LOGIN“พี่จะทำยังไงดีปราง”
“ฉันก็ไม่รู้จะช่วยพี่ยังไง อยากแนะนำให้พี่เลิกยุ่งกับรันซะ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนไปมากกว่านี้”
“พี่เลิกยุ่งกับรันไม่ได้หรอก เพราะพี่รักเขา”
“แล้วแต่พี่เถอะนะ” มะปรางกรอกตาไปมา รำคาญคนตรงหน้าเหลือเกิน
“ปรางช่วยพี่หน่อยสิ” เขาหันไปขอร้องคนตรงหน้าอีกครั้ง
“ช่วยอะไร” มะปรางเลิกคิ้วขึ้นถาม
“ช่วยส่งจดหมายของพี่ให้รันหน่อย”
“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวโดนจับได้” เธอปฏิเสธหน้ายุ่ง
“พี่รู้ว่าปรางฉลาด ไม่โดนจับได้ง่ายๆ หรอก ปรางมีวิธีและปรางก็เป็นผู้หญิง ไม่มีใครสงสัยหรอก”
“ไม่รับปากนะพี่ว่าจะสำเร็จไหม” เธอแบ่งรับแบ่งสู้ เห็นเขาขอร้องก็ใจอ่อนยวบ
“พี่จะไปจากที่นี่สักพัก ไปหางานทำ”
“พี่จะทิ้งบ้านทิ้งงานที่นี่เหรอ” มะปรางเห็นหน้าเขาแล้วก็อดสงสารเสียไม่ได้
“งานที่นี่คือการปลูกพืชผักขาย พี่กลัวว่าบ้านจะโดนยึดและไม่ได้ทำมาหากินอีก พี่ว่าจะไปทำงานที่อื่น”
“พี่จะหนีเหรอ”
“ไม่หรอก แค่สักพักให้เรื่องเงียบ ค่อยกลับมาใหม่ พี่พอมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่ง ถ้ายังอยู่อาจจะโดนทวงหนี้หนัก เงินเก็บก้อนนั้นอาจจะไม่เหลือ” กันภัยพูดอย่างตัดสินใจ เขามีมือมีเท้า ไม่ยอมแพ้ต่ออะไรแน่นอน
“ได้ ฉันจะส่งจดหมายของพี่ให้รันเอง” มะปรางรับคำ ก่อนจะช่วยเขาเก็บข้าวของและเดินทางกลับบ้าน
หลังจากรับจดหมายของกันภัยมาแล้ว มะปรางก็มุ่งหน้าไปยังบ้านของรันนรินทร์ แต่ระหว่างทางเธอแอบอ่านจดหมายของกันภัย
มะปรางยิ้มร้าย เธอรักกันภัยมานานและรักเขาสุดหัวใจ อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณหนูแสนสวยอย่างรันนรินทร์จะทนลำบากกับกันภัยได้ไหม เธอมีวิธีทำให้คุณหนูคนสวยตกจากสวรรค์แล้วละ
“ปราง ดีใจจังเลยที่ได้เจอเธอ ฉันร้อนใจจะแย่” รันนรินทร์เห็นหน้ามะปรางก็ดีใจเหลือเกิน เธอถูกห้ามไม่ให้ไปหากันภัย ทำให้ไม่ได้เจอหน้าเขาหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เพราะไม่มีใครช่วยเธอให้ออกไปเจอกันภัยอย่างแน่นอนเนื่องจากบิดาสั่งห้ามเอาไว้ ไม่มีใครกล้าขัดได้ แต่เมื่อเห็นหน้ามะปรางก็มีความหวังว่าอย่างน้อยจะได้ติดต่อกับกันภัยได้บ้าง
“กว่าจะเข้ามาหาเธอได้ ถูกค้นตัวด้วยนะ ก็บอกว่ามาเยี่ยม” มะปรางพูดแล้วถอนใจอย่างโล่งอก ตอนแรกเธอคิดว่าจะไม่ได้เข้ามาหารันนรินทร์เสียแล้ว แต่เธอออดอ้อนนิดหน่อยก็ได้เข้ามาในบ้าน อาจเพราะลูกน้องของประจวบเห็นเธอเข้าก็ตาลุกตาวาว เธออุตส่าห์แต่งตัวสวยที่สุดเท่าที่เคยแต่ง โป๊หน่อยๆ วับๆ แวมๆ เข้ามายั่วพวกข้างนอก เพราะรู้ว่าประจวบกับรำเพยไม่อยู่บ้าน
“ขอบใจนะปราง” รันนรินทร์ย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ต่างจังหวัดก็ได้รู้จักมักจี่กับมะปราง อีกฝ่ายเป็นคนอัธยาศัยดีเธอจึงคบหาเป็นเพื่อน มะปรางทำให้เธอได้รู้จักกับกันภัย ช่วยเป็นแม่สื่อให้เธอกับกันภัยได้คบหากันเป็นแฟน
“นี่จดหมายของพี่กันจ้ะรัน” มะปรางยื่นจดหมายให้รันนรินทร์
อีกฝ่ายรับไปอ่านด้วยมืออันสั่นเทา เธอยอมรับว่ารักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน ชาตินี้คงไม่รักผู้ชายคนไหนอีกแล้ว
“พี่กันจะไปจากที่นี่เหรอ” รันนรินทร์เอ่ยถามอย่างตกใจ เพราะรู้ว่าสาเหตุมาจากบิดามารดาของเธอ
“ใช่จ้ะ พ่อแม่ของรันน่ะให้คนไปทำลายข้าวของที่ร้านของพี่กันจนหมด แถมยังจะทวงหนี้เอาทั้งหมดที่พี่กันติดอยู่อีก ฉันล่ะกลุ้มใจ พ่อแม่รันยังขู่จะฆ่าพี่กันด้วยนะ พี่กันเลยต้องหนีไป” มะปรางแกล้งพูดเกินจริง
“ตายแล้ว!”
“พี่กันมีเงินเก็บก็อยากไปทำงานหาเงินเพื่อจะได้มีค่าสินสอดมาสู่ขอเธอไงรัน”
“โธ่... พี่กัน” รันนรินทร์ครางเสียงโหย สงสารแฟนหนุ่มจับใจ ทำไมความรักของเธอกับเขาถึงได้มีอุปสรรคเช่นนี้นะ
“พี่กันน่าสงสารจริงๆ เพราะถ้ายังอยู่ โดนทวงหนี้แบบนี้พี่กันต้องเสียเงินเก็บให้พ่อแม่เธอหมดแน่นอน แล้วทีนี้จะยิ่งลำบาก ปลูกผักขายอย่างเดียวมันไม่พอกินหรอก มันต้องทำอย่างอื่นด้วย พ่อแม่เธอตัดโอกาสพี่กันเสียหมด จะขายอาหารตามสั่งก็ไม่มีลูกค้า”
“ทำไมถึงไม่มีลูกค้าล่ะปราง” คนถามขมวดคิ้วเข้าหากัน เธอเห็นว่ากันภัยขายอาหารตามสั่งรายได้ดีเขาเลยเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะเขาทำอาหารอร่อย
“พ่อแม่เธอสั่งห้ามน่ะสิ คนแถวนี้ไม่ได้รวย ส่วนใหญ่เป็นหนี้พ่อแม่เธอ ถ้าขืนไปอุดหนุนพี่กันก็โดนน่ะสิ พวกลูกหนี้น่ะไม่กล้าหือกับพ่อแม่เธอหรอก” เพราะประจวบมีลูกน้องมากมาย แต่ละคนโหดๆ ทั้งนั้น ใครจะกล้าหือ แถมยังมีพวกรับจ้างทวงหนี้ น่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไร จะทำเป็นไม่มีไม่หนีไม่จ่ายได้โดนหนักแน่ๆ เธอเองรู้เรื่องนี้ดีเพราะที่บ้านก็ติดหนี้พ่อแม่ของรันนรินทร์เหมือนกัน มีไม่มีก็ต้องหามาใช้หนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นในบ้านถูกยกเอาไปขัดดอกเสียหมด บ้านเธอติดหนี้มานาน จนตกทอดมาถึงเธอ ใช้ยังไงก็ไม่หมด เธอตัวคนเดียวเลยหาเช้ากินค่ำ ใช้หนี้ไปวันๆ
พี่ชายของรันนรินทร์นั้นนักเลงกร่างไปทั่ว ใครกล้าไปมีเรื่องด้วยศพไม่สวยแน่ๆ
“แย่จริงๆ เลย”
“ฉันได้ข่าวมาว่าลูกผู้ว่าเขาจะมาทาบทามสู่ขอเธอเหรอ” มะปรางพูดอย่างอิจฉา แต่ไม่แสดงออก เธออิจฉารันนรินทร์จับใจที่จะได้แต่งงานกับคนรวยๆ ฐานะดีแบบนั้น
เธอนี่แหละจะดึงรันนรินทร์ลงมาให้ต่ำตม เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายทนลำบากไม่ได้ เมื่อมีมลทินหนีตามผู้ชายไปแล้ว คนดีๆ ที่ไหนจะมาสู่ขอไปเป็นเมีย ถึงเวลานั้นเธอจะทำให้คนตรงหน้าเลิกกับกันภัยเอง มะปรางคิดแผนร้ายอยู่ในใจ
“ใช่”
“ฉันว่าพ่อกับแม่ของรันจะต้องบังคับให้รันแต่งงานจนได้แน่ๆ”
“ฉันจะทำยังไงดีล่ะปราง”
“หนีไปกับพี่กันสิ”
“ปราง!!!” รันนรินทร์ตกใจกับประโยคของมะปราง
“อย่าหาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะ พี่กันเป็นคนดี ใครอยู่ด้วยจะต้องมีความสุขแน่ๆ มีความสุขไปจนตายนั่นแหละ” ท้ายประโยคมะปรางเน้นอย่างริษยา รันนรินทร์เอาแต่ว้าวุ่นใจจึงไม่ทันได้สังเกต
“ฉันรู้ว่าพี่กันเป็นคนดี”
“หรือเธอรังเกียจพี่กัน คิดจะคบเขาแค่เล่นๆ”
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะปราง”
“หรือเธอกลัวลำบาก”
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นฉันคงตกลงใจแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว มีผู้ชายร่ำรวยมากกว่าพี่กันมาสู่ขอ ฉันยังไม่เอาเลย”
“แล้วทำไมล่ะ เธอรักพี่กัน ก็หนีไปอยู่กับเขาเลย” มะปรางถามกลับ อิจฉาที่ได้ยินแบบนั้น ทำไมเธอไม่เกิดมารวย มีผู้ชายหลายคนที่มีฐานะร่ำรวยมาสู่ขอเหมือนรันนรินทร์บ้างนะ
“ฉันกลัวพ่อกับแม่จะเสียใจ”
“ถ้าเธอไม่หนีไปกับพี่กันตอนนี้เธอเองนั่นแหละจะเสียใจ เพราะยังไงเธอก็ต้องแต่งงานกับผู้ชายคนที่พ่อแม่ของเธอหาให้”
“มันก็จริง” รันนรินทร์เริ่มเอนเอียงตามคำพูดของมะปราง
“อย่าหาว่าฉันยุเลยนะ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่สนับสนุนหรอก แต่นี่เป็นพี่กัน เขาเป็นคนดีใครๆ ก็รู้ พี่กันขยัน ต่อไปต้องสร้างเนื้อสร้างตัวได้แน่ๆ ถ้าคนไม่เอาไหนขี้เกียจ ฉันก็ไม่เชียร์รันหรอกนะ”
“แต่พ่อกับแม่...”
“พอมีลูกมีเต้าพาพี่กันกับลูกมากราบพ่อแม่ของเธอก็สิ้นเรื่อง ถึงเวลานั้นพ่อแม่ของเธอต้องเห็นแก่หลาน ต้องใจอ่อนแน่นอน แต่ถ้าเธอยังอยู่ นอกจากจะไม่ได้สมหวังกับพี่กันแล้ว เธอยังต้องแต่งงานกับคนอื่นอีกนะ”
“แต่ฉันจะออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ยังไงกันล่ะ”
“ไม่ยากหรอก ถ้าเธอตกลงปลงใจว่าจะไป ฉันจะช่วยเธอเอง”
“ปรางจะช่วยฉันจริงๆ เหรอ”
“จะช่วยจริงๆ รับรองว่าเธอหนีออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แน่นอน แต่ขอเวลาฉันคิดแผนการก่อนนะ”
“ขอบใจปรางจริงๆ นะที่จะช่วยฉัน”
...บทส่งท้าย...เสียงหัวเราะของพิมพ์อัปสรทำให้รันนรินทร์อมยิ้ม พ่อลูกตื่นกันตั้งแต่เช้า กันภัยตื่นมาอาบน้ำให้ลูกด้วยตัวเอง จับแต่งตัวก่อนจะลงมาใส่ผ้ากันเปื้อนทำอาหารเช้าให้เธอกับลูกคนชอบทำอาหารมีความสุขที่ได้ทำอาหารให้คนที่รักได้กินทุกวัน เขาไม่เคยเบื่อกับการเข้าครัวเลยสักครั้งเดียว“อร่อยจังเลยค่ะ” อาหารแปลกๆ ที่บิดาทำให้กิน ทำให้เด็กน้อยตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง“กินเสร็จแล้วไปแปรงฟันแล้วก็อย่าลืมหอมแก้มคุณแม่นะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปส่งที่โรงเรียน” กันภัยทำแบบนี้ทุกวัน เขาไปรับไปส่งลูก กลับมานอนด้วยกัน สอนการบ้าน ทำอาหารให้กินและเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนท้องของรันนรินทร์ค่อยๆ นูนขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกอายุครรภ์ที่มากขึ้น กันภัยสรรหาเมนูแปลกๆ มาทำให้เธอรับประทานเสมอ แปลกแต่อร่อยและทรงคุณค่าทางโภชนาการพ่อลูกขี้อ้อนเหมือนกันไม่มีผิด พอพิมพ์อัปสรรู้ว่าจะมีน้องตัวเล็กๆ ให้เลี้ยง ก็มาออดอ้อนมาลูบท้อง มานั่งเล่านิทาน โดยการอ่านนิทานง่ายๆ ให้น้องฟังกันภัยซื้อหนังสืออ่านเล่นให้ลูกหัดอ่าน จะได้เก่งภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เล่าๆ ไปพอเธอเผลอๆ ก็จะมาลูบท้องนูนๆ ของเธอ คุยกับน้องในท้องจ้อราวกับโต้ตอบกันได้ เธอ
“ได้สิครับ คุณพ่อจะทำเค้กช็อกโกแลตก้อนใหญ่ๆ ให้กินครับ” เขาทำมืออ้าออกว่าใหญ่ๆ เหมือนกัน“ขอบคุณค่ะ คิกๆ” เด็กน้อยโยกร่างน้อยไปมาบนพุงของบิดาอย่างมีความสุข“หนูพิมพ์อยากได้อะไรอีกไหมครับ”“ไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ” เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา“พ่อลูกมาอาบน้ำได้แล้วจ้ะ จะได้เข้านอน” เห็นอยู่ว่าเล่นกันจนเหงื่อโชก สองคนพ่อลูกหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็เล่นกันไม่หยุด เธอเห็นแล้วอมยิ้ม รันนรินทร์รู้สึกว่าชีวิตที่ขาดหายหรือเว้าแหว่งไป มันถูกเติมเต็มอีกครั้ง หลังจากกันภัยพาลูกน้อยไปอาบน้ำ สองพ่อลูกก็มาแต่งตัวพร้อมกัน เธอมองแล้วขำทุกที เหมือนเจอลูกลิงสองตัวอยู่ห้องเดียวกัน เช็ดตัวประแป้งช่วยกันสวมเสื้อผ้าแล้วมานอนบนเตียง ทาแป้งเสียหน้าขาววอกไปหมด ดูแล้วบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ กันภัยกับเธอนอนกับพิมพ์อัปสรทุกคืน มันรู้สึกอบอุ่นและถูกเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป จึงไม่อยากแยกห้องนอนกันเลย“หนูพิมพ์รักพ่อไหมครับ” กันภัยเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงกลาง“รักค่ะ แล้วคุณพ่อกันรักหนูพิมพ์ไหมคะ”“รักที่สุดในโลกเลยครับ” แรกๆ พิมพ์อัปสรไม่สนิทกับกันภัยขนาดนี้ แต่เพราะเขาเข้าหาบุตรสาวตลอดทุกวัน จึงกลายเป็นสนิทไปได้โด
“รัน!” เขาร้องเรียกหญิงสาว ก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกไปปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับร่างของกันภัยที่ทรุดฮวบลงไป“พี่กัน!” รันนรินทร์เรียกชายหนุ่มสุดเสียงด้วยความตกใจในขณะที่มะปรางแทบเสียสติ เธอวิ่งมาหาร่างเปื้อนเลือด ก่อนจะถีบรันนรินทร์จนกระเด็น“โอ๊ย!” รันนรินทร์ร้องเสียงดังด้วยความเจ็บ ก้นกระแทกพื้นเต็มแรง“รัน!” ดนัยเข้ามาประคองร่างของรันนรินทร์เอาไว้ มะปรางกอดร่างไม่ไหวติงของกันภัยก่อนจะร้องไห้โฮ “อย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันยิงแกสองคนแน่ๆ ในที่สุด ฉันกับพี่กันก็ได้อยู่ด้วยกัน พวกแกไสหัวไปซะ พวกแกไม่เกี่ยว อย่ามายุ่งกับเราสองคน” เธอเล็งปืนไปยังร่างของดนัยและรันนรินทร์ ในขณะที่กอดร่างไร้สติของกันภัยเอาไว้“ใจเย็นๆ ก่อน” ดนัยพยายามห้ามปราม หัวใจของเขาเต้นแรง ลมหายใจหอบแรงเพราะเคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น“พี่กันจ๋า... ปรางจะตามพี่กันไปนะ ไปอยู่ด้วยกัน” มะปรางจ่อปืนที่ใต้คางของตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอต้องการให้เขาอยู่กับเธอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีของเธอ เธอไม่ได้คิดจะทำร้ายเด็ก เพราะไม่อยากติดคุก แต่ไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอรักจะมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเธอแบบนี้“มะปรางอย่า!
บางครั้งกันภัยก็รู้สึกว่าชีวิตเขาเหมือนมีเวรมีกรรม เขามองหญิงสาวที่เติบโตด้วยกันอย่างอ่อนล้ามะปรางวิ่งลงมาหาเขาด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“พี่กันขา ชุดแต่งงานของปรางสวยไหมคะ”“ปราง หนูพิมพ์อยู่ไหน” เขาปลดมือของเธอออก มองเธอด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย“พี่กันน่ะ เรากำลังจะแต่งงานกัน พี่จะถามถึงคนอื่นทำไมกันคะ”“ปราง... พอเถอะ ที่ปรางทำเรื่องเลวร้ายทุกอย่างมาจนถึงตอนนี้ ปรางยังไม่สำนึกอีกหรือไง” “พี่กันขา... พี่กันควรจะแต่งตัวเสียใหม่นะคะ วันนี้ปรางให้นายอำเภอมาเป็นสักขีพยานการจดทะเบียนสมรสของเราด้วยนะคะ”“พอสักทีเถอะปราง พี่ถามว่าหนูพิมพ์อยู่ไหน!” เขาสลัดมือเธอออกจากการเกาะกุม ก่อนจะเขย่าร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” มะปรางหัวเราะเมื่อโดนผลักจนเซ“ไม่รู้สิคะ ปรางจำไม่ได้” เธอตอบอย่างยียวนกวนประสาท กันภัยเดินหาบุตรสาวจนทั่ว แต่เขาก็หาไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย“ปรางอย่าเล่นสงครามประสาทกับพี่นะ”“ถ้าปรางไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ได้ ปรางรักพี่กันมาทั้งชีวิต ทำไมพี่กันไม่รักปรางบ้าง ทำไมต้องไปรักแต่นังรันนรินทร์มันด้วย” เธอตะโกนใส่หน้าเขา น้ำเสียงเกลียดชังคนท
“เหรอคะ โล่งใจไปที ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือรันกำลังจะไปรับลูก ฝากดูแลแกด้วยนะคะ ถ้ามีคนแปลกหน้าไม่ว่าจะใครมารับ อย่าให้แกไปกับใครนะคะ”“ได้ค่ะ เราไม่ให้เด็กไปกับคนแปลกหน้าแน่นอนค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”“เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะคะคุณรัน” คุณครูสาวได้ยินเสียงเด็กๆ บอกว่างูตัวใหญ่อยู่ในสนาม จึงรีบวางโทรศัพท์และไปมุงดูในจังหวะนั้นมะปรางก็เข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่เธอหมายตาเอาไว้ หลังจากทำให้ทุกคนไปมุงดูงูตัวใหญ่ในสนามได้ ทุกคนแตกตื่นกันใหญ่ เลยไม่มีใครสนใจใครนอกจากสนใจ... งู“สวัสดีจ้ะหนูพิมพ์”“รู้จักหนูด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิคะ น้าเป็นเพื่อนของแม่รันกับลุงกันภัยจ้ะ”“เพื่อนเหรอคะ”“ใช่จ้ะ วันนี้แม่หนูเขาให้น้ามารับหนูแทนค่ะ พอดีน้าผ่านมาทางนี้พอดี” มุมนี้ปลอดตาคนเพราะพิมพ์อัปสรเล่นลูกบอล แล้วลูกบอลกลมๆ ก็หลุดมือทำให้ต้องวิ่งออกมาเก็บลูกบอลด้านนอก ไกลจากสนามเด็กเล่นพอสมควร“แต่คุณแม่บอกว่าไม่ให้ไปกับคนแปลกหน้าค่ะ” เด็กน้อยทำท่าคิดก่อนจะถอยหนี “ดีแล้วจ้ะที่แม่รันสอนแบบนี้ งั้นเรารอแม่รันด้วยกันดีกว่า โอเคไหม”“โอเคก็ได้ค่ะ” เด็กน้อยรับคำ มารดาสอนว่าห้ามเชื่อคนแปลกหน้า“กินขนมไหมจ๊ะ” มะปรางเอ่ยถามอย่างใจเย็
“หมูหวานของคุณลุง อุ๊ย! คุณพ่อบุญธรรมอร่อยจังเลยค่ะ”“เมื่อกี้พูดว่าไงนะ” รันนรินทร์หรี่ตามองบุตรสาวและสีหน้าเจ้าเล่ห์ของคนเป็นพ่อ“คุณพ่อบุญธรรมค่ะ ลุงกันให้เรียกแบบนั้น” คนถูกเรียกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนน่าหมั่นไส้“คุณแม่บอกว่าคอยดูพฤติกรรมก่อนไม่ใช่เหรอคะ” เธอทำเสียงเข้มดุ“คุณแม่ดุแล้วค่ะคุณพ่อบุญธรรมขา” เด็กน้อยหันไปฟ้อง จนรันนรินทร์ต้องค้อนสองพ่อลูก“อย่าดุลูกเลย ลูกอยากเรียกอะไรก็ให้เรียกเถอะ” คนเป็นพ่อให้ท้าย เธอค้อนให้อีกรอบ“พี่กันอย่าตามใจลูกมากสิคะ”“ไม่ได้ตามใจอะไรมากมายนะรัน แค่ให้เรียกว่า... พ่อเอง” ประโยคหลังเขาแอบกระซิบที่ริมหู“คุยอะไรกันคะ หนูพิมพ์ไม่ได้ยินเลย”“เรื่องของผู้ใหญ่จ้ะหนูพิมพ์” รันนรินทร์ปรามบุตรสาว อีกฝ่ายเลยทำหน้างอ “คุณพ่อบุญธรรมกับคุณแม่คุยกันว่าอนุญาตให้หนูพิมพ์เรียกว่าคุณพ่อแล้วครับ เรียกคุณพ่อเฉยๆ ก็พอไม่ต้องใส่บุญธรรมเข้าไปจะได้ไม่ยาว”“แน้...” เธอมองคนหน้ามึนแต่เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างแนบเนียนบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ แต่ลึกๆ เธอกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ความอ่อนหวานที่เกิดขึ้นในหัวใจทำให้เธอเผลอยิ้มเต็มใบหน้า“พี่อยากให้รันยิ้มแบบนี้บ่อยๆ ยิ้ม







