LOGINเจอกระสุนเฉียดหูไป วายุรู้เลยว่าอยู่ต่อก็ไม่ได้อะไร เขาจึงถลึงตาตวาดบอกคนยิงใส่ว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ!” แล้วหมุนตัวเดินกลับมาขึ้นรถทันที ฝ่ายลูกน้องรีบพยุงกันเดินตาม แต่เดินยังไม่ถึงรถ เสียงเย็นชาก็ดังไล่หลังมา
“อย่าฝากไว้นานนะ เดี๋ยวจะขึ้นสนิม”
“...!”
คล้อยหลังพวกวายุจากไป ชญานินพลันได้สติ รีบสะบัดตัวหนีออกจากอ้อมกอดของคนหน้าเข้มที่แล่นออกไปให้แน่ใจว่าจะไม่ย้อนมาอีก เขาก้มมองเธอเล็กน้อย ก่อนคลายแขนออกให้
“ไม่อยากจะจับนักหรอก”
ชญานินแค่นยิ้มลูบแขนตัวเองป้อยๆ
ไม่อยากจับ?
แต่จับซะแขนเธอเป็นจ้ำเลยนะ!
ท่าทางของเธอทำให้พิชานันท์เข้ามาถามเสียงร้อนรน “เจ็บเหรอ!”
“นิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอก”
พิชานันท์ยังคงกวาดตามองจนแน่ใจว่าเพื่อนไม่เป็นไรจริงๆ จึงหันไปพูดกับคนมาช่วยพวกตนเอาไว้ “ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ถ้าพ่อเลี้ยงไม่ได้ผ่านมาช่วยไว้ พวกเราคงแย่แน่ๆ เลย”
ชายหนุ่มพยักหน้าบอก “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
“เกือบเหมือนกันค่ะ” เธอยิ้มแห้ง ก่อนจะหันมาแนะนำให้เพื่อนรู้ว่าเขาเป็นใคร “นินสงสัยแย่แล้วใช่ไหม นี่คือพ่อเลี้ยงเตชทัต เจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดของไทยเลยนะ” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับพ่อเลี้ยงหนุ่ม “นี่เพื่อนของขิงเองค่ะ ชื่อชญานิน”
ชญานินยกมือไหว้เขาตามมารยาท ถือว่าขอบคุณที่เขามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์เมื่อครู่ด้วย ไหว้เสร็จก็เมินหน้าหนีทันที
พ่อเลี้ยงหนุ่มยกมือรับไหว้คนทำเหมือนไม่อยากพูดกับเขาแล้วบอกกับพิชานันท์อย่างไม่สนใจเธอเช่นกัน “ไปขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวจะตามไปส่งที่ไร่”
“ไม่เป็นไรค่ะ” พิชานันท์รีบโบกมือบอก “เมื่อกี้ขิงบอกให้น้าชาติออกมาแล้ว เดี๋ยวแกมารับค่ะ”
“น่าจะมาแล้วนะ” เตชทัตบอกพลางชี้ไปยังรถที่กำลังแล่นมาทางด้านหลังพวกเธอ เขาจำรถของหัวหน้าคนงานไร่รุ่งรวินท์ได้ดี พอแน่ใจว่าคนที่มาเป็นใคร เขาจึงพยักหน้าให้พิชานันท์แล้วหมุนตัวเดินมาขึ้นรถ ขับออกมาจากตรงนั้น
“เฮ้อ! โชคดีที่พ่อเลี้ยงเตผ่านมาช่วยทันพอดี ไม่งั้นไอ้วายุมันหิ้วเราขึ้นรถไปด้วยแน่”
ชญานินเอ่ยแย้งอยู่ในใจ
ก็ช่วยทันแหละ แต่เขาไม่สนตัวประกันสักนิด ยิงเฉี่ยวหัวเธอไปเลยนะ!
พอชาติชายพาคนงานที่ไร่มาถึงก็ปรี่เข้ามาจับพิชานันท์หมุนดูว่าบาดเจ็บตรงไหนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะ! ไหนครับ คนที่มาดักรอมันอยู่ไหน! มันอยู่ที่ไหนครับคุณหนู!”
พิชานันท์ได้แต่ยิ้มปลอบ “น้าชาติใจเย็นก่อน ขิงกับนินไม่เป็นไร พวกมันไปกันหมดแล้ว”
“ดีแล้วครับ ดีแล้ว” ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่ชาติชายยังคงมีสีหน้าไม่สู้ดี พยักพเยิดบอกพวกเธอ “ไปครับ มีอะไรไปคุยกันที่ไร่ เดี๋ยวพวกมันจะย้อนกลับมาอีก”
สองสาวมองตาอย่างรู้กันว่าในวันนี้วายุคงไม่ย้อนกลับมาแล้ว...
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น
พวกชาติชายพาพิชานันท์กับชญานินกลับมาถึงไร่รุ่งรวินท์อย่างปลอดภัย
ชญานินก้าวลงจากรถที่แล่นเข้ามาจอดลงหน้าบ้านสองชั้นสีฟ้าตัดขาว หญิงสาวมองรอบๆ อย่างพอใจ มันเป็นบ้านกลางไร่ชาที่ล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม เยื้องออกไปด้านข้างยังมีบ้านเล็กไว้รับรองแขกที่มาเยี่ยมเยือนด้วย เดิมทีเธอควรพักที่บ้านนั้น แต่พิชานันท์ให้มาพักด้วยกันบนบ้านใหญ่นี้
“เข้าบ้านกัน” พิชานันท์ควงแขนเรียวเดินขึ้นบ้าน โดยมีชาติชายตามหลังมาติดๆ
หัวหน้าคนงานรอให้สองสาวพักดื่มน้ำครู่หนึ่ง จึงเอ่ยถามเรื่องที่เกิดขึ้นโดยละเอียด พอรู้ว่าใครมาช่วยพวกเธอเอาไว้ และพวกวายุจากไปยังไง เขาก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ บอกคนอย่างวายุต้องเจอคนอย่างพ่อเลี้ยงเตชทัตนี่ละ จากนั้นเขาก็ให้สองสาวไปพัก ตัวเองออกมาจัดการเรื่องต่างๆ ในไร่ต่ออย่างหมดห่วง
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องตามลำพัง ชญานินถึงนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้รายงานตัวกับมารดา เธอจึงรีบหยิบโทรศัพท์มากดต่อสายทันที รออยู่ครู่หนึ่ง คนปลายสายก็กดรับ
(“ถึงแล้วหรือลูก ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมจ๊ะ”)
หญิงสาวนิ่งไปนิด เมื่อนึกถึงเรื่องที่เจอมา แต่สุดท้ายก็เลือกโกหกให้แม่สบายใจ “ไม่มีค่ะ นินถึงบ้านขิงหอมแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี ฝากบอกคุณพ่อกับพี่วินด้วยนะคะ”
(“จ้า เที่ยวให้สนุกนะลูก แต่อย่าซนนักละ ไม่ต้องห่วงทางนี้ แม่จะจัดการให้เอง”)
“ขอบคุณค่ะแม่ นินบอกแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะจัดของแล้ว เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่นะคะ”
(“โอเคจ้ะ ขอให้พระคุ้มครองลูกแม่นะจ๊ะ”)
“ขอให้พระคุ้มครองแม่เหมือนกันนะคะ” เธอส่งคำอวยพรคืนแล้วค่อยกดวางสาย คิดไปคิดมาก็ยกมือขึ้นพนมร่ายคาถาในใจด้วย
ขอให้พรจากแม่หนุนนำ อย่าให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกเลย สาธุ!
มูเสร็จก็เปิดกระเป๋าเดินทาง จัดข้าวของเครื่องใช้ให้เข้าที่เข้าทางของมัน แล้วค่อยเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดสบายๆ ลงไปเดินเล่นในสวนดอกไม้หน้าบ้านอย่างผ่อนคลาย แต่เดินได้ไม่นาน คุณหนูของบ้านก็ออกมาตามตัว
“เข้าบ้านกันเถอะ กินของว่างวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างกัน”
“วันหลังก็ได้ ไม่ต้องรีบหรอก”
พิชานันท์ส่ายหน้า “ไม่ได้ๆ ต้องรีบไป เดี๋ยวพี่วินเปลี่ยนใจ ตามมาเอานินกลับไปก่อน”
“นี่แน่ะ! จะพูดเป็นลางทำไมเนี่ย” ชญานินตีแขนคนพูดเป็นลางไม่ดีเบาๆ อีกฝ่ายกลับเถียงตาใส่
“ก็พี่วินน่ะ เอาแน่เอานอนได้ที่ไหน วันดีคืนดีพี่วินอาจจะบุกมารับนินก็ได้”
“มาก็มา ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน”
“อื้อ!”
แล้วสองสาวก็เกี่ยวแขนกันเดินเข้าบ้าน ไม่สนใจอีกว่าเมวินจะบินตามมารับชญานินไหม ปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตาแล้วกัน
“แกทำบ้าอะไรลงไป รู้ตัวหรือเปล่า วายุ!” วงศกรตะโกนใส่หน้าลูกชายคนเดียวทันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาในบ้าน เขาเพิ่งทราบเรื่องที่มันไปดักฉุดลูกสาวสินธรจากคนสนิทเมื่อกี้นี้เอง
แทนที่จะสำนึก วายุกลับบอกพ่อด้วยสีหน้าเจ็บใจ “ผมแค่อยากช่วย มันเกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว แต่ไอ้พ่อเลี้ยงนั่นดันเข้ามาแส่ก่อน”
“พ่อเลี้ยง?”
“ก็ไอ้เตนั่นไง!”
วงศกรนิ่วหน้า “มันเข้ามาขวางแกงั้นเหรอ”
“ใช่! ผมเกือบจะได้ตัวนังสองคนนั้นมาแล้วเชียว”
“พ่อบอกแกแล้วใช่ไหม จะทำอะไรให้มาบอกก่อน อย่าวู่วามเด็ดขาด ทีนี้เราจะทำอะไรก็ยากแล้ว ต่อไปพวกมันคงระวังตัวมากขึ้น”
เบื้องหน้าที่หลายคนรู้ วงศกรคือเสี่ยเจ้าของรีสอร์ตหรูในจังหวัดนี้
ส่วนเบื้องหลัง เขาคือเจ้าพ่อธุรกิจค้าไม้เถื่อนและยาเสพติด!
ที่ดินติดภูเขาท้ายไร่รุ่งรวินท์นั่น วงศกรต้องการเอามาบุกเบิกใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงขนไม้และยาเสพติดข้ามชายแดน วันนี้วายุแล่นไปก่อเรื่องโต้งๆ อย่างนั้น การซื้อขายที่กับพวกมันคงยากขึ้นไปอีกแน่
วายุนึกตามแล้วหน้าเสียขึ้นมาทันที “ผมขอโทษ”
“เฮ้อ! จะไปไหนก็ไปเถอะ”
สุดท้ายเสี่ยวงศกรก็ปล่อยไปเหมือนเคย เพราะวายุเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก อยากได้อะไรพ่ออย่างเขาก็หาให้ตลอด เอาแต่ใจจนเคยตัว จะแก้ไขตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว
“เอายังไงต่อครับนาย” สุธีที่ยังยืนอยู่ไม่ไกลถามขึ้น หลังจากวายุเดินออกไปแล้ว
“ปล่อยเรื่องที่ดินท้ายไร่รุ่งรวินท์ไว้ เอาเรื่องส่งของให้ได้ก่อน”
“ไม่ต้องห่วงครับ ถึงยังไม่ได้ที่ดินตรงนั้นมา แต่เส้นทางที่วางไว้สามารถขนของได้สบาย ไม่มีใครรู้แน่”
วงศกรพยักหน้า ก่อนสั่งกำชับคนสนิทไปจัดการให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้พวกไร่เศรษฐกรมันระแคะระคายเด็ดขาด
เมื่อเมวินปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพียงรักษ์ก็ไม่พูดพร่ำให้มากความ บอกศิวาเพื่อนรักให้เปิดเผยความจริงซะ เธอจะไม่เสียเวลาหาผู้ชายมาเล่นละครตบตาผู้ใหญ่แล้ว!ทว่าความเป็นไปได้ที่ศิวาจะเปิดเผยตัวตนในตอนนี้คือครึ่งต่อครึ่งเพราะเขาหายเข้ากลีบเมฆไปหลายวันแล้วเวลาที่เหลือของเพียงรักษ์ลดน้อยลงทุกวันๆ เธอหวังว่าศิวาจะตัดสินใจบอกความจริงก่อนที่พวกพ่อๆ จะรู้เองรู้จากอะไรน่ะเหรอก็จากการล่าเหยื่อทุกเดือนๆ ของมันไงคิดไปคิดมา เพียงรักษ์ก็วางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงาน หญิงสาวพนมมือขึ้นพร้อมหลับตาพึมพำ “คุณแม่ขา หนูไม่อยากแต่งงานกับชีตาห์เลย คุณแม่บอกคุณป๋าให้ล้มเลิกความคิดนี้ด้วยสิคะ หนูสัญญาว่าจะหาผู้ชายที่ดีกว่าคุณป๋ามาเป็นสามี จะหาคนที่รักหนูมากกว่าคุณแม่มาดูแล ถ้าหาไม่ได้ หนูจะไม่ลงจากคานเด็ดขาด คุณแม่ช่วยหนูด้วยนะคะ”ส่งคำขอถึงแม่ที่จากไปแล้ว เธอก็นั่งถอนใจอยู่คนเดียวในห้องทำงานเล็กๆ ของตน ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องทำงานกว้างขวางของบิดา เพียงรักษ์เข้าทำงานในบริษัทที่ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศของบิดามาได
4เป็นแฟนฉันเถอะคนตั้งใจเดินมาทักยืนกะพริบตาปริบๆ หลังโดนคนหล่อตวาดใส่หน้าด้วยคำพูดประโยคเด็ดที่แท้เขาก็ไม่ชอบผู้หญิง!พวกเธอสามารถพิสูจน์ว่าเมวินคนหล่อเป็นเพื่อนในป่าเดียวกับศิวาโดยไม่ทันได้ทำอะไรเลยเพียงรักษ์กับศิวามองกันไปมองกันมาอยู่นาน เมวินก็ไม่มีท่าทีว่าจะเงยหน้ามาสนใจกัน เพียงรักษ์ยังอึ้งจนพูดไม่ออก ได้แต่สะกิดให้ศิวาทำอะไรสักอย่าง จะอยู่ต่อหรือจะกลับโต๊ะก็เลือกเอา เก้งหนุ่มเลยขยับเข้าไปทักอีกฝ่ายอีกครั้ง“สวัสดีครับคุณเมวิน”คนถูกทักถอนหายใจแรงๆ บอกอาการสิ้นสุดความอดทนของเขาเป็นอย่างดี หากพอเงยหน้าหล่อที่มีไรหนวดขึ้นบางๆ ขึ้นมอง เขาก็ต้องขมวดคิ้วแบบนึกไม่ถึง “พวกคุณ...”ศิวายิ้มแห้ง ออกตัวไว้ก่อน “พอดีเห็นคุณเมวินนั่งอยู่คนเดียว เราสองคนเลยคิดว่าน่าจะเข้ามาทักสักหน่อย ไม่คิดว่าจะได้ยินความลับของคุณเข้า”“ความลับ?”“ที่คุณเมวินบอกว่าไม่ชอบผู้ชายไงครับ”“...” เมวินได้ยินแล้วอึ้งไป ยิ่งเหลือบเห็นดวงต
“งั้นก็ลดสายตาลงหน่อยสิยะ ไม่ต้องหาในนี้ก็ได้ ห้างที่หล่อนเดินตรวจอยู่ทุกวันน่ะ ไฮโซหล่อรวยเดินกันควัก หล่อนก็รู้จักตั้งหลายคน จิ้มๆ เลือกเอาสักคนเหอะ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ บางคนเขาไม่จริงจังเรื่องรักหรอก พาไปให้คุณป๋าเห็นหน้าสักครั้งสองครั้งแล้วเทเลย พวกนี้นะ มีผู้หญิงยาวกว่าหางว่าวอีก"“แล้วทำไมแกไม่หาผู้หญิงสวยๆ ไปหลอกพ่อบ้าง ทำไมต้องให้ฉันหาอยู่คนเดียว!” เพียงรักษ์แหวใส่อย่างหมดความอดทน เวลาสองเดือนที่ได้มา ถูกใช้ไปกับการหาผู้ชายมาเล่นเป็นแฟนมากกว่าครึ่ง แล้วพวกผู้ชายที่พอจะเข้าตาหน่อย ดันถูกใจศิวาหมด แววไม่รอดกรงวิวาห์ลอยมาแต่ไกลเลยเนี่ยคนทำไม่ได้ยิ้มแห้งให้เพื่อน “หล่อนก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้ แค่ชะนีอื่นที่ไม่ใช่หล่อนเข้าใกล้ ฉันก็ขนลุกแล้ว”“เฮ้อ! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราจบเห่แน่”“เอาน่า ไหนๆ ก็เลือกทางนี้แล้ว เราก็ต้องเดินไปให้ถึงปลายทาง ถ้าหาคนมาแกล้งเป็นแฟนไม่ได้จริงๆ ค่อยไปหาในแอปฯ หาคู่อะไรนั่น”“...”“ถามจริงๆ ทำไมเลือกนัก”“ก็ไม่ถูกใจอะ”
“แกคิดเหมือนฉันหรือเปล่า”“คิดอะไร”“ฉันว่าคนพวกนั้นต้องวางแผนจับตัวรัฐมนตรีคนนั้นแน่ๆ”“เด็กสามขวบยังมองออกเลย” ศิวาว่าพลางมองกลุ่มคนที่กำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ถูกคุมตัวออกไป แม้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปดูไปฟังใกล้ๆ เหมือนคุณหญิงคุณนายพวกนั้น แต่สายตาไม่เคยพลาดการเคลื่อนไหวทางนั้นเลย“แล้วแกคิดว่าคนที่กล้าวางแผนใช้งานบริษัทตัวเองเป็นกับดักแบบนี้ จะเอาคุณป๋าฉันอยู่มั้ย?”“หืม นี่หล่อนต้องการจะสื่อว่า?”เพียงรักษ์ละสายตาจากผู้ชายคนนั้นมามองศิวาตาเป็นประกาย “คุณเมวินต้องเอาคุณป๋าอยู่แน่ๆ”“โอ้!”“ทำไงดีๆ ฉันอยากทำข้อตกลงกับเขาอะ” เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นนายหมียักษ์กวนประสาทคนนั้น หากเขาสามารถทำให้คุณป๋าเชื่อได้ เธอก็ยินดีลบบัญชีแค้น!“แรง! บทจะเลือกได้ หล่อนก็เลือกของดีเลยนะชะนี”“บอกที ต้องทำยัง ฉันถึงจะได้เขามาอยู่ในกำมือ”ศิวาไม่ต้องคิดนานก็รู้ว่าค
นักข่าวสายไฮยีน่าไม่รอช้า รีบเข้ารุมล้อมตัวรัฐมนตรีอดิศรทันที เร็วจนการ์ดคนสนิทเข้าขวางไว้ไม่ทัน แสงแฟลชสาดใส่รัวพอๆ กับเสียงซักถาม นักข่าวทุกคนไม่คิดจะปล่อยให้ข่าวนี้หลุดมือ เพราะคนในภาพเป็นถึงรัฐมนตรีใหญ่ แต่กลับมีคลิปหลุดว่าทำผิดกฎหมายเสียเอง ข่าวใหญ่แบบนี้พวกเขาต้องเล่นให้เปรี้ยงข่าวด่วนและพาดหัวข่าวในช่วงดึกของวันต้องมีข่าวนี้ไปลง!“ไม่มีอะไรทั้งนั้น! เจ้าหน้าที่ปิดจอเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมฟ้องพวกคุณแน่! ฟ้องให้หมดเลย!” เสียงตวาดก้องดังมาจากคนที่ถูกล้อมเอาไว้ เขายังหันไปสบตาคนสนิทที่ยืนอยู่นอกวง ไม่นานฝ่ายนั้นก็ถอยห่างออกไป“ท่านคะ ท่าน!"“ชี้แจงด้วยค่ะท่าน!”นักข่าวยังร้องถามเสียงอื้ออึง เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังจะหลบออกไป แต่รัฐมนตรีใหญ่กลับไม่แม้แต่จะหยุดฝ่ากองทัพนักข่าวออกไป“จะรีบไปไหนล่ะครับท่าน”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนรัฐมนตรีเฒ่าจะก้าวเท้าไปถึงประตูห้องจัดงาน การ์ดที่กันนักข่าวอยู่รีบเข้ามาขวางผู้มาใหม่ไว้ ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะอยู่ในชุดบริกร แต่เขาไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังมีเพื่อนอีกหลายคนยืนอยู่ด้านหลัง“แกเป็นใคร!” นายอดิศรถามเสียงกร้าวทันที และเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของคนท
“สวัสดีครับคุณเมวิน”“...” ร่างสูงของคนคิดจะหลบออกไปสูดอากาศหลังเดินทักทายแขกเหรื่อจนเมื่อยขาถอนใจเบาๆ เมื่อมีคนมาทักอีกแล้ว เขากลับไปพร้อมรอยยิ้มบางแบบปั้นแต่ง พอเห็นว่าใครมาทักก็กลายเป็นยิ้มจริงใจทันที “คุณศิวาเองเหรอครับ”“ครับ ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกับคุณเมวินแล้ว”เมวินเอ่ยสีหน้าละมุน “ยังไงต้องขอบคุณที่มาร่วมงานของเรานะครับ”“ยินดีครับ งานดีๆ แบบนี้ผมจะพลาดได้ยังไง”“คุณนงลักษณ์ไม่มาด้วยเหรอครับ คืนนี้เราเอาของสวยๆ งามๆ ออกมาประมูลตั้งหลายชิ้น” เจ้าของงานถามหาเมื่อไม่เห็นมารดาของชายหนุ่มตรงหน้า ปกติแล้วรายนั้นแทบไม่พลาดงานแบบนี้“คุณแม่ไม่สะดวกครับ ผมเลยควงสาวน้อยคนนี้มาแทน” ว่าแล้วศิวาก็ดึงร่างเล็กของเพื่อนรักที่หลบอยู่ข้างหลังออกมาแนะนำกับหนุ่มหล่อตรงหน้า “นี่เพียงรักษ์ เพื่อนสนิทผมครับ”“...” เพียงรักษ์ เวลานี้เธอปั้นหน้าแทบไม่ถูก เมื่อถูกดึงออกมาจ๊ะเอ๋กับชายตรงหน้าดื้อๆ คิดไม่ถึงว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ตอนแรกเธอยังนึกไม่ออกว่าทำไมคุ้นหน้าเขา พอมาเจอจังๆ แบบนี้ถึงนึกออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนายหมียักษ์บนเครื่องบินนั่น!“นี่เพื่อนคุณศิวาเหรอครับ” เมวินถามเสียงนุ่ม สายตามองแก้มป
ในที่สุดดวงตากลมโตของพิชานันท์ก็ค่อยๆ เปิดขึ้น เมื่อหันมองรอบตัวอย่างมึนงงอยู่สักพักจนแน่ใจว่าตัวเองอยู่ในห้องสะอาดสะอ้านห้องหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในป่าอีกแล้ว ทำนบน้ำตาก็ไหลลงมาเป็นสาย ดีใจเหลือเกินที่รอดตายมาได้ในตอนนี้เอง ตนุภัทรเปิดประตูเข้ามาพอดี ตอนแรกเห็นเธอฟื้นแล้วเขาก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ แต่พอเห
ตอนที่เตชทัตพาชญานินเดินเข้าไปในห้อง หมอได้ตรวจอาการเบื้องต้นให้พิชานันท์เสร็จพอดี กำลังสรุปให้ตนุภัทรฟังอยู่ พอเห็นคนไข้อีกคนโผล่มา หมอก็ย้ำเรื่องที่ควรพาพวกเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วขอตัวกลับไปทำงานต่อชญานินไม่สนใจเรื่องอื่น ได้ยินหมอสรุปว่าพิชานันท์ไม่บาดเจ็บร้ายแรงถึงชีวิต มีแค
ค่ำคืนอันน่ากังวลผ่านไปอย่างเงียบงันพวกตนุภัทรจำได้ดีว่าคนร้ายจะเข้ามาตามหาคนในป่าอีกครั้งตอนเช้า จึงรีบลุกขึ้นมาเตรียมตัวออกจากป่าแต่เช้ามืด ตนุภัทรรับหน้าที่ดูแลพิชานันท์ด้วยตัวเอง ก็ปลุกอยู่นาน กว่าดวงตากลมโตจะค่อยๆ ปรือขึ้นมาพอเห็นว่าใครอยู่ใกล้ๆ พิชานันท์ก็ตกใจสะดุ้ง ก่อนจะครางแผ่วหน้าเหยเกร
หัวใจของคนที่เพิ่งปีนต้นไม้ขึ้นมาอยู่ข้างๆ พุ่มเถาวัลย์หนาถึงกับกระตุกแรง เมื่อมองไปเห็นพิชานันท์นอนฟุบตัวสะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้น เขากัดฟันกรอด ข่มความอยากพุ่งเข้าไปกอดเธอไว้ ก้มลงไปส่งสัญญาณบอกคนด้านล่างว่าเจอแล้ว ก่อนหันกลับมาเรียกเธอเสียงเบา“...ขิงหอม”เสียงร้องไห้ชะงักไปทันที ใบหน้าเล็กนั่นเงยข







