LOGINลลิลนิ่งไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกโล่งใจหลั่งไหลเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว จนแทบจะทำให้เธอหายใจไม่ออก
เหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ แล้วมีคนยื่นมือมาช่วย แต่เธอเป็นคนฉลาดและก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรในโลกที่ได้มาฟรี ๆ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า “แล้ว…เงื่อนไขของคุณอาล่ะคะ” การันต์ยิ้มบาง ๆ ถูกใจในคำถามของหญิงสาว“อารู้ว่าหนูฉลาด” เขาหยิบแฟ้มเอกสารวางบนโต๊ะ“อามีข้อเสนอหนึ่ง” ลลิลมองแฟ้มตรงหน้า แต่ยังไม่คิดเปิดมัน หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ “อาอยากให้หนูแต่งงานกับลูกชายของอา” คำพูดนั้นทำให้ลลิลชะงัก เธอกระพริบตาอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกไหม “แต่ง…งานเหรอคะ” “ใช่” "....." “มันจะเป็นการแต่งงานตามข้อตกลง”เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง“หนึ่งปี” ลลิลขมวดคิ้วเล็กน้อย ยิ่งไม่เข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ“หมายความว่ายังไงคะ” “ภายในหนึ่งปี หนูต้องมีลูกกับลูกชายของอา” คำพูดนั้นทำให้เธอชาวาบไปทั้งตัว เสียงดนตรีในร้านยังคงบรรเลง แต่สำหรับเธอเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ “หลังจากนั้น…” การันต์เอ่ยต่อ“ถ้าพวกหนูเข้ากันได้ดี อยากจะใช้ชีวิตคู่ต่อก็ได้ อาไม่ติด หรือจะหย่าก็แล้วแต่ อาก็ไม่บังคับ แต่ต้องหลังจากที่หนูมีหลานให้อาแล้ว” ลลิลยังคงเงียบ เธอก้มมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ในหัวมีเพียงตัวเลขหนี้สินมหาศาลที่ตามหลอกหลอนเธอทุกคืนวัน บ้านที่กำลังจะถูกยึด บริษัทของพ่อเธอถูกฟ้อง เจ้าหนี้โทรมาตามทวงทุกวัน เธอพยายามต่อสู้มาแล้วหลายเดือน แต่ทว่าความจริงก็คือ…เธอกำลังจะแพ้ “อาไม่ได้บังคับหนู” "....." “ถ้าหนูไม่อยากทำ อาก็เข้าใจ” คำพูดนั้นเหมือนเปิดทางให้เธอเลือก แต่ลลิลรู้ดีว่าเธอแทบไม่มีทางเลือกเลย หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้าขึ้นถาม “ลูกชายของคุณอา…เขารู้เรื่องนี้ไหมคะ” “เขารู้แค่เรื่องแต่งงาน” คำตอบนั้นทำให้เธอขมวดคิ้ว“แล้วเรื่อง…ลูกล่ะคะ” การันต์ส่ายหน้าทันที เขาอยากเก็บเรื่องนี้ไว้บอกลูกชายในวันแต่งงานของทั้งสองคนมากกว่า “เขายังไม่รู้” ลลิลตกใจเล็กน้อย“ทำไมคะ” “ลูกชายอาเป็นคนจริงจังกับงานมาก อาอยากให้เรื่องแต่งงานเริ่มต้นก่อน” เขามองเธออย่างขอร้อง“เรื่องเงื่อนไขมีลูก…อาอยากให้เป็นความลับไปก่อน รอจนหนูกับเขาแต่งงานกันแล้ว” “หมายความว่าห้ามบอกเขาเหรอคะ” “ก็ประมาณนั้น มันแค่เป็นหน้าที่ของหนู ที่จะทำยังไงก็ได้ ให้มีหลานให้อา” "....." “อาขอให้หนูสัญญา” หญิงสาวเงียบอีกครั้ง สถานการณ์นี้ดูแปลกประหลาดมากสำหรับเธอ ที่ยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน และใช้ชีวิตโสดมาเกือบทั้งชีวิต แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก และต้องมีลูกกับเขาภายในหนึ่งปี มันแทบจะเหมือนข้อตกลงทางธุรกิจมากกว่าการแต่งงาน แต่ทว่าในตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดคืออิสระจากหนี้สินพวกนั้น เธออยากใช้ชีวิตแบบผู้หญิงทั่วไป อยากมีรอยยิ้มเหมือนเมื่อก่อน อยากไปไหนก็ได้ โดยไม่ต้องทำงานงก ๆ เพื่อจ่ายหนี้ก้อนโตพวกนั้น รวมถึงไม่อยากอยู่คอนโดเล็กเท่ารูหนูอีกต่อไป “หนูมีคำถามค่ะ” “ถามมาได้เลย” “ลูกชายของคุณอา…เขารู้จักหนูไหมคะ” “พวกหนูไม่เคยเจอกัน ลูกชายของอาชอบอยู่กับกลุ่มเพื่อน แต่หลังจากเรียนจบ เพื่อนในกลุ่มเขาก็ทยอยแต่งงานไปกันหมด แทบไม่มีเวลาเจอหน้ากัน” คำตอบนั้นทำให้ลลิลโล่งใจโดยไม่รู้ตัว อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่การแต่งงานกับคนที่รู้จักกันมาก่อน “แล้วหนูจะได้เจอเขาเมื่อไหร่คะ” “พรุ่งนี้ช่วงเย็น เราจะนัดเจอเพื่อพูดคุยกัน” ลลิลพยักหน้าช้า ๆ เธอก้มมองแฟ้มเอกสารอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลง ถอนหายใจออกมา ชีวิตของเธอมาถึงทางแยกแล้ว ทางหนึ่งคือการจมอยู่กับหนี้สิน อีกทางคือการแต่งงานกับคนแปลกหน้า มันแทบเป็นหนทางที่ไม่น่าเลือกทั้งสองทาง แต่เธอกลับไม่ลังเลที่จะเลือกเลยแม้แต่น้อย “หนูตกลงค่ะ” การันต์มองเด็กสาวรุ่นลูกตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง“หนูแน่ใจนะ” “อย่างน้อย…มันก็ทำให้หนูหายใจได้บ้าง” คำตอบนั้นทำให้การันต์พยักหน้าช้า ๆ ถึงยังไงการให้คีรินแต่งงานกับผู้หญิงตรงหน้า ย่อมดีกว่าลูกชายของเขาอยู่เป็นโสดไปจนแก่ เพราะเขาแทบมองไม่เห็นหนทางที่ลูกชายคนเดียวจะชอบพอผู้หญิงคนไหนเลย “ขอบใจหนูมากนะ อาก็หวังว่าพวกหนูจะเข้ากันได้ดี มีหลานให้อาเยอะ ๆ” ลลิลยิ้มแห้งกับประโยคนั้น แค่คนเดียวเธอยังรู้สึกว่ายากเลย เพราะเธอกับเขาแทบไม่รู้จักอะไรกันเลยด้วยซ้ำ นอกจากเธอรู้แค่ว่าเขาเป็นลูกชายของเพื่อนสนิทพ่อก็แค่นั้น ไฟในห้องเพนต์เฮาส์ของคอนโดหรูใจกลางเมืองเปิดสว่างเพียงบางส่วน เงาของเมืองยามค่ำคืนสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ที่สูงจรดเพดาน คีรินเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบ ๆ เขาคลายเนกไทออกเล็กน้อย ก่อนจะวางกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์ ทั้งห้องกว้างขวาง ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และเงียบสงบเกินไป เงียบจนได้ยินเพียงเสียงแอร์ทำงานเบา ๆ ร่างสูงเดินไปหย่อนตัวลงบนโซฟา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ หน้าจอห้องแชตสว่างขึ้น สายตาคมกวาดผ่านรายชื่อแชต ก่อนจะหยุดที่กลุ่มเพื่อนสนิทของเขา กลุ่มไลน์ที่มีมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย มีสมาชิกมีทั้งหมดหกคน คือโซล ตะวัน คาเตอร์ ยีนส์ สกายและเขา เมื่อก่อนกลุ่มนี้คึกคักแทบทุกวัน แต่ทว่าหลังเรียนจบ ทุกคนต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง นาน ๆ จะนัดเจอกันครั้งหนึ่ง ยิ่งช่วงหลังแต่งงานกันหมดทุกคน การนัดเจอก็ยิ่งยาก เหลือเพียงแค่เขา ที่ยังครองตัวเป็นหนุ่มโสด คอยรับฟังปัญหาชีวิตคู่ของเพื่อนสนิท จนกลายเป็นไลฟ์โค้ชของเพื่อนไปโดยปริยาย คีรินมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ลงไป“กูจะแต่งงาน” ติ๊ง! ไม่ถึงห้าวินาที โทรศัพท์ก็เริ่มสั่นไม่หยุด สกาย: มึงเมาเหรอ โซล: ใครแฮ็กไลน์มัน ยีนส์: เดี๋ยวนะ กูอ่านผิดหรือเปล่า คาเตอร์: คีริน?? ตะวัน: มึงล้อเล่นใช่ไหม คีรินมองหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนเดาไว้แล้วว่าปฏิกิริยาของเพื่อนทุกคนจะออกมาแบบนี้ ข้อความเด้งขึ้นมาอีกครั้ง สกาย: มึงยังไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอวะ โซล: ใช่ กูไม่เคยเห็นมันคุยกับผู้หญิงสักคน ยีนส์: แล้วจะแต่งกับใครวะ คาเตอร์: อย่าบอกนะว่า...มึงทำผู้หญิงท้อง ตะวัน: เหี้ย!! มันเคยเอาผู้หญิงยัง ร่างสูงเผลอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป คีริน: พ่อกูหาให้ ทั้งกลุ่มเงียบไปประมาณสิบวินาที แล้วข้อความก็เด้งขึ้นมาอีกชุดใหญ่ โซล: คลุมถุงชนเหรอวะ สกาย: ยุคนี้ยังมีอีกเหรอ คาเตอร์: มึงโอเคไหมวะ ยีนส์: แล้วผู้หญิงเป็นใคร ตะวัน: สวยหรือเปล่าวะ คีรินมองคำถามทั้งหมด ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ทุกคำถามล้วนเป็นสิ่งที่เขาตอบไม่ได้ทั้งสิ้น คีริน: ไม่รู้ว่ะ คราวนี้เงียบไปนานเกือบนาที ก่อนข้อความของโซลจะโผล่ขึ้นมา โซล: เดี๋ยวนะ โซล: มึงไม่รู้ว่าแต่งกับใคร? คีริน: อืม สกาย: บ้าไปแล้ว ยีนส์: นี่มันยุคไหนแล้ววะ คาเตอร์: แล้วมึงตกลงได้ไงวะ ตะวัน: อย่างน้อยก็ต้องรู้ชื่อก่อนดิสัดพูดจบเขาก็ถูกฝ่ามือของเมียฟาดเข้าที่แผงอกของเขาทันที แต่ทว่าแทนที่จะรู้สึกเจ็บ เขากลับหัวเราะชอบใจ ในขณะที่เธอหน้าตาบูดบึ้งก่นด่าเขาออกมา "พี่มันคนหื่น พอให้เอาหน่อย ก็เอาไม่หยุด ราวกับคนเก็บกด" "หึ ก็เก็บกดจริง ๆ เพราะไม่ได้เอาเมียมาเกือบสองเดือน เลยอยากชดเชยเอาให้คุ้ม" "ถ้าพี่ทำอะไรลิลอีกนะ ลิลจะร้องให้คนในบ้านมาช่วย" คีรินหัวเราะออกมาเสียงดังทันที เขาชอบแกล้งเธอก็เพราะแบบนี้ หากวันไหนไม่ได้แกล้ง เขาจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป "พี่แค่พูดเล่นเอง...แต่ถ้าให้จริงก็เอา" ลลิลรีบหยัดตัวลุกขึ้น เธอเดินเข้าห้องน้ำและกดล็อคประตูกันคนหื่นตามเธอเข้ามา ถึงจะรู้ว่าเขาแค่แกล้ง แต่เธอก็ยังกลัวว่าตัวเองจะเผลอตามใจเขาเหมือนกัน หลังจากคารอสหลับสนิทในเปลห้องเลี้ยงเด็ก ทั้งสองคนก็มานั่งทานอาหารเช้ากับการันต์ที่โต๊ะอาหารเหมือนทุกวัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น ระหว่างที่กำลังทานเข้ากันอยู่นั้น การันต์ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา “วันนี้พ่อจะช่วยเลี้ยงคารอสให้เองนะ แกกับหนูลิลออกไปเดินเล่น เปิดหูเปิดตาบ้างเถอะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน พ่อกลัวว่าจะเครียด” คีรินที่นั่งทานข้าวต้มอยู่ หันมามอ
แล้วค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้น นั่งคร่อมท่อนลำของเขา มือเล็กจับแท่งเนื้อที่ร้อนผ่าว วางจ่อที่ร่องรักที่ชุ่มฉ่ำของตัวเอง ก่อนทรุดตัวลง ให้ร่องแคบกลืนกินท่อนลำของเขาจนลึกสุดโคน สวบ! “อ๊าสสส จุก” ลลิลครางแผ่ว นั่งนิ่งสักพักเพื่อให้ร่องรักของเธอปรับตัว จากนั้นเธอจึงเริ่มขย่มสะโพกขึ้นลงช้า ๆ ในจังหวะสม่ำเสมอ “อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ๊าสสส”เสียงหวานร้องครวญคราง ขณะที่สะโพกยังคงขยับไม่หยุด คีรินที่เห็นแบบนั้น ก็กลัวเธอจะเหนื่อยเกินไป เขาจึงจับสะโพกเธอไว้แน่น ช่วยยกและกดลงตามจังหวะ เพื่อเร่งให้เธอขย่มเร็วขึ้นเล็กน้อย หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงตอกอัด ไหล่บางสั่นไหวระริกด้วยความเสียวซ่าน ก่อนเธอจะก้มลงจูบเขาเป็นระยะ ขณะที่ร่องรักตอดรัดท่อนลำของเขาอย่างแนบแน่น “อื้อ~ ลิลจะเสร็จแล้ว อร้ายยย” ทั้งสองคนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างเล็กเกร็งกระตุกสุดแรง ร้องครางเสียงสั่น ร่องรักของเธอตอดรัดเขาแน่น น้ำสีใสไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่ม ด้านคีรินก็กดสะโพกเธอลง ปลดปล่อยน้ำรักขาวขุ่นพุ่งทะลักเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มของเธอ “อึก อ๊าสสส” หลังจากที่ปลดปล่อยรอบแรกออกมา คีรินก็กดจูบไปตามกรอบหน้าที่ชื้นเหงื่อของลลิลด้วยควา
ลลิลถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดคลอดด้วยความตื่นเต้นและความกังวลปนกัน เธอกำลังจะได้เห็นหน้าลูกชายคนแรก มีคีรินที่คอยยืนให้กำลังใจเธออยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ส่วนการันต์นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความตื่นเต้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความกังวลตลอดเวลา จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องแรกของทารกดังขึ้นในห้องผ่าตัด คีรินก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว อุแว้! อุแว้! “ลูกชายพ่อมาแล้ว” เขาพูดพลางกดจูบลงบนหน้าผากของลลิล ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ"ลิลเก่งมากเลยนะครับ" หลังจากนั้นลลิลก็ถูกส่งตัวไปนอนพักฟื้นอยู่ในห้องพิเศษระดับวีไอพี ที่คนเป็นปู่เป็นคนกำชับว่าต้องเป็นห้องนี้เท่านั้น เพราะอยากให้ลูกสะใภ้ได้นอนสบาย ข้างเตียงพักฟื้นตอนนี้ คีรินกำลังอุ้มลูกชายตัวเล็กที่พยาบาลเพิ่งเอาเข้ามาให้ในอ้อมแขนแกร่ง เด็กน้อยมีใบหน้าที่เหมือนเขามากจนน่าตกใจ และหากมองดูดี ๆ ก็คล้ายกับคนเป็นปู่ด้วยเหมือนกัน “ลูกเราหน้าตาเหมือนคุณพ่อเลยค่ะ” "ต้องเหมือนปู่อยู่แล้ว"การันต์ยืดอกพูดอย่างภูมิใจ ในขณะที่ลูกชายเอ่ยค้านทันที "เหมือนพี่ต่างหาก เหมือนพ่อแค่จมูกเท่านั้นแหละ" ลลิลส่ายหน้าและหลุดขำ กับความไม่
หลังจากที่คีรินเริ่มมีอาการแพ้ท้องแทนเมียอย่างหนัก เขาก็แทบไม่ได้ลุกจากเตียงเลย ร่างกายของเขาซีดเซียว รู้สึกเวียนหัว อยากจะอาเจียนตลอดเวลา จนแทบไม่มีแรงลุกขึ้น อาหารที่เคยชอบกลับทำให้เขาอาเจียนเกือบทุกมื้อ และลลิลกลายเป็นคนดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เธอนั่งอยู่ข้างเตียง ลูบศรีษะเขาเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ระหว่างนั้นแชทกลุ่มเพื่อนสนิทก็ระเบิดเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาไม่หยุด สกาย: 55555 ไอ้คีริน มึงแพ้ท้องแทนเมียจริงเหรอวะ คาเตอร์: กูหัวเราะจนน้ำตาไหลแล้วว่ะ ผัวแพ้ท้องแทนเมีย นี่มันหลงระดับไหนว่ะ ยีนส์: ไหนถ่ายหน้ามาให้กูดูสิ ว่าซีดขนาดไหน ตะวัน: 55555 กูส่งรูปมึงนอนฟุบกับหมอนไปให้เมียกูดูแล้ว เมียกูหัวเราะจนท้องแข็ง โซล: คงไม่ต้องถึงขั้นไปนอนโรงพยาบาลแบบกูนะ คีรินที่นอนฟุบอยู่บนเตียง อ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความโมโห มือกำโทรศัพท์แน่น แล้วหันไปฟ้องลลิลที่นั่งลูบหัวเขาอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบเด็กน้อย “เมียจ๋า ดูสิ เพื่อนพี่แกล้งพี่อีกแล้ว ลิลช่วยบอกพวกมันหน่อยสิ ว่าพี่ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” ลลิลหลุดขำออกมากับท่าทางนั้น“โธ่ เพื่อนพี่ก็แค่พูดแซวเองค่ะ แต่พี่ก็แพ้ท้องแทนลิลจริงนะคะ แล้ว
วันต่อมา ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงในตอนเช้า ร่างกายยังอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่ทว่าที่เธอรู้สึกแปลกใจคือเมื่อเดินเข้าห้องน้ำแล้วไม่พบอาการคลื่นไส้หรืออยากอาเจียนเหมือนทุกวัน “แปลกจัง”เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะยืนแปรงฟันหน้ากระจกในห้องน้ำ ทว่ายังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ คีรินก็เดินเข้ามาในห้องน้ำอย่างไม่อายสายตาเธอเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงเปลือยเปล่า แก่นกายของเขายังแข็งขืนตั้งลำตรง หัวบานแดงก่ำแวววาว หลอดเลือดปูดโปนชัดเจน เป็นเธอที่เคยเป็นฝ่ายชอบยั่วเย้าเขาแทบทุกครั้ง กลับชะงักไปทั้งตัว แปรงสีฟันในมือเกือบหลุด “พี่”เธออ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำทันที ก่อนเขาจะเดินตรงเข้ามา โอบกอดเธอจากด้านหลังทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ท่อนลำร้อนผ่าวที่แข็งเป็นลำเต็มที่เสียดสีกับก้นกลมกลึงของเธอผ่านเนื้อผ้าบางของชุดคลุมอาบน้ำ มือหนาข้างหนึ่งแยกสาบชุดคลุมของเธอออกอย่างรวดเร็ว แล้วบีบเคล้นเต้าอวบอิ่ม เขาวางคางเกยลงบนไหล่ขาวเนียนของเธอ จ้องมองภาพสะท้อนของเขาและเธอในกระจกด้วยสายตาหยาดเยิ้ม “พี่อยากเอาเมียอีกแล้ว” ลลิลรีบส่ายหน้าทันที ปากยังอมแปรงสีฟันอยู่ “อื้อ ขออาบน้ำแปรงฟันก่อนได้ไหมคะ”เธอพูดเสียงอู้อี้ แต่ทว่าคน
ลลิลดิ้นเร่าราวกับถูกไฟช็อต สะโพกกระตุกขึ้นลงตามจังหวะรัวลิ้นของเขา มือเล็กทั้งสองข้างจิกผ้าปูที่นอนแน่นจนผ้าเกือบขาด ปลายนิ้วเท้าจิกเกร็งอย่างแรง "อื้อ~ อ๊าสสส" ร่างสูงยังคงเร่งจังหวะ ดูดติ่งสีสดด้านบนอย่างแรง พร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปในร่องแคบตอดตุบของเธออย่างดุเดือด ลิ้นตวัดเลียวนภายในโพรงรัก กวาดเลียน้ำหวานสีใสของเธอไม่หยุด “อ๊าาสสส พี่จ๋า ลิลจะเสร็จแล้ว ยะ อย่าหยุด อ่ะ อ๊าสสส อื้อ~” ร่างเล็กเกร็งกระตุกสุดแรง ร่างกายทุกส่วนเดือดพล่าน อกอวบกระเพื่อมขึ้นลง ก่อนจะปลดปล่อยน้ำหวานสีใสเข้าปากของคนตัวสูงอย่างรุนแรง มีบางส่วนกระเด็นโดนใบหน้าหล่อเหลาของเขา "อร้ายยยยย" ลลิลร้องครางยาว น้ำตาไหลพรากจากความเสียวที่ท่วมท้น ทว่าร่างสูงยังคงกวาดน้ำหวานของเธอเข้าปากไปจนหมด ก่อนจะยกตัวขึ้น มองใบหน้าสวยหวานของเมียรัก ที่ลำตัวอ่อนยวบ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเสร็จสม หลังจากนั้น เขาก็หยัดตัวขึ้น จับเสื้อยืดถอดออกทางศรีษะ ตามด้วยกางเกงที่ถูกดึงตามออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนทิ้งลงไปกองกับพื้นห้อง เอ็นร้อนแข็งขืนเต็มลำดีดเด้งออกมา ปลายหัวบานแดงก่ำ มีน้ำเสียวผุดซึมออกมาตรงรูเล็ก จากความกระสันที่กำลังเดือด
คำตอบของเธอทำให้เขากำปากกาในมือแน่นขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าร่างเล็กกลับหลุดยิ้มออกมา เธอไม่ได้เกรงกลัวสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย"พี่จะพยายามทำเป็นเกลียดฉันไปทำไมคะ เหนื่อยเปล่า ๆ ค่ะ"".....""ไปทานข้าวดีกว่าค่ะ คุณอาอุตส่าห์จองร้านอาหารไว้ให้นะคะ"ปึก!ปากกาในมือถูกวางลง
หลังจากลองชุดแต่งงาน และคีรินเป็นคนเลือกชุดสุดท้ายที่เธอลองโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกระอักกระอ่วนจนต้องรีบกลับลลิลนั่งเงียบ สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถตลอดทาง จนกระทั่งรถจอดสนิทที่หน้าคอนโดของเธอ เสียงหวานถึงได้เอ่ยออกมา"ต่อให้พี่จะเกลียดหรือรังเกียจฉันสักแค่ไหน แต่ยังไงเร
วันต่อมาเวลาเก้าโมงตรง รถสปอร์ตสีดำจอดนิ่งอยู่หน้าคอนโดของลลิล ร่างสูงของคีรินนั่งอยู่หลังพวงมาลัย สายตามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองเขาเอนหลังพิงเบาะ รอด้วยท่าทางเรียบเฉย ทว่าผ่านไปห้านาที ทุกอย่างก็ยังคงเงียบ สิบนาทีแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววลลิลเดินออกมา คีรินเริ่มขมวดคิ้ว หงุดหงิดที่เธอเป็นคนไม่รักษา
“มึงมีทางเลือกลิล แต่มึงไม่เลือกตั้งแต่แรก”“ใช่...เพราะกูบอกมึงแล้วว่าเรื่องหนี้ พวกกูช่วยมึงได้ แต่มึงก็เลือกที่จะพึ่งพาตัวเอง”พายเอ่ยเห็นด้วยกับความคิดของมีนาทันที เรื่องหนี้สินของลลิล พวกเธอเองรู้มาตั้งแต่ต้นและยินดีที่จะช่วยเหลือเพื่อนทุกอย่าง เพื่อให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตนี้ไปให้ได้ แต่ทว่าลลิลที







