เข้าสู่ระบบหลังเพียงรักษ์กลับไปไม่นาน ห้องทำงานของเมวินก็ได้ต้อนรับแขกคนใหม่“พี่วินขา ว้า! นี่นินมาไม่ทันเหรอคะ”“หึ! คุณแม่ให้มาสืบข่าวล่ะสิ” เขาแค่นเสียงอย่างรู้ทัน“แหม ก็คนในบริษัทลือกันให้แซด คุณแม่เลยให้นินมาสืบๆ ดูหน่อย ตกลงพี่วินมีแฟนแล้วจริงๆ เหรอคะ ทำไมไม่พามาแนะนำให้พวกเรารู้จักบ้างเลย”เมวินมองน้องสาวตาขุ่น “พี่จะมีแฟนหรือไม่มีต้องบอกเราด้วยเรอะ ทีตอนเรามีแฟน ไม่เห็นจะบอกพี่สักคำ”แค้นฝังใจจริงๆ เลยชญานินคนมีชนักติดหลังแอบบ่นในใจ คร้านจะต่อปากต่อคำให้เข้าตัวอีก เลยมองหาคนของพี่ชายพลางถาม “ไหนคนล่ะคะ เธอกลับไปแล้วจริงๆ หรือพี่เอาไปซ่อนไว้ นินอยากเจออะ”“กลับไปแล้ว วันหลังค่อยมาทักทายแล้วกัน”“โธ่! อดเจอจริงๆ เหรอเนี่ย”“อือ ถ้าไม่มีธุระเรื่องงานก็ออกไปได้แล้ว พี่จะทำงานต่อ”“แหมๆ พอมีแฟนแล้วก็ไล่น้อง ไม่เอาใจเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ คอยดูเถอะ นินจะฟ้องคุณแม่”“เราก็มีพ่อเลี้ยงนั่นคอยเอาใจอยู่แล้วนี่”“ก็จริง” ชญานินว่ายิ้มๆ ก่อนถาม “ว่าแต่แฟนพี่วินอายุเท่าไหร่คะ นินเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง วันหลังจะได้เรียกถูก”“น่าจะเป็นรุ่นน้องนะ”“ตายแล้ว! นี่พี่วินกินเด็กเลยเหรอคะ”เมวินนึกถึงแฟนกำมะ
“มื้อเที่ยงนี้บอสจะออกไปทานข้างนอกหรือให้ลีโอแวะซื้อเข้ามาด้วยดีครับ” นับฟ้าแกล้งถามคนก้มหน้าก้มตาคุยข้อความกับใครบางคน แต่ในใจน่ะรู้แล้วว่าเจ้านายจะเลือกอย่างไหนเมวินคุยกับเพียงรักษ์เสร็จพอดี จึงตวัดสายตาใส่เลขาตัวดี “นายลงไปสั่งคนข้างล่างไว้ ช่วงเที่ยงจะมีคนมาหาฉัน ให้เธอขึ้นมาได้เลย”“เธอ? คนที่ส่งไลน์มาเหรอครับ”“พูดมาก ไปจัดการตามที่สั่งได้แล้ว”สั่งแล้วร่างสูงก็สาวเท้าเดินเข้าห้องทำงานไปเลยนับฟ้ายืนมองตามเจ้านายไปด้วยสายตายิ้มๆ ปกติเวลามีสาวมาหานี่ไม่เคยให้ขึ้นมาข้างบน คนนี้กลับสั่งการให้ขึ้นมาล่วงหน้าตั้ง...“สิบโมงเช้า?”เลขาหนุ่มดูเวลาแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ถึงกับให้เขาลงไปสั่งคนข้างล่างก่อนสองชั่วโมงอย่างนี้ อีกไม่นานพวกเขาคงจะมีนายหญิงแน่ๆก่อนเที่ยงเล็กน้อยหญิงสาวร่างเล็กในเดรสปาดไหล่ก้าวเข้ามาในตึกเคพีจีอย่างมั่นใจ แม้จะตัวเอียงหน่อยๆ เพราะแขนข้างซ้ายมีตะกร้าใส่อาหารใบใหญ่คล้องอยู่ พอมองเห็นพนักงานต้อนรับสาวใกล้ๆ ทางเข้าก็รีบเข้าไปหา“สวัสดีค่ะ มาพบคุณเมวินค่ะ”พนักงานสาวยิ้มถามทันที “คุณเพียงรักษ์ใช่มั้ยคะ”“ใช่ค่ะ”“เชิญที่ลิฟต์แก้วได้เลยค่ะ ชั้นบนสุดนะคะ”เพียงรักษ์ยิ้
ณ เรือนแม่หญิงในเวลาต่อมาเมวินมองดูคนตัวเล็กแก้มป่องที่กำลังเอร็ดอร่อยกับไอศกรีมถ้วยเล็ก ซึ่งเป็นของหวานล้างปากด้วยสายตาครุ่นคิดนับวันเขายิ่งรู้สึกว่าเพียงรักษ์ไม่เหมือนใคร เธอสร้างความแปลกใจให้เขาทุกครั้งที่เจอกัน คิดไม่ถึงว่าเธอจะเล่นหนักถึงขั้นเสนอให้เขาเล่นละครเป็นแฟนตบตาพ่อตัวเองทั้งที่ไม่รู้จักกันดี ไม่กลัวเขาจะหักหลังหรือฉวยโอกาสทำอะไรเลยหรือไร“มองหนูแบบนี้ กำลังคิดอะไรอยู่ล่ะคะ” เพียงรักษ์ละสายตาจากไอศกรีมมาเห็นเขามองตนเองนิ่งๆ จึงเลิกคิ้วถามเมวินถอนใจเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ว่าเราเรียกแทนตัวด้วยชื่อเล่นดีมั้ย เรียกหนูๆ แบบนี้ พี่รู้สึกว่าตัวเองแก่มากยังไงไม่รู้”“คิก!” เพียงรักษ์หลุดหัวเราะเบาๆ “ทำไมล่ะคะ คุณก็แก่กว่าจริงๆ นี่ กับคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ปกติฉันก็เรียกตัวเองว่าหนู ส่วนชื่อเล่นใช้กับแค่คนสนิท ก็เหมือนที่เคยบอกไปตอนเมมเบอร์ คุณอยากให้ฉันแทนตัวเองว่าอะไรดี เลิฟ ฮันนี่ รักษ์ เลือกเลยค่ะ”“...” เมวิน“ทำไมเงียบไปล่ะ รักษ์พูดอะไรผิดหรอ อ๋อ รู้ละ พี่วินยังไม่แก่ขนาดนั้นหรอกน่า เลิฟโอเคค่ะ สาวๆ ก็ชอบรุ่นนี้เยอะเลยนะ มาๆ เดี๋ยวฮันนี่จะ...”“พอแล้ว!” เมวินรีบตัดบทก่อ
เพียงรักษ์เห็นสายเขาก็รีบปล่อยมือ“เอามือถือมาสิคะ ฉันจะยิงเบอร์คุณเข้าเครื่องฉัน เราจะได้ติดต่อกันได้”เขาส่งมือถือให้เธอจัดการแต่โดยดี ตอนจะเมมชื่อเบอร์เธอกลับหันมากะพริบตาถามเขา“จะเมมชื่อเบอร์ฉันว่าอะไรดีคะ”“อะไรก็ได้”“อืม เพื่อนๆ ชอบเมมเบอร์ฉันว่าเลิฟ ที่รัก ฮันนี่ คุณเอาด้วยมั้ยคะ”แต่ละชื่อ...“เมมเป็นชื่อคุณนั่นแหละ เพียงรักษ์”“อ้อ แล้วฉันควรเมมเบอร์คุณว่าอะไรดี วิน พี่วิน พี่วินนี่ พี่วินนี่ก็เข้าท่าเลยนะคะ!”เมวินขึงตาใส่ ก่อนแย่งมือถือกลับมาแล้วลุกขึ้นบอกเสียงขรึม “ผมชื่อเมวิน ถ้าอยากให้พ่อคุณเชื่อว่าเราคบกันอยู่จริงๆ คุณควรเรียกผมว่าพี่วิน เบอร์โทรของผมก็ควรจะเมมชื่อไว้อย่างนั้น”“ได้ค่ะ” เธอพยักหน้ารับทันที “อย่างงั้นคุณก็เรียกฉันว่าน้องรักษ์แล้วกันนะคะ”“อือ ยังมีอะไรอีกมั้ย ผมมีธุระต่อ”“ไม่มีค่ะ เชิญได้เลยค่ะ ขอบพระคุณที่ยอมช่วยนะคะ”เมวินแค่นยิ้มให้คนยิ้มแป้นยกมือไหว้ขอบคุณเขา ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมช่วย แต่จะมากลับคำตอนนี้คงไม่ทันแล้วชายหนุ่มส่ายหน้ากับตัวเอง ก่อนจะพยักพเยิดบอกเธอว่าจะกลับแล้วเพียงรักษ์รีบยิ้มหวานเดินออกไปส่งเขาถึงหน้าร้าน พอร่างสูงเดินอ
เที่ยงวันต่อมาเพียงรักษ์นั่งจ้องคนมาส่งข่าวอยู่ในห้องทำงานภายในร้านอาหารของเธออย่างนึกไม่ถึงเมื่อกี้เขาบอกว่าอะไรเธอได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย?“ขอฟังอีกทีได้มั้ยคะ พ่อฉันทำอะไรนะ?”คนอารมณ์กรุ่นมาจากบริษัทเห็นท่าทางงุนงงของเธอแล้วถอนหายใจบอกเสียงขุ่น “คุณพ่อของคุณติดต่อมาหาผมเมื่อเช้า ผมต้องการคำอธิบาย ทำไมท่านถึงบอกว่าผมอ่อน!”เมวินไม่พอใจมากๆ เขาอยู่ของเขาดีๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ต่อว่าจากพายัพโดยไม่ทันตั้งตัวอีกฝ่ายหาว่าเขาอ่อน!เพียงรักษ์กะพริบตาบอกด้วยสีหน้าซื่อๆ “ฉันไม่รู้ค่ะ”“อย่ามาโกหก คุณไปบอกอะไรกับท่าน”“ไม่ได้บอกอะไรเลยค่ะ”พ่อเข้าใจไปเองทั้งนั้น“หึๆ แล้วใครบอกพ่อคุณว่าเราคบกันแบบเงียบๆ คุณทำบ้าอะไรลงไปเพียงรักษ์ ผมใช่เพื่อนเล่นของคุณเหรอ” เมวินต่อว่าอย่างเหลืออด สองพ่อลูกนี่คิดเองเออเองเก่งนัก คนพ่อพอได้พูดก็รัวใส่เขาไม่พักแล้วตัดสายไปเลย เขาพยายามโทรกลับเพื่อคุยให้รู้เรื่อง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับสาย เขาจึงต้องบุกมาเคลียร์กับลูกสาวอย่างนี้“ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องคุณกับคุณป๋าเลยนะคะ ท่านแค่เข้าใจผิด...”“ท่านคงไม่เข้าใจผิด ถ้าคุณไม่ทำให้ท่านเข้าใจผิด”เพียงรักษ์ส่ายหน้า “ฉันยังไม
หญิงสาวค่อยๆ อธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ร้านเรามัดใจลูกค้าด้วยรสชาติอาหารแบบไทยแท้และบริการที่เป็นเลิศค่ะ หากลูกค้าท่านใดไม่ต้องการมัน เราเองก็ไม่อาจบังคับให้ลูกค้าเข้ามารับบริการได้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เราเข้าไปคุยกันในห้องทำงานดิฉันดีมั้ยคะ ยืนคุยตรงนี้ดิฉันเกรงใจลูกค้าท่านอื่นที่กำลังลิ้มรสความเป็นเลิศของอาหารและบริการของร้านเราอยู่ค่ะ ถ้าคุณผู้หญิงยืนยันว่าพนักงานของเราผิดและจะให้ทางร้านรับผิดชอบเรื่องชุดที่เสียหายนะคะ”“แน่นอนว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว”“ได้ค่ะ” เพียงรักษ์ยิ้มเย็น ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้ง “คุณผู้หญิงยืนยันว่าพนักงานของเราผิดและต้องการให้ทางร้านรับผิดชอบเรื่องชุดที่เสียหายนะคะ”“ใช่สิ! จะย้ำอะไรมากมายนะ”“เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ดิฉันจะได้เรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยไงคะ”“กล้องวงจรปิด?”เมวินเห็นสองแม่ลูกยืนอึ้งก็แล้วยิ้มหยัน ดูเหมือนผู้ดีจะเจอดีเข้าแล้วแฮะ“ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ”พรรณวดีมองมือที่ผายเชิญให้ตามไปยังด้านในร้านของเพียงรักษ์แล้วบิดปากบอกเสียงเยาะ “นี่คงกลัวคนอื่นจะรู้ว่าร้านเธอบริการแย่สินะ ไม่เอาละ ฉันจะคุยตรงนี้ ให้คนอื่นร
คนของเตชทัตไม่ปล่อยให้ตนุภัทรสติหลุดนาน ดึงกลับมาหารือว่าจะเอายังไงต่อ จากข้อมูลที่ได้มาใหม่นี้ ตอนนี้พวกเขาสามารถจำกัดพื้นที่ค้นหาน้อยลงได้แล้ว ถ้าพิชานันท์ตกหน้าผาจริงๆ ก็เห็นจะต้องไปหาบริเวณด้านล่างผานั่นโชคดีคือป่าแห่งนี้ตนุภัทรเคยเข้ามาสำรวจตั้งแต่กลับจากเรียนต่อมาอยู่ไร่ใหม่ๆ เมื่อสองปีก่อน
พ่อเลี้ยงหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวร้องไห้เงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ค่อยถามต่อ “พวกคุณเตลิดขึ้นไปบนเขาด้วยกัน แล้วทำไมผมถึงเจอคุณนอนสลบอยู่ตรงนั้นคนเดียว ขิงหอมล่ะ”“ฉันไม่รู้” เธอส่ายหน้าจนน้ำตาไหลเป็นสาย “ตอนนั้นม้ามันตื่นเสียงปืน พาเราเตลิดหนีแยกกันไปคนละทาง ฉันตกจากหลังม้าระหว่างหนี แล้วสะดุดรากไม้จนกลิ้ง
พ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปมองชายป่าตรงนั้นหน้าเครียด ดูเหมือนจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นในพื้นที่ของเขาแล้วสิ เขาไม่อยากคิดอะไรอีก จึงตัดสินใจพาชญานินกลับไปด้วยกันก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันพอเตชทัตอุ้มคนขึ้นมาแล้วหมุนตัวกลับไปเห็นม้าตัวโปรด เขาพลันชะงัก ให้คนเจ็บขี่ม้ากลับไปกับเขาคงไม่ดีนัก แม้จะไม่มีอะไรหักงอให
การนั่งอยู่บนหลังม้าที่วิ่งห้อเพราะตื่นเสียงปืนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยชญานินกับพิชานันท์กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กอดคอม้าไว้แน่นๆ จนม้าของพิชานันท์วิ่งขึ้นเขา ส่วนม้าของชญานินวิ่งเรียบตีนเขาที่เป็นป่าโปร่ง เตลิดหนีกันไปคนละทาง พวกเธอทั้งตะโกนทั้งมองตามกันอย่างขวัญเสีย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้สถานการณ์นี้ยั







