ログインเจฟิโอ แม็คเคนซี่ วัย 25 ปี ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน มาดหล่อเข้มร้ายกาจ ลูกชายคนโตของสเตฟาน แม็คเคนซี่ เจ้าพ่อเงินตราแห่งลาสเวกัส และ ไอริส คอสต้า วัย 22 ปี สาวน้อยลูกเสี้ยวไทย-อเมริกัน นักร้องสาวสุดฮ็อต ลูกสาวคนสวยของเบอร์นาโด คอสต้า เจ้าพ่อแห่งแกรนด์คอสต้า
もっと見るเขานอนแผ่หงายลงไปบนพรมดึงแคลร์ให้ขึ้นไปนั่งคร่อม เอื้อมมือไปลูบคลำเต้างามสองก้อน"ตัวเล็กของเราอาจจะมาแล้วก็ได้นะ เราไม่ได้ป้องกันเกือบสองเดือนแล้วแบบนี้" เขาเอ่ย แคลร์จำได้ว่าเขาเคยบอกว่า ความใฝ่ฝันของเขาคือการได้เป็นสามีและพ่อที่ดีของลูก แคลร์เข้าใจความรู้สึกของคนที่ตัวคนเดียวในชีวิตเป็นอย่างดี หญิงสาวล้มตัวไปจูบปลายคางแล้วซบหน้ากับอกกว้าง"อาจจะมาแล้ว ใครๆ คงจะอยากมาเกิดเป็นลูกของคุณ เพราะคุณเป็นคนดี ฉันรักคุณจังค่ะสเปนเซอร์"แคลร์เอ่ยบอกรักแก่คนที่หล่อทั้งภายในและภายนอก สัญญากับตัวเองว่าหล่อนจะบอกรักเขาบ่อยๆ ทุกวัน เพราะรู้ว่ามันทำให้เขามีความสุขและรู้สึกดี"ผมก็รักคุณที่สุด คุณเป็นคนที่ทำให้ชีวิตที่ขาดของผมมันเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ ขอบคุณนะที่ให้โอกาสผม"สเปนเซอร์เอ่ย แคลร์พรมจูบไปทั่วหน้าอกกว้าง จากนั้นบทรักเร่าร้อนระหว่างสองหนุ่มสาวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ต่างถ่ายทอดความรักและความเข้าใจผ่านบทรักและลีลาภาษากายจนกระทั่งเหนื่อยหมดแรงและผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของกันและกัน******************ณ โรงแรมแกรนด์เอ็มซี ลาสเวกัส งานแต่งงานและจดทะเบียนสมรสของสเปนเซอร์และแคลร์ถูกจัดให้มีขึ้นอย่างเรียบง
"อื้อ...พอแล้ว"แคลร์เอ่ยเสียงอู้อี้เพราะมีพิซซ่าอยู่เต็มปาก หญิงสาวผลักอกคนช่างแกล้ง เคี้ยวจนหมดก็ยกน้ำขึ้นดื่ม เขาหยิบผ้ามาเช็ดปากเช็ดมือ เช็ดปากให้หล่อนแล้วคว้าแก้วน้ำจากแคลร์ไปดื่มต่อจนหมด"ตกลงจะเอายังไงกับข่าวนี่ ฟังแล้วผมไม่ชอบเลยที่คุณเสียหายแบบนี้"เขาเอ่ยถาม วกมาเรื่องที่กำลังเป็นหัวข้อในทีวีตอนนี้ แคลร์ไม่พูดอะไร หญิงสาวเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหามารดา"เอ้า คุยสิ" แคลร์ยื่นโทรศัพท์ไปให้สเปนเซอร์"คุยกับใคร" เขาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ"คุณแม่"แคลร์เอ่ยแล้วหน้าแดง สเปนเซอร์เข้าใจ ชายหนุ่มจุดยิ้มแล้วดึงร่างนุ่มนอนหนุนตักในขณะที่เขานั่งพิงมุมโซฟา"สวัสดีครับคุณแม่ ผมสเปนเซอร์ครับ"สเปนเซอร์รู้จักมารดาของแคลร์แล้ว หล่อนได้พาเขาไปเยี่ยมท่านครั้งหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน"อ้าว สเปนเซอร์เหรอ แม่ก็เห็นว่าเป็นเบอร์ยายแคลร์ คุณเป็นยังไงบ้าง กลับมากันหรือยัง" มารดาของหล่อนเอ่ยถาม"คิดว่าจะกลับพรุ่งนี้ครับ คุณแม่ครับผมมีเรื่องจะเรียนขออนุญาต" สเปนเซอร์เกริ่น"เรื่องอะไรละพ่อคุณ""ผมรักแคลร์ เรารักกัน ผมจะขออนุญาตขอลูกสาวคุณแม่แต่งงาน...คุณแม่จะว่ายังไงครับ"สเปนเซอร์เอ่ยตรงๆ ออกไปไม่อ้อ
"แกอย่าลืมที่เตี๊ยมกันไว้ล่ะเมซี่ เมยา" โรสเลนเอ่ยกำชับเพื่อนเรื่องแผนที่จะแกล้งแคลร์"เชื่อมือเถอะน่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไหนยะหล่อน งานถนัดฉัน แต่ไหนแกบอกว่าสเปนเซอร์มาไม่ได้ไงยะโรส" เมซี่เอ่ยถาม"เขามาเซอร์ไพรส์ฉันน่ะเธอ ไม่รู้ว่างานนี้เขาจะทำอะไรเซอร์ไพรส์มากกว่านี้อีกหรือเปล่า สเปนซ์เขาชอบทำอะไรที่ฉันคิดไม่ถึงแบบนี้บ่อยๆ"โรสเลนเอ่ยตอบทั้งที่ในใจรู้สึกแค้นแคลร์มากที่ได้เดินกับสเปนเซอร์และสร้างเสียงฮือฮาแบบนั้นรอบสุดท้ายมาถึง ทุกคนเดินกันตามปกติ จนกระทั่งเมื่อถึงตอนที่นางแบบทั้งหมดเดินกลับออกมา เมซี่ก็อาศัยจังหวะที่กำลังเดินสวนกับแคลร์ กะว่าจะเดินมาชนให้แคลร์ตกเวที แต่แคลร์ระวังตัวอยู่แล้ว หญิงสาวปล่อยให้เมซี่เดินมาถึงตัว จังหวะที่เมซี่ก้าวจะชนแคลร์ก็หมุนตัวหลบด้วยท่ามืออาชีพ ไม่ลืมทิ้งเท้าเอาไว้ให้เมซี่สะดุดด้วย เมซี่เสียหลักหน้าคะมำตกเวทีลงไปหาแขกแถวหน้าที่ต่างก็แตกฮือทันทีแต่บนเวทีก็ต้องทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่เหลือก็ยังคงเดินกันต่อไป จนมาถึงจุดที่จะต้องยืนเรียงแถวหน้ากระดานกัน เมซี่ตะกายขึ้นเวทีเดินตุปัดตุเป๋ไปยืนได้ทันเพื่อน ใบหน้าบูดบึ้งอย่างเก็บเอาไว้ไม่อยู่ แคร์จ
**************สเปนเซอร์เดินเข้ามาในงาน ร่างสูงสวมสูทสากลดูสง่า ผูกโบว์หูกระต่าย แสงแฟลชวูบวาบขึ้นทันทีทำให้ทุกคนหันไปมอง จากนั้นเสียงซุบซิบก็ดังอื้ออึงขึ้น"นั่นมันสเปนเซอร์ เควินสันนี่นา อ๊าย...หล่อจัง หล่อเหมือนเดิมนะเธอ หรือหล่อกว่าเดิม อั๊ย...""เป็นผู้ใหญ่ดูสง่างามเหมือนเจ้าชายเลย โอย อยากกรี๊ดดังๆ จัง งานนี้จะมีถ่านไฟเก่าคุกรุ่นหรือเปล่า เห็นโรสเลนก็ร่วมเดินนี่""เฮ้ย เห็นว่ากำลังคั่วกับแคลร์ คูลลิ่งไม่ใช่เหรอ แต่ไม่เห็นมีข่าวว่าจะมางานนี้ โชคดีที่เราได้รับเชิญ งานนี้ฉันจะเหมาหลายชุดแน่ เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าภาพที่เชิญสเปนเซอร์มาให้เห็นหน้า หายคิดถึงแบบนี้ ว่าแล้วก็อยากจะกรี๊ดเหมือนเธอว่า"เสียงหญิงสาวไฮโซซุบซิบคุยกันสเปนเซอร์ได้รับบัตรเชิญในฐานะผู้บริจาคเงินก้อนใหญ่ เขาเดินตรงเข้ามา มีเก้าอี้ที่เจ้าภาพได้บุ๊กไว้ให้แล้ว เห็นว่ามีคนคอยดักอยู่สเปนเซอร์จึงเดินเลี่ยงไปยังทางที่ชี้บอกว่าเป็นทางไปห้องน้ำ ชายหนุ่มผลักประตูเข้าไป"ครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วคุณโรส...ตรงจุดที่แคลร์จะไปยืน"เสียงผู้ชายคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำ สเปนเซอร์ชะงักเมื่อได้ยินชื่อแคลร์และโรส... ชายหนุ่มรีบเข้าไปในห้อ
“เจฟจะนวดให้”“ไม่ต้อง มันดึกแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้า ยูจะไปกี่โมง โทรประสานกับนักบินแล้วหรือยัง”ไอริสเอ่ยออกมาเป็นประโยคยาวเป็นครั้งแรกหลังจากหยุดร้องไห้“เรียบร้อยแล้ว จะออกจากรีสอร์ทแต่เช้า ไอ้ผู้กองยอดจะขับรถไปส่งที่สนามบิน”เขาโทรประสานกับอธิศแล้ว ทีแรกคิดว่าจะชวนไปด้วย แต่ก็เป็นห่วงไอริส
“เจฟ...เอามันไปนอน นี่มันตีไหนแล้ว กวนทั้งคนกวนทั้งหมาแบบนี้ ตายไปเกิดเป็นหมาห้าร้อยชาตินะจะบอกให้” หล่อนสาปแช่ง เจฟิโอจับผมหล่อนเขี่ยจมูกเล็กจนไอริสจามเสียงดังออกมา“ฮัดเช้ย!...ไอ้...พี่เกเร แกล้งริสทำไม บ้าที่สุด...”หล่อนตื่นเต็มที่ในเวลานี้แล้วตะแคงหันไปเผชิญหน้ากับเขา จับเจ้าวินเทอร์มาวางบนหัว
เจฟิโอเดินออกมาจากห้องรับรองแขกที่ยัยน้องสาวตัวดียึดเป็นห้องนอน ชายหนุ่มตรงไปยังบาร์เครื่องดื่มหยิบวิสกี้มารินใส่แก้วกลมแล้วยกขึ้นดื่มเพื่อดับอารมณ์หงุดหงิดหัวเสียกับยัยเด็กดื้อที่ไม่เคยเห็นความดีความชอบของเขาเลยแม้แต่น้อย มองนาฬิกาเป็นเวลาเกือบตีหนึ่ง เขาควรเข้านอนเสียที ไม่อยากเ
ไม่น่าเชื่อว่าวันเวลาจะผ่านไปรวดเร็วเช่นนี้ ไอริสรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้น มันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เอง ไอริสหัวเราะออกมาเมื่อเห็นภาพที่หน้าของเขาเต็มไปด้วยเค้กนอนอยู่บนพื้นโดยมีซัมเมอร์แลบลิ้นเลียหน้าแผลบเพื่อกินเค้กนั้นเขาเป็นเด็กชายร่างสูงในภาพ ไอริสนึกถึงภาพร่างสูงสง่าท