Accueil / รักโบราณ / กลิ่นพิษบุปผา / บทที่ 5 พบคนรักของคนที่ต้องแต่งด้วย

Partager

บทที่ 5 พบคนรักของคนที่ต้องแต่งด้วย

last update Date de publication: 2025-09-07 18:18:24

บทที่ 5 พบคนรักของคนที่ต้องแต่งด้วย

เสียงดนตรีอ่อนโยนจากสายพิณในสวนหลวงด้านทิศตะวันออกของจวนเสนาบดีจ้าวดังคลอไหวไปกับสายลม หลานฮวาสวมชุดคลุมตัวยาวสีดำขลับ เดินทอดน่องอย่างสง่างามตามคำสั่งของผู้เป็นบิดาให้ไปพบว่าที่สามี คนที่จะต้องร่วมชีวิตด้วยหลังจากนี้ บุรุษที่พี่สาวของนางเคยถูกหมั้นหมายไว้กับเขา

ศาลาริมสระบัวในสวนด้านทิศตะวันออกของจวนเสนาบดีจ้าวในยามบ่ายคลุ้งไปด้วยกลิ่นบุปผาหอมจาง ๆ ดนตรีจากสายพิณดังแผ่วราวเลือนลางในความทรงจำ หลานฮวาเดินเข้าสู่ศาลาอย่างเงียบงัน สีหน้าเรียบนิ่งราวไม่มีอะไรในโลกนี้จะแตะต้องใจนางได้อีกแล้ว

บนม้านั่งหินในศาลา หญิงสาวผู้หนึ่งนั่งก้มหน้า เช็ดน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าปักลาย ‘หลานเมย’ บนขอบผืนอย่างบรรจง

หลานฮวาหยุดมองครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เจ้าหยิบมาจากเรือนของหลานเมยสินะ”

หญิงสาวสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ

“เจ้า…หลานเมย”

หลานฮวายกยิ้มมุมปาก นิ่ง ไม่ตอบในทันที นางจ้องมองหญิงสาวผู้นั้น พลางมองเงาตนเองที่สะท้อนในสระ…เป็นเงาของผู้ที่ยังมีชีวิต แต่อีกคนกลับหายไปจากโลกนี้

ก่อนที่หลานฮวาจะทันได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากอีกฟากของทางเดินก่อนร่างสูงในชุดทหารจะปรากฏตัว

“เจ้าอยู่ที่นี่เอง เสี่ยวหรัน…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเขาเดินเข้ามาใกล้ ชะงักกลางก้าวเมื่อเห็นใบหน้าที่เหมือนคนในความทรงจำ ก่อนจะหยุดชะงักทันทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับดวงหน้าของหลานฮวา

เขาตัวแข็งไปชั่วขณะ ดวงตาสั่นไหวเหมือนเห็นผีจากอดีต

“…หลานเมย”

หลานฮวาเงยหน้าขึ้น ดวงตานิ่งสงบแต่แฝงแววเยาะหยันเล็กน้อย

“เจ้าจำข้าได้หรือ” นางถามเสียงเรียบ

บุรุษผู้นั้นมองนางนิ่ง คล้ายอยากยื่นมือออกไปแตะเพื่อพิสูจน์ว่าใช่หลานเมยจริงหรือไม่ แต่เขากลับชะงักเมื่อเห็นสีดำของอาภรณ์บนร่างนาง

หลานฮวาหัวเราะในลำคอ ดวงตาเยือกเย็นยิ่งกว่าสายน้ำในลำธารยามค่ำคืน

“…หลานเมย” เขาเอ่ยเสียงเบา ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกปั่นป่วน

หลานฮวาหันไปสบตาเขาโดยไม่หลบ “ไม่ใช่หลานเมย ข้าคือหลานฮวาน้องสาวฝาแฝดของนาง ท่านแม่ทัพ หากท่านคิดว่าข้าเป็นหลานเมย เช่นนั้นแสดงว่าท่านไม่รู้จักแม้กระทั่งคู่หมั้นของตนเองเลยกระมัง”

“แต่ว่า…หลานเมย…” เขาชะงัก สบตานางนิ่งงัน “ข้าได้ยินว่านาง…เสียแล้ว”

หลานฮวาแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา ดวงตาทอประกายดุดันขึ้นเรื่อย ๆ

“เจ้าบอกว่า ได้ยิน เหตุใดเจ้าจึง ได้ยิน เหมือนคนอื่นทั่วไปเล่า ในเมื่อท่านคือบุตรชายแม่ทัพบูรพา ยศศักดิ์สูงส่ง อีกทั้งยังเป็นถึงแม่ทัพในราชสำนัก มิหนำซ้ำท่านคือผู้ที่หมั้นหมายกับหลานเมยพี่สาวข้า ท่านจะไม่รู้หรือว่าคู่หมั้นของท่านตายไปแล้ว”

คำถามของหลานฮวาเย็นเยียบและหนักแน่นจนแม้แต่นกในสระยังเงียบเสียงไปชั่วขณะ

ชายหนุ่มกัดฟันแน่น สองมือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้น

“…ข้า…” เขาเอ่ยเพียงคำเดียว

“หากท่านรักนางจริง ท่านคงไม่ใช่คนสุดท้ายในเมืองหลวงที่รู้ข่าวการตายของว่าที่ภรรยาตนเองหรอก หรือบางที…ท่านอาจแยกไม่ออกจริง ๆ” หลานฮวายกยิ้มเจือเย้ย “เพราะในใจของท่าน มีแต่เงาเขียวใต้กอไผ่เท่านั้น ไม่เคยมีใครเลยสักคนที่ท่านมองด้วยใจจริง ๆ”

บรรยากาศในศาลาริมสระเงียบสงัดลงอย่างน่าพิศวง แม้เสียงพิณจะยังแว่วอยู่ไกล ๆ แต่สำหรับคนทั้งสามที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้…โลกทั้งใบกลับเหมือนหยุดหมุน

แม่ทัพหนุ่มเผชิญหน้ากับหลานฮวา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนระคนปวดร้าว ภาพใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าทับซ้อนกับภาพในอดีตที่เขายังไม่อาจลืมเลือน

แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไร หลานฮวากลับเอื้อนเอ่ยออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบยิ่งกว่าคราไหน

“ข้ารู้ว่าท่านรู้สึกผิดกับจดหมายลาตายนั่น”

แม่ทัพหนุ่มชะงัก สีหน้าถึงกับซีดเผือด

“เจ้าหมายความว่า…” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า

“จดหมายนั้น…” หลานฮวาเอ่ยช้า ๆ คล้ายจะเฉือนหัวใจอีกฝ่ายทีละเส้น “ไม่ใช่ลายมือของพี่สาวข้า”

ความเงียบกระแทกลงราวกับสายฟ้าฟาด เสี่ยวหรันที่นั่งอยู่เงียบ ๆ ถึงกับตัวสั่น น้ำตาหยดลงบนผ้าเช็ดหน้าปักชื่อ ‘หลานเมย’ โดยไม่รู้ตัว

“นางตาย…แต่จดหมายนั้นถูกเขียนขึ้นภายหลัง” หลานฮวาเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว สายตาจ้องเขาแน่นิ่ง “มีคนจัดฉากให้ทุกอย่างดูเหมือนการฆ่าตัวตาย…และปล่อยให้คนทั้งเมืองหลวงเข้าใจว่านางเสียใจเพราะท่านมีสตรีอื่น”

“ไม่…” เขาก้าวถอยหนึ่งก้าว “เจ้ากำลังโกหก…”

“โกหก” นางหัวเราะเบา ๆ คล้ายเสียงสายลมกระทบกระจกน้ำแข็ง “ข้าขอถามเพียงคำเดียว ในจดหมายนั้น นางเขียนชื่อท่านว่าอะไร”

แม่ทัพหนุ่มนิ่งงันไปนาน ริมฝีปากขยับแต่ไร้เสียง

“ข้าเชื่อว่าท่านจำไม่ได้ เพราะชื่อที่เขียน…ไม่ใช่ชื่อของท่าน มิใช่หลางหานเจิ้ง” ดวงตาหลานฮวาฉายแววกราดเกรี้ยวแฝงด้วยความร้าวราน “ในจดหมายนั้นไม่มีชื่อใครเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงคำลอย ๆ ว่า ‘เขา’ กับ ‘นาง’ และ ‘ความผิดของข้า’…‘เขาจะฆ่าข้า’ ”

เงาสะท้อนในสระบัวคล้ายสั่นไหวตามอารมณ์ที่คุกรุ่น หลานฮวาหันหน้าออกไปมองผิวน้ำ ริมฝีปากเม้มแน่น

“นางไม่ใช่คนอ่อนแอ นางไม่เคยร้องไห้เพราะความรัก และนาง…ไม่เคยคิดจะแต่งกับท่านเลยด้วยซ้ำ”

แม่ทัพหนุ่มราวกับถูกซัดด้วยพายุอารมณ์ ใจของเขาหนักอึ้ง หลานฮวาหันกลับมา แววตาไม่แสดงความอ่อนโยนแม้แต่น้อย

“หากท่านรักใครจริง ๆ ท่านคงไม่ปล่อยให้นางตายโดยไม่มีแม้กระทั่งคำร่ำลา และที่สำคัญ…ท่านคงไม่ลืมว่าท่านหมั้นกับใคร”

หลานฮวาเอื้อมมือไปคว้าผ้าเช็ดหน้าจากมือเสี่ยวหรันอย่างรวดเร็ว ก่อนโยนมันลงในสระบัว น้ำสีใสกระเซ็นเล็กน้อย แล้วผ้าปักชื่อ ‘หลานเมย’ ก็ค่อย ๆ จมลงไปสู่ก้นสระ

“นี่คือการไว้ทุกข์ของข้า…ไม่ใช่ของพวกท่าน” นางกล่าวนิ่ง “และจงจำไว้ ข้าจะหาคนที่ฆ่าพี่สาวข้าให้พบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม…แม้จะต้องแหวกแผ่นฟ้าแผ่นดิน”

แม่ทัพหนุ่มยืนนิ่ง ราวกับร่างถูกตรึงไว้ด้วยห่วงโซ่ของความผิดและอดีต

เสียงพิณยังคงดังอยู่เบื้องหลัง แต่ครั้งนี้…กลับเหมือนบรรเลงให้กับคนตายมากกว่าคนเป็น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กลิ่นพิษบุปผา   ตอนพิเศษ 6 พ่อลูกสายรบ แม่สายยาพิษ

    ตอนพิเศษ 6 พ่อลูกสายรบ แม่สายยาพิษเมื่อแม่จับลูกกินยาตั้งแต่ขวบครึ่ง“ขมมาก…” เด็กชายตัวน้อยน้ำตาคลอเมื่อหลานฮวาหยดยาสีดำลงปาก“อือ อมไว้” นางว่าเสียงเรียบ“ท่านแม่…ข้าอยากกินขนม”หลางหานเจิ้งรีบเข้ามาอุ้มลูกพร้อมมองภรรยาอย่างอ้อนวอน“ฮวา…ลูกยังเล็กนัก”“หากท่านออกรบแล้วโดนพิษ ท่านจะหวังให้ลูกกินขนมรอท่านรอดกลับมาหรือ”“…ข้าจะเตรียมจดหมายพินัยกรรมไว้แต่เนิ่น ๆ ก็แล้วกัน…”การฝึกเชิงยุทธของพ่อลูกตั้งแต่ซื่อเหยียนอายุห้าขวบ หลางหานเจิ้งก็ให้เขาเริ่มฝึกหมัดพื้นฐาน“ข้าเจ็บ” เด็กน้อยครวญเมื่อฝ่ามือถลอกจากไม้กระบอง“แม่เจ้าเคยขุดสมุนไพรด้วยมือเปล่ากลางหิมะ ยังไม่ร้องเลย เจ้าเป็นชายจะร้องไห้เชียวหรือ”ซื่อเหยียนมองหน้าบิดา ก่อนเงียบและฝืนฝึกต่อจากนั้นหลางหานเจิ้งก็หันหลังไปซับน้ำตา…ของตัวเอง“ใจเจ้ากล้ากว่าใจข้าเสียอีก ซื่อเหยียน…” เขากระซิบเบา ๆ ด้วยเสียงสะเอื้อน จำต้องฝึกให้บุตรชายแข็งแกร่ง แต่ก็แอบน้ำตาซึมทุกคราที่เห็นเขามีน้ำตาอุบัติเหตุจากห้องปรุงยาวันหนึ่ง ซื่อเหยียนแอบเข้าห้องของมารดาคิดว่าเป็นครัว หยิบขวดที่คิดว่าเป็นน้ำหวานขึ้นมาชิม…ตื่นมาพบตัวเองนอนอยู่ในตั่ง ห่มผ้าแน่นหนาหลาน

  • กลิ่นพิษบุปผา   ตอนพิเศษ 5 ท่านแม่ทัพกับลูกน้อย

    ตอนพิเศษ 5 ท่านแม่ทัพกับลูกน้อยใครจะคิดว่าแม่ทัพผู้ดุดันแห่งแคว้นจะกลายเป็น บิดาผู้คลั่งรักลูกได้ถึงเพียงนี้แม้จะยังคงเป็นแม่ทัพที่ศัตรูหวาดกลัวในสนามรบ แต่ภายในจวนหลาง เขาคือชายผู้เงอะงะในยามอุ้มลูก และเคร่งเครียดยิ่งกว่าออกศึกยามลูกน้อยร้องไห้กลางดึกคืนแรกหลังจากลูกเกิดหลังหลานฮวาคลอด ลูกชายตัวน้อยถูกตั้งชื่อว่า หลางซื่อเหยียน หมายถึงหมอกเย็นแห่งขุนเขาคืนแรกหลังจากลูกเกิด หลางหานเจิ้งนั่งเฝ้าข้างเปลตลอดทั้งคืน“เขาจะหายใจไม่ออกไหม”“ไม่เจ้าค่ะ เด็กทุกคนก็เป็นแบบนี้”“แน่ใจหรือหรือเราควรมีหมอเฝ้าไว้ตลอดยามค่ำ”บ่าวรับใช้ต่างพากันอมยิ้มเมื่อเห็นแม่ทัพแห่งชายแดนผู้ไม่เคยย่อมคุกเข้าให้ใคร กำลังนั่งพับเพียบอยู่หน้าตั่งของลูกน้อย ดวงตาที่เคยดุดันกลับอ่อนโยนลงราวแสงจันทร์ที่สาดลงบนยอดหญ้าเมื่อเขาอุ้มลูกครั้งแรก หลางหานเจิ้งอุ้มดาบได้หลายร้อยเล่ม แต่พออุ้มลูกกลับแข็งทื่อประหนึ่งถือศิลาต้องคำสาป“ข้า…อุ้มแบบนี้ถูกหรือไม่”“ผิดหมดเลยเจ้าค่ะ เอาท้องคุณชายน้อยแนบอก ไม่ใช่แนบแขนแข็ง ๆ ของท่าน”แต่แล้วเมื่อซื่อเหยียนเงียบเสียงและซุกหน้าลงกับอกของเขา หลางหานเจิ้งนิ่งไปนาน…ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงจ

  • กลิ่นพิษบุปผา   ตอนพิเศษ 4 เริ่มต้นชีวิตคู่…และชีวิตใหม่ในครรภ์

    ตอนพิเศษ 4 เริ่มต้นชีวิตคู่…และชีวิตใหม่ในครรภ์หลังจากที่หลานฮวาตัดสินใจ ลองใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยา กับหลางหานเจิ้ง ชีวิตประจำวันของทั้งสองค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากความเคยชินสู่ความผูกพันที่ลึกซึ้งเขาเริ่มลุกก่อนทุกเช้า ชงชาสมุนไพรให้นาง นางเริ่มคอยรอเขากลับจากว่าราชการ แล้วตักข้าวให้ในมื้อค่ำบางวันเขาจะนั่งแกะผลไม้อย่างเงียบ ๆ ให้นาง บางวันนางจะถักด้ายให้เขาเอาไปเย็บผ้าคลุมไหล่ใหม่ไม่มีคำรักพร่ำเพรื่อ ไม่มีพิธีรีตรองแต่การกระทำเล็ก ๆ เหล่านี้ค่อย ๆ เติมเต็ม ใจ ที่เคยด้านชาจากอดีตจนกระทั่งวันหนึ่ง…ยามสายของฤดูใบไม้ผลิหลานฮวารู้สึกคลื่นไส้อย่างไร้สาเหตุมาแล้วหลายวันในที่สุดนางก็ยอมให้หมอประจำจวนตรวจดู“คุณหนู…มิใช่ ฮูหยิน…ขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ ท่านตั้งครรภ์แล้ว”นางนิ่งไปครู่หนึ่งไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะจิตใจนาง…ไม่เคยเตรียมรับข่าวนี้จริง ๆบุตรคนหนึ่ง…ในร่างของนางบุตรของนางกับเขาเมื่อหลางหานเจิ้งกลับมาถึงเรือนเขารู้ได้ทันทีว่านางมีเรื่องจะบอก หลานฮวาไม่ได้พูดอะไรทันที นางเพียงวางมือเขาเบา ๆ บนหน้าท้องของตนเอง แล้วกระซิบช้า ๆ“ท่านจะได้เป็นบิดาแล้ว”เขาชะงักไปชั่วขณะจากนั้นคุกเข

  • กลิ่นพิษบุปผา   ตอนพิเศษ 3 มือหนึ่ง…และรอยยิ้มแรก

    ตอนพิเศษ 3 มือหนึ่ง…และรอยยิ้มแรกบรรยากาศบนเรือนเหม่ยฮวานิ่งสงบเสียงใบไม้ไหวแผ่วเบา คล้ายเสียงกระซิบของหัวใจหลางหานเจิ้งยังคงนั่งอยู่ข้างนางมือเขายังประสานกับมือนางอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าแรงไปเพียงนิด จะทำให้นางผละหนีเวลาผ่านไปเพียงครู่หรืออาจเนิ่นนานกว่าที่ใครจะรู้หลานฮวาที่เคยมองลงต่ำพลันขยับนิ้วมือเล็กน้อยก่อนที่ปลายนิ้วของนางจะค่อย ๆกุมมือเขาตอบ อย่างเงียบงัน และมั่นคงหลางหานเจิ้งไม่ได้หันมามองทันทีแต่หัวใจเขาเต้นถี่ขึ้นราวกับจะขาดไม่ใช่เพราะหวังว่านางจะรักแต่เพราะรู้ว่า…นางเริ่มเชื่อใจและในจังหวะที่สายลมพัดเอาเส้นผมของนางปลิวมาสะบัดเบา ๆนางกลับยกมืออีกข้างมาจัดมันอย่างเงียบ ๆพร้อมกับ ยิ้มบาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัวรอยยิ้มที่ไม่ใช่เพื่อปกปิด ไม่ใช่เพื่อเย้ยหยันแต่เป็นรอยยิ้มแท้จริง เหมือนบุปผาที่ผลิบานโดยไม่ทันได้รู้ตัวว่า ฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้วหลางหานเจิ้งเห็นรอยยิ้มนั้นจากหางตาเขาไม่พูดอะไร เพียงแต่โน้มตัวลงเล็กน้อยใช้แขนอีกข้างประคองลมเย็นที่พัดมาทางนางไม่ให้โดนตัว“หนาวหรือไม่”เสียงของเขายังแผ่ว อ่อนโยนเหมือนเดิมหลานฮวาส่ายหน้าช้า ๆก่อนจะเอนศีรษะพิงกับเสาเรือนอย่า

  • กลิ่นพิษบุปผา   ตอนพิเศษ 2 ใต้เงาจันทร์ ใจหนึ่งเผยความจริง

    ตอนพิเศษ 2 ใต้เงาจันทร์ ใจหนึ่งเผยความจริงหลานฮวานั่งมองเปลวเทียนที่สั่นไหวในยามค่ำคืน แสงอุ่นนั้นคล้ายคลึงกับดวงตาของหลางหานเจิ้งที่มองนางอย่างไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่วันที่เขาแต่งนางเข้าจวน…จนถึงวันนี้ เขายังคงเป็นเช่นเดิมเขาอยู่ตรงนั้นเสมอ“ความรักระหว่างชายหญิง ข้าเคยเห็นมานัก…แต่ไม่เคยเข้าใจ”นางพึมพำกับตนเอง “บางที…มันอาจจะไม่ต่างจากความรู้สึกที่ข้ามีให้พี่สาวฝาแฝด ความรู้สึกอุ่นใจเมื่อได้อยู่ใกล้ ความเงียบที่ไม่อึดอัด ความคิดถึงในยามจากไกล”แม้นางจะบอกกับหลางหานเจิ้งว่า “ข้าอาจจะรักท่าน”แต่นางก็ไม่รู้ว่า รักเช่นนั้นลึกซึ้งเพียงใดนางไม่รู้ว่ารักคือแรงปรารถนาอันเร่าร้อนหรือคือความเข้าใจอันลึกซึ้งระหว่างวิญญาณสองดวง แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้แน่คือ…“เมื่ออยู่ใกล้เขา ข้ารู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่าตนไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา”กับคนอื่น หลานฮวาต้องปั้นหน้า ต้องระวังคำพูด ต้องคอยรับมือกับอันตรายรอบด้าน แต่กับเขา…นางแค่นั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ก็พอ เขาไม่เร่งเร้า ไม่คาดหวังนางไม่รู้ว่าเรียกสิ่งนี้ว่ารักหรือไม่แต่หาก “รัก” คือการไม่อยากให้อีกฝ่ายหายไปจากชีวิต นางก็กลัวอยู่ลึก ๆ ว่า หากวันหนึ่งเขาหายไ

  • กลิ่นพิษบุปผา   ตอนพิเศษ 1 เกี้ยวภรรยาตนเองมิผิด

    ตอนพิเศษ 1 เกี้ยวภรรยาตนเองมิผิด“ขอเพียงเจ้าอยู่ตรงนี้… ข้าจะรอ”หลังจากเรื่องราวทั้งหมดจบลง หลานฮวาไม่เคยแสดงความยินดีหรือให้ความสนิทสนมกับสามีของตนแม้แต่น้อย นางยังคงใช้ชีวิตเช่นเคย มีเรือนของตน ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนอื่น และไม่เปิดใจรับใครเข้ามาเพิ่มทว่า แม่ทัพหลางหานเจิ้งกลับไม่เคยบังคับ เขาเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ และรอ ราวกับเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่ง ดอกไม้พิษดอกนี้จะยอมเผยกลีบงามให้เขาเห็นด้วยตนเอง“วันนี้เจ้ากินข้าวหรือยัง”“ท่านแม่ทัพอย่ากังวล ข้าไม่ใช่คนลืมกินข้าว”“เจ้ากินแต่อาหารที่คนครัวทำ ข้าฝึกฝีมือมาหลายเดือน… ลองชิมดูหน่อยสิ”หลานฮวาเหลือบมองถ้วยซุปปลาที่เขายื่นมา รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นตรงมุมปาก “ท่านทำเอง”“ด้วยมือของข้าเอง ขนาดแม่ทัพยังต้องล้างปลา นั่นเรียกว่าความรักใช่หรือไม่”“ไม่แน่ใจ อาจจะเรียกว่าความว่างงาน”แม่ทัพหลางหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะนั้นทำให้สาวใช้แถวนั้นพากันกลั้นยิ้ม เพราะไม่ค่อยมีใครได้เห็นแม่ทัพหน้านิ่งของพวกนางยิ้มเช่นนี้บ่อยนักในคืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก พายุกระหน่ำจวนจนประตูเรือนหลายแห่งเปิดกระแทกเสียงดัง สาวใช้ทุกคนรีบหาที่หลบ ฝนสาดเข้าเรือนเหม่ยฮวาจนเปี

  • กลิ่นพิษบุปผา   บทที่ 4 ยาพิษในราตรี

    บทที่ 4 ยาพิษในราตรีคืนแรกของการมาเยือนจวนสกุลจ้าว ค่ำคืนนี้เงียบสงัดกว่าทุกคือ แสงจันทร์ฉาบลงบนหลังคาจวนเสนบดีจ้าว ราวกับแสงสุดท้ายก่อนพายุร้ายจะกระหน่ำลงมาดวงจันทร์ลอยลับหลังม่านเมฆ ทิ้งให้เงาค่ำครองทั่วเรือนจวนเสนาบดีลมเย็นเฉียบแทรกเข้าระหว่างซี่หน้าต่างราวกับเสียงกระซิบจากโลกวิญญาณและนั่นค

  • กลิ่นพิษบุปผา   บทที่ 3 สายใย

    บทที่ 3 สายใยความเงียบในเรือนเมฆขาวหนักอึ้งจนได้ยินแม้เสียงลมหายใจตนเอง แสงแดดยามบ่ายส่องลอดม่านบาง ๆ สะท้อนบนผืนกระดาษสีขาวซีดในมือหญิงสาว ราวกับฉายให้เห็นเงาของอดีตอันเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด…หลานฮวานั่งลงช้า ๆ บนเบาะ หน้าตรงกับแสง พับชายอาภรณ์เรียบร้อยก่อนจะค่อย ๆ คลี่จดหมายนั้นออกส

  • กลิ่นพิษบุปผา   บทที่ 2 ยึดตัวตน

    บทที่ 2 ยึดตัวตนหลานฮวาเงยหน้ามองบิดาและแม่ใหญ่แววตาเรียบสนิท ริมฝีปากยังคงยิ้มบาง…แต่ไร้ความอบอุ่น“หากจะให้ข้าแต่งงานแทนพี่หลานเมย…”“เช่นนั้น ทุกสิ่งที่เคยเป็น และกำลังจะเป็นของนางต้องเป็นของข้า”เสียงของนางชัดเจน หนักแน่น ราวกับกำลังประกาศกลางห้องโถง ไม่มีวาจาใดของบิดาหรือแม่ใหญ่แทรกขึ้นมาได้

  • กลิ่นพิษบุปผา   บทที่ 1 กลับคืน

    บทที่ 1 กลับคืนเสียงเกือกม้าเหยียบลงบนดินแห้งแล้งในยามเช้ามืด คล้ายเสียงหัวใจของเมืองหลวงที่หยุดเต้นไปครู่หนึ่งยามที่มีรถม้าปรากฏที่หน้าประตูเมืองไม่มีใครรู้ว่าเป็นรถม้าใคร ไม่มีใครกล้าถามในดวงตาคมดุที่ฉาบด้วยม่านหมอกสีเทานั้นเต็มไปด้วยบางสิ่งที่ไม่อาจจับต้องได้ คล้ายความตาย คล้ายไฟแค้น คล้าย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status