ANMELDEN“ฉันก็ไม่ขัดดอกหนา ถ้าเด็กมันรักใคร่ชอบพอกัน แต่แม่ดอกแก้วอายุเพิ่งจะสิบกว่าขวบ ให้ฝั่งโน่นเขารออีกสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือ แต่ยังมิต้องไปรับหมั้นเขาดอก ให้เหตุผลไปตามนี้ แลแม่ดอกแก้วก็มิใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่อิน เหตุผลเช่นนี้คงทำให้เขาไม่มาเร่งรัดกระไรอีก”
“อิฉันกับคุณพี่เพียรก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่พ่อแม่ฝ่ายชายเขาก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหลือเกิน มาถามไถ่อยู่เนือง ๆ ว่าจะให้หมั้นจองตัวกันก่อนจะได้ไหม อิฉันก็แบ่งรับแบ่งสู้ ผัดผ่อนเวลาไปเรื่อย ๆ เพราะไม่อยากบังคับหลานน่ะเจ้าค่ะ แต่ในครั้งกระโน้นก็ได้รับปากกันเอาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ สัจจะวาจาถือว่าสำคัญ อิฉันกับคุณพี่เพียรจึงมิอยากผิดคำพูดน่ะเจ้าค่ะ”
“ฉันเข้าใจที่แม่อินพูดทุกประการ แต่ฉันยึดถ้อยคำที่ว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน ถ้าเขารอได้แลมีใจรักแม่ดอกแก้วจริง เมื่อแม่ดอกแก้วเจริญวัยขึ้นพร้อมจะออกเรือน ค่อยมาเจรจากันอีกคราก็ยังมิสายมิใช่หรือ” โมกข์ให้เหตุผลที่ทำให้สองสามีภรรยามีทางออกกับปัญหานี้เช่นกัน
“เจ้าค่ะ” อินรับคำ
“คุณหญิงแม่เจ้าขา ไปอยู่ทางใต้กับคุณอาลูกพูดได้ตั้งหลายภาษาแน่ะเจ้าค่ะ” ดอกแก้วที่เดินเข้ามาหาผู้ใหญ่ ตรงเข้าไปกอดมารดาด้วยความคิดถึง ก่อนจะคุยจ้อว่าอยู่ทางโน้น นอกจากเรียนหนังสือหนังหาแล้ว ได้ทำอันใดบ้าง ก็เหมือนเล่ามาในจดหมายนั่นแหละ
“แม่ดอกแก้วดูคล้ำไปมากเลยนะลูก”
“สงสัยจะซนเหมือนลิง” โมกข์พูดขึ้น เพราะรู้นิสัยบุตรสาวดี
“ทางใต้อากาศร้อน แดดแรงเหลือเกินเจ้าค่ะ อีกทั้งดอกแก้วยังชอบไปเที่ยวทะเลอีกด้วย ก็เลยดูคล้ำไปนิด” อินตอบด้วยความเอ็นดู
“ลูกไปเที่ยวทะเลจับกุ้งหอยปูปลาได้เยอะเชียวเจ้าค่ะ อาเพียรกับอาอินมีเรือหาปลาของตัวเองด้วยนะเจ้าคะ”
“ดูสิคะคุณพี่ น้องนึกว่าแม่ดอกแก้วเป็นเด็กผู้ชายเสียอีก” เพ็ญหันไปเจรจากับสามี หลังจากดอกแก้วย้ายไปอยู่ทางใต้ได้ไม่กี่เดือนหล่อนก็ตั้งครรภ์ ก่อนจะคลอดลูกชายออกมา จึงตั้งชื่อว่ายศ
ยศเป็นที่รักของบิดาและมารดาเป็นอันมาก อาจเพราะเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียว เพราะก่อนหน้านั้นมีแต่ลูกสาว ส่วนดอกรักนั้นได้เข้าไปเรียนวิชาการบ้านการเรือนในรั้วในวังกับผู้เป็นป้าซึ่งเอาไปอยู่แต่เล็ก นาน ๆ จะกลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้ง และหากตรงกับวันหยุด โมกข์ก็จักพาครอบครัวไปหัวหินเพื่อเยี่ยมเยียนน้องชายและน้องสะใภ้ พลางแวะไปดูลูกสาวคนเล็กด้วย
“พี่ดอกรักไปเรียนการบ้านการเรือนในรั้วในวังมิเบื่อแย่หรือเจ้าคะ แค่คิดว่าต้องนั่งร้อยมาลัยแลแกะสลักผักผลไม้ อีกทั้งยังต้องนั่งเย็บปักถักร้อยทั้งวัน น้องก็รู้สึกเบื่อหน่าย ถ้าให้ไปทำเช่นนั้นน้องคงอกแตกตายเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“เราน่ะเป็นหญิง การเย็บปักถักร้อย ทำกับข้าวกับปลาแล ร้อยมาลัย แกะสลักเป็นเรื่องของธรรมดานะจ๊ะ” พี่สาวตอบด้วยรอยยิ้ม เมื่อมานั่งสนทนากับน้องสาวให้หายคิดถึง
“น้องไม่ชอบกฎระเบียบอยู่ในรั้วในวัง แลมิได้ไปไหนเลย เอาแต่นั่งหลังขดหลังแข็งแบบนั้นน้องไม่เอาดอกเจ้าค่ะ น้องอยากไปท่องเที่ยว ได้พบเจอผู้คนมากมาย แลที่สำคัญได้เรียนรู้ภาษา ได้ลิ้มรสอาหารแปลก ๆ ที่ไม่เคยกินมาก่อน คุณอาทั้งสองพาน้องไปค้าขายทางใต้ เลยจากสงขลาลงไปยังปัตตานี ยะลา นราธิวาส คนทางโน้นพูดภาษามลายู แลน้องได้เรียนภาษาพวกนั้นด้วย เป็นภาษาท้องถิ่น ทางใต้มีสมุนไพรเครื่องเทศที่นำมาประกอบอาหารรสชาติเผ็ดร้อนถูกปากนักแล คุณอาพาไปเที่ยวปีนังเสียก็หลายครั้ง” ดอกแก้วเล่าอย่างเพลิดเพลิน ทำให้ดอกรักพลอยยิ้มตามน้องสาวไปด้วย
“ดีจริง คุณอาดูรักน้องเหมือนลูกในไส้”
“น้องก็รักคุณอาเจ้าค่ะพี่ดอกรัก แลคิดถึงเจ้าคุณพ่อกับคุณหญิงแม่กับพี่ดอกรักเป็นที่สุดเจ้าค่ะ”
“ปากหวานเสียจริงน้องสาวของพี่”
“หากพี่ดอกรักมีปัญหาหรือเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอันใดน้องจะมาหาในทันที จำเอาไว้นะเจ้าคะ” ดอกแก้วกุมมือพี่สาวเอาไว้แน่น พลางให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือพี่สาวทุกอย่าง
“พี่มิมีเรื่องเดือดร้อนอันใดดอกหนา วันๆ ก็เอาแต่ทำงานรับใช้เสด็จ น้องเองก็เหมือนกันหากมีกระไรให้พี่ช่วยก็ให้รีบแจ้งพี่มาได้เลย” ประโยคของพี่สาวฟังดูอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก
“น้องไม่มีกระไรให้พี่ดอกรักช่วยดอกเจ้าค่ะ น้องเอาตัวรอดได้” ประโยคนั้นทำให้ดอกรักยิ้มกว้าง
“เห็นคุณอาบอกเจ้าคุณพ่อกับคุณหญิงแม่ว่าจักให้น้องหมั้นหมายกับญาติของอาอินรึ”
“โหย...” ดอกแก้วร้องครางออกมาในทันที
“น้องเป็นอันใดรึ” เห็นสีหน้าของน้องสาวก็ทำให้ดอกรักนึกห่วงใยไม่น้อย
“ก็อีตาพี่เกื้อน่ะสิเจ้าคะ ขี้เก๊กจะตายไป น้องไม่ชอบขี้หน้าเอาเสียเลย คอยดูเถิดเจ้าค่ะพี่ดอกรัก หากคุณอาทั้งสองบังคับให้ต้องออกเรือนไปกับพี่เกื้อ น้องจักหนีไปให้ไกลเลย”
“เขาเป็นคนไม่ดีรึ” ดอกรักนึกห่วงใยน้องสาวจึงเอ่ยถาม
การแต่งงานของเกื้อกับดอกแก้วที่จะเกิดขึ้น ทำให้หลายคนที่รอคอยมานานหลายปีตื่นเต้นเป็นอันมาก ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมงาน เพื่อให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวได้ร่วมหอกันเสียทีพิธีหมั้นหมายถูกจัดขึ้นก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้นก็เป็นพิธีแต่งงาน ขบวนขันหมากแห่มาถึงหน้าเรือน สร้างความยินดีและครึกครื้นให้กับแขกเหรื่อและญาติผู้ใหญ่เป็นอันมากหลังจากเจ้าบ่าวผ่านประตูเงินประตูทองเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเข้าไปรับเจ้าสาวในห้อง เพื่อออกมาทำพิธีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนั้นนิมนต์พระสงฆ์มาจำนวนเก้ารูปมาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานแต่ง เจ้าบ่าวกำลังจะสวมแหวนให้เจ้าสาว เสียงเอะอะโวยวายของแขกคนหนึ่งก็ดังขึ้นในห้องทำพิธี“ท่านจะออกเรือนกับหล่อนจริงๆ น่ะรึ”“ใช่ ท่านมีกระไรรึ” เกื้อจำได้ว่านี่คือพี่เขยของดอกแก้ว เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มาอาละวาดเช่นนี้“ก็ผู้หญิงที่ท่านจักออกเรือนด้วยคือเมียของข้าอย่างไรเล่า” ประโยคนั้นทำให้เสียงฮือฮาดังขึ้นทั้งงาน ผู้ใหญ่หลายคนถึงกับยกมือขึ้นทาบอก“หยุดพูดประเดี๋ยวนี้” เกื้อตวาดเสียงเข้มด้วยความโกรธ“เหตุใดจึงพูดไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไปเป็นเมียของฉันอยู่ตั้งนานนม หล่อนปลอมตัวเป็นพี่สาวฝาแฝดข
หากจะตัดขาดก็พูดบอกกันดี ๆ เพราะโต ๆ กันแล้วนะลูก” วาจาของมารดาเตือนสติดอกรัก หล่อนไม่อยากออกไปเจอกับหลวงอัฐ แต่ถ้าหากหลบหน้าเขาเช่นนี้ก็จะคาราคาซัง หากจะเลิกก็ตัดขาดกันไปให้จริงจัง หากจะกลับไป ครานี้ก็ต้องทนให้ได้หากเขาจะมีเมียน้อยอีก และไม่ทำตามสัญญา ก็ต้องกล้ำกลืนเอาไว้ มิเก็บเสื้อผ้าหนีมาให้ผู้คนนินทาว่าร้ายเอาอีก“แม่ดอกรัก ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนใดดีเท่าน้องอีกแล้ว” หลวงอัฐที่ได้มีโอกาสนั่งสนทนากับดอกรักจับมือของหล่อนมากุมเอาไว้ แต่ดอกรักดึงมือหนีหลวงอัฐสังเกตเมียรักแล้วให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ดอกรักที่เขาได้พบเจอก่อนหน้านี้คือหญิงสาวหน้าตาสดใสมีชีวิตชีวา หาได้ซูบซีดแลเหมือนคนป่วยไข้เจ็บหนักเช่นนี้“คุณหลวงมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณหลวงเสียให้เข้าใจ” ประโยคห่างเหินทำให้หลวงอัฐหน้าซีดเผือด รู้สึกหวั่นใจพิกล“น้องมีอันใดก็บอกพี่มาเถิด พี่ยินดีทำให้น้องทุกอย่าง หลายวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน น้องทำให้พี่สำนึกแล้วว่าพี่มันเลวเพียงใด เมียน้อยต่ำตมพวกนั้นไม่มีใครดีเท่าน้องซึ่งเป็นนางแก้วของพี่เลย” หลวงอัฐพร่ำเพ้อ หากเป็นสมัยก่อนดอกรักคงจะหลงเชื่อคำหวานของอีกฝ่าย
ดอกปีบเองก็นึกสงสัยไม่น้อย แต่คาดเดาไปว่าอีกฝ่ายคงไม่มีหลักฐานอันใดจึงเงียบไว้เสีย การถูกผู้ชายฉุดคร่าเป็นเรื่องน่าอาย รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น เพราะจะมัวหมองและหาคนเชื่อได้ยากว่าจะไม่โดนย่ำยีจริง“นังดอกรักคงไม่มีหลักฐานอันใด ว่าใครเป็นคนทำจึงเงียบเสียกระมัง” สองสาวแยกย้ายกันไปพักในห้องของตัวเอง เพราะต่างไม่เป็นที่โปรดปราดของสามีกันทั้งสองคนแล้ว ด้วยว่าสามีนั้นให้ความสนใจเมียแต่งมากกว่าใครเพื่อนในเวลานี้ลำเจียกเห็นจดหมายที่วางเอาไว้บนหัวโต๊ะ หล่อนรีบเปิดอ่าน เป็นจดหมายจากพ่อหมอพ่วงนัดหล่อนไปเจอ ซึ่งหล่อนก็อยากเจอพ่อหมอพ่วงอยู่พอดี จะถามว่าเหตุใดหลวงอัฐถึงไม่ไยดีหล่อนเหมือนเคยในเวลาเดียวกันดอกปีบก็ได้จดหมายจากพ่อหมอพ่วงเช่นเดียวกัน หล่อนนั้นเจ็บแค้นพ่อหมอพ่วงอยู่ที่ทำให้หล่อนโดนเขี่ยทิ้งเช่นนี้ ไอ้พ่อหมอไม่ดีจริงดังปากพูด เงินทองก็เอาไปนักต่อนักแล้ว จะไปจัดการให้ตายกันไปข้างหนึ่งในวันนี้ดอกแก้วชวนหลวงอัฐไปที่กระท่อมท้ายสวนที่ปิดตัวมานาน ดอกปีบพาพ่อหมอพ่วงมาอยู่ที่นั่นเพราะเวลาเรียกใช้ทำเสน่ห์จะได้สะดวก ลำเจียกก็อาศัยโอกาสนั้นมาตลบหลังให้เงินทองมากกว่าดอกปีบเพื่อหลอกใช้พ่อหมอพ่วง พ
“พวกเอ็งทำงานพลาดอย่างนั้นรึ หน้าโง่เอ๊ย แล้วแบบนี้จักทำเยี่ยงไรกันเล่า” ดอกปีบโวยวาย แต่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าพวกที่หล่อนจ้างไปโดนจับตัวเอาไว้ได้หนึ่งคน พวกมันไม่ยอมบอกเพราะคิดว่าจะมาขอเงินแล้วหนีไป คิดว่าหากบอกให้รู้ดอกปีบจะไม่ให้เงิน และพวกมันจะหนีไปไม่ได้“ไหนบอกว่าคนของเอ็งเก่งนักเก่งหนาอย่างไรเล่า เหตุใดถึงได้ทำงานพลาดเช่นนี้กันเล่า” ลำเจียกพูดอย่างดูถูก“คนที่มาช่วยเป็นใครรึ”“เป็นผู้ชายขอรับ ดูท่าทางภูมิฐานขอรับ”“พวกเอ็งหลบไปก่อน เอาเงินนี่ไป ไปให้ไกล ๆ ด้วยล่ะ อย่าเสนอหน้ากลับมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้อีก ถึงแม้ว่าพวกเอ็งจะมีผ้าปิดหน้า แต่รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยกลับมา” ดอกปีบให้เงินพวกมันไป ก่อนจะนั่งขบคิดว่าจะเล่นงานดอกรักอย่างไรดี พวกคนร้ายที่ดอกปีบจ้าง พอได้เงินไป ก็รีบเผ่นหนีในทันที โดยที่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว“ไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนของพวกเรา พวกเอ็งสองคนก็อย่าปริวิตกไปหน่อยเลย” สาลี่พูดขึ้น ตอนนี้นางก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะโดนปลดจากตำแหน่งแม่ครัวใหญ่ อีกทั้งหลานสาวก็มาโดนเขี่ยทิ้ง เลยหมดอำนาจวาสนาไม่เหมือนก่อนอีก“จริงอย่างที่ป้าสาลี่พูด พวกเราก็แค่เงียบๆ เอาไว้เท่านั
“วันนี้น้องทำอาหารตั้งหลายอย่าง คุณพี่รับประทานข้าวก่อนมิดีกว่าหรือเจ้าคะ เรื่องคืนนี้ค่อยว่ากันดีกว่านะเจ้าคะ ประเดี๋ยวน้องจะปรนนิบัติพัดวีคุณพี่มิให้ขาดตกบกพร่องเลยเจ้าค่ะ” ดอกแก้วถอยห่าง พลางยิ้มให้หวานให้พี่เขย พอเขาขยับเข้ามาอีก หล่อนก็ถอยหนี เสไปทำกับข้าวอย่างอื่นแทน อีกทั้งเรียกบ่าวรับใช้เสียงดัง จนแพงต้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาดูว่าเจ้านายสาวต้องการอันใด“พี่แพง ไปจัดการหั่นผักสิ ฉันรออยู่หนา เดี๋ยวจะทำแกงเลียงให้คุณพี่รับประทาน” ดอกแก้วบุ้ยใบ้ไปทางผัก หลวงอัฐเห็นเช่นนั้นก็คิดในใจว่าฝากไว้ก่อน ยิ่งเมียหวงเนื้อหวงตัวเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากได้หล่อนเป็นทบทวีคูณ อาหารมื้อเย็นรสชาติจัดจ้านเหมือนทุกมื้อ รสมือของดอกรักเปลี่ยนไปมาก หล่อนทำอาหารปักษ์ใต้ถึงเครื่อง รสชาติเผ็ดร้อน อร่อยจนเขาเหงื่อตกแทบจะทุกมื้อ เขามิใช่คนรับประทานอาหารรสจัดจ้านเช่นนี้ พอได้รับประทานก็ถึงกับแสบปากแสบท้องไปพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่าอร่อย“เดี๋ยวนี้น้องทำอาหารรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องเหลือเกินนะแม่ดอกรัก”“คุณพี่ไม่ชอบหรือเจ้าคะ”“ชอบสิจ๊ะ แม่ดอกรักทำอันใดให้กินก็อร่อยถูกปากพี่ทุกอย่าง ไม่เหมือนคนอื่น ทำอาหารก็ไม่อร
“คุณพี่อุ้มแม่ดอกปีบเข้าไปพักในห้องก่อนสิเจ้าคะ” หลวงอัฐไม่รอให้พูดซ้ำ รีบทำตามในทันที“แท้งลูกอย่างไรถึงไม่มีเลือดเลยสักหยด” ดอกแก้วเอ่ยขึ้น ยืนคุมเชิงเอาไว้ไม่ให้ดอกปีบหนีไปไหนได้ และให้แพงจัดการพาบ่าวไปขวางสาลี่เอาไว้ไม่ให้เข้ามายุ่มย่าม ดูซิว่าจะแก้ตัวอย่างไรอีกหมอมาถึงก็รีบตรวจอาการ ดอกปีบทำอะไรไม่ได้เพราะโดนดักเอาไว้ทุกทาง ดอกแก้วไม่ยอมไปไหนเลย จนสุดท้ายดอกปีบต้องร้องห่มร้องไห้ออกมา สารภาพว่าตัวเองไม่ได้ท้องหลวงอัฐโกรธเคืองยิ่งนัก และนั่นยิ่งทำให้เขาเสียใจที่ผลักเมียจนแท้งลูกไป เมียน้อยกลับไม่ท้อง แต่เขาทำเมียหลวงแท้งลูกลำเจียกที่โดนเอ็ดในคราแรก กลายเป็นคนที่ทำให้หลวงอัฐตาสว่าง หลวงอัฐเลยไม่โกรธเคือง“จัดการนังดอกปีบสำเร็จแล้ว ต่อไปคุณหนูจักจัดการใครหรือเจ้าคะ” แพงเอ่ยถามเจ้านายสาว“นังลำเจียกอย่างไรเล่า นกสองหัวดีนัก ตอนนี้ให้มันเป็นที่โปรดปรานของคุณพี่ไปก่อน แล้วฉันจะเตะมันตกจากสวรรค์ นังลำเจียกเป็นพวกตีหน้าซื่อแต่ลับหลังชอบยุแยงตะแคงรั่วและเอาความลับไปบอกอีกฝ่ายให้เขาตีกัน พี่สาวของฉันมาอยู่ที่นี่คงจะทุกข์ทรมานเพราะนังนี่มากโขอยู่” ดอกแก้วจัดการให้บ่าวไพร่ขัดสีฉวีวรรณกันเอ
เกื้อกลับไปแล้ว เพียรกับอินจึงรั้งหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหนี“จะไปไหนแม่ตัวดี” อินพูดแล้วค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ท่าทีของอินทำให้ดอกแก้วเข้าไปบีบนวดเอาใจผู้เป็นอาอีกครา“ไม่ต้องมาบีบนวดเอาใจอาเลย ถ้าเราตกลงมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่”“หลานขอโทษเจ้าค่
“เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจาก
“อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจัก
“น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่






![ผัวสามร่านรัก (4P) + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
