LOGIN‘ไร่เศรษฐกร’ เป็นไร่ชาเก่าแก่ของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนเขาที่มีความสูงกว่า 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่ในไร่ส่วนใหญ่ปลูกต้นชาเป็นทิวแถว อีกส่วนหนึ่งยังมีสภาพเป็นป่าเขาเหมือนเดิม ด้วยมีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ชาของไร่นี้จึงมีคุณภาพดีมาก เป็นที่นิยมของผู้ชื่นชอบชาทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ ‘ชาเศรษฐกร’ หรือที่คนเก่าแก่ละแวกนี้เรียกกันว่า ‘ชาเศรษฐี’ นั่นละ
ปัจจุบันไร่เศรษฐกรคือผู้ผลิตชาที่ดีที่สุดของเมืองไทย แต่ละปีทำยอดสั่งซื้อทั้งในและนอกประเทศได้หลายสิบล้านบาท โดยการบริหารจัดการของพ่อเลี้ยงเตชทัต เศรษฐกร ชายหนุ่มหน้าเข้มวัย 32 ปี
หลังก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแทนบิดาอย่างเต็มตัว เตชทัตได้บุกเบิกการทำไร่ชาแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา ขยายพื้นที่นำชาสายพันธุ์ดีๆ มาลงปลูก แปรรูปส่งออกไปตีตลาดชาฝรั่ง สร้างชื่อเสียงและเม็ดเงินมาสู่ไร่แบบทวีคูณ เมื่อขยายตลาดชาประสบความสำเร็จแล้ว เขายังหันมาสนใจเรื่องการทำไร่หมุนเวียน แบ่งที่ดินส่วนหนึ่งทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาวหมุนเวียนไปตามฤดูกาล แบ่งเอาผลผลิตส่วนหนึ่งมาใช้บริโภคภายในไร่เอง อีกส่วนส่งออกไปขาย สร้างรายได้อีกทาง ทุกวันนี้มีหลายองค์กรติดต่อมาขอดูงานในไร่เศรษฐกรอยู่ตลอด ซึ่งพ่อเลี้ยงหนุ่มก็อนุญาตให้เข้ามาดูในส่วนของไร่หมุนเวียนแบบไม่หวงวิชา แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปวุ่นวายในไร่ชาเด็ดขาด ตรงนั้นเป็นพื้นที่ทำงานของเขา บางครั้งบางเวลามันจะมีเหตุการณ์ไม่อาจเปิดเผยให้คนนอกเห็นได้
...เหมือนตอนนี้
ชายสูงวัยรูปร่างผอมคนหนึ่ง ถูกชายหนุ่มสามคนคุมตัวเข้าไปในบ้านไม้หลังเล็กกลางไร่ชา บ้านพักกึ่งห้องทำงานส่วนตัวของนายใหญ่แห่งไร่เศรษฐกร
“มาแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มต่ำของคนรออยู่นานถามขึ้น แต่ยังยืนมองไร่ชาผ่านหน้าต่าง ไม่หันมองพวกคนที่เพิ่งเข้ามาเลย
“พ่อเลี้ยง! นี่ให้คนพาลุงมาที่นี่ทำไมเหรอครับ” บุญชัยถามสีหน้าหวาดๆ ด้วยไม่รู้ว่าทำไมถึงถูกพาตัวมาหาเจ้านายที่นี่
เตชทัตหันกลับไปมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาคมดุแฝงความเย็นชา “ลุงไม่รู้จริงๆ เหรอว่าทำไม”
“พ่อเลี้ยงกำลังเข้าใจลุงผิดหรือเปล่าครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลุงงงไปหมดแล้ว”
“ลุงทำอะไรไว้ น่าจะรู้ดีแก่ใจนี่”
บุญชัยรู้สึกใจคอไม่ดีกับท่าทีของเจ้านาย รีบปฏิเสธไปก่อน “ลุงไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงพูดเรื่องอะไร ลุงยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ งานลุงก็เรียบร้อยดีทุกอย่าง”
“ยังจะปากแข็งอยู่สินะ ฉันมีความอดทนสูงก็จริง แต่ลุงอย่ารอจนฉันหมดความอดทนจะดีกว่า สารภาพมาตอนนี้เถอะ”
สามคนที่คุมตัวบุญชัยมามองเตชทัตด้วยสายตานับถือ
ก็กล้าพูด!
ตนุภัทร แฝดน้องหน้าเหมือนแต่นิสัยต่างของเตชทัต ถึงกับแอบส่ายหน้า ตั้งแต่เกิดพร้อมกัน เขายังไม่เคยเห็นแฝดพี่เฉียดคำว่า ‘มีความอดทนสูง’ มาก่อนเลย พันรบกับอิศวัต สองคนสนิทของมันก็คิดไม่ต่างกัน
ด้านบุญชัยนั้นเข้าใจแล้ว ว่าทำไมตนถึงถูกพาตัวมาที่นี่ แต่ไม่คิดจะยอมรับสารภาพ “สารภาพอะไรครับ ลุงไม่ได้ทำอะไรเลยนะพ่อเลี้ยง”
“ลุงไปทำอะไรที่บ่อนของเสี่ยวงศกร”
พ่อเลี้ยงรู้แล้วเหรอเนี่ย!
ชายสูงวัยรีบปฏิเสธ “พ่อเลี้ยงพูดเรื่องอะไร ลุงไม่เคยไปที่นั่นนะ!”
“แต่ที่ฉันรู้ ไม่ใช่แบบนั้นนี่” เตชทัตยิ้มเย็นเอ่ย “ลุงอยู่ที่ไร่นี้มานาน น่าจะรู้ดีว่าฉันเป็นคนยังไง และคงรู้ดีว่าฉันกับเสี่ยวงศกรไม่ถูกกัน”
ปัญหาของไร่เศรษฐกรกับเสี่ยวงศกรนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ที่อีกฝ่ายมากว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านเอาไปสร้างรีสอร์ต แล้วย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ มันต้องการเข้ามามีอิทธิพลแทนที่ตระกูลเศรษฐกร หาเรื่องขัดแย้งอยู่ตลอด เมื่อศาสตรา เพื่อนสนิทที่เป็นสารวัตรแห่งกองปราบปรามพิเศษมาปรึกษาคดีที่กำลังสืบอยู่ถึงไร่พร้อมแฟ้มประวัติของเสี่ยวงศกร ซึ่งต้องสงสัยว่ารายได้มีที่มาไม่ชัดเจนและอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าไม้เถื่อน เตชทัตจึงให้ความร่วมมือทันที การสืบครั้งนี้เป็นความลับ เขาอยู่ใกล้มากกว่า จึงทำหน้าที่หาหลักฐานมัดตัวเสี่ยใหญ่และผู้ร่วมขบวนการอยู่ทางนี้ ส่วนศาสตราทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร คอยสืบหาข่าวจากช่องทางอื่นๆ
ตอนนี้พวกเขาตามสืบจนมั่นใจแล้วว่าเสี่ยวงศกรได้ใช้รีสอร์ตของตัวเองเป็นจุดพักไม้เถื่อน ที่ลักลอบขึ้นไปตัดบนเขา แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอจะมัดตัวมัน เส้นสายของเสี่ยใหญ่เอาเรื่อง ไม่รู้ว่าพวกเขาจะจับพวกมันได้ก่อนหรือต้นไม้บนเขาจะโล่งเตียนก่อนกัน
ไอ้บ่อนกลางป่านี่ก็อีกเรื่อง ทั้งที่เตชทัตตั้งกฎแล้วว่าห้ามคนงานในไร่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทุกอย่าง ก็ยังมีคนดอดไปยุ่งกับมันอยู่เรื่อย!
พ่อเลี้ยงหนุ่มถอนใจมองคนงานสูงวัยที่ยังปากแข็งอยู่ “ถ้าไม่คิดจะพูดกับฉันตรงๆ พรุ่งนี้ลุงก็เก็บของย้ายออกไปจากไร่นี้ได้เลย”
“พ่อเลี้ยง…” สีหน้าบุญชัยขาวซีดทันใด เพราะรู้แล้วว่าสิ่งที่ทำลงไป กำลังจะทำให้ไม่มีทั้งที่ทำงานและที่ซุกหัวนอน เมื่อเห็นสายตาเย็นชาแฝงความเอาจริงของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ชายสูงวัยก็สะท้านไปทั้งกาย รีบสารภาพออกมาทันที “ลุงพยายามเลิกแล้ว! แต่พวกมันไม่ยอม พวกมันขู่จะจับนังหนูไปขาย! ลุงอยากขอให้พ่อเลี้ยงช่วย แต่ไม่กล้า เพราะลุงรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงเกลียดการพนัน”
“ฉันเกลียดคนทำผิดทั้งที่รู้ว่ามันผิดมากกว่า”
“ลุง...”
“แต่เอาเถอะ ฉันจะถือว่านี่เป็นความผิดครั้งแรก อย่าให้มีครั้งที่สองอีก เพราะฉันคงไม่รอให้มีครั้งที่สาม”
บุญชัยเหมือนหลุดพ้นจากการจมน้ำลึก รีบละล่ำละลักบอกทั้งน้ำตาคลอ “ขอบคุณครับๆ ขอบคุณพ่อเลี้ยงจริงๆ ครับ!”
เตชทัตกลับพูดต่อ “ไม่ต้องรีบดีใจขนาดนั้นหรอก ฉันยังไม่ได้ถามลุงอีกเรื่องเลย ลุงเป็นหนอนให้เสี่ยวงศกรด้วยใช่ไหม”
“...!” ชายสูงวัยหน้าซีดเผือดทันตาเห็น
“ใช่จริงๆ สินะ” เตชทัตเอ่ยเสียงเรียบหลังเห็นสีหน้าคนงานเฒ่า
“ลุงขอโทษครับ! ลุงไม่ได้ตั้งใจนะ! อย่างที่บอกว่าลุงพยายามเลิกแล้ว ทั้งเรื่องพนัน เรื่องที่เป็นสายให้พวกนั้น แต่พวกมันไม่ยอม เอานังหนูมาขู่ ลุงเลยต้องยอมมัน พ่อเลี้ยงต้องเชื่อลุงนะครับ!”
เขาเบื่อจะฟังคำแก้ตัว ถามสั้นๆ “มันให้ลุงทำอะไรบ้าง พูดมา”
บุญชัยรีบพูด “เสี่ยกลัวพ่อเลี้ยงจะไปขวางงานของเขา เลยให้ลุงเป็นสายคอยรายงาน ว่าพ่อเลี้ยงทำอะไร อยู่ในไร่หรือออกนอกไร่ แล้วแต่มันจะถามเอา ลุงก็ตอบไปลวกๆ ลุงไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญ ไม่รู้เรื่องอะไรของพ่อเลี้ยงอยู่แล้ว”
“ฉันจะเชื่อลุงได้แค่ไหนกัน”
“โธ่! ลุงพูดจริงๆ นะครับ ตอนนี้ลุงก็เลิกไปเล่นที่บ่อนนั่นแล้ว จะไปก็ตอนที่พวกมันนัดไปส่งข่าวเท่านั้น”
เตชทัตมองหาแววตาโกหกของชายสูงวัย แต่เจอแค่ความเสียใจและรู้สึกผิดที่สะท้อนออกมาจากดวงตาแดงก่ำคู่นั้น ซึ่งจากการเฝ้าดู แกก็ไม่เคยเอาอะไรไปบอกพวกมันจริงๆ พอมองไปที่ตนุภัทรกับสองคนสนิทก็เห็นทางนั้นพยักหน้าเป็นเชิงให้ปล่อยไป เขาเลยพยักหน้าบอกบุญชัยเสียงเรียบ “ไปเบิกเงินล่วงหน้ากับฝ่ายการเงินซะ เอาไปจ่ายหนี้พวกมัน จะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก ถ้าพวกมันสงสัยก็บอกว่าลุงแอบทำงานพิเศษ ส่วนเรื่องลูกสาว ฉันจะให้คนคอยเฝ้าให้ จบจากนี้แล้ว ถ้าลุงยังกลับไปที่บ่อนนั่นอีกก็เก็บของออกไปจากไร่ได้เลย”
ได้ยินแบบนั้น ชายสูงวัยเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที เขาคลานเข้าไปไหว้นายผู้มีพระคุณ “ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง ลุงสาบานว่าจะไม่ไปยุ่งกับมันอีก ขอบคุณจริงๆ ที่ให้โอกาสลุง ขอบคุณจริงๆ ครับ”
“อืม แกพาไปจัดการแล้วกัน”
“ไปลุง”
เมื่อถูกเรียกตัว พันรบก็ก้าวเข้าไปพยุงบุญชัยลุกขึ้นเดินออกจากบ้านทันที พอลับร่างพวกเขา เสียงตนุภัทรก็ดังขึ้น
“เอาไงต่อล่ะทีนี้”
“รอดูว่าพวกมันจะเคลื่อนไหวยังไง” เตชทัตตอบแล้วสั่งงานอิศวัตต่อ “คืนนี้เรียกพยัคฆ์หมอบมาหน่อยนะ”
“ครับ” คนสนิทรับคำสั่งแล้วส่งข้อความเรียกตัวลูกน้องทันที
ฝ่ายตนุภัทรได้ยินคำสั่งพี่ชายก็เลิกคิ้วถาม “พยัคฆ์หมอบ? พวกที่มึงสั่งให้ขึ้นมาจากกรุงเทพฯ เมื่อหลายเดือนก่อนน่ะนะ” พี่ชายคนนี้แอบเลี้ยงมือดีไว้หลายคน พอทางนี้ต้องการคน มันก็คัดเอาคนเก่งๆ ขึ้นมาช่วยงานเลย ตอนนั้นเขายังแอบแซวว่าเตชทัตเว่อร์ไป ไม่คิดเลยว่ามันจะได้ใช้งานคนพวกนั้นจริงๆ
“อืม” เตชทัตพยักหน้าให้น้องชาย “คืนนี้มึงก็มาเจอด้วยนะ”
“ได้อยู่แล้ว” เรื่องแบบนี้ ตนุภัทรหรือจะพลาด!
เมื่อเมวินปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพียงรักษ์ก็ไม่พูดพร่ำให้มากความ บอกศิวาเพื่อนรักให้เปิดเผยความจริงซะ เธอจะไม่เสียเวลาหาผู้ชายมาเล่นละครตบตาผู้ใหญ่แล้ว!ทว่าความเป็นไปได้ที่ศิวาจะเปิดเผยตัวตนในตอนนี้คือครึ่งต่อครึ่งเพราะเขาหายเข้ากลีบเมฆไปหลายวันแล้วเวลาที่เหลือของเพียงรักษ์ลดน้อยลงทุกวันๆ เธอหวังว่าศิวาจะตัดสินใจบอกความจริงก่อนที่พวกพ่อๆ จะรู้เองรู้จากอะไรน่ะเหรอก็จากการล่าเหยื่อทุกเดือนๆ ของมันไงคิดไปคิดมา เพียงรักษ์ก็วางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงาน หญิงสาวพนมมือขึ้นพร้อมหลับตาพึมพำ “คุณแม่ขา หนูไม่อยากแต่งงานกับชีตาห์เลย คุณแม่บอกคุณป๋าให้ล้มเลิกความคิดนี้ด้วยสิคะ หนูสัญญาว่าจะหาผู้ชายที่ดีกว่าคุณป๋ามาเป็นสามี จะหาคนที่รักหนูมากกว่าคุณแม่มาดูแล ถ้าหาไม่ได้ หนูจะไม่ลงจากคานเด็ดขาด คุณแม่ช่วยหนูด้วยนะคะ”ส่งคำขอถึงแม่ที่จากไปแล้ว เธอก็นั่งถอนใจอยู่คนเดียวในห้องทำงานเล็กๆ ของตน ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องทำงานกว้างขวางของบิดา เพียงรักษ์เข้าทำงานในบริษัทที่ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศของบิดามาได
4เป็นแฟนฉันเถอะคนตั้งใจเดินมาทักยืนกะพริบตาปริบๆ หลังโดนคนหล่อตวาดใส่หน้าด้วยคำพูดประโยคเด็ดที่แท้เขาก็ไม่ชอบผู้หญิง!พวกเธอสามารถพิสูจน์ว่าเมวินคนหล่อเป็นเพื่อนในป่าเดียวกับศิวาโดยไม่ทันได้ทำอะไรเลยเพียงรักษ์กับศิวามองกันไปมองกันมาอยู่นาน เมวินก็ไม่มีท่าทีว่าจะเงยหน้ามาสนใจกัน เพียงรักษ์ยังอึ้งจนพูดไม่ออก ได้แต่สะกิดให้ศิวาทำอะไรสักอย่าง จะอยู่ต่อหรือจะกลับโต๊ะก็เลือกเอา เก้งหนุ่มเลยขยับเข้าไปทักอีกฝ่ายอีกครั้ง“สวัสดีครับคุณเมวิน”คนถูกทักถอนหายใจแรงๆ บอกอาการสิ้นสุดความอดทนของเขาเป็นอย่างดี หากพอเงยหน้าหล่อที่มีไรหนวดขึ้นบางๆ ขึ้นมอง เขาก็ต้องขมวดคิ้วแบบนึกไม่ถึง “พวกคุณ...”ศิวายิ้มแห้ง ออกตัวไว้ก่อน “พอดีเห็นคุณเมวินนั่งอยู่คนเดียว เราสองคนเลยคิดว่าน่าจะเข้ามาทักสักหน่อย ไม่คิดว่าจะได้ยินความลับของคุณเข้า”“ความลับ?”“ที่คุณเมวินบอกว่าไม่ชอบผู้ชายไงครับ”“...” เมวินได้ยินแล้วอึ้งไป ยิ่งเหลือบเห็นดวงต
“งั้นก็ลดสายตาลงหน่อยสิยะ ไม่ต้องหาในนี้ก็ได้ ห้างที่หล่อนเดินตรวจอยู่ทุกวันน่ะ ไฮโซหล่อรวยเดินกันควัก หล่อนก็รู้จักตั้งหลายคน จิ้มๆ เลือกเอาสักคนเหอะ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ บางคนเขาไม่จริงจังเรื่องรักหรอก พาไปให้คุณป๋าเห็นหน้าสักครั้งสองครั้งแล้วเทเลย พวกนี้นะ มีผู้หญิงยาวกว่าหางว่าวอีก"“แล้วทำไมแกไม่หาผู้หญิงสวยๆ ไปหลอกพ่อบ้าง ทำไมต้องให้ฉันหาอยู่คนเดียว!” เพียงรักษ์แหวใส่อย่างหมดความอดทน เวลาสองเดือนที่ได้มา ถูกใช้ไปกับการหาผู้ชายมาเล่นเป็นแฟนมากกว่าครึ่ง แล้วพวกผู้ชายที่พอจะเข้าตาหน่อย ดันถูกใจศิวาหมด แววไม่รอดกรงวิวาห์ลอยมาแต่ไกลเลยเนี่ยคนทำไม่ได้ยิ้มแห้งให้เพื่อน “หล่อนก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้ แค่ชะนีอื่นที่ไม่ใช่หล่อนเข้าใกล้ ฉันก็ขนลุกแล้ว”“เฮ้อ! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราจบเห่แน่”“เอาน่า ไหนๆ ก็เลือกทางนี้แล้ว เราก็ต้องเดินไปให้ถึงปลายทาง ถ้าหาคนมาแกล้งเป็นแฟนไม่ได้จริงๆ ค่อยไปหาในแอปฯ หาคู่อะไรนั่น”“...”“ถามจริงๆ ทำไมเลือกนัก”“ก็ไม่ถูกใจอะ”
“แกคิดเหมือนฉันหรือเปล่า”“คิดอะไร”“ฉันว่าคนพวกนั้นต้องวางแผนจับตัวรัฐมนตรีคนนั้นแน่ๆ”“เด็กสามขวบยังมองออกเลย” ศิวาว่าพลางมองกลุ่มคนที่กำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ถูกคุมตัวออกไป แม้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปดูไปฟังใกล้ๆ เหมือนคุณหญิงคุณนายพวกนั้น แต่สายตาไม่เคยพลาดการเคลื่อนไหวทางนั้นเลย“แล้วแกคิดว่าคนที่กล้าวางแผนใช้งานบริษัทตัวเองเป็นกับดักแบบนี้ จะเอาคุณป๋าฉันอยู่มั้ย?”“หืม นี่หล่อนต้องการจะสื่อว่า?”เพียงรักษ์ละสายตาจากผู้ชายคนนั้นมามองศิวาตาเป็นประกาย “คุณเมวินต้องเอาคุณป๋าอยู่แน่ๆ”“โอ้!”“ทำไงดีๆ ฉันอยากทำข้อตกลงกับเขาอะ” เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นนายหมียักษ์กวนประสาทคนนั้น หากเขาสามารถทำให้คุณป๋าเชื่อได้ เธอก็ยินดีลบบัญชีแค้น!“แรง! บทจะเลือกได้ หล่อนก็เลือกของดีเลยนะชะนี”“บอกที ต้องทำยัง ฉันถึงจะได้เขามาอยู่ในกำมือ”ศิวาไม่ต้องคิดนานก็รู้ว่าค
นักข่าวสายไฮยีน่าไม่รอช้า รีบเข้ารุมล้อมตัวรัฐมนตรีอดิศรทันที เร็วจนการ์ดคนสนิทเข้าขวางไว้ไม่ทัน แสงแฟลชสาดใส่รัวพอๆ กับเสียงซักถาม นักข่าวทุกคนไม่คิดจะปล่อยให้ข่าวนี้หลุดมือ เพราะคนในภาพเป็นถึงรัฐมนตรีใหญ่ แต่กลับมีคลิปหลุดว่าทำผิดกฎหมายเสียเอง ข่าวใหญ่แบบนี้พวกเขาต้องเล่นให้เปรี้ยงข่าวด่วนและพาดหัวข่าวในช่วงดึกของวันต้องมีข่าวนี้ไปลง!“ไม่มีอะไรทั้งนั้น! เจ้าหน้าที่ปิดจอเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมฟ้องพวกคุณแน่! ฟ้องให้หมดเลย!” เสียงตวาดก้องดังมาจากคนที่ถูกล้อมเอาไว้ เขายังหันไปสบตาคนสนิทที่ยืนอยู่นอกวง ไม่นานฝ่ายนั้นก็ถอยห่างออกไป“ท่านคะ ท่าน!"“ชี้แจงด้วยค่ะท่าน!”นักข่าวยังร้องถามเสียงอื้ออึง เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังจะหลบออกไป แต่รัฐมนตรีใหญ่กลับไม่แม้แต่จะหยุดฝ่ากองทัพนักข่าวออกไป“จะรีบไปไหนล่ะครับท่าน”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนรัฐมนตรีเฒ่าจะก้าวเท้าไปถึงประตูห้องจัดงาน การ์ดที่กันนักข่าวอยู่รีบเข้ามาขวางผู้มาใหม่ไว้ ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะอยู่ในชุดบริกร แต่เขาไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังมีเพื่อนอีกหลายคนยืนอยู่ด้านหลัง“แกเป็นใคร!” นายอดิศรถามเสียงกร้าวทันที และเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของคนท
“สวัสดีครับคุณเมวิน”“...” ร่างสูงของคนคิดจะหลบออกไปสูดอากาศหลังเดินทักทายแขกเหรื่อจนเมื่อยขาถอนใจเบาๆ เมื่อมีคนมาทักอีกแล้ว เขากลับไปพร้อมรอยยิ้มบางแบบปั้นแต่ง พอเห็นว่าใครมาทักก็กลายเป็นยิ้มจริงใจทันที “คุณศิวาเองเหรอครับ”“ครับ ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกับคุณเมวินแล้ว”เมวินเอ่ยสีหน้าละมุน “ยังไงต้องขอบคุณที่มาร่วมงานของเรานะครับ”“ยินดีครับ งานดีๆ แบบนี้ผมจะพลาดได้ยังไง”“คุณนงลักษณ์ไม่มาด้วยเหรอครับ คืนนี้เราเอาของสวยๆ งามๆ ออกมาประมูลตั้งหลายชิ้น” เจ้าของงานถามหาเมื่อไม่เห็นมารดาของชายหนุ่มตรงหน้า ปกติแล้วรายนั้นแทบไม่พลาดงานแบบนี้“คุณแม่ไม่สะดวกครับ ผมเลยควงสาวน้อยคนนี้มาแทน” ว่าแล้วศิวาก็ดึงร่างเล็กของเพื่อนรักที่หลบอยู่ข้างหลังออกมาแนะนำกับหนุ่มหล่อตรงหน้า “นี่เพียงรักษ์ เพื่อนสนิทผมครับ”“...” เพียงรักษ์ เวลานี้เธอปั้นหน้าแทบไม่ถูก เมื่อถูกดึงออกมาจ๊ะเอ๋กับชายตรงหน้าดื้อๆ คิดไม่ถึงว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ตอนแรกเธอยังนึกไม่ออกว่าทำไมคุ้นหน้าเขา พอมาเจอจังๆ แบบนี้ถึงนึกออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนายหมียักษ์บนเครื่องบินนั่น!“นี่เพื่อนคุณศิวาเหรอครับ” เมวินถามเสียงนุ่ม สายตามองแก้มป
คนของเตชทัตไม่ปล่อยให้ตนุภัทรสติหลุดนาน ดึงกลับมาหารือว่าจะเอายังไงต่อ จากข้อมูลที่ได้มาใหม่นี้ ตอนนี้พวกเขาสามารถจำกัดพื้นที่ค้นหาน้อยลงได้แล้ว ถ้าพิชานันท์ตกหน้าผาจริงๆ ก็เห็นจะต้องไปหาบริเวณด้านล่างผานั่นโชคดีคือป่าแห่งนี้ตนุภัทรเคยเข้ามาสำรวจตั้งแต่กลับจากเรียนต่อมาอยู่ไร่ใหม่ๆ เมื่อสองปีก่อน
พ่อเลี้ยงหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวร้องไห้เงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ค่อยถามต่อ “พวกคุณเตลิดขึ้นไปบนเขาด้วยกัน แล้วทำไมผมถึงเจอคุณนอนสลบอยู่ตรงนั้นคนเดียว ขิงหอมล่ะ”“ฉันไม่รู้” เธอส่ายหน้าจนน้ำตาไหลเป็นสาย “ตอนนั้นม้ามันตื่นเสียงปืน พาเราเตลิดหนีแยกกันไปคนละทาง ฉันตกจากหลังม้าระหว่างหนี แล้วสะดุดรากไม้จนกลิ้ง
พ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปมองชายป่าตรงนั้นหน้าเครียด ดูเหมือนจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นในพื้นที่ของเขาแล้วสิ เขาไม่อยากคิดอะไรอีก จึงตัดสินใจพาชญานินกลับไปด้วยกันก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันพอเตชทัตอุ้มคนขึ้นมาแล้วหมุนตัวกลับไปเห็นม้าตัวโปรด เขาพลันชะงัก ให้คนเจ็บขี่ม้ากลับไปกับเขาคงไม่ดีนัก แม้จะไม่มีอะไรหักงอให
การนั่งอยู่บนหลังม้าที่วิ่งห้อเพราะตื่นเสียงปืนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยชญานินกับพิชานันท์กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กอดคอม้าไว้แน่นๆ จนม้าของพิชานันท์วิ่งขึ้นเขา ส่วนม้าของชญานินวิ่งเรียบตีนเขาที่เป็นป่าโปร่ง เตลิดหนีกันไปคนละทาง พวกเธอทั้งตะโกนทั้งมองตามกันอย่างขวัญเสีย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้สถานการณ์นี้ยั







