Masukเจฟิโอ แม็คเคนซี่ วัย 25 ปี ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน มาดหล่อเข้มร้ายกาจ ลูกชายคนโตของสเตฟาน แม็คเคนซี่ เจ้าพ่อเงินตราแห่งลาสเวกัส และ ไอริส คอสต้า วัย 22 ปี สาวน้อยลูกเสี้ยวไทย-อเมริกัน นักร้องสาวสุดฮ็อต ลูกสาวคนสวยของเบอร์นาโด คอสต้า เจ้าพ่อแห่งแกรนด์คอสต้า
Lihat lebih banyakเรื่องราววุ่นๆ ของพี่ชายตัวร้ายกับยัยน้องสาวขี้ดื้อ ประวัติความเป็นมาของทั้งสองนั้นมันยาวเหยียดเท่าอายุของพวกเขาเลยทีเดียว เหตุการณ์เยอะแยะมากมายจำไม่หวาดไม่ไหว...
<strong>วัยกระเตาะ</strong>
"เจฟ? อยู่ไหน...? นี่ริสรออยู่นะ ริสนัดกับทีมอัดเสียงไว้... เร็วๆเข้า ทำไมนัดแล้วไม่เป็นนัด ต้องสายประจำแบบนี้ด้วย ไอโป้งยูแล้ว!"
ไอริส คอสต้า สาวน้อยวัย 18 ปี ส่งข้อความถึง เจฟิโอ แม็คเคนซี่ พี่ชายวัย 21 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
ตรึ๊ดดดดด....
เสียงข้อความเข้าในอินบ๊อก...ทำให้ร่างสูงที่นอนคว่ำหน้ากับที่นอนต้องควานมือไปมาเพื่อหาที่มาของเสียง ชายหนุ่มปรือตาขึ้น
"ใครวะ...บังอาจปลุกเวลานี้" เสียงห้าวพึมพำงัวเงียปนรำคาญ ควานมือสะเปะสะปะก่อนจะตัดใจลืมตาขึ้นเต็มตา โทรศัพท์ที่ตั้งระบบสั่นเอาไว้กำลังสั่นรัวอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เขาคว้ามาเปิดข้อความดู
"เฮ้ย...ฉิบหาย...สี่โมงแล้วเหรอวะ" ชายหนุ่มร้องอุทานพร้อมกับเด้งตัวขึ้นจากเตียงราวกับมีสปริง เขากดตอบไป
"เจฟ...กำลังจะถึงแล้ว" ส่งข้อความแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำจัดการอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เมื่อคืนฉลองยันสว่างกับกลุ่มเพื่อน วันนี้แฮงค์โอเวอร์ นอนทั้งวัน แม้เวลานี้ก็ยังรู้สึกไม่สร่างเมาเท่าไหร่นัก เขาลืมไปสนิทว่าจะต้องไปรับไอริสที่คณะของหล่อนหลังเรียนเสร็จ หล่อนมีอัดเสียงสำหรับเพลงซิงเกิ้ลใหม่...
ใช่แล้ว...ยัยเด็กตุ้ยนุ้ยของเขาเวลานี้หล่อนเป็นนักร้องเพลงป็อบชื่อดังขวัญใจมหาชนเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาววัยทีนทั่วประเทศ
*******************************************
<strong>วัยที่หัวใจเริ่มมองหาใครสักคน...ใครคนที่แสนพิเศษ</strong>
"ทำไมมาช้าริสกี้ ไอมารอตั้งนานแล้วนะ โทรไปทำไมไม่รับ... นี่ไอไม่ได้มีเวลามาวิ่งตามยูตลอดเวลานะ คนมีงานมีการต้องทำ ไอโป้งยูจริงๆ คราวนี้"
เสียงเข้มปนหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ไอริสเดินไปหา หญิงสาวย่นจมูกใส่คนที่ชอบทำเสียงหงุดหงิดปนรำคาญใส่หล่อนประจำ เขาไม่เคยยอมที่จะเรียกหล่อนเหมือนคนอื่นๆ ไอริสเดินมาหยุดตรงหน้าร่างสูงสมาร์ตใบหน้ากวนประสาทของเจฟิโอ...
ใบหน้าแบบนี้เหรอมีงานมีการทำ วันๆ หล่อนเห็นมีแต่ขับรถสปอร์ตพาสาวๆ ไปนั่งพลอดรักไม่ซ้ำหน้า
"ริสต้องอัดยาวในห้องอัด จอห์นไม่พอใจจนกว่าจะได้ตามที่เขาต้องการ ริสทิ้งโทรศัพท์ไว้นอกห้อง แล้วริสก็ส่งข้อความไปบอกยูก่อนหน้านั้นแล้วไงว่าไม่ต้องมารับก็ได้ เมอร์รี่เขาจะไปส่งริสเอง"
หญิงสาวตอบหน้าง้ำนิดหนึ่งที่ถูกดุ เห็นใบหน้าหล่อร้ายของเขาขมวดมุ่นทันที เขาเอื้อมมือมาคว้ากระเป๋าเป้ของหล่อนไปสะพายให้ โอบแขนไปรอบไหล่พาเดินไปยังรถสปอร์ตสองประตูสีดำคันหรู
"เมอร์รี่ไหน ไอไม่เคยได้ยินชื่อนี้"
เขาเอ่ยถามเสียงเคร่งพร้อมซักประวัติ เพื่อนผู้ชายทุกคนที่เข้ามาข้องแวะกับหล่อน ต้องผ่านเขาทุกคน และไม่มีใครเข้าตากรรมการ เขาจึงยังต้องตามรับตามส่งหล่อนอยู่อย่างนี้
"เขาเพิ่งเซ็นสัญญา จะออกซิงเกิ้ลแรกเร็วๆ นี้ ตอนนี้กำลังจะทำโปรโมท" ไอริสเอ่ยเล่า เจฟิโอหันมามอง
"คนแปลกหน้าเพิ่งรู้จักกัน ริอ่านจะให้เขาไปส่งถึงบ้านเชียวเหรอริสกี้ ไอบอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามน่ะ"
เขาทำเสียงดุใส่ หล่อนเป็นจำพวกไว้ใจคนมากเกินไป เขาถึงต้องวุ่นวายอยู่อย่างนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่ คุณลุงเบิร์นคุณน้าแอมต่างก็กำชับเขานักหนาให้ดูแลน้องให้ดี นี่ก็ดูแลกันตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งเรียนจบทำงานทำการแล้ว หล่อนยังไม่วายทำตัวให้เขาต้องเสียเวลาด้วยแบบนี้
***********************
"มัวแต่เดินเที่ยวเถลไถล ไอหิ้วท้องรอเป็นชั่วโมงนะริส...แล้วนั่นกินอะไร"
เขาเอ่ยถาม ยืนรอหล่อนไปเดินช้อปปิ้งงานแฟร์กับเพื่อน โทรไปก็ไม่รับอีกตามเคย เขาก็ต้องรออยู่อย่างนี้"หิวแล้วทำไมไม่ไปกินล่ะ ริสเดินดูของเพลินไปหน่อย อากาศก็ดี๊ดี...อืมมม...อร่อยสุดๆ กินเปล่า"
หล่อนเดินแทะข้าวโพดปิ้งท่าทางเอร็ดอร่อยแล้วทำเสียงชวนแต่ก็ยังคงแทะกินต่อไปไม่ส่งมาให้เขา เจฟิโอเดินไปหาอ้าปากไปกัดในขณะที่หล่อนก็กำลังแทะอยู่อีกฟากหนึ่ง สายตาจ้องสบกันในระยะใกล้
ไอริสทำตาโต หัวใจกระตุกและเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่ง... ในใจคิดว่าถ้าหากไม่มีไอ้ข้าวโพดฝักนี้กั้นอยู่ ปากเขากับปากหล่อนก็คงจะจุ๊บกันพอดี... หล่อนหน้าแดงเรื่อกับความคิดบ้าๆ ที่ผุดวาบขึ้นมาในหัวได้อย่างไรก็ไม่ทราบ เมื่อเล็กๆ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยแย่งไอติมหล่อนด้วยท่าทางกิริยาเช่นนี้...
แต่...สายตาคมเข้มกับปากร้ายกาจนั่นเวลานี้... หล่อนเห็นแล้วรู้สึกแปลกประหลาดในหัวใจอย่างที่สุด
"อืม...อร่อย...ไอเลิฟยู...ส่งมานี่"
เขาเอ่ยพร้อมกับแย่งข้าวโพดจากมือหล่อนไปแทะกินอยู่คนเดียว
คำว่า ไอเลิฟยู นั่นก็หมายถึงว่า เขาเลิกโป้งหล่อนชั่วคราวเวลานี้...
เขานอนแผ่หงายลงไปบนพรมดึงแคลร์ให้ขึ้นไปนั่งคร่อม เอื้อมมือไปลูบคลำเต้างามสองก้อน"ตัวเล็กของเราอาจจะมาแล้วก็ได้นะ เราไม่ได้ป้องกันเกือบสองเดือนแล้วแบบนี้" เขาเอ่ย แคลร์จำได้ว่าเขาเคยบอกว่า ความใฝ่ฝันของเขาคือการได้เป็นสามีและพ่อที่ดีของลูก แคลร์เข้าใจความรู้สึกของคนที่ตัวคนเดียวในชีวิตเป็นอย่างดี หญิงสาวล้มตัวไปจูบปลายคางแล้วซบหน้ากับอกกว้าง"อาจจะมาแล้ว ใครๆ คงจะอยากมาเกิดเป็นลูกของคุณ เพราะคุณเป็นคนดี ฉันรักคุณจังค่ะสเปนเซอร์"แคลร์เอ่ยบอกรักแก่คนที่หล่อทั้งภายในและภายนอก สัญญากับตัวเองว่าหล่อนจะบอกรักเขาบ่อยๆ ทุกวัน เพราะรู้ว่ามันทำให้เขามีความสุขและรู้สึกดี"ผมก็รักคุณที่สุด คุณเป็นคนที่ทำให้ชีวิตที่ขาดของผมมันเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ ขอบคุณนะที่ให้โอกาสผม"สเปนเซอร์เอ่ย แคลร์พรมจูบไปทั่วหน้าอกกว้าง จากนั้นบทรักเร่าร้อนระหว่างสองหนุ่มสาวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ต่างถ่ายทอดความรักและความเข้าใจผ่านบทรักและลีลาภาษากายจนกระทั่งเหนื่อยหมดแรงและผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของกันและกัน******************ณ โรงแรมแกรนด์เอ็มซี ลาสเวกัส งานแต่งงานและจดทะเบียนสมรสของสเปนเซอร์และแคลร์ถูกจัดให้มีขึ้นอย่างเรียบง
"อื้อ...พอแล้ว"แคลร์เอ่ยเสียงอู้อี้เพราะมีพิซซ่าอยู่เต็มปาก หญิงสาวผลักอกคนช่างแกล้ง เคี้ยวจนหมดก็ยกน้ำขึ้นดื่ม เขาหยิบผ้ามาเช็ดปากเช็ดมือ เช็ดปากให้หล่อนแล้วคว้าแก้วน้ำจากแคลร์ไปดื่มต่อจนหมด"ตกลงจะเอายังไงกับข่าวนี่ ฟังแล้วผมไม่ชอบเลยที่คุณเสียหายแบบนี้"เขาเอ่ยถาม วกมาเรื่องที่กำลังเป็นหัวข้อในทีวีตอนนี้ แคลร์ไม่พูดอะไร หญิงสาวเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหามารดา"เอ้า คุยสิ" แคลร์ยื่นโทรศัพท์ไปให้สเปนเซอร์"คุยกับใคร" เขาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ"คุณแม่"แคลร์เอ่ยแล้วหน้าแดง สเปนเซอร์เข้าใจ ชายหนุ่มจุดยิ้มแล้วดึงร่างนุ่มนอนหนุนตักในขณะที่เขานั่งพิงมุมโซฟา"สวัสดีครับคุณแม่ ผมสเปนเซอร์ครับ"สเปนเซอร์รู้จักมารดาของแคลร์แล้ว หล่อนได้พาเขาไปเยี่ยมท่านครั้งหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน"อ้าว สเปนเซอร์เหรอ แม่ก็เห็นว่าเป็นเบอร์ยายแคลร์ คุณเป็นยังไงบ้าง กลับมากันหรือยัง" มารดาของหล่อนเอ่ยถาม"คิดว่าจะกลับพรุ่งนี้ครับ คุณแม่ครับผมมีเรื่องจะเรียนขออนุญาต" สเปนเซอร์เกริ่น"เรื่องอะไรละพ่อคุณ""ผมรักแคลร์ เรารักกัน ผมจะขออนุญาตขอลูกสาวคุณแม่แต่งงาน...คุณแม่จะว่ายังไงครับ"สเปนเซอร์เอ่ยตรงๆ ออกไปไม่อ้อ
"แกอย่าลืมที่เตี๊ยมกันไว้ล่ะเมซี่ เมยา" โรสเลนเอ่ยกำชับเพื่อนเรื่องแผนที่จะแกล้งแคลร์"เชื่อมือเถอะน่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไหนยะหล่อน งานถนัดฉัน แต่ไหนแกบอกว่าสเปนเซอร์มาไม่ได้ไงยะโรส" เมซี่เอ่ยถาม"เขามาเซอร์ไพรส์ฉันน่ะเธอ ไม่รู้ว่างานนี้เขาจะทำอะไรเซอร์ไพรส์มากกว่านี้อีกหรือเปล่า สเปนซ์เขาชอบทำอะไรที่ฉันคิดไม่ถึงแบบนี้บ่อยๆ"โรสเลนเอ่ยตอบทั้งที่ในใจรู้สึกแค้นแคลร์มากที่ได้เดินกับสเปนเซอร์และสร้างเสียงฮือฮาแบบนั้นรอบสุดท้ายมาถึง ทุกคนเดินกันตามปกติ จนกระทั่งเมื่อถึงตอนที่นางแบบทั้งหมดเดินกลับออกมา เมซี่ก็อาศัยจังหวะที่กำลังเดินสวนกับแคลร์ กะว่าจะเดินมาชนให้แคลร์ตกเวที แต่แคลร์ระวังตัวอยู่แล้ว หญิงสาวปล่อยให้เมซี่เดินมาถึงตัว จังหวะที่เมซี่ก้าวจะชนแคลร์ก็หมุนตัวหลบด้วยท่ามืออาชีพ ไม่ลืมทิ้งเท้าเอาไว้ให้เมซี่สะดุดด้วย เมซี่เสียหลักหน้าคะมำตกเวทีลงไปหาแขกแถวหน้าที่ต่างก็แตกฮือทันทีแต่บนเวทีก็ต้องทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่เหลือก็ยังคงเดินกันต่อไป จนมาถึงจุดที่จะต้องยืนเรียงแถวหน้ากระดานกัน เมซี่ตะกายขึ้นเวทีเดินตุปัดตุเป๋ไปยืนได้ทันเพื่อน ใบหน้าบูดบึ้งอย่างเก็บเอาไว้ไม่อยู่ แคร์จ
**************สเปนเซอร์เดินเข้ามาในงาน ร่างสูงสวมสูทสากลดูสง่า ผูกโบว์หูกระต่าย แสงแฟลชวูบวาบขึ้นทันทีทำให้ทุกคนหันไปมอง จากนั้นเสียงซุบซิบก็ดังอื้ออึงขึ้น"นั่นมันสเปนเซอร์ เควินสันนี่นา อ๊าย...หล่อจัง หล่อเหมือนเดิมนะเธอ หรือหล่อกว่าเดิม อั๊ย...""เป็นผู้ใหญ่ดูสง่างามเหมือนเจ้าชายเลย โอย อยากกรี๊ดดังๆ จัง งานนี้จะมีถ่านไฟเก่าคุกรุ่นหรือเปล่า เห็นโรสเลนก็ร่วมเดินนี่""เฮ้ย เห็นว่ากำลังคั่วกับแคลร์ คูลลิ่งไม่ใช่เหรอ แต่ไม่เห็นมีข่าวว่าจะมางานนี้ โชคดีที่เราได้รับเชิญ งานนี้ฉันจะเหมาหลายชุดแน่ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าภาพที่เชิญสเปนเซอร์มาให้เห็นหน้า หายคิดถึงแบบนี้ ว่าแล้วก็อยากจะกรี๊ดเหมือนเธอว่า"เสียงหญิงสาวไฮโซซุบซิบคุยกันสเปนเซอร์ได้รับบัตรเชิญในฐานะผู้บริจาคเงินก้อนใหญ่ เขาเดินตรงเข้ามา มีเก้าอี้ที่เจ้าภาพได้บุ๊กไว้ให้แล้ว เห็นว่ามีคนคอยดักอยู่สเปนเซอร์จึงเดินเลี่ยงไปยังทางที่ชี้บอกว่าเป็นทางไปห้องน้ำ ชายหนุ่มผลักประตูเข้าไป"ครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วคุณโรส...ตรงจุดที่แคลร์จะไปยืน"เสียงผู้ชายคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำ สเปนเซอร์ชะงักเมื่อได้ยินชื่อแคลร์และโรส... ชายหนุ่มรีบเข้าไปในห้อ
"ต๊าย...จริงเหรอ ดีใจด้วยจริงๆ ฉันก็ว่าสเปนเซอร์เขาเคยเดตผู้หญิงสวยระดับเธอ ไม่น่าจะตาต่ำเปลี่ยนรสนิยมไปคบกับผู้หญิงไซส์พลัสแบบนั้นได้ หน้าตาก็สวยนะ ต้องยอมรับข้อนี้ แต่หุ่นอวบมันไม่ใช่เทรนด์ของโลก ฉันจะเสียดายสเปนเซอร์มากๆ เลยถ้ามันเป็นความจริง" นางแบบคนเดิมเอ่ย"ฉันบอกแล้วไงว่า ฉันกับเขากำลังปรับ
"อย่าใกล้ชิดกับโทมัสมากได้ไหม ผมขอร้องล่ะ ทุกวันนี้ผมไม่เป็นอันทำงาน ต้องลงไปดูคุณทุกครั้งที่มีเวลาน่ะ เพราะผมไม่ชอบที่คุณมีเจ้านี่วนเวียนอยู่ใกล้นั่นแหละ... ผมขอบอกคุณตรงๆ นะแคลร์ว่าผมหึง!"เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเข้ม แคลร์ทำตาโตมอง รู้สึกหัวใจเต้นแรงกับคำพูดที่ว่าเขาหึงหล่อน"หึงฉัน? หึงทำไม...เ
ร่างสูงขยับลุกขึ้น แคลร์เห็นความใหญ่โตที่ชี้ผงกผงาดระหว่างขาของเขา หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าหล่อส่งสายตาเปี่ยมไปด้วยไฟรักมาให้ แคลร์ค่อยเอื้อมมือไปเกาะกุมแล้วรูดรั้งตามวิธีที่เขาสอน ต่อมาหญิงสาวก็ขยับตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น แล้วแลบลิ้นออกมาไล้เลียตรงปลายที่มีแฉกสีชมพู"โอวว...เยสเบบี้...อ่าส์.
โรสเลนเดินไปเดินมาในห้องพักด้วยความโมโหและหงุดหงิด ภาพที่สเปนเซอร์โอบกอดแคลร์และจูบหล่อนมันทำให้โรสเลนแทบจะกรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยความอิจฉาริษยาและเกลียดชัง แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าหล่อนกำลังเห็นสเปนเซอร์กับผู้หญิงคนอื่นที่โรสเลนเชื่อว่าไม่มีอะไรเทียบกับหล่อนได้เลยโรสเลนเลิก