ログイン“ผมปรมัตถ์ เรียกโปรก็ได้...ยินดีที่ได้พบกันครับ คุณแก้ว”
สรรพนามนั้นฟังดูห่างเหิน ทว่าน้ำเสียงและจังหวะที่เขาเอื้อนเอ่ยชื่อเธอกลับขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณโปร”
ร่างเพรียวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ฝืนยิ้มส่งไปให้ ทั้งที่ในหัวกำลังตีกันวุ่นวาย ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างรุนแรงนี้คืออะไรกัน กลิ่นหอมสะอาดจางๆ จากตัวเขาช่วยปัดเป่าความเยือกเย็นของควันเทียนเมื่อครู่ไปจนหมด แต่กลับถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่อธิบายไม่ได้แทน
“ทีมงานของคุณแจ้งไว้คร่าวๆ แล้วว่าจะใช้ชานเรือนกับโถงด้านล่าง” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง ท่าทีดูผ่อนคลายแต่ยังคงรักษาระยะห่าง
“ผมอนุญาตให้ถ่ายทำได้แค่บริเวณที่ตกลงกันไว้ ห้ามเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวเด็ดขาด...โดยเฉพาะห้องปีกซ้ายบนเรือน”
ท้ายประโยค น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลง ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในตาของหญิงสาว ราวกับตั้งใจย้ำคำสั่งนี้กับเธอแค่คนเดียว ไม่ใช่พรีม
“รับทราบค่า กฎเป๊ะแค่ไหนทีมเราก็ทำตามได้หมด” พรีมรีบรับคำพร้อมรอยยิ้ม
“รบกวนคุณโปรพาพวกเราดูสเปซหน่อยได้ไหมคะ จะได้กะมุมกล้องถูก”
ร่างสูงนิ่งไปอึดใจ สายตายังคงทอดมองคนที่ยืนเม้มปากแน่น ความเงียบโรยตัวชั่วขณะ ก่อนเขาจะพยักหน้าช้าๆ
“เชิญด้านบนครับ ผมจะพาไปดูห้องโถงก่อน”
โปรเบี่ยงตัวผายมือเชิญให้ทั้งสองก้าวขึ้นบันได ทว่าจังหวะที่เพอร์ฟูมเมอร์สาวกำลังจะก้าวตามเพื่อนขึ้นไป สายตากลับเหลือบเห็นความเคลื่อนไหวด้านหลังเจ้าของเรือน
เสียงฝีเท้าดังเป็นจังหวะดึงความสนใจ ผู้มาใหม่เดินล้วงกระเป๋าเข้ามาใกล้ ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มดูสบายๆ รอยยิ้มเป็นมิตรถูกส่งมาให้ ก่อนที่ดวงตาเรียวใต้กรอบแว่นจะเลิกคิ้วใส่เพื่อนสนิท
“อ้าว มีแขกเหรอวะโปร ไม่เห็นบอกกูเลยว่าจะเปิดเรือนรับสาวสวย”
น้ำเสียงติดตลกทว่าสายตาหลังเลนส์แว่นกลับสแกนสถานการณ์อย่างรวดเร็วและเฉียบขาด
“คุณพรีมกับคุณแก้ว...จากแบรนด์เครื่องหอมที่มาขอเช่าสถานที่” ปรมัตถ์ตอบเสียงเรียบโดยไม่หันไปมองเพื่อน สายตายังคงจับจ้องใบหน้าหวานราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูด
“อ๋อ...ทีมโปรดักชันนี่เอง” ชายหนุ่มสวมแว่นพยักหน้ารับรู้ ก้าวมายืนขนาบข้างเพื่อนแล้วค้อมศีรษะให้สองสาวอย่างสุภาพปนขี้เล่น
“สวัสดีครับ ผมหมอวิน เป็นเพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งแพทย์ประจำตัวของไอ้เจ้าของเรือนหน้าตึงคนนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“สวัสดีค่าหมอวิน” พรีมฉีกยิ้มกว้าง สัญชาตญาณเฟรนด์ลี่ทำงานเต็มสูบ
“แหม...เรือนนี้คัดหน้าตาคนเข้าปะคะเนี่ย มีแต่คนหล่อๆ งานดีๆ ทั้งนั้นเลย พรีมชักอยากย้ายออฟฟิศมาตั้งที่นี่แล้วสิ”
คำหยอกล้อเรียกเสียงหัวเราะจากคุณหมอหนุ่ม บรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่คลายตัวลงทันตา หญิงสาวลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก แอบขอบคุณเพื่อนสนิทที่ช่วยดึงสติเธอกลับมาสู่โลกความจริง
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะหมอวิน” กลิ่นแก้วส่งยิ้มบางให้
“แก้วนะคะ เป็นเพอร์ฟูมเมอร์ของแบรนด์ค่ะ”
“ครับ คุณแก้ว...”
รอยยิ้มของจิตแพทย์หนุ่มจางลงเล็กน้อยเมื่อหันไปเห็นความผิดปกติของเพื่อนสนิท
ในฐานะหมอเจ้าของไข้ที่ดูแลกันมาหลายปี วินรู้ดีว่าปรมัตถ์เผชิญกับภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง บางคืนต้องพึ่งยานอนหลับโดสสูง เขามักเห็นเพื่อนฝันร้าย ละเมอ หรือสะดุ้งตื่นมาเรียกชื่อใครบางคนในอดีตด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด จนบางครั้งเขาต้องหอบผ้าไปนอนด้วย วินพยายามใช้หลักจิตวิทยาอธิบายว่ามันคือปมฝังใจที่สมองสร้างเป็นกลไกป้องกันตัว
แต่สิ่งที่เห็นตอนนี้...หลุดกรอบทุกทฤษฎีที่เขาเคยเรียนมา
สายตาที่โปรใช้มองผู้หญิงชื่อแก้ว ไม่ใช่แววตาของคนเพิ่งรู้จักกัน แต่มันลึกซึ้ง โหยหา และเจ็บปวดราวกับแผลเหวอะหวะถูกสะกิดเปิดอีกครั้ง
ที่สำคัญ...เมื่อวินหลุบตามองมือขวาที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัว มือใหญ่นั้นกำลังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดข้อนิ้วขาวซีด ปฏิกิริยาของคนที่กำลังอดกลั้นอารมณ์บางอย่างถึงขีดสุด
ผู้หญิงคนนี้...เธอคือใครกันแน่
ปรมัตถ์กำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันได แต่หมอวินอาศัยจังหวะที่สองสาวหันไปสนใจลูกกรงไม้ เอื้อมมือคว้าข้อศอกเพื่อนสนิทไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอจะทำให้ปรมัตถ์ต้องชะงัก
เสียงสมาร์ตโฟนของพริมมี่ที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกสั่นครืดคราดขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นแก้วที่นั่งกุมขมับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาอิดโรย ไร้ซึ่งความหวังพริมมี่ถอนหายใจยาวก่อนจะกดรับสาย "ว่าไงคะหมอวิน พริมมี่ไม่มีอารมณ์จะคุยเรื่องอื่นจริงๆ ตอนนี้..."("ฟังผมก่อนพริมมี่") เสียงหมอวินดังแทรกมาตามสายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ("เรื่องขวดแก้วของแบรนด์ร่ำ ได้โรงงานใหม่ผลิตแล้วนะ")"หมอวินอย่ามาล้อเล่นในเวลาแบบนี้นะคะ!" พริมมี่ลุกขวับ ตาโตขึ้นทันที "โรงงานที่ไหนจะมารับงานด่วนตอนนี้ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงงัดกับตระกูลชลลดา"("เจทีแพ็กเกจจิ้ง")คำตอบสองคำทำเอาพริมมี่อ้าปากค้าง นิ่งสนิทไปหลายวินาที แม้กระทั่งกลิ่นแก้วที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกตะลึง เจทีแพ็กเกจจิ้งคือโรงงานอันดับหนึ่งของประเทศที่ขึ้นชื่อว่าคิวแน่นข้ามปี และไม่เคยรับงานด่วนให้ใครง่ายๆ"ฮะ! หมอหมายถึงเครือโรงงานของท่านเจ้าสัวธนินท์เนี่ยนะ!" พริมมี่รัวคำถาม "เป็นไปได้ยังไง พวกเขายอมเปิดไลน์ผลิตให้เราจริงเหรอ"("จริงที่สุด คืนนี้รันงานให้ทันทีเลยด้วย") หมอวินหัวเราะเบาๆ("ไอ้โปรมันต่อสายตรงหาท่านเจ้าสัวเอ
คำประกาศิตนั้นทำเอาทุกคนในห้องเบิกตากว้าง แม้แต่หมอวินยังเผลอขยับตัวนั่งตรงด้วยความตกตะลึง"บอสคะ การฉีกสัญญากะทันหันแบบนี้ เราจะต้องเสียค่าปรับมหาศาลเลยนะคะ" คุณสุท้วงติงด้วยความเป็นห่วงผลประโยชน์ของบริษัท"ใครบอกว่าผมจะใช้เงินบริษัท" ปรมัตถ์แค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมวาวโรจน์อย่างน่าเกรงขาม "ค่าปรับทุกบาททุกสตางค์ให้เบิกจากบัญชีส่วนตัวผม แล้วโอนคืนพวกมันไปให้หมด จากนั้นส่งจดหมายแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ สั่งให้บริษัทในเครือของตระกูลชลลดาเก็บของย้ายออกจากพื้นที่ห้างเอ็มไพร์กรุ๊ปทุกสาขา... ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง""บอสครับ ทำแบบนี้เท่ากับเราประกาศศึกกับตระกูลใหญ่เลยนะครับ" หัวหน้าทีมทนายความพยายามเสนอความเห็น"นี่แหละคือการประกาศศึก" เสียงทุ้มตวัดกลับอย่างเฉียบขาด "ในเมื่อมันกล้าใช้อำนาจสกปรกก่อน ผมก็จะใช้อำนาจของผมตัดแขนตัดขาพวกมันเหมือนกัน เอาให้เป็นเยี่ยงอย่าง จะได้ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามารังแกคนของผมอีก"ชายหนุ่มกวาดสายตามองลูกน้องทุกคน "มีใครมีปัญหาอะไรกับคำสั่งของผมอีกไหม"ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครกล้าปริปากโต้แย้ง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้ทีมงานทุกคนรู้ดีว่าประธานบร
บานประตูไม้โอ๊กของห้องทำงานประธานกรรมการบริหารเอ็มไพร์กรุ๊ปถูกผลักออกอย่างแรง หมอวินก้าวฉับๆ เข้ามาด้านในด้วยสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ เลขาหน้าห้องวิ่งกระหืดกระหอบตามมาติดๆ ด้วยท่าทีหวาดหวั่น"ขอประทานโทษค่ะบอส ดิฉันพยายามห้ามหมอวินแล้วนะคะ...""ไม่เป็นไร คุณออกไปก่อน แล้วปิดประตูให้สนิทด้วย" ปรมัตถ์วางปากกาหมึกซึมลงบนแฟ้มเซ็นอนุมัติ เงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่เพิ่งบุกรุกเข้ามา "มีเรื่องด่วนอะไรวะถึงบุกมาถึงนี่ได้ ปกติเวลานี้แกต้องอยู่เวรที่คลินิกไม่ใช่เหรอ"หมอวินไม่ตอบ เขาวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเพื่อน เลื่อนหน้าจอที่เปิดค้างไว้ให้ดู "มึงดูนี่ก่อน ข่าวคุณกลิ่นแก้วกำลังโดนถล่มยับในโซเชียล"ปรมัตถ์กวาดสายตามองหน้าจอ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็นภาพถ่ายมุมแคบของเขากับกลิ่นแก้วเมื่อวาน ภาพนั้นถูกถ่ายจากมุมอับหลังพุ่มไม้ ถัดลงมาคือแฮชแท็กอันดับหนึ่งที่เต็มไปด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม พร้อมคอมเมนต์ด่าทอที่ไหลขึ้นมาแทบทุกวินาที"ใครเป็นคนปล่อยรูปพวกนี้" เสียงทุ้มต่ำลงอย่างน่ากลัว"ยังหาตัวคนโพสต์ต้นทางไม่ได้ เป็นพวกเพจอวตารรับจ้างปั่นกระแส" หมอวินถอนหายใจยาว วางมือลงบนพนักเก้าอี้ฝั่งต
บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นบนคอนโดมิเนียมของกลิ่นแก้วตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แอร์ที่เปิดไว้เย็นฉ่ำไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนรุ่มในใจของทั้งสองคนลงได้เลย เอกสารแผนงานและแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้ถูกวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะกระจกกลางห้องจู่ๆ โทรศัพท์ของพริมมี่ก็แผดเสียงดังแทรกความเงียบ หน้าจอโชว์ชื่อ ‘เฮียสมภพ โรงงานขวดแก้ว’ ซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่รับผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้แคมเปญใหม่"เฮียสมภพโทรมา" พริมมี่หันมาบอกเพื่อน ก่อนกดรับสายพร้อมเปิดสปีกเกอร์โฟน "สวัสดีค่ะเฮีย พริมมี่กำลังจะโทรหาพอดีเลย เรื่องแพ็กเกจจิ้งขวดน้ำหอมลอตแรกที่จะส่งเข้าโกดังอาทิตย์หน้า ตอนนี้ถึงไหนแล้วคะ""คุณพริมมี่... เฮียขอโทษจริงๆ นะ" น้ำเสียงสั่นเครือและแหบแห้งตอบกลับมาทันที "เฮียผลิตขวดให้แบรนด์ร่ำต่อไม่ได้แล้ว เฮียต้องขอยกเลิกออเดอร์ทั้งหมดของพวกคุณ"คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางวง กลิ่นแก้วเงยหน้าขวับและลุกพรวดขึ้นยืนทันที ส่วนพริมมี่เบิกตากว้าง รีบคว้าโทรศัพท์มาแนบหูแล้วกดปิดสปีกเกอร์โฟนเพื่อคุยสายต่อ"เดี๋ยวนะคะเฮีย ยกเลิกได้ยังไง!" พริมมี่รัวคำถาม เสียงเริ่มดังขึ้นตามระดับความตกใจ "เราเซ็นสัญญากันแล้วนะคะ เงินมั
เช้าวันถัดมา บรรยากาศที่ควรจะสงบกลับคุกรุ่นไปด้วยความริษยาภายในคอนโดมิเนียมหรู ‘ชลลดา’ นั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟาตัวสวยด้วยสีหน้าสะใจ นัยน์ตาเฉี่ยวฉายแววอาฆาตแค้นขณะกวาดมองภาพถ่ายหลายสิบใบในสมาร์ตโฟน ภาพแอบถ่ายที่แสดงให้เห็นความใกล้ชิดชวนคิดลึกระหว่างกลิ่นแก้วกับปรมัตถ์ในกองถ่ายเมื่อวาน ถูกส่งมาจากช่างภาพรับจ้างอย่างครบถ้วนในเมื่อสถานที่ทรงคุณค่าอย่างเรือนไทยแห่งนั้น ปฏิเสธคำขอเช่าของคนอย่างเธออย่างไม่ไยดี แล้วทำไมผู้หญิงอย่างกลิ่นแก้วถึงเข้าไปใช้พื้นที่ถ่ายทำได้ง่ายดายนัก!"ฉันจะจัดให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งให้สมใจเลย!"เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา... ข่าวฉาวก็ถูกจุดติดและลุกลามราวกับไฟลามทุ่ง!เพจดังหลายเพจพร้อมใจกันปล่อยภาพหลุดในกองถ่ายแคมเปญ ‘ลูนาร์-สเปล’ พร้อมแคปชันปั่นกระแสสุดเผ็ดร้อน'วงในหลุด! ซีอีโอแบรนด์น้ำหอมน้องใหม่ ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อยืมเรือนไทยของไฮโซหนุ่มใหญ่ หลังโดนเทมานับครั้งไม่ถ้วน งานนี้แนบเนื้อถึงขั้นกระซิบกระซาบกันข้างเซต!'ชาวเน็ตและเพจอวตารแห่เข้ามากดไลก์ กดแชร์ และคอมเมนต์โจมตีกลิ่นแก้วอย่างรุนแรง กระแสข่าวลุกลามอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แฮชแท็ก #เจ้าของแบรนด์เต้าไต่ จะถูกสร้าง
การถ่ายทำลุล่วงไปได้ด้วยดีในช่วงเย็น ทว่าทันทีที่ผู้กำกับสั่งเลิกกองและทีมงานเริ่มเก็บอุปกรณ์ชิ้นสุดท้าย ท้องฟ้าที่เคยสว่างก็พลันมืดครึ้ม กลุ่มเมฆฝนสีดำทะมึนลอยต่ำเข้าปกคลุม ก่อนที่พายุฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงในเวลาเพียงไม่กี่นาทีกลิ่นแก้วยืนกอดอกลูบต้นแขนตัวเองไปมาอยู่ใต้ชายคาเรือนไทยปีกขวา ลมกรรโชกแรงหอบเอาละอองฝนเย็นเฉียบสาดกระเซ็นจนชุดสูทเริ่มชื้น ร่างเพรียวบางสั่นสะท้าน บรรยากาศมืดสลัวรอบกายยิ่งขับเน้นความรู้สึกอ้างว้างให้เพิ่มทวีคูณหญิงสาวหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันเรียกรถด้วยมือที่สั่นเทา วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเองเพราะสภาพจิตใจที่ย่ำแย่เมื่อเช้า ส่วนพริมมี่ก็ติดรถหมอวินออกไปเคลียร์คิวงานล่วงหน้าตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ทิ้งให้เธอต้องยืนรอรถกลับคอนโดเพียงลำพัง"ไม่มีรถกดรับงานเลยเหรอเนี่ย..."กลิ่นแก้วบ่นอุบอิบอย่างหงุดหงิด ปลายนิ้วเรียวกดรีเฟรชหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าแอปพลิเคชันก็ยังหมุนคว้าง พายุฝนตอนเลิกงานทำให้รถติดหนึบจนไม่มีแท็กซี่คันไหนหลงเหลือมารับผู้โดยสารในย่านนี้เลยยิ่งเวลาผ่านไป อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งลดต่ำ ความเหนื่อยล้าจากงานและความเครียดสะสมมาทั้งวันท







