Share

กลที่ 5

last update publish date: 2025-12-02 17:59:50

เวลาดึกสงัดคืนนั้น

ณ เพิงเล็กๆ บนต้นไม้ในป่าท้ายไร่เศรษฐกร

เตชทัตพาพวกตนุภัทรมาถึงไม่นาน เสียงผิวปากก็ดังมาจากข้างล่างสองครั้ง นี่เป็นสัญญานที่คนของเขาต้องส่งให้ก่อนจะขึ้นมา พอเขาผิวปากยาวๆ ตอบกลับไป ชายสี่คนก็ไต่บันไดขึ้นมาทันที ที่เพิงนี้ไม่มีไฟสว่าง อาศัยแสงจันทร์พอมองเห็นกันรางๆ คนมาใหม่หน้าตาดูธรรมดามาก แต่ฝีมือไม่ธรรมดาเลย รับหน้าที่จับตาดูเสี่ยวงศกรมาสักพักแล้ว

เมื่อมากันครบแล้ว เตชทัตจึงถามเข้าเรื่องอย่างไม่เสียเวลา “มีข่าวอะไรหรือเปล่า ช่วงนี้พวกมันเคลื่อนไหวบ้างไหม”

หนึ่งในสี่คนนั้นตอบทันที “ไม่มีเลยครับ เหมือนทางนั้นจะระวังตัวมากขึ้น อาจเริ่มสงสัยอะไร หรือไม่ก็กำลังจะทำงานใหญ่”

“อย่าประมาท จับตาดูไว้ให้ดี มันนิ่งมานานแล้ว คงจะเคลื่อนไหวเร็วๆ นี้แน่นอน” เขาสั่งกำชับ พอนึกถึงเรื่องในวันนี้จึงเสริมไปอีก “บางทีมันอาจจะยุ่งเรื่องที่ดินท้ายไร่รุ่งรวินท์ บ่ายนี้เกิดเรื่องไม่ค่อยดีกับคนของไร่นั้นด้วย”

คนบางคนได้ยินว่าเกิดเรื่องขึ้นกับคนของไร่รุ่งรวินท์ก็มุ่นคิ้วถามทันที

“เกิดเรื่องไม่ดีกับคนของไร่รุ่งรวินท์? เรื่องอะไรวะ”

เตชทัตปรายตามองน้องชายแวบหนึ่ง ก่อนบอก “ขิงหอมเกือบโดนวายุฉุดไปกลางทาง”

“อะไรนะ!”

“ไม่ต้องห่วง กูผ่านไปช่วยไว้ทันพอดี”

“อ้อ แล้วมันทำอะไรยายนั่นหรือเปล่า เป็นอะไรมากไหม” ตนุภัทรถามแบบเก็บสีหน้า

“น่าจะตกใจกลัวอยู่” ทั้งที่พูดถึงพิชานันท์ แต่เตชทัตกลับไม่ได้นึกถึงหน้าเธอเลย ดันนึกถึงหน้าหวานๆ ของผู้หญิงอีกคนที่ฝีมือไม่หวานเหมือนหน้าคนนั้น

“ไอ้เหี้ยนั่น!”

เตชทัตส่ายหน้ามองน้องชายที่หลุดสบถด่าออกมา เพราะรู้ว่ามันจะออกอาการแบบนี้ เขาจึงให้มันตามมาด้วย จะพูดให้จบทีเดียว คิดแล้วก็เอ่ยกับตนุภัทร “อีกไม่กี่วันลุงสินจะไปต่างประเทศ ไม่รู้ทางนั้นจะวางแผนดูแลไร่กันยังไง เดี๋ยวกูคงต้องเข้าไปคุยกับลุงสินสักหน่อย เผื่อให้แกยืมคนไปช่วยดูแล”

“เข้าท่านะ” ตนุภัทรพยักพเยิดบอก “แต่คนของเราจะพอเหรอ”

“กูเรียกขึ้นมาหมดแล้ว พรุ่งนี้เช้าอย่าลืมไปรับคนที่สนามบิน”

ประโยคหลังพ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปบอกพวกพยัคฆ์หมอบทั้งสี่คนที่ขึ้นมาทำงานให้ก่อน ส่วนคนอื่นๆ เพิ่งถูกเรียกตามมาตอนนี้

ในเมื่อยังไม่มีความคืบหน้า คืนนี้ก็คงไม่มีเรื่องให้ทำแล้ว เตชทัตโบกมือไล่ลูกน้อง “แยกย้ายกันไปพักเถอะ มีอะไรคืบหน้าให้รายงานเข้ามาทันที”

สี่คนนั้นค้อมหัวรับคำสั่งแล้วไต่บันไดหายลงไปกับความมืดอย่างรวดเร็ว

“โห ไปไวมาไวจริงๆ” ตนุภัทรเพิ่งจะห่อปากพูดขึ้น หางตาก็เห็นเตชทัตกับคนสนิทตามสี่คนนั้นลงไปติดๆ “อ้าว! รอกูด้วยสิ! ให้ตาย! แม่งเหมือนกันทั้งนายทั้งลูกน้อง!”

สามวันแล้วที่ชญานินมาพักอยู่ในไร่รุ่งรวินท์

ในที่สุดวันนี้เจ้าถิ่นก็พาเธอออกมาเที่ยวสักที โดยได้ชาติชายเป็นคนขับรถและคนดูแลความปลอดภัยให้เอง

จุดหมายแรกของพวกเธอคือวัดพระธาตุดอยตุง ปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย ภายในพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้ายหรือกระดูกไหปลาร้าของพระพุทธเจ้าเอาไว้

พิชานันท์ทำหน้าที่ไกด์พาเดินชมความเก่าแก่รอบๆ วัดเอง กว่าจะออกมาก็เกือบเที่ยงวัน พวกเธอตัดสินใจไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านดังริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นร้านของรุ่นพี่ที่พิชานันท์รู้จักด้วย บรรยากาศแบบล้านนาผสานความเป็นยุคสมัยใหม่ สร้างความพึงพอใจให้ชญานินไม่น้อย โต๊ะที่นั่งก็ติดแม่น้ำ รับลมเย็นๆ ได้เต็มที่เลย

เข้ามานั่งได้สักพัก เจ้าของร้านก็เดินออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง

“มาไม่บอกเลยนะ” ไตรภพยีผมนุ่มของพิชานันท์เบาๆ ก่อนจะทักทายชาติชายที่ถูกสองสาวบังคับให้มาร่วมโต๊ะด้วยอย่างคุ้นเคย แล้วนั่งลงข้างๆ เสียเลย

เมื่อเห็นรุ่นพี่มองชญานินอย่างสนใจ พิชานันท์จึงแนะนำยิ้มๆ “นี่เพื่อนขิงเองค่ะ ชื่อนิน พี่ไตรรู้จักไว้สิ มาคราวหน้าก็ให้ส่วนลดเยอะๆ เลย”

“ขอให้มาจริงๆ เถอะ” ไตรภพยิ้มแนะนำตัวกับชญานิน “ไตรภพครับ ยินดีที่ได้รู้จัก หิวก็แวะมาร้านพี่ได้ตลอดนะ”

ชญานินยิ้มรับ “ร้านบรรยากาศดีน่านั่งแบบนี้ ถ้ามีโอกาส ต้องมาอีกแน่นอนค่ะ”

“ร้านเราบรรยากาศเป็นแบบล้านนาประยุกต์ครับ เน้นให้ลูกค้าได้สัมผัสกับธรรมชาติของที่นี่” พูดถึงตรงนี้ พนักงานก็เดินมารับรายการอาหาร เขาจึงไม่อยู่กวนพวกเธออีก “สั่งตามสบายเลยนะ พี่ไม่กวนแล้ว”

พิชานันท์เห็นไตรภพลุกขึ้นก็ทำหน้างอถาม “อะไรกัน จะไปแล้วเหรอคะ ไม่นั่งคุยกับขิงก่อนล่ะ”

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวมีข่าวหลุดไปละยุ่งเลย”

“ข่าวหลุดอะไรคะ?”

“ช่างเถอะ พอดีพี่ต้องไปดูโต๊ะอื่นด้วย ไปก่อนนะ” ไตรภพตัดบทยิ้มๆ ไม่รู้อะไรก็เชิญไม่รู้ต่อไปเถอะ ชายหนุ่มคิดอย่างระอาใจ ก่อนหันไปยิ้มลาชญานินกับชาติชายง่ายๆ แล้วค่อยเดินหนีมา

“อะไรของเขา” พิชานันท์บ่นตามหลังรุ่นพี่งงๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะอยากรู้อีกเรื่องมากกว่า ร่างเล็กนั่งลงยิ้มถามชญานิน “เป็นไง รุ่นพี่เรา งานดีมะ?”

“นี่จะเชียร์รุ่นพี่ให้นินเหรอ” ชญานินเห็นสายตาคนถามแล้วพอจะเดาออกว่าคิดอะไรอยู่ จึงส่ายหน้าบอก “ไม่ต้องมาจับคู่ให้เลยค่ะ”

“ชิ! ถ้าได้พี่ไตรหรือพ่อเลี้ยงแถวนี้เป็นแฟนนะ วันหน้านินอาจจะได้ย้ายมาอยู่ทางนี้ เราก็จะได้เจอกันบ่อยๆ เลยไง”

“เรื่องแบบนี้มันบังคับกันได้ที่ไหน แล้ววันหน้าน่ะ ไม่มีหรอก แค่มาเที่ยวนี่ คุณชายที่บ้านยังวีนแตก”

นึกถึงพี่ชายขี้หวงของชญานิน พิชานันท์ก็ได้แต่หน้ามุ่ย อยากรู้จริงๆ ถ้าชญานินหาแฟนทางนี้ไปฝาก เมวินจะทำยังไง

คิดแล้วสาวตัวเล็กก็หัวเราะคิก พยักพเยิดบอกเพื่อน “ช่างเถอะๆ เราสั่งอาหารกันดีกว่า”

ชญานินตอบรับทันที “มีเมนูแนะนำอะไรบ้าง สั่งมาเลย หิวไส้จะขาดแล้วเนี่ย”

“งั้นเอาแกงอ่อม คอหมูย่าง น้ำพริก...”

หลังจากสั่งไปครู่ใหญ่ อาหารมากมายก็ถูกยกออกมาเสิร์ฟ คนที่รออยู่เห็นจำนวนอาหารทั้งหมดแล้วพากันกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ทั้งอยากกินและนึกหวั่นว่าจะจัดการพวกมันหมดหรือเปล่า

“สั่งมาเยอะแบบนี้จะไหวเหรอเรา”

“ไม่ต้องห่วง ถึงขิงหอมคนนี้จะตัวเล็ก แต่เรื่องกินถึงไหนถึงกัน!”

หลังใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารไปเกือบชั่วโมง พวกเธอจึงเดินทางไปยังพระตำหนักคอยตุง ที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวงต่อ

พอมาถึงพระตำหนักนี้ พิชานันท์ไม่ต้องทำหน้าที่ไกด์แล้ว เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการแนะนำว่าพระตำหนักที่ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้ เคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ หรือสมเด็จย่าของคนไทยมาก่อน ตามเชิงชายและขอบหน้าต่างของพระตำหนักแกะสลักแบบกาแลเป็นลวดลายต่างๆ เอาไว้อย่างสวยงามทีเดียว

พอเจ้าหน้าที่พาไปถึงระเบียงด้านหลัง พวกเธอก็เห็นทัศนียภาพของดอยตุงที่เต็มไปด้วยธรรมชาติงดงาม เดินจากส่วนนั้นมาด้านหน้าก็จะเป็นสวนแม่ฟ้าหลวง มีดอกไม้เมืองหนาวอยู่มากมาย ทั้งดอกซัลเวีย ดอกพิทูเนีย ดอกบีโกเนีย ดอกกุหลาบ และดอกลำโพง ยิ่งเป็นฤดูหนาวแบบนี้ พวกดอกไม้ต่างๆ ยิ่งเบ่งบานชูช่อสวยงามแข่งกัน

พิชานันท์เองถึงแม้จะอยู่ไม่ไกล แต่กลับไม่มีโอกาสได้ขึ้นมาเที่ยวเลย พอได้มาเห็นภาพดอกไม้ชูช่อออกดอกสวยแบบนี้ ก็อดนึกไม่ได้ ว่าถ้ามากับคนรักคงจะโรแมนติกน่าดู

พอคิดว่ามากับคนรัก ใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งก็โผล่มาในหัว เธอรีบสะบัดหน้าไล่ออกไปอย่างตกใจ

ชญานินเห็นเข้าก็ถามอย่างแปลกใจ “เป็นอะไร แมลงเหรอ แล้วทำไมหน้าแดงแบบนั้น โดนกัดเหรอ”

“เปล๊า!”

“เปล่าก็เปล่าสิ ปฏิเสธเสียงสูงแบบนี้ เธอมีพิรุธนะ”

“ไม่มีอะไรหรอกน่า แค่เผลอคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ” พิชานันท์ว่าพลางดึงเพื่อนไปขึ้นรถที่ชาติชายขับมาจอดรอ ทำเป็นถามเปลี่ยนเรื่องว่าอยากไปที่ไหนอีก

“นี่ก็บ่ายแก่เต็มที นินว่าเรากลับกันเลยดีกว่า ค่อยมาเที่ยวต่อกันวันหลังก็ได้ นินยังอยู่อีกหลายวันนะ”

เมื่อชญานินพูดมาเช่นนี้ พิชานันท์จึงไม่ได้หาที่เที่ยวต่อ บอกให้ชาติชายกลับไร่เลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 16

    หลังเพียงรักษ์กลับไปไม่นาน ห้องทำงานของเมวินก็ได้ต้อนรับแขกคนใหม่“พี่วินขา ว้า! นี่นินมาไม่ทันเหรอคะ”“หึ! คุณแม่ให้มาสืบข่าวล่ะสิ” เขาแค่นเสียงอย่างรู้ทัน“แหม ก็คนในบริษัทลือกันให้แซด คุณแม่เลยให้นินมาสืบๆ ดูหน่อย ตกลงพี่วินมีแฟนแล้วจริงๆ เหรอคะ ทำไมไม่พามาแนะนำให้พวกเรารู้จักบ้างเลย”เมวินมองน้องสาวตาขุ่น “พี่จะมีแฟนหรือไม่มีต้องบอกเราด้วยเรอะ ทีตอนเรามีแฟน ไม่เห็นจะบอกพี่สักคำ”แค้นฝังใจจริงๆ เลยชญานินคนมีชนักติดหลังแอบบ่นในใจ คร้านจะต่อปากต่อคำให้เข้าตัวอีก เลยมองหาคนของพี่ชายพลางถาม “ไหนคนล่ะคะ เธอกลับไปแล้วจริงๆ หรือพี่เอาไปซ่อนไว้ นินอยากเจออะ”“กลับไปแล้ว วันหลังค่อยมาทักทายแล้วกัน”“โธ่! อดเจอจริงๆ เหรอเนี่ย”“อือ ถ้าไม่มีธุระเรื่องงานก็ออกไปได้แล้ว พี่จะทำงานต่อ”“แหมๆ พอมีแฟนแล้วก็ไล่น้อง ไม่เอาใจเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ คอยดูเถอะ นินจะฟ้องคุณแม่”“เราก็มีพ่อเลี้ยงนั่นคอยเอาใจอยู่แล้วนี่”“ก็จริง” ชญานินว่ายิ้มๆ ก่อนถาม “ว่าแต่แฟนพี่วินอายุเท่าไหร่คะ นินเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง วันหลังจะได้เรียกถูก”“น่าจะเป็นรุ่นน้องนะ”“ตายแล้ว! นี่พี่วินกินเด็กเลยเหรอคะ”เมวินนึกถึงแฟนกำมะ

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 15

    “มื้อเที่ยงนี้บอสจะออกไปทานข้างนอกหรือให้ลีโอแวะซื้อเข้ามาด้วยดีครับ” นับฟ้าแกล้งถามคนก้มหน้าก้มตาคุยข้อความกับใครบางคน แต่ในใจน่ะรู้แล้วว่าเจ้านายจะเลือกอย่างไหนเมวินคุยกับเพียงรักษ์เสร็จพอดี จึงตวัดสายตาใส่เลขาตัวดี “นายลงไปสั่งคนข้างล่างไว้ ช่วงเที่ยงจะมีคนมาหาฉัน ให้เธอขึ้นมาได้เลย”“เธอ? คนที่ส่งไลน์มาเหรอครับ”“พูดมาก ไปจัดการตามที่สั่งได้แล้ว”สั่งแล้วร่างสูงก็สาวเท้าเดินเข้าห้องทำงานไปเลยนับฟ้ายืนมองตามเจ้านายไปด้วยสายตายิ้มๆ ปกติเวลามีสาวมาหานี่ไม่เคยให้ขึ้นมาข้างบน คนนี้กลับสั่งการให้ขึ้นมาล่วงหน้าตั้ง...“สิบโมงเช้า?”เลขาหนุ่มดูเวลาแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ถึงกับให้เขาลงไปสั่งคนข้างล่างก่อนสองชั่วโมงอย่างนี้ อีกไม่นานพวกเขาคงจะมีนายหญิงแน่ๆก่อนเที่ยงเล็กน้อยหญิงสาวร่างเล็กในเดรสปาดไหล่ก้าวเข้ามาในตึกเคพีจีอย่างมั่นใจ แม้จะตัวเอียงหน่อยๆ เพราะแขนข้างซ้ายมีตะกร้าใส่อาหารใบใหญ่คล้องอยู่ พอมองเห็นพนักงานต้อนรับสาวใกล้ๆ ทางเข้าก็รีบเข้าไปหา“สวัสดีค่ะ มาพบคุณเมวินค่ะ”พนักงานสาวยิ้มถามทันที “คุณเพียงรักษ์ใช่มั้ยคะ”“ใช่ค่ะ”“เชิญที่ลิฟต์แก้วได้เลยค่ะ ชั้นบนสุดนะคะ”เพียงรักษ์ยิ้

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 14

    ณ เรือนแม่หญิงในเวลาต่อมาเมวินมองดูคนตัวเล็กแก้มป่องที่กำลังเอร็ดอร่อยกับไอศกรีมถ้วยเล็ก ซึ่งเป็นของหวานล้างปากด้วยสายตาครุ่นคิดนับวันเขายิ่งรู้สึกว่าเพียงรักษ์ไม่เหมือนใคร เธอสร้างความแปลกใจให้เขาทุกครั้งที่เจอกัน คิดไม่ถึงว่าเธอจะเล่นหนักถึงขั้นเสนอให้เขาเล่นละครเป็นแฟนตบตาพ่อตัวเองทั้งที่ไม่รู้จักกันดี ไม่กลัวเขาจะหักหลังหรือฉวยโอกาสทำอะไรเลยหรือไร“มองหนูแบบนี้ กำลังคิดอะไรอยู่ล่ะคะ” เพียงรักษ์ละสายตาจากไอศกรีมมาเห็นเขามองตนเองนิ่งๆ จึงเลิกคิ้วถามเมวินถอนใจเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ว่าเราเรียกแทนตัวด้วยชื่อเล่นดีมั้ย เรียกหนูๆ แบบนี้ พี่รู้สึกว่าตัวเองแก่มากยังไงไม่รู้”“คิก!” เพียงรักษ์หลุดหัวเราะเบาๆ “ทำไมล่ะคะ คุณก็แก่กว่าจริงๆ นี่ กับคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ปกติฉันก็เรียกตัวเองว่าหนู ส่วนชื่อเล่นใช้กับแค่คนสนิท ก็เหมือนที่เคยบอกไปตอนเมมเบอร์ คุณอยากให้ฉันแทนตัวเองว่าอะไรดี เลิฟ ฮันนี่ รักษ์ เลือกเลยค่ะ”“...” เมวิน“ทำไมเงียบไปล่ะ รักษ์พูดอะไรผิดหรอ อ๋อ รู้ละ พี่วินยังไม่แก่ขนาดนั้นหรอกน่า เลิฟโอเคค่ะ สาวๆ ก็ชอบรุ่นนี้เยอะเลยนะ มาๆ เดี๋ยวฮันนี่จะ...”“พอแล้ว!” เมวินรีบตัดบทก่อ

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 13

    เพียงรักษ์เห็นสายเขาก็รีบปล่อยมือ“เอามือถือมาสิคะ ฉันจะยิงเบอร์คุณเข้าเครื่องฉัน เราจะได้ติดต่อกันได้”เขาส่งมือถือให้เธอจัดการแต่โดยดี ตอนจะเมมชื่อเบอร์เธอกลับหันมากะพริบตาถามเขา“จะเมมชื่อเบอร์ฉันว่าอะไรดีคะ”“อะไรก็ได้”“อืม เพื่อนๆ ชอบเมมเบอร์ฉันว่าเลิฟ ที่รัก ฮันนี่ คุณเอาด้วยมั้ยคะ”แต่ละชื่อ...“เมมเป็นชื่อคุณนั่นแหละ เพียงรักษ์”“อ้อ แล้วฉันควรเมมเบอร์คุณว่าอะไรดี วิน พี่วิน พี่วินนี่ พี่วินนี่ก็เข้าท่าเลยนะคะ!”เมวินขึงตาใส่ ก่อนแย่งมือถือกลับมาแล้วลุกขึ้นบอกเสียงขรึม “ผมชื่อเมวิน ถ้าอยากให้พ่อคุณเชื่อว่าเราคบกันอยู่จริงๆ คุณควรเรียกผมว่าพี่วิน เบอร์โทรของผมก็ควรจะเมมชื่อไว้อย่างนั้น”“ได้ค่ะ” เธอพยักหน้ารับทันที “อย่างงั้นคุณก็เรียกฉันว่าน้องรักษ์แล้วกันนะคะ”“อือ ยังมีอะไรอีกมั้ย ผมมีธุระต่อ”“ไม่มีค่ะ เชิญได้เลยค่ะ ขอบพระคุณที่ยอมช่วยนะคะ”เมวินแค่นยิ้มให้คนยิ้มแป้นยกมือไหว้ขอบคุณเขา ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมช่วย แต่จะมากลับคำตอนนี้คงไม่ทันแล้วชายหนุ่มส่ายหน้ากับตัวเอง ก่อนจะพยักพเยิดบอกเธอว่าจะกลับแล้วเพียงรักษ์รีบยิ้มหวานเดินออกไปส่งเขาถึงหน้าร้าน พอร่างสูงเดินอ

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 12

    เที่ยงวันต่อมาเพียงรักษ์นั่งจ้องคนมาส่งข่าวอยู่ในห้องทำงานภายในร้านอาหารของเธออย่างนึกไม่ถึงเมื่อกี้เขาบอกว่าอะไรเธอได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย?“ขอฟังอีกทีได้มั้ยคะ พ่อฉันทำอะไรนะ?”คนอารมณ์กรุ่นมาจากบริษัทเห็นท่าทางงุนงงของเธอแล้วถอนหายใจบอกเสียงขุ่น “คุณพ่อของคุณติดต่อมาหาผมเมื่อเช้า ผมต้องการคำอธิบาย ทำไมท่านถึงบอกว่าผมอ่อน!”เมวินไม่พอใจมากๆ เขาอยู่ของเขาดีๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ต่อว่าจากพายัพโดยไม่ทันตั้งตัวอีกฝ่ายหาว่าเขาอ่อน!เพียงรักษ์กะพริบตาบอกด้วยสีหน้าซื่อๆ “ฉันไม่รู้ค่ะ”“อย่ามาโกหก คุณไปบอกอะไรกับท่าน”“ไม่ได้บอกอะไรเลยค่ะ”พ่อเข้าใจไปเองทั้งนั้น“หึๆ แล้วใครบอกพ่อคุณว่าเราคบกันแบบเงียบๆ คุณทำบ้าอะไรลงไปเพียงรักษ์ ผมใช่เพื่อนเล่นของคุณเหรอ” เมวินต่อว่าอย่างเหลืออด สองพ่อลูกนี่คิดเองเออเองเก่งนัก คนพ่อพอได้พูดก็รัวใส่เขาไม่พักแล้วตัดสายไปเลย เขาพยายามโทรกลับเพื่อคุยให้รู้เรื่อง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับสาย เขาจึงต้องบุกมาเคลียร์กับลูกสาวอย่างนี้“ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องคุณกับคุณป๋าเลยนะคะ ท่านแค่เข้าใจผิด...”“ท่านคงไม่เข้าใจผิด ถ้าคุณไม่ทำให้ท่านเข้าใจผิด”เพียงรักษ์ส่ายหน้า “ฉันยังไม

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 11

    หญิงสาวค่อยๆ อธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ร้านเรามัดใจลูกค้าด้วยรสชาติอาหารแบบไทยแท้และบริการที่เป็นเลิศค่ะ หากลูกค้าท่านใดไม่ต้องการมัน เราเองก็ไม่อาจบังคับให้ลูกค้าเข้ามารับบริการได้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เราเข้าไปคุยกันในห้องทำงานดิฉันดีมั้ยคะ ยืนคุยตรงนี้ดิฉันเกรงใจลูกค้าท่านอื่นที่กำลังลิ้มรสความเป็นเลิศของอาหารและบริการของร้านเราอยู่ค่ะ ถ้าคุณผู้หญิงยืนยันว่าพนักงานของเราผิดและจะให้ทางร้านรับผิดชอบเรื่องชุดที่เสียหายนะคะ”“แน่นอนว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว”“ได้ค่ะ” เพียงรักษ์ยิ้มเย็น ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้ง “คุณผู้หญิงยืนยันว่าพนักงานของเราผิดและต้องการให้ทางร้านรับผิดชอบเรื่องชุดที่เสียหายนะคะ”“ใช่สิ! จะย้ำอะไรมากมายนะ”“เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ดิฉันจะได้เรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยไงคะ”“กล้องวงจรปิด?”เมวินเห็นสองแม่ลูกยืนอึ้งก็แล้วยิ้มหยัน ดูเหมือนผู้ดีจะเจอดีเข้าแล้วแฮะ“ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ”พรรณวดีมองมือที่ผายเชิญให้ตามไปยังด้านในร้านของเพียงรักษ์แล้วบิดปากบอกเสียงเยาะ “นี่คงกลัวคนอื่นจะรู้ว่าร้านเธอบริการแย่สินะ ไม่เอาละ ฉันจะคุยตรงนี้ ให้คนอื่นร

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 53

    เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือ

  • กลรักเตชทัต    กลที่ 33

    สองวันต่อมาชญานินยังอยู่ที่ไร่รุ่งรวินท์ ไม่ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เลย เพราะเมวินอยากรอดูเรื่องคนร้ายที่หนีไปได้ก่อนวันนั้นหลังจากทำแผลถูกยิงถากๆ ที่หัวไหล่เสร็จ สินธรหารือกับเตชทัตอยู่นานหลายชั่วโมง ด้วยพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องการจัดการเสี่ยวงศกรเอง ไม่อยากให้สินธรเข้ามายุ่งอีก สินธรไม่เห็นด้วย คุยกัน

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 32

    บริเวณป่าห่างจากจุดปะทะกันออกมาไกลพอสมควร ในเวลานี้มันได้กลายเป็นสนามไล่ล่าของพวกตนุภัทรกับพวกเสี่ยวงศกรไปแล้วเมื่อขึ้นรถหลบหนีออกมาได้แบบไม่ทิ้งฝุ่น พวกเสี่ยวงศกรยังนึกกระหยิ่มใจว่าปลอดภัยแล้วแน่ๆใครจะรู้ ยังไปไม่ถึงไหน พลันมีคนสาดกระสุนใส่รถไม่ยั้ง เป็นเหตุให้รถเป๋ไปเป๋มาทันที“รีบลงจากรถ!!” เส

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 31

    ฝ่ายวงศกรไม่สงสัยอะไร เขายิ้มน้อยๆ ถามสินธร “ไหนล่ะ สัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดิน”พ่อเลี้ยงวัยกลางคนจ้องเสี่ยชั่วอย่างชิงชัง ก่อนหันไปพยักหน้าให้ชาติชาย“ของอยู่นี่”ทุกคนหันไปมองชาติชายที่ชูสัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดินขึ้นเป็นตาเดียว แม้จะยืนห่างกันนับสิบก้าว แต่ฝ่ายเสี่ยใหญ่ก็เห็นว่าหัวกระดาษสองชุดนั่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status