LOGINหยวนชิงหลิงบุตรสาวคนโตตระกูลหยวนต้องสูญเสียบิดาในสนามรบทั้งยังถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการแก่แคว้นที่สังหารบุบพการีต่อมานางได้รู้ความเรื่องที่บิดาถูกหักหลังและความลับสี่ร้อยปีที่ถูกปกปิดมาเนิ่นนาน ********************************* หยวนหมิงผู้เป็นแม่ทัพพิทักษ์แคว้นฉินมานานเกือบยี่สิบปี ต้องเสียชีวิตลงที่สนามรบ หยวนชิงหลิง บุตรสาวคนโตของแม่ทัพหยวนหมิงผู้ที่เป็นดั่งเสาหลักของครอบครัว หลังจากที่บิดาต้องเสียชีวิตไป ร่างของหยวนหมิงยังไม่ทันได้ถูกฝังในสุสานของตระกูล หยวนชิงหลิงก็ได้รับพระราชโองการแต่ตั้งให้เป็นท่านหญิงลู่จิว เพื่อเป็นหนึ่งในสตรีบรรณาการที่ถูกส่งตัวไปยังแคว้นเซี่ย ก่อนนางออกเดินทางจากแคว้นฉินไป นางได้ช่วยเหลือบุรุษชุดดำเอาไว้ และยังได้รู้เรื่องราวบางอย่างที่เกี่ยวกับการตายของบิดา ที่ไม่น่าเกิดจากการต่อสู้ในสนามรบ จากอดีตคนรักที่ทอดทิ้งนางไป หยวนชิงหลิงต้องการตามหาความจริงนางจึงได้เข้าหาจิ้นอ๋องแม่ทัพแคว้นเซี่ย เพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของบิดา ทั้งยังมีความลับสี่ร้อยปีเกี่ยวกับบรรพบุรุษที่นางไม่เคยได้รู้
View Moreเสียงร่ำไห้ของทหารและประชาชนดังกึกก้องไปทั่วเมืองเหออัน โลงศพของหยวนหมิงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉินกำลังถูกทหารพากลับไปยังเมืองหลวงในฐานะวีรบุรุษ การต่อสู้ที่กล้าหาญครั้งสุดท้ายของท่านแม่ทัพ ทหารแคว้นฉินทุกคนล้วนจดจำเอาไว้ในใจ
สงครามระหว่างแคว้นฉินและแคว้นเซี่ยนั้นมีมาช้านานทำให้ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบชายแดนได้รับความลำบากยากแค้นขึ้นไปทุกวัน ชาวเมืองส่วนใหญ่อพยพพาครอบครัวเดินทางออกจากเหออันเพื่อหนีภัยสงคราม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงปักหลักอยู่ที่นั่นเช่นเดิม ไม่มีใครไม่เสียใจที่ต้องสูญเสียผู้นำทัพที่ห้าวหาญเช่นเขา ตลอดสิบกว่าปีมานี้ไม่มีครั้งใดเลยที่ทัพฉินจะพ่ายแพ้จนหมดรูปเช่นนี้ เพราะแม่ทัพคนใหม่ของแคว้นเซี่ยที่ทั้งเยาว์วัยและเก่งกาจผู้นั้น เขามีร่างกายสูงใหญ่ทั้งที่อายุยังน้อย และกระบวนท่าการต่อสู้ของเขาก็ดุดันเหนือกว่าแม่ทัพฉินหลายส่วน ทำให้ศึกครั้งนี้แม่ทัพฉินที่อายุมากกว่าต้องกลายเป็นผู้ที่พ่ายแพ้ไป นั่นเป็นรายงานของรองแม่ทัพหลี่ที่ส่งมายังเมืองหลวงพร้อมกับร่างอันไร้วิญญาณของแม่ทัพหยวนหมิง ร่างบอบบางในชุดไว้ทุกข์ยืนอย่างสงบแผ่นหลังตั้งตรงดูเด็ดเดี่ยวไม่ต่างจากผู้เป็นบิดายามออกศึก หยวนชิงหลิงบุตรสาวคนโตของแม่ทัพหยวนหมิง นำขบวนมารอรับร่างไร้วิญญาณของบิดาที่ประตูทางเข้าเมืองทิศเหนือ ชาวเมืองซิ่นโจวเองก็มายืนรอจนเต็มสองฝั่งของถนน เพื่อรับวีรบุรุษผู้เสียสละทั้งชีวิตปกป้องอาณาเขตแคว้นฉินเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างสงบสุข เสียงร้องไห้ดังระงมตลอดเส้นทางจนกระทั่งไปถึงด้านหน้าจวนแม่ทัพสกุลหยวน แสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นเคารพและนับถือในตัวแม่ทัพผู้นี้เพียงใด องค์ชายห้าฉินฉู่อี้คนรักของหยวนชิงหลิงยืนเคียงข้างนางไม่ห่าง เขามาที่จวนแม่ทัพหยวนตั้งแต่รู้ข่าวเรื่องการเสียชีวิตของแม่ทัพผู้ทำหน้าที่พิทักษ์แผ่นดิน ตอนนี้ภายในตระกูลหยวนกำลังปั่นป่วนเพราะผู้นำเพียงคนเดียวที่คอยค้ำจุนได้จากไปแล้ว ตระกูลหยวนมีบุตรชายที่เกิดจากฮูหยินเอกเพียงคนเดียวคือแม่ทัพหยวนหมิง แต่มีน้องชายที่เกิดจากอนุถึงสามคน หลังจากที่พวกเขาได้ข่าวเรื่องการตายของผู้นำตระกูล น้องชายต่างมารดาเหล่านั้นก็ขอแยกบ้านทันที ราวกับรู้มาล่วงหน้าว่าจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ทหารส่งข่าวขี่ม้าที่ถือธงสัญลักษณ์ของกองทัพวิ่งตรงมายังประตูเมือง เพื่อแจ้งข่าวว่าขบวนศพของแม่ทัพหยวนใกล้มาถึงแล้ว ดวงตาแดงก่ำที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างยาวนานของหยวนชิงหลิงกลับมาบวมช้ำอีกครั้ง ทั้งที่นางสัญญากับตนเองแล้วว่าต่อจากนี้ไปนางจะเข้มแข็งเพื่อเป็นเสาหลักของตระกูลแทนบิดา แต่เมื่อได้ยินว่าศพของแม่ทัพหยวนหมิงใกล้มาถึงแล้วนางก็อดที่จะหลังน้ำตาออกมาอีกครั้งมิได้ นางอยากจะให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน นางต้องการจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าบิดาของนางนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ตลอดชีวิตของหยวนหมิงได้อยู่กับครอบครัวเพียงไม่นาน เพราะเขาจะต้องประจำการที่ชายแดนเมืองเหออันถึงสองปี จากนั้นจึงจะได้มีโอกาสกลับมาอยู่กับครอบครัวสามเดือน หยวนหมิงนั้นเหมือนบิดาของเขา ที่เลือดในกายและจิตวิญญาณล้วนมีแต่ความจงรักภักดีต่อแคว้นฉินและชาวเมือง ท่านปู่ของหยวนชิงหลิงเองก็สละชีพเพื่อบ้านเมืองที่สนามรบ ต่อมาก็เป็นบิดาของนาง แต่หยวนหมิงมีทายาทให้ตระกูลหยวนเพียงสองคนคือหยวนชิงหลิงและน้องชายของนางที่อายุพึ่งจะสิบขวบ “ทะ...ท่านพ่อ” หยวนชิงหลิงกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังจากที่เห็นขวบรถม้าส่งศพของบิดากำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ องค์ชายห้าจับมือนางบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ เขารู้ว่าหลายวันมานี้นางจะต้องผ่านเรื่องยากลำบากหนักหนายิ่งนัก หลังจากที่นางต้องสูญเสียบิดาไป “หักห้ามใจเสียเถอะหลิงเอ๋อ ท่านแม่ทัพไปดีแล้ว” หยวนชิงหลิงเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นางรักทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างเล็กพิงเขาเอาไว้อย่างพึ่งพา ในยามนี้นางรู้สึกขอบคุณองค์ชายห้ายิ่งนัก เพราะเขาคอยอยู่ข้างกายนางทุกครั้งเมื่อยามที่นางเกิดปัญหา ถึงแม้บิดาของนางจะด่วนจากไปอย่างกะทันหัน แต่นางก็อยากจะขอบคุณสวรรค์ที่ส่งคนดีเช่นองค์ชายห้าผู้นี้มาอยู่เคียงข้างนาง ขบวนรถม้ามาถึงประตูทางเข้าเมืองหลวงแล้ว หยวนชิง หลิงเดินไปที่รถม้าที่ใส่โลงศพของบิดา นางเคาะที่ด้านข้างโลงไม้ที่ทำขึ้นอย่างดีเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบางอย่าง “ท่านพ่อ ท่านกลับมาถึงบ้านแล้วนะเจ้าคะ สถานที่ที่ท่านรักและใช้ชีวิตเลือดเนื้อของท่านปกป้องเอาไว้ ดูสิเจ้าคะ ท่านมองเห็นหรือไม่ มีคนมากมายที่รักท่านเช่นกัน วันนี้พวกเขาต่างก็มารอรับท่านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ท่านพ่อท่านไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว จากนี้ตระกูลหยวนข้าจะเป็นคนดูแลเอง ขอให้ท่านเดินทางไปปรโลกอย่างวางใจเถิด” สิ้นเสียงสะอื้นของหยวนชิงหลิง ท้องฟ้าที่สว่างจ้าก็ค่อยๆ มืดมิด ไม่นานก็มีสายฝนตกลงมาเบาๆ ทั้งที่ตอนนี้มิใช่ฤดูฝน เสียงท้องฟ้าคำรามดังแว่วมาไม่ดังนัก เหมือนกับต้องการไว้อาลัยให้แม่ทัพผู้เกรียงไกรที่เป็นดั่งวีรบุรุษของแผ่นดินอย่างหยวนหมิง รถม้าขบวนศพของแม่ทัพหยวนวิ่งช้าๆ จนไปถึงด้านหน้าจวนตระกูลหยวน ชาวเมืองที่เฝ้ารอรับศพของเขาต่างก็เดินตามมาเงียบๆ ทุกคนพร้อมใจกันผูกผ้าขาวไว้บนหัวเป็นสัญลักษณ์การไว้ทุกข์ให้กับวีรบุรุษผู้นั้น เส้นทางที่รถม้าขบวนศพวิ่งผ่านชาวเมืองต่างก็ปลดโคมสีแดงลงมา แม้กระทั่งหอนางโลมอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ก็ผูกผ้าสีขาวเอาไว้แทน หยวนชิงหลิงเดินไปหามารดาและน้องชายที่ยืนรอที่หน้าประตูจวน ท่านแม่ของนางร้องไห้จนสลบไปหลายครั้ง หลังจากที่นางได้ทราบข่าวการตายของสามี ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านไปแล้วหลายวันนางไม่ได้แตะอาหารเลย ทำให้ใบหน้าที่เคยงดงามและดูซูบเซียวไปมาก “ท่านพ่อ บุตรชายอกตัญญู มารับท่านแล้วขอรับ” หยวนเฉิงอี้น้องชายของหยวนชิงหลิงคุกเข่าลงต่อหน้าโลงใส่ศพของบิดา ดวงตาของเขาแดงก่ำไม่ต่างจากพี่สาวแต่หยวนเฉิงอี้ก็มิได้หลั่งน้ำตาออกมา เขาถูกฝึกให้เป็นคนเข้มแข็งดั่งชายชาตินักรบเช่นเดียวกับบิดา ต่อจากนี้เขาคือผู้สืบสกุลเพียงคนเดียวของตระกูลหยวนแล้ว เขาจะต้องปกป้องพี่สาวและท่านแม่แทนท่านพ่อที่จากไป หยวนฮูหยินเมื่อเห็นโลงศพของสามีมาหยุดอยู่ตรงหน้านางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว หัวใจของนางแตกสลายตั้งแต่ที่ได้รับข่าวร้ายจากวังหลวง นางร้องไห้ออกมาจนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด สามีที่เป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของนางได้จากไปแล้ว “ฮื่อๆๆๆ ท่านโกหกข้า!! ท่าสัญญากับข้าเอาไว้แล้วว่าหลังจากนี้อีกหนึ่งปีท่านจะกลับมาร่วมงานแต่งงานของหลิงเอ๋อ แล้วเหตุใดท่านถึงได้ตายจากข้าไปเช่นนี้ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!หยวนหมิง กลับมาทำตามสัญญาของท่านก่อน” หยวนฮูหยินร้องไห้ออกมาเสียงดังอย่างไม่อายใคร ร่างกายของนางทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรง สาวใช้ข้างกายต้องคอยประคองนางเอาไว้เพื่อไม่ให้นางล้มจนได้รับบาดเจ็บ“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
















![สองพยัคฆ์ขย่มนางพญามังกร (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
