Masukแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า
สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้
ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง
เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา
สายลมหนาวพัดกรรโชกแรงจนม่านหมอกสีเทาหม่นพัดม้วนระเนระนาดอยู่ภายนอกตัวเรือนใหญ่ เสียงเม็ดฝนหลงฤดูที่ยังคงตกกระทบหน้าต่างกระจกดังเปาะแปะแว่วเข้ามาเป็นระยะ ขับเน้นให้บรรยากาศภายในโถงทางเดินไม้สักทองทวีความเงียบสงัดและเยือกเย็น แก้วตาเดินตามแผ่นหลังกว้างกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาขึ้นมาบนเรือนใหญ่เงียบ ๆ สองมือบางกระชับสาบเสื้อคลุมไหมพรมสีครีมตัวโคร่งของตนเองแน่นเพื่อบรรเทาไอหนาว ทว่าสิ่งที่เหน็บหนาวกว่าสภาพอากาศในค่ำคืนนี้ คือกระแสความหน่วงหนึบและอึดอัดใจที่โรยตัวปกคลุมคนทั้งสองจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง เด็กหนุ่มทอดสายตามองแผ่นหลังหนาที่ก้าวเดินนำหน้าอยู่หนึ่งช่วงตัวด้วยแววตาที่นิ่งสนิท ใบหน้าหวานสีพีชเรียบเฉยไร้ความเจื้อยแจ้วประกายวิบวับใสซื่อเหมือนดั่งวันวาน แก้วตาไม่ได้พยศขัดขืน ไม่ได้ตั้งท่าประชดประชันประท้วงใส่เจ้านายหนุ่มด้วยกิริยากระเง้ากระงอด ทว่าในใจลึก ๆ กลับยังคงนึกงอนและชาหนึบกับภาพสายตาผิดหวังระคนหูเบาของพ่อเลี้ยงภูผาเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา รอยร้าวจากการถูกปรักปรำท่ามกลางคำใส่ไฟของคุณหนูศิรินทร์มันยังคงตกตะกอนแน่นอยู่ก้นบึ้งของความรู้สึก แม้เจ้านายจะออกปากสั่งงานให้ขึ้นมานวดแก้ปวดกลางดึ
บรรยากาศยามบ่ายบนเรือนใหญ่ไม้สักทองตกสู่วังวนแห่งความอึดอัดอีกครั้ง หลังจากที่พายุฝนหลงฤดูพัดผ่านไป ทิ้งไว้เพียงไอหมอกชื้นแฉะที่ลอยมาอ้อยอิ่งอยู่ริมระเบียง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมรอบกายจนชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง ภายในห้องทำงานกว้างขวาง แก้วตานั่งอยู่ตรงตั่งไม้ตัวเดิมฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สองมือบางคอยหยิบจับเอกสารบัญชีคลังสินค้าและงบประมาณค่าซ่อมบำรุงโรงเรือนตากแห้งจัดเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าหวานสีพีชยังคงนิ่งสงบเรียบเฉย ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์จับจ้องอยู่กับตัวเลขตรงหน้าอย่างใช้สมาธิ เด็กหนุ่มเลือกที่จะซ่อนทุกความรู้สึก ทุกความสับสน และความอัดอั้นตันใจจากเรื่องเมื่อวันก่อนเอาไว้ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยม รักษาระยะห่างตามความเหมาะสม และไม่แสดงความงี่เง่าหรือความหึงหวงออกมาให้ใครเห็น แม้จะรู้ดีว่าคุณหนูศิรินทร์พยายามจะเข้ามาแสดงตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพ่อเลี้ยงภูผามากเพียงใดก็ตาม ทว่า ความนิ่งสงบและกิริยาอันนบนอบสง่างามของแก้วตา กลับยิ่งจุดประกายความริษยาในใจของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ให้โหมกระหน่ำ ศิรินทร์ก้าวเดินเข้ามาในห้องทำงานพร้อมกระเป๋าถือราคาแพงและเอกสารแผนงานระบบดิจิทัลล็อตใหม่







