไม่ได้ขี้หูขี้ตาเกรอะแบบนั้นสักหน่อย แหมๆ ยัยเหมียวสวยน่ารักจะตาย นี่คุณหญิงสมรยังมาขอแม่ให้ไปประกวดมีสทีนอะไรสักเวที แต่แม่ไม่ให้แม่หวงของแม่”
“หวงไว้ให้ใครหรือครับ” พ่อตัวดีเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางชี้นิ้วมาที่ตัวเอง “ให้ผม?”
“เหอะ! ฉันไม่มีทางส่งลูกกวางน้อยให้เสือสางอย่างแกหรอกนะ ตาปรีดิ์ แม่จะส่งให้ยัยเหมียวเรียนสูงๆ แล้วก็มีอนาคตดีๆ ต่างหาก หึ! ถ้าน้องทำตัวดีน่ารัก แม่จะยกกิจการอาหารสุขภาพของแม่ แถมด้วยสัปทานรังนกของพ่อแกที่เกาะแถวทางใต้ให้หมดเลย ระวังเหอะตาปรีดิ์”
“โอย...ผมลูกแท้ๆ นะครับแม่”
หมอหนุ่มแกล้งโอด เลยโดนคุณหญิงทำท่าจะหยิกเอาอีกที การเย้าแหย่ของมารดาและบุตรชาย รวมถึงการพูดจาของเขาและท่าน อยู่ในสายตากลมแป๋วนั่นตลอด
หล่อนเม้มปากนิดๆ
ทำแก้มป่องอย่างลืมตัวอีกแล้ว
คนที่แอบลอบมองหล่อนพลอยอมยิ้มอย่างอดไม่อยู่
เขาอดเย้าแหย่หล่อนไม่ได้หรอก เพราะอาการเลิ่กลั่ก น่าเอ็นดูของเจ้าหล่อนมักจะทำให้เขาขำ
สมบัติส่วนตัวของมารดา เด็กที่ท่านได้มาจากการไปออกทริปทำบุญที่ไหนสักที่ วันหนึ่งท่านก็หอบหิ้วเจ้าหล่อนเข้ามาในบ้าน และจัดการขัดล้างชุบเนื้อตัวใหม่ให้กับสาวน้อยบ้านไพร ที่บิดามารดาเสียชีวิตหมด และตอนแม่เขาไปหล่อนก็เสียยายที่พึ่งสุดท้าย แม่ตัวเล็กนั่งร้องไห้อยู่กับศพยาย ในบ้านเก่าโกโรโกโส ท่านเลยสงสารจนต้องเอากลับมาอยู่ด้วย ท่านว่าเอ็นดูเหลือเกิน สงสารเด็กตาดำๆ ตั้งชื่อให้เจ้าหล่อนใหม่ว่า ขวัญเจ้าเอย
หล่อนมีชื่อเล่นว่าเหมียว แต่เขาชอบเรียกแม่สาวน้อยว่าแมวมอม ก็หล่อนชอบไปคลุกอยู่กับแปลงสารพัดพันธุ์ไม้ของมารดา จนบางทีก็เนื้อตัวหน้าตามอมแมม ถ้านอกเหนือจากเวลาที่ท่านเรียกใช้หรือเลิกเรียน ท่านดูจะรักและเอ็นดูแม่แมวมอมนี้มาก เพราะอยากจะมีลูกสาวมานาน แต่ก็มีลูกชายคนเดียวอย่างเขาเสีย
หล่อนไม่ค่อยพูดจากับเขานักหรอก บางทีก็วิ่งหนีเขาเตลิดด้วยซ้ำ ไม่รู้กลัวอะไรนักหนา
แต่หมอปรีดิ์บางทีก็เอ็นดูหล่อน บางทีก็หมั่นไส้หล่อนนิดๆ ค่าที่มารดารักเหลือเกิน แถมหลังๆ นี้ขู่เขาว่าจะยกทุกอย่างให้แม่เด็กเก็บได้คนนี้แทนลูกชายคนเดียวเสียด้วย
ตาคมมองสบกับนัยน์ตากลมโตแจ๋วแหววนั่น เจ้าหล่อนหน้าแดงนิดๆ แล้วก้มหน้าหลบ ส่วนเขาแอบอมยิ้ม ยิ่งหล่อนทำแบบนี้ก็ยิ่ง...น่าแกล้ง
หมอหนุ่มคิดอย่างหมั่นเขี้ยวน้อง...
ห้ามย่องหาน้อง ห้ามทำให้น้องท้องก่อนแต่งงานกฎขาดที่มารดาขีดให้ หมอหนุ่มทำได้เป็นอย่างดี อาจจะเพราะเขาให้สัญญากับเธอเป็นมั่นเหมาะด้วยก็เป็นได้ ทรมานไหมบอกตรงๆ ว่าทรมาน เพราะหนุ่มเพลย์บอยอย่างเขาไม่น่าเชื่อว่าพอรักแล้ว จะรักเลย รักมั่นคงถาวร รักชนิดที่ว่าหญิงอื่นมาแก้ผ้าต่อหน้า เขาก็เมินเฉยเสีย แต่ไปใจเต้นแค่ได้แตะมือน้อง อย่างไรอย่างนั้นเขาเฝ้าอดทนรอ เฝ้าถนอมภรรยาสาวน้อยของเขา จนตอนนี้เธออายุได้ 23 ปี เรียนจบในระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในสาขาวิชาการบัญชี แน่ล่ะเธอคงจะได้ใช้วิชาความรู้ของเธอในการช่วยเหลือมารดา หรือเขาบ้าง เพราะตอนนี้เขามีงานเพิ่มคือเปิดคลินิกในเวลาช่วงเย็น ที่เขาออกเวร หล่อนก็รับหน้าที่ช่วยดูแลงานในเคาน์เตอร์เก็บเงิน วางระบบบัญชีให้เขา ช่วยงานของมารดา ที่ตอนนี้ท่านและเพื่อนๆ ตั้งมูลนิธิเล็กๆ ขึ้นมา ขวัญเจ้าเอยก็รับหน้าที่ดูแลเรื่องบัญชีเงินๆ ทองๆ หล่อนก็ยังมีเวลาดูแลต้นไม้ดอกไม้ที่หล่อนชอบ เปิดเรือนเพาะ และทำคาเฟ่เล็กๆ ไว้เพื่อให้ลูกค้าจิบกาแฟ กินขนม และชมต้นไม้นานาพันธุ์ของหล่อน เลือกหาซื้อกลับบ้านไปดูแลได้ด้วยวันนี้เป็นวันที่หมอปรีดิ์รอคอยมานาน
“ว่าไงวะไอ้หมอ ลาพักร้อนอีกแล้วนะมึง ลำบากกูไหมล่ะ มาขอด่วนขอฉุกเฉิน”ประโยคแรกบ่นอุบ เพราะเขาต้องไปเข้าเวรแทนเพื่อน ที่มาขอลางานแบบด่วน พักนี้หมออาตม์ขยันลาจริงๆ ท่าน ผอ.ก็ไม่ว่า ก็เพราะเขาอยู่ควงเวรแทนนี่ล่ะ ถือว่าหยวนๆ กันเพราะตอนเขาไอ้อาตม์ก็ช่วย เดาไม่ยากว่าไอ้หมอหายไปทำอะไร ก็คงจะไปเคลียร์ปัญหารักๆ ใคร่ๆ นั่นล่ะ“ทีตอนมึงล่ะ” ทางนั้นย้อน แล้วทำเสียงเคร่งๆ ใส่“ต้องเคลียร์กันนะไอ้ปรีดิ์ มึงนี่แสบมาก” “แล้วตกลงว่า...” เขาได้ยินเสียงอึกอักเล็กน้อยจากปลายสาย ขณะที่ถามคำถามนี้ออกไป“ว่าไงเรื่องเมีย?” “เอ่อ...ตามนั้นล่ะ”“อะไรวะตามนั้น”“เดี๋ยวกูจะแจกการ์ดแต่งงาน” ทางนั้นกระแอม “เอ่อ แค่นี้ล่ะ”“เฮ้ยๆ อะไรวะไอ้หมอ เดี๋ยวๆ”เพื่อนวางสายไปเสียแล้ว คงจะเขิน หรือไม่ก็คงจะไปปรึกษาเจ้าสาวล่ะสิ ว่าจะเอายังไงดี เพื่อนก็แฮปปี้ไปแล้ว เขาก็แอบดึงข้อมูลมาจากน้องจ๋า ว่าน้องกานพูลอะไรนี่ จริงๆ เป็นเด็กดี ที่ทำไปหนแรกและหนเดียว แจ๊กพ็อตมาเจอเพื่อนเขานั้น เพราะจำเป็นจะต้องใช้เงินก้อนเพื่อรักษาแม่ไอ้หมอก็คงจะจริงจังนั่นแหละ ว่าไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้ความรักไม่ได้เข้าใครออกใคร ตัวเขาเอง
“หน้าตาสดชื่นมากนะมึงน่ะ”หมออาตม์ที่ได้ยินเพื่อนผิวปากรื่นรมย์จึงเอ่ยแขวะขึ้นมา หมอปรีดิ์หันมองเพื่อนก่อนจะเลิกคิ้ว ตอนนี้สองหนุ่มกำลังนั่งทำรายงานสรุปกันอยู่ในห้องพักแพทย์ หน้าตาของหมออาตม์ ดูมุ่ย ดูเครียด เพื่อนรักเองก็พึ่งจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนรักหน้าบูดยิ่งกว่าตูดลิง ก็เลยกระแอม เลิกฮัมเพลงเพราะเกรงว่าท่าจะไม่ดี ดูเหมือนเพื่อนรักพร้อมจะพานพาโล“ก็...มึงเป็นอะไรวะไอ้หมออาตม์”“เฮ้อ...” เพื่อนของเขายักไหล่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากับรายงานเอกสารตรงหน้า หมอปรีดิ์แย่งปากกามาถือไว้ เลยโดนเพื่อนตวัดสายตาพิฆาตใส่ แต่ความที่สนิทกันมาขนาดนี้ ทำให้เขากล้าที่จะเจาะใจถามเพื่อน“เครียดเรื่องน้องไซด์ไลน์นั่น?”“เค้าไม่ได้ทำแล้ว”“เอ่อ...ก็ทำตอนกับมึงไง เฮ้ยๆ ไม่ต้องมามองกูตาเหมือนจะกินขนาดนั้น น้องเค้าชื่ออะไรนะ กูเรียกชื่อเค้าแทนงานก็ได้”“กานพูล” ตอบแล้วก็ถอนใจ พร้อมกับเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับเอกสารเอาดื้อๆ เหมือนคนทำอะไรไม่ถูก เสียงทุ้มบ่นงึม“กูจะทำยังไงดีวะ กับเค้า...กูจะขอซื้อเค้าต่อเค้าก็ไม่ขาย กูอยากอยู่กับเค้าว่ะ”“อื้อหึ...มึงก็จีบเค้าสิ นั่นก็ถือว่าเมียมึงเลยนะไอ้หมออาตม์ เพร
“วันนี้ถ่ายคลิปกันอีกนะ”อาทรมาเลียบๆ เคียงๆ ตักข้าวมานั่งรับประทานข้างๆ กับขวัญเจ้าเอย หล่อนมองหน้าเขาแล้วสั่นหน้า “ไม่ดีกว่าจ้ะ”“อ้าวทำไมล่ะ”อาทรมีสีหน้าผิดหวัง เขารู้สึกดีมากที่ได้ใกล้ชิดกับ ขวัญเจ้าเอยในทริปบุญนี้ แม้จะยี้ที่พักไปนิด ยี้อาหารไปหน่อย เพราะมันไม่เหมาะกับเดอะริช กาย อย่างเขา แต่ก็หยวนๆ เพราะได้ใกล้ชิดกับหญิงในดวงใจแบบสุดๆ “เรา...”ขวัญเจ้าเอยย่นจมูกน้อยๆ นึกถึงหน้าของปรีดิ์ เขาคงจะไม่ชอบใจนักหรอกก็เขาบอกว่าเขาจะชำระความเธอ ที่ถ่ายคลิปกับอาทรเขาหึงเธอตอนเห็นคลิปนั่นสินะ ถึงได้ดั้นด้นมาแบบนี้ น่าจะลางานมาด้วยนั่นแหละ ตั้งแต่อยู่บ้านของเขามา เขาลางานแทบจะนับครั้งได้ ขนาดว่าคืนนั้นจะเที่ยวเหลวไหลขนาดไหน เช้ามาหมอปรีดิ์ก็สติ ร่างกายพร้อมไปทำงาน น้อยครั้งที่จะเกงาน ลางานนี่เขาถึงกับลางานแล้วถ่อตามมา ระยะทางไม่ใช่น้อยๆ ขับรถมาเองด้วย สิ่งที่เขาทำ ทำให้สาวน้อยรู้สึกดีอย่างแปลกๆ นี่ดีใจอะไรที่เขาหึงเรานะ“เอาเถอะ เราไม่อยากมีปัญหาน่ะ”“ปัญหาอะไร” อาทรยังเซ้าซี้ถาม ขวัญเจ้าเอยตักอาหารรับประทาน ทำหูทวนลมด้วยการชวนเขากิน“ผัดอันนี้อร่อยเนาะ เค้าบอกเราว่าชื่อว่





