Partager

๕ แผนการ

Auteur: Kaowsethong
last update Date de publication: 2024-11-01 17:03:16

แผนการ

“คุณวีร์!” ใบหน้าคมเข้มที่คุ้นเคยตอนนี้มีเลือดไหลลงมาเป็นทาง

จอมขวัญมองเขาอย่างเป็นห่วง พยายามประคองให้ร่างสูงไปนอนข้างเตียงของเธอ ร่างบางวิ่งวุ่นหาผ้าขนหนูขนาดเล็กและกะละมังใส่น้ำเพื่อมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา จอมขวัญเช็ดหน้าที่มีเลือดเปื้อนให้ชนวีร์ก่อนจะเห็นว่าแผลไม่ใหญ่ถึงขั้นต้องเย็บแต่ที่เลือดไหลเยอะอาจเพราะโดนฝนด้วยก็เป็นได้

“หนะ หนาว” เสียงเข้มเอ่ยแผ่วเบาเต็มที

“ทนหน่อยนะคะ”

ฝนยังคงตกไม่หยุด ร่างบางเข้าไปเปลี่ยนน้ำแล้วมาถอดเสื้อให้ชายหนุ่มทันที แม้ใจจะเต้นแรงแต่ถ้าให้เขานอนเปียกแบบนี้ก็กลัวว่าจะเป็นปอดบวมไปเสียก่อน เมื่อเสร็จที่ท่อนบนท่อนล่างยิ่งสร้างความกังวลใจให้เธอเข้าไปอีก

“ขอโทษนะคะ ขวัญทำด้วยใจบริสุทธิ์นะ” ก่อนจะถอดกางเกงให้เขาจอมขวัญก็บอกก่อน กลั้นใจรูดซิปแล้วพยายามดึงลงมาแต่มันค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร

“คุณวีร์ช่วยยกสะโพกขึ้นหน่อยได้ไหมคะ” ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินหรือเปล่าที่เธอพูดแต่ก็บอกไปแล้ว ดูเหมือนว่าชนวีร์จะรู้ว่าเธอพูดอะไรเพราะเขายกสะโพกขึ้นทำให้ผ่านช่วงทุลักทุเลไปได้  ตอนนี้ทั้งร่างหนาจึงมีเพียงแค่กางเกง    บ๊อกเซอร์เท่านั้น

จอมขวัญพยายามไม่มองแล้วหากางเกงขนาดใหญ่ให้เขาแต่ค้นทั่วตู้ก็ไม่พบ เธอจึงตัดสินใจให้เขาใส่เพียงเสื้อยืดของพ่อเธอที่ทิ้งไว้เพราะลืม

“หนาว” ปากของชนวีร์ตอนนี้ซีดจนเธออดเป็นห่วงไม่ได้

จอมขวัญเช็ดตัวให้เขาแล้วใส่เสื้อพร้อมกับพันผ้าขนหนูให้ก่อนจะพยายามอุ้มร่างสูงให้ขึ้นไปนอนบนเตียง

“คุณลุกไหวไหมคะ” ไร้เสียงตอบรับจากเขา เธอจึงต้องพยุงเขาลุกขึ้นให้ได้ ชนวีร์ก็ช่วยเธอโดยไม่ทิ้งน้ำหนักใส่เธอมากนัก จนเขาขึ้นมานอนบนที่นอนของเธอได้สำเร็จแต่ก็ทำเอาจอมขวัญถึงกับหอบ

“ถอด ให้ หมด” เหมือนไร้เรี่ยวแรงแต่เขาก็พยายามพูดออกมา

จอมขวัญฟังแล้วถึงกับตาโตกับสิ่งที่เขาบอก

..ถอดให้หมดของเขาคงไม่ได้หมายความว่าให้เธอถอดชั้นในของเขาออกหมดหรอกนะ

“แต่ว่า”

“ฉันอึดอัด” เขาพยายามสื่อสารออกมาแม้ไม่ลืมตาก็ตาม

จอมขวัญทำสีหน้าลำบากใจแต่ก็ต้องทำตาม ร่างบางมองไปทางอื่นแล้วสอดมือเข้าไปถอดกางเกงบ๊อกเซอร์ให้เขา พยายามอย่างยิ่งไม่ให้มือสัมผัสโดนแก่นกลางของร่างกายหนา

“ให้ตายเถอะ มันลำบากจริงๆ นะคะ” บ่นพึมพำแต่ก็ต้องถอดให้เขา      จอมขวัญพยายามทำให้ดีที่สุดก่อนที่ปราการชิ้นสุดท้ายจะหลุดออกจากตัวเขา เธอถึงกับต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก

เมื่อเสร็จภารกิจไปจอมขวัญก็ห่มผ้าให้เขาแล้วเก็บกวาดห้อง เธอเปิดตู้เสื้อผ้าหาเสื้อแขนยาวใส่พร้อมกับหยิบประเป๋าเพื่อจะไปซื้อยามาทำแผลให้เขา ดีที่ตอนนี้เลือดหยุดไหลไปแล้ว

จอมขวัญตรวจดูเขาก่อนจะออกไปซื้อของข้างนอกโดยไม่ลืมพกร่มไปด้วย เมื่อลงมาข้างล่างเธอก็พูดคุยกับเจ้าของหอพอไม่ให้เป็นที่ผิดปกติก่อนจะเดินเข้าอีกซอยเพื่อซื้อยา

ได้ของครบจอมขวัญก็กลับทันที เธอซื้อยาทำแผลและยาลดไข้ด้วย แม้จะสงสัยว่าเขาไปโดนอะไรแต่ห่วงอาการเจ็บของเขามากกว่าเธอจึงไม่อยากจะถามเขาตอนนี้รอให้อาการดีขึ้นเสียก่อนถามตอนนั้นก็ไม่เสียหาย

ถึงหอร่างบางก็เดินขึ้นห้องไปหาเขาที่ยังคงนอนเหมือนก่อนที่เธอจะออกไป

ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียว เท้าของเขาเกินเตียงของเธอออกมานิดหน่อยก็เพราะเขาตัวสูงมากนั่นเอง ขนาดว่าเตียงเธอยาวมากแล้วก็ตาม ร่างบางวางยาไว้ข้างหัวเตียงแล้วนั่งทำแผลให้เขาก่อนจะติดพลาสเตอร์ให้เสร็จแล้วก็ไปที่ครัวทำโจ๊กให้เขาก่อนกินยา

“กินสักคำสองคำนะคะ จะได้กินยา” กลัวเขาไม่มีแรงจะลุกขึ้นกินก็กลัวแต่ดีที่ชนวีร์อ้าปากรับโจ๊กที่เธอป้อนเสียก่อน เขากินไปสามคำก็หยุด จอมขวัญจึงป้อนยาให้เขาแล้วเก็บของทั้งหมด ช่วงเย็นเธอยังไม่ได้กินข้าวจึงทำโจ๊กกิน

กินเสร็จแล้วจอมขวัญก็ล้างจานก่อนจะมาปูที่นอนข้างเตียงเพื่อเฝ้าเจ้านายของหล่อนเอง ดีที่แม่บอกให้ซื้อเครื่องนอนไว้อีกชุดเธอจึงปูนอนได้    จอมขวัญไม่ได้ถอดเสื้อแขนยาวเพราะคิดว่าใส่เสื้อกล้ามอยู่กับผู้ชายสองคน    ไม่เหมาะสมแม้ว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธอก็ตาม

ก่อนนอนร่างบางก็มองหน้าของคนที่เธอแอบรักมานาน ตอนเขาหลับดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรกำลังนิทรา เธอไม่อาจถอนสายตาจากเขาได้เลย เขาหล่อตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเจอจนกระทั่งวันนี้ เธอจำเขาได้แต่เขากลับจำเธอไม่ได้แถมยังรังเกียจอีกต่างหาก เขาเกลียดผู้หญิงอย่างเธอที่สุดเธอรู้ เกลียดจนไม่อยากมองหน้าแต่ทำไมตอนนี้เขากลับหวานใส่เธอ มันกะทันหันจนบางครั้งเธอก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ฝันไปหรือไม่ ถ้าเป็นฝันเธอก็คงไม่อยากตื่น แต่มันไม่ใช่เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือความจริง เขาคือความจริง

“คุณหลอกขวัญหรือเปล่าคะ หลอกขวัญหรือเปล่า” สมองยังคงกังวลแต่ใจของเธอกลับบอกว่ายอมให้เขาหลอก เพียงแค่ได้อยู่ใกล้เขาเท่านั้น เธอรักเขา รักเสียจนไม่คิดว่าจะรักใครคนหนึ่งได้ขนาดนี้ เขาคือรักแรกและอาจจะเป็นตลอดไป เธอพยายามตัดใจจากเขาแล้วแต่ดูเหมือนยิ่งทำเธอก็ยิ่งเจ็บเอง

“ฝันดีนะคะ” บอกเสร็จเธอก็ล้มตัวนอนพยายามหลับตาก่อนจะหลับไปในที่สุดด้วยความเพลีย

โดยไม่รู้เลยว่าดวงตาที่หลับสนิทของชายหนุ่มบนเตียงเมื่อกี้ค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ  ชนวีร์แสยะยิ้มมุมปากเหมือนวายร้ายในตัวละครไม่มีผิด ดวงตาของเขาเต็มไปความเย้ยหยัน

..นี่แค่แผนการเล็กน้อยเท่านั้น เขาจะทำให้เธอเหมือนเจ้าหญิงที่อยู่ในปราสาททองก่อนจะผลักให้เธอลงมาสู่โคลนตมอย่างไม่ปรานีเชียวละ!

วันต่อมา

จอมขวัญตื่นแต่เช้า เธอเอามืออังหน้าผากชนวีร์ ระดับความร้อนลดลงแล้วแต่ยังตัวรุมๆ อยู่ เธอลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วซื้ออาหารเช้ามาให้เขาโดยไม่ได้แวะไปที่สวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกายเหมือนทุกวันที่ผ่านมา

กลับเข้ามาภายในห้องยังคงเห็นร่างสูงนอนเหยียดตัวยาวอยู่บนเตียงเธอเดินเข้าไปเอามืออังหน้าผากเขาดูอีกครั้งและแปลกที่ตัวกลับร้อนขึ้นมากกว่าเดิมอีก จอมขวัญตกใจวางของไว้บนโต๊ะอาหารเข้าไปภายในห้องน้ำเพื่อเอากะละมังขนาดเล็กและผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้เขา

“ไม่เอา” ผลักมือเธอออกแล้วตะแคงตัวไปอีกทางทันที

“ถ้าไม่เช็ดตัวจะร้อนมากกว่านี้นะคะ” พยายามกล่อมเขาแต่ดูจะไม่นำพาเพราะอีกฝ่ายไม่พูดจาอะไรเลย ไม่ตอบรับเธอสักนิด

“คุณวีร์คะ” จอมขวัญจับแขนเขากลับแปลกที่ดูเหมือนว่าแขนเขาจะไม่ร้อนสักเท่าไหร่ เธอเอามืออังหน้าผากมันกลับร้อนจนรู้สึกแปลกใจ

“อื้อ” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวเขาหันหน้ากลับมาแล้วรวบเอวบางเข้ามากอดทันทีจนเธอไม่ทันจะได้ตั้งตัว

“นอนด้วยกันนะ” น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำเอาใจเธอสั่นไหว อยากจะผลักใสแต่ใจกลับค้าน ความคลางแคลงใจเมื่อครู่ดูเหมือนจะมลายไปสิ้น

“ไม่ได้นะคะ”

“ฉันไม่อยากนอนคนเดียว” เอ่ยเสียงอู้อี้ก่อนจะกระชับกอดเอวบางแน่นขึ้น เขาเอาหัวมาหนุนที่ตักเธอแทนหมอน

ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ มองหน้าคมสันที่สองตาหลับพริ้มแต่ยังคงน่ามอง

“นอนด้วยกันนะ”

น้ำเสียงของเขาที่ทำเอาใจเธอแทบละลายนั้น ทลายกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากเขาให้ทลายลงไป

จอมขวัญกัดริมฝีปากอย่างใช้ความคิดก่อนจะตัดสินใจขึ้นไปนอนเคียงข้างเขาในที่สุด

ชนวีร์ลืมตาขึ้นมายิ้มมุมปากให้เธอก่อนจะกอดกระชับร่างบางเข้าหาตนเอง ลมหายใจร้อนเป่ารดศีรษะของหล่อนจนใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ

ในอ้อมกอดแข็งแรงนี้ช่างอบอุ่นยิ่งนัก เธอเฝ้ารอคอยมาแสนนานว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นระหว่างเธอกับเขา มันอาจจะเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวแต่ว่าเธอรักเขา อยากให้เขากอด เป็นที่รักของเขา ซึ่งตอนนั้นเธอก็ได้เพียงแค่คิดต่างจากตอนนี้ยิ่งนัก ใบหน้าหวานอมยิ้มก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ต่างจากชนวีร์ที่ตายังคงลืมอยู่ แววตานิ่งลึกที่ไม่อาจคาดเดาก่อนที่เขาจะหลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกคน

จอมขวัญตื่นมาอีกครั้งก็เป็นเวลาเที่ยง ร่างบางพยายามเอามือของชนวีร์ออกก่อนจะลุกขึ้นไปอุ่นอาหารแล้วล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำแต่งตัวออกมาจัดสำรับกับข้าวโดยไม่ลืมเก็บของให้เข้าที่ แม้ตอนนี้ร่างสูงยังคงหลับสนิทแต่เขาก็มีอาการดีขึ้นมากแล้วเพราะตัวไม่ร้อนเท่าเมื่อเช้า จนเธอเบาใจได้ว่าเขาคงจะหาย ร่างบางสำรวจดูที่บริเวณศีรษะก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรแล้วแต่เธอก็ดึงพลาสเตอร์ออกพยายามเบามือที่สุด

“ตื่นแล้วเหรอคะ” จอมขวัญถาม อีกฝ่ายรู้สึกตัวจอมขวัญจึงเอามือออกมา

ร่างสูงชันตัวขึ้นนั่งมองไปรอบห้องอีกครั้ง

“ฉันมานอนห้องเธอเหรอ” ดูเหมือนจะหายป่วยแล้วเพราะอาการเขาตอนนี้แทบจะเป็นปกติทุกอย่าง ชนวีร์มองสำรวจตัวเอง เมื่อพบว่าทั้งตัวมีแค่เสื้อยืดและผ้าเช็ดตัวพันบริเวณด้านล่างเท่านั้นเอง

“ชุดของคุณฉันเอาไปซักแห้งให้แล้วนะคะ ถ้าดีขึ้นแล้วก็อาบน้ำแล้วมากินข้าวเถอะค่ะ” เห็นเขาสำรวจร่างกายตัวเองแล้วจึงบอกขึ้น

“โอ๊ย!” มือหนาจับที่ศีรษะตัวเองจนร่างบางต้องรีบเข้าไปดู ใบหน้าเรียบนิ่งแสดงความเจ็บออกมา

“ทำแผลใหม่อีกไหมคะ” ไม่ตอบแต่พยักหน้าแทน จอมขวัญจึงเอาอุปกรณ์ทำแผลมาทำให้เขาใหม่อีกรอบ โดยที่มีสายตาคมมองอยู่ตลอดเวลาจนเธอมือสั่นทำอะไรแทบไม่ถูก เมื่อทำเสร็จก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก “คุณวีร์เข้าไปอาบน้ำเถอะค่ะ จะได้มากินข้าว”

เขาพูดง่ายเมื่อหล่อนพูดจบร่างสูงก็ลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าตัวเองที่วางไว้ตรงชั้นวางเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำทันที รอเพียงไม่นานร่างสูงก็ออกมาด้วยชุดเมื่อวานนี้

จอมขวัญเรียกให้เขามานั่งกินข้าวที่โต๊ะขนาดพอดีมีเก้าอี้สองตัว

“ทำไมคุณถึงเจ็บตัวคะ ไปทำอะไรมา” เริ่มลงมือรับประทานอาหาร จอมขวัญก็ถามขึ้น

“ฉันขับรถไปแล้วมีคนวิ่งตัดหน้ารถเสียหลักนิดหน่อย ขับรถกลับบ้านไม่ไหวเลยมาหาเธอที่ห้อง ไม่รู้จะให้ใครช่วยแถมตอนนั้นฝนก็ตก เลือดก็ไหล ฉันเลยอ่อนแอไปหน่อย” น้ำเสียงอ่อนนั้นเหมือนอ้อนอยู่ในที

จอมขวัญพยักหน้าเข้าใจกับสิ่งที่เขาพูด

“ขวัญแค่ตกใจน่ะค่ะ นึกว่าโจรขึ้นมาเสียอีก”

“ฉันก็เป็นโจรนะ”

ร่างบางเลิกคิ้วเป็นเชิงถามก่อนที่ชายหนุ่มจะยักคิ้วให้เธอ

“โจรขโมยหัวใจน่ะ”

คำตอบนั้นทำเอาหล่อนไปไม่เป็น จอมขวัญก้มหน้ากินข้าวด้วยใบหน้าแดงซ่าน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไม่คิดว่าเขาจะรุกเธอได้รวดเร็วแบบนี้

“ฉันจะออกไปทางหน้าต่าง เจอกันข้างล่างนะ ไปทำงานพร้อมกัน” ที่จริงวันนี้เธอคิดว่าจะลา

“แต่ขวัญว่าจะลา”

“ไม่อนุญาต ออกไปพร้อมกัน เปลี่ยนชุดซะ ฉันจะลงไปรอข้างล่าง” กินข้าวเสร็จเขาก็บังคับเธอแล้วออกไปทางระเบียงโดยที่มีจอมขวัญลุ้นช่วยให้เขาหลบไปได้

เมื่อชนวีร์ถึงข้างล่างเธอก็รีบเปลี่ยนชุดแต่งหน้านิดหน่อยแล้วลงไปหาเขาที่รถด้านล่างทันที

..ทำไมเธอไม่สังเกตเห็นรถของเขาเลยนะ

“ไปกันเถอะ”

สองคนนั่งรถออกไปด้วยกันโดยไม่รู้เลยว่ามีพนักงานของบริษัทที่ออกมาทำธุระแถวนั้นเห็นพอดี และสองสาวก็ถึงกับควักโทรศัพท์ออกมาเก็บภาพเมื่อจอมขวัญขึ้นรถไปกับท่านประธานไว้ได้ด้วย เรื่องนี้มีให้คุยต่ออีกยาวแน่โดยที่จอมขวัญไม่รู้เลยว่าชื่อเสียงของเธอเสียไปแล้ว

เมื่อถึงบริษัทชนวีร์ก็ให้จอมขวัญขึ้นไปก่อน เขาจะไปจอดรถโดยที่ไม่ลืมบอกให้เธอกลับพร้อมเขาตอนเย็นนี้อีกด้วย

จอมขวัญยิ้มทักทายเพื่อนร่วมงานแต่กลับไม่มีใครยิ้มตอบเธอเลยสักคนแถมมีหลายคนมองเธอแล้วหันไปซุบซิบกันจนหญิงสาวเริ่มใจเสีย เธอเดินขึ้นมายังแผนกของตนเองในขณะที่ทุกคนไปกินข้าวกันที่แคนทีน

“ขวัญ พี่นึกว่าจะไม่มาเสียอีก” ดาหวันขึ้นมาเป็นคนแรกเอ่ยทักรุ่นน้อง

จอมขวัญยิ้มให้พร้อมกับสวัสดี

“ตอนแรกก็ว่าจะไม่มาแหละค่ะ พอดีเกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน” หล่อนไม่ได้ต่อความให้ยาวและดาหวันก็ไม่ได้ถามอะไรต่ออีกจอมขวัญจึงค่อนข้างสบายใจ

“อ้าว ขวัญสวัสดีจ้ะ” สองสาวคู่หูเดินยิ้มมาแต่ไกลทักทายจอมขวัญ แล้วรีบลากเก้าอี้ของตนเองมานั่งขนาบข้างจอมขวัญทั้งสองข้างทันที

“ขวัญจ๋า พี่ได้ข่าวมาว่าวันนี้ขวัญมากับท่านประธานเหรอ”

“แล้วท่านประธานสุดหล่อของเราไปรับขวัญที่หอด้วยจริงไหม”

คำถามนั้นทำเอาจอมขวัญอึ้ง เธอไม่คิดว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้ และรู้สึกละอายเป็นอย่างยิ่งที่ทำเรื่องไม่สมควรแบบนี้ขึ้นในบริษัท

“พี่ๆ รู้มาจากไหนคะ”

“ก็เขาเล่าต่อๆ กันมา ว่ามีคนไปเห็นท่านประธานไปรับขวัญช่วงเที่ยงที่หอ แถมมีรูปด้วยนะ เดี๋ยวพี่เปิดให้ดู”

รูปในจอโทรศัพท์ก็ทำเอาเธอพูดไม่ออกเพราะมันเป็นความจริง จอมขวัญมองพี่ทั้งสามก่อนจะพยักหน้า

“คือว่าเรื่องทั้งหมดมันแค่เรื่องบังเอิญนะคะ ขวัญไม่อยากให้พี่ๆ เข้าใจผิดแต่ก็ไม่อยากแก้ตัวว่ามันไม่ใช่ขวัญ”

รุ่นน้องพูดจบวานิสาและอพิญญาต่างก็ร้องกรี๊ดด้วยความดีใจเพราะเธอเชียร์ให้น้องสาวคนสวยรักกับท่านประธานหนุ่มสุดหล่อแบดบอย

“พี่ว่านะ ท่านประธานต้องชอบขวัญแน่เลยละ”

ทั้งสองฟันธงจนจอมขวัญเขินอายแก้มแดงไปหมดยิ่งสร้างความเอ็นดูให้ทั้งสามยิ่งนักจนกระทั่ง

“ได้เวลาทำงานแล้วครับ” ปนิธิเดินเข้ามาเอ่ยเสียงเข้มไม่มองหน้าใครก่อนจะผลักประตูเข้าห้องไปแล้วปิดเสียงดังทำให้สาวทั้งสี่มองหน้ากันด้วยความงงงวยก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

จอมขวัญมองเข้าไปในห้องของหัวหน้าแผนกอย่างปนิธิแล้วถอนหายใจก้มดูเอกสารของตัวเองต่อ

ตอนเที่ยงจอมขวัญได้รับโทรศัพท์จากชนวีร์ว่าเขาต้องไปหาลูกค้าตอนเย็นอาจจะอยู่ถึงดึกเลยบอกให้เธอกลับเอง ซึ่งตัวจอมขวัญก็ไม่ได้ขัดข้องอยู่แล้วเธอบอกให้เขาทำงานให้เต็มที่ก่อนจะลา มิวายที่ชายหนุ่มจะหยอดคำหวานให้คนร่างบางเขินอาย

“ขวัญ เย็นนี้ไปบ้านพี่ไหม” ดาหวันเดินมาที่โต๊ะทำงานของจอมขวัญแล้วเอ่ยชวน

“บ้านพี่ดาหรือคะ ไปค่ะ ขวัญอยากไป” รอยยิ้มหวานส่งให้รุ่นพี่ก่อนที่ดาหวันจะพยักหน้าแล้วบอกว่าเดี๋ยวตอนเย็นแฟนเธอจะมารับ

ทั้งสองแยกย้ายกันไปทำงานจนกระทั่งถึงตอนเย็น

“ไปกันเถอะขวัญ” เก็บของเสร็จดาหวันก็เอ่ยชวนจอมขวัญที่เก็บของเสร็จพอดีจึงพยักหน้าส่งยิ้มให้

แต่ก่อนที่สองสาวจะออกไปปนิธิก็เดินออกมาสมทบพอดี

“จะกลับบ้านกันแล้วเหรอ” น้ำเสียงติดแววขรึมใบหน้าหล่อก็เรียบตึงไม่ยิ้มแย้มเหมือนเคยจนจอมขวัญอดกลัวไม่ได้

“ใช่ค่ะ แต่ขวัญจะไปบ้านพี่ดาก่อน” คำบอกเล่านั้นสร้างความสงสัยให้กับชายหนุ่มที่มาใหม่

“คุณปันไปด้วยกันไหมคะ” ดาหวันเอ่ยชวนทันทีเพราะดูเหมือนบรรยากาศอึมครึมของเจ้านายตนเองวันนี้ อาจจะมีรุ่นน้องสาวสวยคนข้างเธอเป็นเหตุก็ได้

“ไปได้เหรอ ถ้าอย่างนั้นผมก็ไปด้วยนะ” และแน่นอนว่าดาหวันไม่ปฏิเสธทั้งสามเดินไปที่ลิฟต์ด้วยกันในเวลาเลิกงาน

คนเต็มลิฟต์จนเบียดกันจอมขวัญอยู่ใกล้ปนิธิและถูกเบียด ดีที่เขาจับไหล่เธอไว้ประคองไม่ให้ร่างบางล้มไปเพราะแรงเบียดเสียก่อน ถึงชั้นล่างคนก็ออกมากันเยอะ

“ขวัญไปกับพี่นะ” เพราะเห็นว่าจอมขวัญจะเดินไปกับดาหวันร่างสูงเลยพูดขึ้นก่อนที่เธอจะได้เดินไปกับรุ่นพี่ในแผนก

“ก็ได้ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณปันก็ขับรถตามมานะคะ”

ปนิธิโค้งรับแล้วพาจอมขวัญเดินไปยังที่จอดรถทันที เขาเปิดประตูให้เธอก่อนจะอ้อมมาทางคนขับ บรรยากาศบนรถเงียบจนจอมขวัญอึดอัด ปนิธิขับรถตามหลังรถของดาหวัน เขาไม่พูดอะไรและใบหน้าก็เคร่งขรึม

“ขวัญขอเปิดเพลงได้ไหมคะ” เอ่ยเสียงกล้าๆ กลัวๆ

ปนิธิเปิดเพลงให้เธอทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดจนเกินไป

“เอ่อ ขวัญไม่รู้ว่าขวัญคิดไปเองหรือเปล่า แต่ว่าพี่ปันมีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ” เมื่อทนไม่ไหว รุ่นน้องร่วมสถาบันจึงเอ่ยถามขึ้นมาระหว่างติดไฟแดง

“พี่ก็ปกติ”

“ไม่ค่ะ พี่ปันไม่ขรึมขนาดนี้ พี่ปันโกรธขวัญหรือเปล่า ขวัญไปทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่าคะ” ถามไปแบบนั้นเธอก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน

ปนิธินิ่งเงียบก่อนจะถอนหายใจออกมาราวกับยอมจำนนต่อคำพูดของจอมขวัญ

“ปล่อยพี่ไว้แบบนี้สักพักเถอะ เดี๋ยวพี่ก็หาย พี่แค่คิดไปเอง” รุ่นพี่หนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วแล้วตั้งใจขับรถต่อไป

จอมขวัญเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีกจนมาถึงยังบ้านจัดสรรขนาดกลางที่บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยไม้ดอกและไม้ประดับดูร่มรื่น

“ยังไม่ได้แนะนำเลย นี่คุณสินธร สามีของพี่เอง” หญิงสาวแนะนำสามีของตนเองที่ยืนยิ้มอยู่ข้างกายให้ทั้งสองคนรู้จัก

“คุณธรคะ นี่คุณปันเจ้านายของฉันเอง ส่วนนี่น้องขวัญเป็นน้องในแผนก” ทั้งสามทำความรู้จักกันสักพัก ก่อนที่ดาหวันเชิญทั้งสองคนเข้าบ้านพอดีกับที่ลูกชายคนโตวิ่งมากอดมารดาของตนเอง

“แม่ฮับบบบบ นายวาดฮารูโตะสวยไหมฮับ” ยังไม่ทันที่จะถึงตัวบ้านเด็กผู้ชายตัวเล็กก็วิ่งเข้ามากอดแม่เสียก่อนพร้อมยื่นสมุดวาดรูปให้ดู

“อวดแต่คุณแม่ไม่อวดคุณพ่อหรือครับ” ชายร่างอวบถามลูกชายเหมือนน้อยใจแต่แววตาแฝงไปด้วยความเอ็นดู

“คุณพ่อออ น้องนายวาดรูปสวยไหม” เด็กน้อยประจบพ่อตัวเองทันทีก่อนที่จะหันมาเจอแขกใหม่สองคน ดวงตากลมโตใสแจ๋วมองพี่สาวอย่างเขินอายก่อนจะหยิบสมุดแล้ววิ่งมาหลบข้างหลังคุณแม่ แก้มยุ้ยของเด็กน้อยออกสีแดง

“เป็นอะไรครับเจ้านาย”

ร่างเล็กส่ายหัวแอบอยู่หลังแม่แล้วโผล่หัวออกมาดู พอสบสายตากับพี่สาวเข้าก็รีบหลบสายตาแล้วอยู่ข้างหลังคุณแม่อีก

“ฮ่าๆ เขินพี่ขวัญเขาหรือลูกชาย” คุณสินธรถามลูกแล้วเข้ามาอุ้มเอาเจ้าตัวเล็กเข้าไปในบ้าน

จอมขวัญมองอย่างยิ้มๆ แล้วเดินเคียงคู่ไปกับปนิธิ บ้านของดาหวันภายในคล้ายกับบ้านจัดสรรทั่วไป มีรูปครอบครัวเต็มไปหมดและการจัดบ้านก็เน้นธรรมชาติเป็นส่วนมาก

จอมขวัญเข้าไปเล่นกับลูกคนเล็กของดาหวันซึ่งเป็นเด็กตัวน้อยยิ้มง่ายและหัวเราะเก่งที่นอนหัวเราะเอิ้กอ้ากให้เธออยู่ในเปล กลางวันที่ดาหวันและ   สินธรไม่อยู่จะมีป้าของสินธรมาเลี้ยงให้เพราะเธอว่างและอยู่ซอยถัดไปเท่านั้นเอง

“เจ้าตัวน้อยน่าชังจังเลยค่ะ” ร่างบางเอ่ยชมเมื่อเล่นกับเด็กน้อยเสร็จ

“ค่ะ แกเลี้ยงง่ายด้วย ตัวอ้วนจ้ำม่ำ ผิวก็ข๊าวขาว” อวดลูกตัวเองแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ดาหวันหันไปกอดลูกชายคนโตเมื่ออีกฝ่ายนั่งเกาะแม่ไม่ปล่อยแล้วมองพี่สาวคนสวยตาเยิ้ม

ตอนนี้สินธรกับปนิธิเดินออกไปดูต้นไม้กัน ปนิธิชอบต้นกล้วยไม้ที่สินธรปลูกจึงเดินไปดูวิธีการปลูกและเลี้ยงดู

“เจ้านายครับ มาหาน้าขวัญเร็ว” จอมขวัญมองดูหนุ่มน้อยแล้วเรียกอย่างเอ็นดู แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่ส่ายหน้าแล้วกอดแขนคุณแม่ไว้อย่างเขินอายเท่านั้น

“ไปหาน้าขวัญเร็วลูก”

“มาครับ เดี๋ยวน้าขวัญจะพาไปทำขนม ไปไหม” จอมขวัญคุยกับรุ่นพี่แล้วว่าจะทำเค้กกล้วยหอมให้กินและพอดีกับที่บ้านของดาหวันมีอุปกรณ์ทำขนมหญิงสาวจึงไม่พลาดที่จะขอทำ

“นายชอบกินฮับ ชอบกินเค้กกล้วยหอม” เด็กน้อยออกจากคุณแม่แล้ววิ่งมาหาพี่สาวคนสวย

“โอเคครับ งั้นเราไปทำเค้กกันเนอะ” จอมขวัญจูงมือลูกชายของดาหวันเข้ามาภายในครัว เธอจัดการหาของโดยมีดาหวันมาช่วย

ทั้งสามช่วยกันทำขนมเค้กกล้วยหอมอย่างพิถีพิถัน เจ้านายไม่ห่างน้าสาวคนสวยที่เพิ่งสนิทกัน มักจะเดินไปกอดแขนหรือไม่ก็อยู่ใกล้จอมขวัญเสมอ

ปนิธิยืนมองคนที่ตนแอบรักมานานด้วยแววตาเอ็นดู รอยยิ้มของ        จอมขวัญเขาชอบยิ่งนักมันช่างอ่อนหวานจนอยากจะเก็บเอาไว้ดูคนเดียวแต่เขารู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์และเขาก็ได้แค่คิดและเพ้อฝันไปเท่านั้นเอง

ร่างสูงยืนพิงประตูเหม่อมองคนทั้งสามก่อนจะสะดุ้งเพราะเสียงหวานของรุ่นน้อง

“พี่ปันเสร็จพอดีเลย มาชิมไหมคะ”

เขาไม่ปฏิเสธ เดินไปชิมเค้กกล้วยหอมแล้วก็ชมเปาะทันที จอมขวัญกับเจ้านายช่วยกันยกเค้กกล้วยหอมออกมานั่งกินกันไปคุยกันไปโดยที่เจ้านายอยู่ติดน้าขวัญคนสวยตลอดเวลา แถมยังหวงมากอีกด้วยเมื่อมีใครมาแย่งตนเองคุยกับน้าขวัญ

จอมขวัญและปนิธิอยู่กินข้าวกับครอบครัวของดาหวันจนเสร็จจึงขอตัวกลับบ้าน เจ้านายงอแงไม่อยากให้ไปแต่น้าขวัญคนสวยก็บอกจะมาหาอีกบ่อยๆ เด็กน้อยเลยจำต้องพยักหน้าอย่างเหงาหงอย ก่อนกลับจอมขวัญก็หอมแก้มนิ่มแล้วยิ้มลาทำเอาเด็กน้อยยิ้มร่าเริงและโบกมือหย่อยๆ พลางกระโดดส่งจอมขวัญ  

ระหว่างทางกลับหอจอมขวัญ ปนิธิก็ชวนเธอคุยบรรยากาศกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งจนถึงหอพักของเธอ

“ขอบคุณมากนะคะพี่ปันที่มาส่ง เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” จอมขวัญโบกมือลาแล้วลงจากรถไป

“เดี๋ยวก่อนขวัญ” ร่างสูงเปิดประตูแล้ววิ่งลงไปหาจอมขวัญอย่างรวดเร็วเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

ร่างบางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“คือพี่” มองใบหน้าหวาน ความกลัวก็เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย ทั้งที่เมื่อกี้ตัดสินใจจะบอกอยู่แล้วเชียว

“มีอะไรคะ”

“พี่.. พี่จะบอกว่า... พี่รัก.. รักน้องเจ้านายเหมือนกันนะ แกน่ารักพี่จะบอกแค่นี้แหละ” บอกไปก็หัวเราะแห้งๆ

จอมขวัญอมยิ้มอย่างขำขันกับความตลกของพี่ชายร่วมสถาบันคนนี้ เธอพยักหน้าเข้าใจ

“ค่ะ ขวัญรู้ขวัญก็เอ็นดูแกเหมือนกัน”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปแล้ว เจอกันพรุ่งนี้” ร่างสูงไม่ได้พูดอะไรต่ออีกเขาหันหลังกลับเดินไปขึ้นรถที่จอดไว้ทันที โดยมีจอมขวัญยืนส่งอยู่

เมื่อเข้ามาในรถได้ปนิธิก็โมโหตัวเองที่ขี้ขลาดอีกแล้ว ไม่กล้าที่จะบอกว่าตัวเองรักเธอมากแค่ไหน

..แค่บอกรักเขายังทำไม่ได้เลย เขามันขี้ขลาดเกินไปจริงๆ

ภายในห้องรับแขกสุดหรูของบ้านหลังใหญ่ในย่านคนรวยบุษบามินตรากำลังนั่งรอพี่ชายอยู่แม้ว่าในขณะนี้จะเป็นเวลากว่าหกทุ่มแล้วก็ตาม พี่ชายเธอมักจะกลับบ้านค่ำและเมื่อวานก็ไม่ได้กลับมาเป็นห่วงก็เป็นห่วงแต่อีกฝ่ายกลับปิดมือถือตัดขาดการติดต่อเสียอย่างนั้น

วันนี้เธอจึงต้องมานั่งรอถามว่าไปไหนมาและข่าวลือที่บริษัทนั้นจริงแค่ไหน

“มินทำไมยังไม่นอน” เสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกทำให้ร่างบางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้พี่ชาย

“ก็รอพี่ชายน่ะสิคะ กลัวว่าวันนี้จะไม่กลับอีก”

ร่างสูงถอดเน็กไทออกแล้ววางเสื้อสูทพาดไว้ที่ผนักโซฟาแล้วเดินมานั่งข้างน้องสาว

“เมื่อคืนพี่วีร์ไปไหนมาคะ”

“พี่ติดธุระนิดหน่อย”

“ไม่จริงหรอก แต่ช่างเถอะสิ่งที่มินอยากรู้คือเรื่องที่พนักงานเขาลือกันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ”

ชนวีร์มองน้องสาวแล้วเอามือลูบหัวเธอแผ่วเบา

“ดึกแล้วไปนอนเถอะ พี่ก็จะขึ้นนอนแล้วเหมือนกัน” อีกฝ่ายตัดบทไม่ตอบและหยิบเสื้อสูทลุกขึ้น

“เดี๋ยวสิคะ ตอบก่อนว่าเรื่องที่เขาลือว่าพี่วีร์กำลังจีบพี่ขวัญเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” รั้งแขนเขาเอาไว้พลางถามเสียงออดอ้อนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“ไม่รู้สิ พี่ง่วงแล้ว ขอตัวนะ” เขาปลดมือน้องออกอย่างสุภาพแล้วเดินขึ้นห้องไปโดยมีสายตาไม่พอใจของบุษบามินตรามองตาม

..ไม่มีคำตอบอะไรจากพี่ชายของเธอเลย ถ้าอย่างนั้นเธอควรทำอย่างไรดีล่ะ คงต้องถามจากอีกคนแล้วสินะคิดแล้วเธอก็กดโทรศัพท์โทรออกทันที

“ฮัลโหล”

ชนวีร์เดินขึ้นมาบนห้องของตนเอง เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ชีวิตแสนน่าเบื่อของเขาไม่มีอะไรมาเป็นสีสันเลยสักนิด ร่างสูงนั่งนิ่งคิดไปถึงเมื่อเช้าที่ได้นอนกอดร่างนุ่มนิ่มของจอมขวัญ มันรู้สึกดีแปลกๆ

“ไม่มีทาง แกไม่มีทางรู้สึกดีกับผู้หญิงมารยาแบบนั้นหรอก” เขาบอกตัวเองแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อดับอารมณ์ เขาต้องทำให้เธอรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้น รักจนสุดหัวใจหลังจากนั้นเขาก็จะทิ้งเธอไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย และตอนนี้เขาก็เริ่มทำสำเร็จแล้วด้วยเพราะดูเหมือนว่าจอมขวัญจะรักเขามาแล้วแสนนานและยังคงรักอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

“หึ! เธอจะรู้จักคำว่าตกนรกทั้งเป็นอีกไม่นาน จอมขวัญ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กลซ่อนรัก   ตอนพิเศษ ...รักวุ่นๆ ของหนุ่มตัวอ้วน

    ตอนพิเศษ...รักวุ่นๆ ของหนุ่มตัวอ้วนเด็กหญิงตัวน้อยกำลังร้องไห้งอแงเพราะโดนพี่ชายคนกลางแกล้ง แขนเล็กพยายามจะตีพี่ชายแต่อีกฝ่ายก็ทำท่ายึกยักจะโดนก็ไม่โดนพอเธอเอามือออกพี่ชายก็เข้ามาใกล้“กาง กาง ฮือ” ยังพูดเป็นประโยคไม่ได้แต่เธอก็พยายามจะสื่อสารออกมา“ตากลางแกล้งอะไรน้องอีกล่ะลูก” คุณแม่คนสวยเดินเข้ามาหาลูกสาวคนเล็กในห้องที่เต็มไปด้วยของเล่นของเด็กน้อย อันที่จริงเธอกับสามีซื้อให้ลูกไม่ได้เยอะขนาดนี้ แต่เป็นของพี่ๆ ที่ตกทอดมาสู่น้อง และบริษัทคู่ค้าของสามีก็ขยันส่งของมาดีเหลือเกินจนห้องเต็มไปด้วยของเล่นเด็กแทบไม่มีที่จะเดินแล้ว“เปล่านะครับแม่ กลางแค่มาหยอกน้องเอง น้องจะหัวเราะอารมณ์ดีไง” เด็กแสบยิ้มประจบมารดาหลังจากที่เธออุ้มลูกสาวพลางลูบหลังปลอบจนเด็กน้อยคลายความหงุดหงิดที่พี่ชายมากวน“แม่ ตี ตีกาง” ยายน้องหรือคุณหนูลูกจัน จันทนิภา กิจขจรไพศาลเด็กหญิงวัยสองขวบที่เพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำบอกแม่ให้ทำโทษพี่ชายตัวเอง“ตีหรือคะ พี่กลางแกล้งหนูใช่ไหม” คุณแม่หันมาถามซึ่งสาวน้อยก็พยักหน้าทันที“อะไรกัน พี่ไม่ได้แกล้งน้องสักหน่อย”“เดี๋ยวเถอะตากลาง แม่จะไม่ทำขนมให้ลูกกินนะครับ”ได้ยินแม่ขู่แบบนั้น

  • กลซ่อนรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายหลังจากผ่านเรื่องร้ายต่างๆ มา ชนวีร์ก็ได้เข้าไปขอขมาครอบครัว จอมขวัญอย่างเป็นทางการเมื่อเขาหายจากอาการบาดเจ็บพอที่จะเดินเหินสะดวกแล้ว พร้อมทั้งยังพูดเรื่องแต่งงานกับเธออีกด้วยแต่ครอบครัวจิดากุลบอกว่าทางบ้านถือเรื่องแต่งงานทั้งที่ยังท้องว่าจะทำให้เลิกกันจึงบอกให้รอลูกออกมาเสียก่อนค่อยจัดงานแต่ง ซึ่งก็มีทั้งที่บ้านของฝ่ายหญิงก่อนจะมาฉลองที่บ้านฝ่ายชายด้วยเช่นกัน“ขวัญเป็นอย่างไรบ้างครับ” ร่างสูงวิ่งกระหืดกระหอบมา หลังจากประชุมเสร็จ ใบหน้าคมเข้มมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มเพราะวิ่งขึ้นบันไดมา รอลิฟต์ก็แสนจะช้าไม่ทันใจคุณพ่อมือใหม่ตอนนี้ครอบครัวจอมขวัญรอหน้าห้องคลอดมีทั้งพ่อตูมตาม แม่ยิ้ม ยายขิม ตาเม่นและกองทัพซึ่งลาหยุดเพื่อมาดูหน้าหลานคนแรกโดยเฉพาะ“ไม่รู้เหมือนกัน รอนานแล้วยังไม่ออกมาเลย” แม่ยิ้มตอบด้วยความกังวล“น้ำไหมพี่” กองทัพเอ่ยทักก่อนยื่นน้ำเปล่าให้ชนวีร์เขารับแล้วกรอกเข้าปากทันทีด้วยความเหนื่อยอีกทั้งตื่นเต้นด้วยว่าลูกจะออกมาหน้าตาอย่างไร แข็งแรงไหม จะหน้าเหมือนพ่อหรือเหมือนแม่ ตอนจอมขวัญท้องเขาดูแลไม่ห่างซื้อหนังสือมาอ่านโดยเฉพาะรอบรู้มากกว่าคุณแม่เสียอีก“ขอบใจมาก” เขาต

  • กลซ่อนรัก   ๒๕ จากนี้และตลอดไป

    ๒๕จากนี้และตลอดไปการเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ กับขอนแก่นของชนวีร์ทำให้เขาเมื่อยล้ากว่าที่คิดมากนัก เขานั่งเครื่องบินบ้างและให้คนขับรถให้บ้างสลับกันไปงานที่บริษัทก็หนัก บางครั้งก็ต้องบินไปต่างประเทศเพื่อติดต่องานกับลูกค้า เหลืออีกเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้นก็จะครบสามเดือน แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ามันนานเหลือเกินอาจจะเป็นเพราะว่าเขาต้องทำงานหลายอย่างก็เป็นได้วันนี้ชนวีร์เคลียร์งานทุกอย่างแล้วขับรถมาขอนแก่นเพียงลำพังไม่ได้ให้ลูกน้องตามมา“สวัสดีครับ” เขาแวะเข้ามาที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อทักทายสวัสดีก่อน เป็นแบบนี้ทุกครั้งก่อนจะกลับไปอยู่ที่กระท่อมโล่งซึ่งตอนนี้เขาก็เริ่มชินกับมันเสียแล้ว ลมธรรมชาติเย็นสดชื่นเสียยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศเสียอีก“มาเสียค่ำเชียว กินข้าวกินปลาหรือยัง” แม่ยิ้มเอ่ยถามเพราะตอนนี้ครอบครัวของนางกำลังจะรับประทานอาหารจอมขวัญที่ถือข้าวมาก็หันมามองเขาสักครู่ก่อนเดินเลี่ยงไปทางอื่น ชนวีร์มองหน้าหล่อนแล้วก็ชื่นใจ แค่เห็นเท่านี้เขาก็พอใจมากแล้ว“ยังเลยครับ” กะจะพูดต่อว่าขอฝากท้องด้วยแต่พ่อตูมตามก็เดินมามองตาขวางเสียก่อน“งั้นเอ็งก็มากินด้วยกัน จะได้รีบกลับไปอาบน้ำ

  • กลซ่อนรัก   ๒๔ บทพิสูจน์

    ๒๔บทพิสูจน์วันต่อมาชนวีร์ก็ยังกลับมาที่หน้าบ้านเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้แปลกที่เขาได้ถูกเชิญให้เข้ามาภายในบ้านหลังนี้ดวงตาเรียวสำรวจรอบบ้านที่ถูกตกแต่งไว้อย่างน่ารัก มีรูปครอบครัววางไว้บ้างในบางมุม เขาดูรูปจอมขวัญตอนเด็กแล้วก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อคิดว่า..ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปมากเพียงใดเพื่อเขา แล้วต่อจากนี้ไปเขาจะตอบแทนด้วยการดูแลเธอไปตลอดชีวิตเอง“นั่งลงสิ จะยืนอีกนานไหม” ตาเม่นพูดเสียงเข้มแม้จะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จอมขวัญขอตัวออกไปข้างนอกเพราะไม่อยากทนที่จะเห็นหน้าเขาในบ้านของตัวเอง ตอนนี้จึงมีตาเม่น ยายขิม พ่อตูมตาม แม่ยิ้ม แล้วก็กองทัพเท่านั้น“สวัสดีครับ” เขานั่งลงบนโซฟาแล้วยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมแต่บุรุษสองคนกลับไม่ยอมรับจนเขาอดหน้าเสียไม่ได้“สวัสดีนะครับ ผมกองทัพน้องชายของพี่ขวัญ” ลูกชายคนเดียวของบ้านแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความเป็นมิตรอยู่ในนั้นเลย..แน่นอนละถ้าไม่เห็นว่าพี่สาวของเขารักผู้ชายคนนี้มากขนาดไหนคงไม่มีวันที่เขาจะยอมยกจอมขวัญให้หรอก“ครับ ผมชนวีร์” เขาเอ่ยแนะนำตัวบ้างก่อนที่พ่อตูมตามจะเอ่ยขึ้นมา“เอาละ ที่ผมยอมให้คุณเข้ามาไม่ได้มาจากความเต็มใจเลย”

  • กลซ่อนรัก   ๒๓ จนกว่าเธอจะใจอ่อน

    ๒๓จนกว่าเธอจะใจอ่อน“พ่อทำแบบนี้ได้ยังไง” เสียงแม่ยิ้มเอ่ยถามสามีตนเองด้วยความผิดหวังหลังจากเพื่อนบ้านมาถามไถ่ถึงเรื่องผู้ใหญ่บ้านสามีของนางเอาปืนยิงชายหนุ่มตัวสูง เธอเดาได้ทันทีว่าคนที่กล่าวถึงเป็นใครก่อนจะตามมาถามสามีถึงในไร่“ทำอะไรแม่” กำลังคุมคนงานอยู่ก็ต้องหันมาถามภรรยาที่รักว่าเกิดอะไรขึ้น“พ่อยิงคุณชนวีร์ใช่ไหม” ถามเสียงเครียดแต่พ่อตูมตามกลับไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร“แค่ถากไม่โดนหรอก” ตอบมาอย่างไม่ยี่หระต่อสิ่งที่ตนเองทำแม้ว่าจริงๆ แล้วจะรู้สึกผิดอยู่บ้างแต่ด้วยทิฐิที่มีมากจึงทำเป็นนิ่งเฉย“แล้วถ้าเขาฟ้องพ่อจนติดคุกติดตารางขึ้นมา จะทำยังไง ทำไมไม่คิดบ้างนะ หัวมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง” ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์เสียกับสามี..ปกติเป็นคนอ่อนโยนแท้ๆ แต่ทว่ามาคราวนี้กลับมุทะลุจนคนเป็นเมียตามแทบไม่ทัน เข้าใจแล้วก็วันนี้ว่าเหนือพ่อของตนเองยังสามีที่หวงลูกสาวมากขนาดไหน“พ่อขอโทษจ้ะแม่”“คนที่พ่อควรขอโทษไม่ใช่แม่ ไปขอโทษคุณวีร์เขานู่น” ว่าจบก็ไม่ฟังคำตอบอะไรอีกแม่ยิ้มเดินออกมาจากสวนขับมอเตอร์ไซค์ออกไปทันทีปล่อยผู้ใหญ่บ้านมองตามตาละห้อย..ทะเลาะกับเมียไม่เว้นวันจริงๆ ไอ้ตูมตามเอ๊ย“ไม่มีทางหรอก” ว่าแ

  • กลซ่อนรัก   ๒๒ ลูกเขยไม่ซ่าเพราะพ่อตาสุดโหด

    ๒๒ลูกเขยไม่ซ่าเพราะพ่อตาสุดโหดร่างหนาบนเตียงเริ่มขยับ ทำให้คนที่เฝ้าหันไปมองด้วยความสนใจทันที ตาเรียวยาวค่อยๆ ปรือมองบริเวณโดยรอบก่อนจะเห็นคนที่นั่งเฝ้าก็อดถอนหายใจไม่ได้..ไม่เคยได้ญาติดีกันเลยแต่คราวนี้ทำไมคนที่เฝ้าเขาดันเป็นลูกน้องที่แอบหลงรักเมียเขาไปเสียนี่“หมอบอกว่าให้คุณพักผ่อนให้พอ ฉีดยาให้แล้วเพราะคุณเป็นไข้ อ่อนเพลีย”สองหนุ่มมองหน้ากันนิ่งราวกับจะหยั่งเชิงกันและกันเป็นปนิธิที่ถอนหายใจออกมาเสียก่อน เขาลุกออกไปทิ้งไว้เพียงชนวีร์ที่มองตามก่อนจะเริ่มสังเกตโดยรอบว่าที่นี่เป็นเพียงสถานีอนามัยเล็กๆ มีที่นอนเหมือนห้องพยาบาลที่โรงเรียน มีเพียงม่านกั้นเตียง เตียงก็เล็กประมาณสามฟุต อยากจะลุกขึ้นแต่ร่างกายกลับล้าไปหมดเลยทำได้เพียงแค่นั่งพิงหัวเตียง มองด้านข้างก็เห็นน้ำเปล่าเขาจึงดื่มเข้าไปด้วยความกระหาย“ที่ผมมาหาขวัญวันนี้ก็กะว่าจะเอาของสำคัญมาให้เขา แต่ผมคิดว่าคนที่ควรจะได้มันน่าจะเป็นคุณ” สมุดเล่มหนึ่งถูกวางไว้ตรงหน้าตักชนวีร์“ขอให้หายเร็วๆ นะครับท่านประธาน แล้วเจอกันที่ทำงาน” ร่างสูงกล่าวจบก็หันหลังจะเดินออกไปแต่กลับคิดอะไรบางอย่างออกมาได้ “ขวัญเขารักคุณมากนะ ถ้าคุณได้โอกาสจากเ

  • กลซ่อนรัก   ๓ คำหวานและอดีต

    ๓คำหวานและอดีตแม้จะล่วงเลยเวลาทำงานมามากพอสมควรแล้วแต่ร่างบางก็ยังวุ่นอยู่กับเอกสารตรงหน้าที่เคลียร์ไม่เสร็จเสียทีหลังจากกลับมาจากส่งเอกสาร ปนิธิก็เรียกประชุมงานเพราะเกิดข้อผิดพลาดบางอย่างขึ้น ข้อมูลบัญชีดูจะไม่สมบูรณ์เมื่อดูจากตาราง เธอจึงต้องนั่งแก้ไขใหม่และเมื่องานยังไม่เสร็จเธอถึงยังไม่ได้กล

  • กลซ่อนรัก   ๒ แสนดี

    ๒แสนดีแม้จะเป็นเวลาเช้าแต่จอมขวัญก็มาถึงบริษัทแล้ว หญิงสาวเป็นคนตรงต่อเวลาพอสมควรตัวตึกที่สูงยี่สิบสามชั้นทำให้ไม่ดูโดดเด่นมากนักเพราะตึกโดยรอบก็มีความสูงประมาณนี้ ตึกทำด้วยกระจกใสเกือบทั้งหมดและทุกชั้นของตึกนี้เป็นของบริษัทเคเคโภคภัณฑ์ เพราะชนวีร์ได้ทำการซื้อจากผู้บริหารรายอื่นเป็นที่เรียบร้อยแ

  • กลซ่อนรัก   ๑ จุดเริ่มต้น

    ๑จุดเริ่มต้นภายในลิฟต์ที่มีผู้ใช้บริการเพียงคนเดียวกำลังยืนพิงผนังแล้วเอามือสอดในกระเป๋ากางเกงสแล็กยี่ห้อหรู ภายในสมองคิดคำนวณถึงผลกำไรที่บริษัทจะได้จากการเทกโอเวอร์วันนี้เป็นวันแรกที่ ชนวีร์ กิจขจรไพศาล ได้เข้ามาที่บริษัทอภิวัฒน์เจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกข้าวและกาแฟรายใหญ่ของประเทศที่กำล

  • กลซ่อนรัก   บทนำ

    บทนำภายในร้านเวดดิ้งสุดหรู มีคู่รักกำลังมาเลือกลองชุดแต่งงาน ชายหนุ่มนั้นดูหล่อเหลาในชุดทักซิโดสีขาวและหญิงสาวที่สวยพริ้มในชุดเจ้าสาวสีขาวแสนบริสุทธิ์ แววตาที่เจ้าบ่าวมองไปยังเจ้าสาวแสดงถึงความรักที่คนรอบข้างสามารถรับรู้ได้และดูเหมือนทุกคนจะอิจฉายิ่งนัก“ทรายเหนื่อยไหม” เจ้าบ่าวแสนหล่อของเธอถามทร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status