LOGIN“งั้นก็ลดสายตาลงหน่อยสิยะ ไม่ต้องหาในนี้ก็ได้ ห้างที่หล่อนเดินตรวจอยู่ทุกวันน่ะ ไฮโซหล่อรวยเดินกันควัก หล่อนก็รู้จักตั้งหลายคน จิ้มๆ เลือกเอาสักคนเหอะ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ บางคนเขาไม่จริงจังเรื่องรักหรอก พาไปให้คุณป๋าเห็นหน้าสักครั้งสองครั้งแล้วเทเลย พวกนี้นะ มีผู้หญิงยาวกว่าหางว่าวอีก"“แล้วทำไมแกไม่หาผู้หญิงสวยๆ ไปหลอกพ่อบ้าง ทำไมต้องให้ฉันหาอยู่คนเดียว!” เพียงรักษ์แหวใส่อย่างหมดความอดทน เวลาสองเดือนที่ได้มา ถูกใช้ไปกับการหาผู้ชายมาเล่นเป็นแฟนมากกว่าครึ่ง แล้วพวกผู้ชายที่พอจะเข้าตาหน่อย ดันถูกใจศิวาหมด แววไม่รอดกรงวิวาห์ลอยมาแต่ไกลเลยเนี่ยคนทำไม่ได้ยิ้มแห้งให้เพื่อน “หล่อนก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้ แค่ชะนีอื่นที่ไม่ใช่หล่อนเข้าใกล้ ฉันก็ขนลุกแล้ว”“เฮ้อ! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราจบเห่แน่”“เอาน่า ไหนๆ ก็เลือกทางนี้แล้ว เราก็ต้องเดินไปให้ถึงปลายทาง ถ้าหาคนมาแกล้งเป็นแฟนไม่ได้จริงๆ ค่อยไปหาในแอปฯ หาคู่อะไรนั่น”“...”“ถามจริงๆ ทำไมเลือกนัก”“ก็ไม่ถูกใจอะ”
“แกคิดเหมือนฉันหรือเปล่า”“คิดอะไร”“ฉันว่าคนพวกนั้นต้องวางแผนจับตัวรัฐมนตรีคนนั้นแน่ๆ”“เด็กสามขวบยังมองออกเลย” ศิวาว่าพลางมองกลุ่มคนที่กำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ถูกคุมตัวออกไป แม้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปดูไปฟังใกล้ๆ เหมือนคุณหญิงคุณนายพวกนั้น แต่สายตาไม่เคยพลาดการเคลื่อนไหวทางนั้นเลย“แล้วแกคิดว่าคนที่กล้าวางแผนใช้งานบริษัทตัวเองเป็นกับดักแบบนี้ จะเอาคุณป๋าฉันอยู่มั้ย?”“หืม นี่หล่อนต้องการจะสื่อว่า?”เพียงรักษ์ละสายตาจากผู้ชายคนนั้นมามองศิวาตาเป็นประกาย “คุณเมวินต้องเอาคุณป๋าอยู่แน่ๆ”“โอ้!”“ทำไงดีๆ ฉันอยากทำข้อตกลงกับเขาอะ” เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นนายหมียักษ์กวนประสาทคนนั้น หากเขาสามารถทำให้คุณป๋าเชื่อได้ เธอก็ยินดีลบบัญชีแค้น!“แรง! บทจะเลือกได้ หล่อนก็เลือกของดีเลยนะชะนี”“บอกที ต้องทำยัง ฉันถึงจะได้เขามาอยู่ในกำมือ”ศิวาไม่ต้องคิดนานก็รู้ว่าค
นักข่าวสายไฮยีน่าไม่รอช้า รีบเข้ารุมล้อมตัวรัฐมนตรีอดิศรทันที เร็วจนการ์ดคนสนิทเข้าขวางไว้ไม่ทัน แสงแฟลชสาดใส่รัวพอๆ กับเสียงซักถาม นักข่าวทุกคนไม่คิดจะปล่อยให้ข่าวนี้หลุดมือ เพราะคนในภาพเป็นถึงรัฐมนตรีใหญ่ แต่กลับมีคลิปหลุดว่าทำผิดกฎหมายเสียเอง ข่าวใหญ่แบบนี้พวกเขาต้องเล่นให้เปรี้ยงข่าวด่วนและพาดหัวข่าวในช่วงดึกของวันต้องมีข่าวนี้ไปลง!“ไม่มีอะไรทั้งนั้น! เจ้าหน้าที่ปิดจอเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมฟ้องพวกคุณแน่! ฟ้องให้หมดเลย!” เสียงตวาดก้องดังมาจากคนที่ถูกล้อมเอาไว้ เขายังหันไปสบตาคนสนิทที่ยืนอยู่นอกวง ไม่นานฝ่ายนั้นก็ถอยห่างออกไป“ท่านคะ ท่าน!"“ชี้แจงด้วยค่ะท่าน!”นักข่าวยังร้องถามเสียงอื้ออึง เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังจะหลบออกไป แต่รัฐมนตรีใหญ่กลับไม่แม้แต่จะหยุดฝ่ากองทัพนักข่าวออกไป“จะรีบไปไหนล่ะครับท่าน”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนรัฐมนตรีเฒ่าจะก้าวเท้าไปถึงประตูห้องจัดงาน การ์ดที่กันนักข่าวอยู่รีบเข้ามาขวางผู้มาใหม่ไว้ ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะอยู่ในชุดบริกร แต่เขาไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังมีเพื่อนอีกหลายคนยืนอยู่ด้านหลัง“แกเป็นใคร!” นายอดิศรถามเสียงกร้าวทันที และเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของคนท
“สวัสดีครับคุณเมวิน”“...” ร่างสูงของคนคิดจะหลบออกไปสูดอากาศหลังเดินทักทายแขกเหรื่อจนเมื่อยขาถอนใจเบาๆ เมื่อมีคนมาทักอีกแล้ว เขากลับไปพร้อมรอยยิ้มบางแบบปั้นแต่ง พอเห็นว่าใครมาทักก็กลายเป็นยิ้มจริงใจทันที “คุณศิวาเองเหรอครับ”“ครับ ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกับคุณเมวินแล้ว”เมวินเอ่ยสีหน้าละมุน “ยังไงต้องขอบคุณที่มาร่วมงานของเรานะครับ”“ยินดีครับ งานดีๆ แบบนี้ผมจะพลาดได้ยังไง”“คุณนงลักษณ์ไม่มาด้วยเหรอครับ คืนนี้เราเอาของสวยๆ งามๆ ออกมาประมูลตั้งหลายชิ้น” เจ้าของงานถามหาเมื่อไม่เห็นมารดาของชายหนุ่มตรงหน้า ปกติแล้วรายนั้นแทบไม่พลาดงานแบบนี้“คุณแม่ไม่สะดวกครับ ผมเลยควงสาวน้อยคนนี้มาแทน” ว่าแล้วศิวาก็ดึงร่างเล็กของเพื่อนรักที่หลบอยู่ข้างหลังออกมาแนะนำกับหนุ่มหล่อตรงหน้า “นี่เพียงรักษ์ เพื่อนสนิทผมครับ”“...” เพียงรักษ์ เวลานี้เธอปั้นหน้าแทบไม่ถูก เมื่อถูกดึงออกมาจ๊ะเอ๋กับชายตรงหน้าดื้อๆ คิดไม่ถึงว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ตอนแรกเธอยังนึกไม่ออกว่าทำไมคุ้นหน้าเขา พอมาเจอจังๆ แบบนี้ถึงนึกออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนายหมียักษ์บนเครื่องบินนั่น!“นี่เพื่อนคุณศิวาเหรอครับ” เมวินถามเสียงนุ่ม สายตามองแก้มป
งานแสดงเพชรประจำปีของเคพีจีกรุ๊ปเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ มีเหล่าคนดังและไฮโซตบเท้ามาร่วมงานอย่างล้นหลาม คุณหญิงคุณนายแต่งองค์ยกเครื่องกันมาแบบจัดเต็มทุกคน ประโคมได้ประโคมเหมือนกลัวจะน้อยหน้ากันทว่าเพิ่งได้อวดกันไม่นาน ทุกคนในงานก็พบว่าสื่อต่างๆ พากันไปรุมล้อมอยู่บริเวณทางเข้างานเหมือนมีคนสำคัญกำลังจะมา จึงเลิกอวดกันชั่วคราว หันไปมองทางนั้นด้วยความอยากรู้อย่างเห็นก่อน รวมถึงสองเพื่อนรักที่คนเพิ่งมางานด้วยหลังจากกินแห้วมาหลายคืน คืนนี้ศิวากับเพียงรักษ์เลยเปลี่ยนสถานที่มองหาหนุ่มๆ ไม่ไปแล้วผับบาร์ มาหาในงานใหญ่ระดับนี้น่าจะมีผู้ชายงานดีเข้าตากรรมการบ้างละ“แกๆ ดูนั่นสิ คนอะไร๊ หล่อลากอะไรเบอร์นั้นคะ” ศิวาในสูทสีอ่อนโก้หรูสะกิดบอกเพียงรักษ์ที่อยู่ในชุดราตรีสีมรกตเข้ม“คนไหนอะ”“คนนั้นเลย”เพียงรักษ์ชะเง้อมอง 'คนนั้น' ของเพื่อน แต่ด้วยความที่ยืนกันอยู่ไกล เลยเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไร ทว่าก็รับรู้ได้ว่าชายหนุ่มร่างสูงในสูทสีน้ำเงินที่ฝ่าพวกสื่อเข้ามาในงานได้เป็นคนแรกนั่นหล่อมากจริงๆ หน้าคมเข้มออกตี๋หน่อย ส่วนหญิงสาวร่างสมส่วนสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเหลือบดำก็สวยหวานมาก ที่เดินเคียงมากับหล่อนก็เป็นหนุ่
สองสามวันต่อมาเวลาสามทุ่มตรง ณ ร้านอาหารกึ่งผับสุดหรูแห่งหนึ่งเพียงรักษ์ในชุดเดรสสั้นสีดำแนบเรือนร่างเดินเข้าร้านมามองหาคนที่นัดไว้ ไม่นานก็เจอเขานั่งอยู่ในมุมด้านใน เธอเดินฉับๆ ไปหาอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มๆ เพราะเวลานี้ศิวาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวอย่างที่ควรจะเป็นขนาดมาถึงก่อนไม่กี่นาที หมอนี่ยังหาคนนั่งคลอเคลียได้แล้ว“ที่รักขา!” หญิงสาวแกล้งทักเสียงหวาน เมื่อชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาราวกับพระเอกหนังจีน ไม่ได้มีท่าทีว่าจะรับรู้การมาถึงของเธอเลย และเสียงเรียกของเธอก็ทำให้อีกฝ่ายหันมากลอกตาใส่ พร้อมเปรยออกมาเบาๆ“นางมารมาขัดคอหอยแล้ว”เพียงรักษ์ขึงตาใส่ ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงข้าม ไม่ลืมพยักหน้าให้หนุ่มหล่อที่นั่งอยู่กับศิวา คนนี้เธอเจอบ่อย เลยพอจะรู้จักกันอยู่บ้าง“หวัดดีฮะคุณรักษ์” อีกฝ่ายค้อมศีรษะทักเธอยิ้มๆ“หวัดดีค่ะ วันนี้ว่างเหรอคะ ถึงมากับศิวาได้”“น้องเขามาธุระแถวนี้พอดี เลยแวะมาส่งฉันน่ะ” ศิวาบอกแทนคนของตน“คุณรักษ์มาแล้ว ผมไม่กวนละ
สองวันต่อมาชญานินยังอยู่ที่ไร่รุ่งรวินท์ ไม่ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เลย เพราะเมวินอยากรอดูเรื่องคนร้ายที่หนีไปได้ก่อนวันนั้นหลังจากทำแผลถูกยิงถากๆ ที่หัวไหล่เสร็จ สินธรหารือกับเตชทัตอยู่นานหลายชั่วโมง ด้วยพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องการจัดการเสี่ยวงศกรเอง ไม่อยากให้สินธรเข้ามายุ่งอีก สินธรไม่เห็นด้วย คุยกัน
บริเวณป่าห่างจากจุดปะทะกันออกมาไกลพอสมควร ในเวลานี้มันได้กลายเป็นสนามไล่ล่าของพวกตนุภัทรกับพวกเสี่ยวงศกรไปแล้วเมื่อขึ้นรถหลบหนีออกมาได้แบบไม่ทิ้งฝุ่น พวกเสี่ยวงศกรยังนึกกระหยิ่มใจว่าปลอดภัยแล้วแน่ๆใครจะรู้ ยังไปไม่ถึงไหน พลันมีคนสาดกระสุนใส่รถไม่ยั้ง เป็นเหตุให้รถเป๋ไปเป๋มาทันที“รีบลงจากรถ!!” เส
ฝ่ายวงศกรไม่สงสัยอะไร เขายิ้มน้อยๆ ถามสินธร “ไหนล่ะ สัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดิน”พ่อเลี้ยงวัยกลางคนจ้องเสี่ยชั่วอย่างชิงชัง ก่อนหันไปพยักหน้าให้ชาติชาย“ของอยู่นี่”ทุกคนหันไปมองชาติชายที่ชูสัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดินขึ้นเป็นตาเดียว แม้จะยืนห่างกันนับสิบก้าว แต่ฝ่ายเสี่ยใหญ่ก็เห็นว่าหัวกระดาษสองชุดนั่น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปอีกกี่ชั่วโมง สองสาวรู้แค่ว่ายิ่งอยู่ในห้องนี้นานเท่าไร พวกเธอยิ่งเครียดและอ่อนเพลียมากเท่านั้นในตอนที่เกือบจะเผลอหลับไปอีกรอบนี่เอง ประตูห้องพลันถูกเปิดออกโดยผู้ชายตัวใหญ่คนหนึ่ง ชญานินจำได้ทันทีว่ามันเป็นคนที่ตบเธอจนล้มหัวโขลกขาเตียง มันแสยะยิ้มขณะเดินมาหาพวกเธอ สายตาจ้องไปที่







