วิศวะราชัน

วิศวะราชัน

last updateLast Updated : 2026-10-16
By:  พิมพ์ใจCompleted
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
37Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“ที่นี่มีกฎ และกูคือคนที่คุมกฎทั้งหมด” “แต่ผมคิดว่ากฎของพี่… แม่งไร้สาระ”

View More

Chapter 1

บทที่ 1: กฎของใคร

บทที่ 1: กฎของใคร

กลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำยาหล่อเย็นผสมไอละอองน้ำมันเครื่องลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ อุณหภูมิใต้โครงหลังคาเหล็กโปร่งของโรงช็อปภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลช่วงบ่ายแก่ๆ อบอ้าวเสียจนเสื้อยืดตัวในชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เสียงเครื่องมิลลิ่งและเครื่องกลึงโลหะรอบข้างดังหวีดหวิวสลับกับเสียงค้อนเคาะเหล็กเป็นจังหวะสะเปะสะปะ แต่ตรงลานซีเมนต์กว้างด้านในสุด กลับมีเพียงเสียงกระดาษทรายขัดเนื้อโลหะดังครืดคราดอย่างน่าอึดอัด

เด็กปีหนึ่งเกือบสามสิบชีวิตนั่งคุกเข่าเรียงแถวหน้ากระดานอยู่บนพื้นปูนหยาบ เสื้อช็อปสีกรมท่าตัวใหม่ที่เนื้อผ้ายังแข็งกระด้างเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าสีดำ ปลายนิ้วของทุกคนแตกด้านและดำปื้นจากการจับเศษเฟืองเหล็กเก่าขึ้นมาขัดถูซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามคำสั่งของรุ่นพี่ปีสองที่ยืนคุมเชิงล้อมรอบ

“ขัดเข้าไป! ใครสั่งให้พวกมึงหยุดมือ!”

เสียงตวาดห้วนดังแหวกเสียงเครื่องจักรมาจาก ‘แดน’ รุ่นพี่ปีสองร่างผอมเกร็งที่ยืนกอดอก กวาดสายตาดุดันมองแถวน้องใหม่ด้วยความหงุดหงิด

“กูบอกให้ขัดจนกว่าเนื้อเหล็กมันจะสะท้อนหน้ามึงได้ ชิ้นส่วนพวกนี้คือสิ่งที่รุ่นพี่ส่งต่อกันมา เป็นตัวแทนของหยาดเหงื่อและความอดทน ถ้าแค่เหล็กก้อนเดียวยังขัดให้ขึ้นเงาไม่ได้ พวกมึงก็ไม่ต้องสะเออะหวังจะได้ไปจับเครื่องมือจริงในแล็บ คุกเข่าลงไปแล้วขัดต่อ!”

แกร๊ง!

เสียงวางชิ้นส่วนเฟืองเหล็กหล่อกระทบกับหน้าโต๊ะทำงานสังกะสีดังลั่น มันไม่ได้ดังจนกลบเสียงโรงงาน ทว่าจังหวะที่จงใจปล่อยให้ตกกระทบกลับหยุดเสียงด่าทอของรุ่นพี่ลงได้สนิท

สายตานับสิบคู่เหลือบมองไปยังต้นเสียงพร้อมกัน

เหนือเมฆยืนตัวตรง แผ่นหลังเหยียดตึง มือเรียวที่เปื้อนฝุ่นเหล็กวางกระดาษทรายเบอร์หยาบลงข้างตัวอย่างไม่ใส่ใจ เสื้อช็อปตัวใหม่เอี่ยมที่ยังคงมีรอยพับจากร้านขับเน้นช่วงไหล่ให้ดูโปร่ง ใบหน้าเรียบเนียนเปื้อนคราบน้ำมันสีดำเป็นปื้นตรงโหนกแก้ม แต่แววตาใต้คิ้วเข้มกลับนิ่งสนิท ไร้ความตื่นตระหนกโดยสิ้นเชิง

“ไอ้เมฆ... มึงทำบ้าอะไร ขัดต่อดิวะ” บาสที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือด รีบเอื้อมมือไปกระตุกขากางเกงยีนส์ของเพื่อนสนิทรัวๆ พลางส่งสายตาขอร้อง “เดี๋ยวพวกมันก็สั่งซ่อมทั้งรุ่นหรอก มึงใจเย็นก่อน”

เหนือเมฆไม่ก้มลงมองเพื่อน เขาสบตารุ่นพี่ปีสองตรงๆ

“ยืนขึ้นมาทำไมวะปีหนึ่ง!” แดนก้าวพรวดเข้ามาประชิดโต๊ะ ชี้นิ้วตรงมาที่หน้าผากของเหนือเมฆ “กูอนุญาตให้มึงลุกแล้วเหรอ!”

“ขัดต่อไปก็เสียเศษเหล็กทิ้งเปล่าๆ ครับ” น้ำเสียงของเหนือเมฆราบเรียบ ไม่ได้ตะคอก ทว่าก้องกังวานและชัดเจนพอที่จะทำให้ทุกคนในรัศมีได้ยิน

“มึงว่าไงนะ?”

“ชิ้นนี้เป็นเฟืองเกียร์แบบเฉียง ผิวสัมผัสและระยะพิกัดความเผื่อถูกขึ้นรูปมาละเอียดระดับไมครอนเพื่อให้ขบกับฟันเฟืองตัวอื่นได้สนิท” เหนือเมฆใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนฟันเฟืองที่สึกหรอ “การเอากระดาษทรายหยาบมานั่งขัดมือแบบไม่มีทิศทาง ไม่มีหัววัดความหยาบผิว มันรังแต่จะทำให้โปรไฟล์ฟันเฟืองเสียรูป ยิ่งขัด ความหนาของฟันก็ยิ่งสึกไม่เท่ากัน”

เขาเว้นจังหวะ กวาดสายตามองกระดาษทรายเปื้อนคราบสนิมในมือเพื่อนคนอื่น

“ถ้าเอาชิ้นส่วนที่เสียศูนย์แบบนี้ไปประกอบในห้องเกียร์จริง พอเครื่องยนต์หมุนรอบจัด เกิดความเค้นสะสม ฟันเฟืองมันจะขัดกันจนแตกคากระปุกเกียร์ งานช่างเขาวัดกันที่ความเที่ยงตรงและหลักฟิสิกส์ ไม่ใช่การเอาเศษเหล็กชำรุดมาบังคับให้ขัดมือเพื่อพิสูจน์ความอดทนงมงายครับ”

ทั้งโรงช็อปเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านช่องระบายอากาศ

แดนยืนนิ่ง เลือดลมตีขึ้นหน้าจนใบหูแดงก่ำ ความอับอายที่ถูกเด็กทุนปีหนึ่งฉีกหน้าด้วยหลักการที่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัด ฝ่ามือของรุ่นพี่ปีสองคว้าเข้าที่คอเสื้อช็อปของเหนือเมฆแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนกระดุมเม็ดบนแทบหลุด

“มึงคิดว่ามึงเป็นใครมาจากไหนวะ!” แดนกัดฟันกรอด น้ำลายกระเซ็น “เพิ่งเหยียบตึกนี้ได้ไม่กี่วัน คิดว่าสอบติดคะแนนสูงแล้วจะอวดฉลาดสั่งสอนใครก็ได้เหรอ! กูเป็นรุ่นพี่มึง! ระบบที่นี่เขาสั่งให้ทำอะไร มึงก็ต้องทำ!”

เหนือเมฆไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขายืนปักหลักนิ่ง ไม่เซตามแรงดึง สองมือทิ้งขนานอยู่ข้างลำตัว ไม่คิดจะปัดป้องหรือถอยหนี แววตานิ่งสนิทคู่นั้นสะท้อนเพียงความเย็นชาและดูแคลนระบบอำนาจนิยมจอมปลอมที่พยายามกดหัวเขา

“ถ้าความเป็นรุ่นพี่มันวัดกันแค่ใครเกิดก่อนหรือใครเข้าเรียนก่อน โดยไม่ต้องสนว่าสิ่งที่สั่งมันถูกหรือผิด...” เหนือเมฆเอ่ยช้าๆ “ระบบแบบนั้น มันก็แค่เครื่องมือของคนที่ไม่มีปัญญาเอาชนะคนอื่นด้วยความสามารถครับ”

“ไอ้สัดนี่!”

แดนเงื้อกำปั้นขึ้นสุดแขน เด็กปีหนึ่งรอบข้างพากันหลับตาปี๋ บาสทำท่าจะถลันเข้าไปห้าม แต่ยังไม่ทันที่กำปั้นจะเหวี่ยงลงมา

“พอ”

เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง

มันไม่ใช่เสียงตะโกน ไม่ได้มีความเกรี้ยวกราด ทว่าเป็นเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และหนักแน่นจนอากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งลงในพริบตา

บรรยากาศในโรงช็อปชะงักงัน ช่างกลรุ่นพี่คนอื่นที่กำลังคุมเครื่องจักรอยู่ไกลๆ ถึงกับรีบกดสวิตช์ดับเครื่อง เสียงรองเท้าเซฟตี้หนังแท้กระทบพื้นซีเมนต์ดังเป็นจังหวะเนิบช้า สม่ำเสมอ ทว่าทุกก้าวที่ขยับใกล้เข้ามากลับทำให้กลุ่มคนที่ยืนมุงอยู่รีบถอยร่น แตกฮือออกเป็นช่องทางกว้างโดยไม่ต้องมีใครเอ่ยปากสั่ง

ราชันก้าวเดินเข้ามาในวงล้อม

เสื้อช็อปสีกรมท่าของเขาผ่านการใช้งานและซักมานับครั้งไม่ถ้วนจนสีซีดจางเป็นสีควันบุหรี่ ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างพับร่นขึ้นลวกๆ เหนือข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่มีรอยไหม้จางๆ จากสะเก็ดไฟเชื่อมเหล็ก ในกระเป๋าเสื้อด้านหน้าเหน็บเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์เหล็กและปากกาเคมีสีดำ รูปร่างสูงใหญ่และไหล่กว้างตระหง่านทอดเงาทาบทับลานปูนจนดูมืดลงไปถนัดตา

ราชันค่อยๆ ถอดถุงมือหนังช่างเครื่องออกทีละข้าง โยนมันลงบนโต๊ะสังกะสีตรงหน้าแดน

ตึง!

แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยทำให้แดนสะดุ้งสุดตัว มือที่กำคอเสื้อเหนือเมฆไว้คลายออกทันทีราวกับแตะโดนของร้อน เขาก้าวถอยหลังไปสองก้าว ก้มหน้าหลบสายตาอย่างลนลาน

“พี่... พี่ราชัน” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หดหาย เหลือเพียงความสั่นเครือ “คือ... เด็กนี่มันไม่ยอมทำตามกฎ มันเถียงคำไม่ตกฟาก แถมยังว่าระบบของคณะ...”

ราชันไม่แม้แต่จะปรายตามองรุ่นน้องปีสองที่กำลังละล่ำละลักแก้ตัว

สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวใต้คิ้วหนาปัดผ่านบรรยากาศรอบข้าง ก่อนจะหยุดนิ่งลงที่ใบหน้าของเด็กปีหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะ

เหนือเมฆยังคงยืนอยู่ที่เดิม คอเสื้อช็อปยับย่นเล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองสบประสานกับราชันกลับไม่มีร่องรอยของความเกรงกลัว ไม่มีความคิดที่จะก้มหน้าหลบตาเหมือนคนอื่นในคณะ

ราชันก้าวเท้าข้ามพื้นที่ว่างระหว่างโต๊ะเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเหนือเมฆ

ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ ความสูงที่ต่างกันเกือบหนึ่งช่วงศีรษะบีบให้เหนือเมฆต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาระดับสายตา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้ผสมกลิ่นยาสูบและน้ำมันเครื่องจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวราชันสร้างแรงกดดันมหาศาลจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าสูดหายใจ

“มึงชื่ออะไร” ราชันถามขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทจนไม่อาจคาดเดาอารมณ์

“เหนือเมฆครับ”

“รู้ไหมว่าที่นี่มีกฎ”

ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่เย็นชาของคนตรงหน้าโดยไม่กะพริบ

“รู้ครับ”

“แล้วทำไมไม่ทำตาม”

“เพราะกฎบางข้อถูกตั้งขึ้นมาโดยคนที่ไม่ได้ใช้สมองคิด” เหนือเมฆตอบสวนกลับทันทีโดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว “และผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเคารพกฎที่ไร้สาระ”

“ไอ้เหี้ยเมฆ...” บาสครางแผ่ว ยกสองมือกุมขมับคล้ายจะเป็นลมอยู่รอมร่อ คนทั้งโรงช็อปต่างพร้อมใจกันเบือนหน้าหนี ไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงจุดจบของเด็กปากดีคนนี้

ทว่า ราชันกลับไม่ได้บันดาลโทสะ

ดวงตาคมคายคู่นั้นกวาดมองใบหน้าขาวที่เปรอะคราบดำ ไล่ลงมายังริมฝีปากบางที่เม้มแน่นอย่างทระนง ราชันยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาที เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้กระดูกสันหลังหนาววาบ

“ปากดี”

ราชันขยับเท้าก้าวประชิดเข้าไปอีกครึ่งก้าว ปลายรองเท้าเซฟตี้แทบจะชนกับรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของเหนือเมฆ ไอร้อนจากร่างกายแกร่งแผ่ซ่านออกมาจนเหนือเมฆสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อช็อปสีซีด

“คิดว่าตัวเองฉลาดพอจะตัดสินคนอื่นตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เหยียบโรงช็อปเลยงั้นเหรอ”

“ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหน” เหนือเมฆเชิดคางขึ้น ไม่ยอมถอยหนีแม้แผ่นหลังจะสัมผัสได้ถึงขอบโต๊ะเหล็ก “แต่ผมรู้ว่าอะไรคือวิศวกรรม และผมจะไม่ยอมทำลายชิ้นงานเพื่อสนองอัตตาหรืออำนาจของใครทั้งนั้น... ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นพี่ก็ตาม”

ความเงียบทิ้งตัวลงมาอย่างหนักหน่วงจนแทบขาดใจ

ราชันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ส่องประกายดื้อรั้นคู่นั้นเนิ่นนาน ความเงียบของเขากดดันยิ่งกว่าเสียงตวาดใดๆ ในโลก ทว่ายิ่งเขากดดัน เด็กตรงหน้ากลับยิ่งเบิกตาสู้ ไม่ยอมปริปากขอโทษ ไม่ยอมแม้แต่จะกะพริบตาเพื่อแสดงความพ่ายแพ้

ราชันโน้มตัวลงมาช้าๆ

ใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้จนกระทั่งปลายจมูกแทบจะแตะผิวแก้มขาว ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้ออ่อนข้างลำคอของเหนือเมฆ กลิ่นอายดิบเถื่อนเฉพาะตัวและรังสีคุกคามทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเด็กปีหนึ่งกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่

ราชันลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทุ้มต่ำ ทว่าเฉียบขาดและหนักแน่นดุจโซ่ตรวนที่พร้อมจะล่ามตรึงทุกสิ่งไว้ใต้ฝ่าเท้า

“อย่าทำให้กูสนใจ...”

ราชันเว้นจังหวะ ริมฝีปากเฉียดผ่านใบหูที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อของคนอวดดี

“เพราะถ้ากูมองมึงแล้ว... มึงจะถอยกลับไม่ได้อีก เหนือเมฆ”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
37 Chapters
บทที่ 1: กฎของใคร
บทที่ 1: กฎของใครกลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำยาหล่อเย็นผสมไอละอองน้ำมันเครื่องลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ อุณหภูมิใต้โครงหลังคาเหล็กโปร่งของโรงช็อปภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลช่วงบ่ายแก่ๆ อบอ้าวเสียจนเสื้อยืดตัวในชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เสียงเครื่องมิลลิ่งและเครื่องกลึงโลหะรอบข้างดังหวีดหวิวสลับกับเสียงค้อนเคาะเหล็กเป็นจังหวะสะเปะสะปะ แต่ตรงลานซีเมนต์กว้างด้านในสุด กลับมีเพียงเสียงกระดาษทรายขัดเนื้อโลหะดังครืดคราดอย่างน่าอึดอัดเด็กปีหนึ่งเกือบสามสิบชีวิตนั่งคุกเข่าเรียงแถวหน้ากระดานอยู่บนพื้นปูนหยาบ เสื้อช็อปสีกรมท่าตัวใหม่ที่เนื้อผ้ายังแข็งกระด้างเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าสีดำ ปลายนิ้วของทุกคนแตกด้านและดำปื้นจากการจับเศษเฟืองเหล็กเก่าขึ้นมาขัดถูซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามคำสั่งของรุ่นพี่ปีสองที่ยืนคุมเชิงล้อมรอบ“ขัดเข้าไป! ใครสั่งให้พวกมึงหยุดมือ!”เสียงตวาดห้วนดังแหวกเสียงเครื่องจักรมาจาก ‘แดน’ รุ่นพี่ปีสองร่างผอมเกร็งที่ยืนกอดอก กวาดสายตาดุดันมองแถวน้องใหม่ด้วยความหงุดหงิด“กูบอกให้ขัดจนกว่าเนื้อเหล็กมันจะสะท้อนหน้ามึงได้ ชิ้นส่วนพวกนี้คือสิ่งที่รุ่นพี่ส่งต่อกันมา เป็นตัวแทนของหยาดเหงื่อและความอดทน ถ้าแค่เหล็กก้
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 2: กล่องข้าวใต้ต้นไม้
บทที่ 2: กล่องข้าวใต้ต้นไม้ใต้ร่มเงากว้างของต้นจามจุรีใหญ่ข้างตึกภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล สายลมหอบเอาไอร้อนระอุของช่วงบ่ายพัดผ่านจนใบไม้แห้งร่วงกราวลงบนลานหญ้า เสียงจอแจของนักศึกษาที่เดินขวักไขว่อยู่ตรงทางเดินริมสระน้ำด้านหน้าแว่วมาเพียงแผ่วเบา มุมโต๊ะม้าหินอ่อนตัวยาวแห่งนี้ซ่อนอยู่หลังแนวพุ่มเข็มดัด เป็นจุดอับสายตาที่ปลอดคนและเงียบพอให้ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองเหนือเมฆเลือกมุมนี้เป็นที่หลบภัยตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากโรงช็อปเมื่อวาน ข่าวเรื่องเด็กทุนปีหนึ่งลุกขึ้นมาหักหน้ารุ่นพี่ปีสองเรื่องขัดเกียร์ก็สะพัดไปทั่วรุ่น ยิ่งไปกว่านั้น การที่ ‘พี่ราชัน’ ก้าวลงมาแทรกกลางวงด้วยตัวเอง ยิ่งทำให้ชื่อของเหนือเมฆกลายเป็นประเด็นซุบซิบประจำซุ้มวิศวะ ตลอดช่วงเช้าไม่ว่าจะเดินผ่านลานเกียร์หรือโถงหน้าห้องบรรยายรวม เขามักจะสัมผัสได้ถึงสายตานับสิบคู่ที่มองตามหลัง บ้างก็มองด้วยความทึ่ง บ้างก็มองด้วยความสมเพชปนอยากรู้อยากเห็น คล้ายกำลังรอคอยดูว่าเขาจะโดนรุ่นพี่ปีสี่จัดการอย่างไรเหนือเมฆรังเกียจสายตาพวกนั้น เขาไม่ชอบการตกเป็นเป้าความสนใจ และเกลียดการถูกตัดสินจากคนที่ไม่เคยรู้จักตัวตนจริงๆ ของเขาบนโต๊ะม้า
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 3: กุญแจรถกลางสายฝน
บทที่ 3: กุญแจรถกลางสายฝนท้องฟ้าหลังหกโมงเย็นมืดเร็วกว่าปกติ เมฆฝนก้อนหนาทึบแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณมหาวิทยาลัยจนกลายเป็นสีเทาหม่น เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำสะเทือนเลื่อนลั่นอยู่ในอก ลมกรรโชกแรงพัดพาเอาละอองน้ำสาดซัดเข้ามาใต้เพิงสังกะสีของลานจอดรถมอเตอร์ไซค์หลังตึกภาควิชาเครื่องกล ก่อนที่สายฝนห่าใหญ่จะเทกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตาน้ำฝนเริ่มเอ่อท่วมขังตามรอยแตกของพื้นยางมะตอย ส่งกลิ่นดินชื้นและกลิ่นโอโซนคละคลุ้งนักศึกษาส่วนใหญ่รีบเร่งฝ่าฝนกลับหอพักไปตั้งแต่คาบแล็บสุดท้ายเลิก ทิ้งให้ลานจอดรถที่มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวติดๆ ดับๆ เหลือเพียงความเงียบงันและเสียงเม็ดฝนตกกระทบแผ่นสังกะสีดังกึกก้องตรงมุมเสาต้นในสุด เหนือเมฆนั่งยองๆ อยู่ข้างมอเตอร์ไซค์ครอบครัวคันเก่าสภาพผ่านศึก ปลายขากางเกงยีนส์เปียกชุ่มจนแนบไปกับข้อเท้า เสื้อช็อปสีกรมท่าถูกถอดออกพาดไว้บนเบาะ เหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวคอกลมที่เปื้อนคราบน้ำมันและฝุ่นดำเป็นดวงๆ แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่วางพิงไว้กับก้อนอิฐส่องกระทบล้อหลังที่นิ่งสนิท แบตเตอรี่หน้าจอขึ้นแถบสีแดงเตือนว่าเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์มือขวาของเขากำประแจแหวนเบอร์สิบแน่น ข้อมือออกแรงขันน
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 4: กระโปรงเชียร์กับกลิ่นหมูกระทะ
บทที่ 4: กระโปรงเชียร์กับกลิ่นหมูกระทะควันสีขาวขุ่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นมันหมูไหม้เกรียมและกลิ่นถ่านไม้ลอยคลุ้งอยู่ใต้เพิงสังกะสีของร้านหมูกระทะบุฟเฟต์ท้ายซอย ลมพัดพาเอาละอองควันพวยพุ่งไปตามแนวยาวของโต๊ะสแตนเลส เสียงเพลงลูกทุ่งจังหวะสามช่าที่เปิดจากลำโพงตู้ไม้หน้าร้านดังแทรกเสียงตะโกนคุยข้ามโต๊ะและเสียงแก้วกระทบกันระงม แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสะท้อนกับหยดน้ำแข็งที่เกาะข้างเหยือกน้ำอัดลม บรรยากาศดิบเถื่อนและจอแจสไตล์ร้านหมูกระทะเด็กมหาลัยช่วงปลายสัปดาห์โต๊ะตัวยาวริมรั้วถูกยึดครองโดยแก๊งวิศวะเครื่องกลร่วมสิบชีวิตฝั่งหนึ่งคือรุ่นพี่ปีสี่ขาใหญ่ของชมรมมอเตอร์สปอร์ต นำโดยไม้ที่นั่งถกแขนเสื้อช็อปคีบมันหมูก้อนขาวลงไปถูกระทะอะลูมิเนียมจนเสียงดังฉ่า ถัดไปคือภีมที่คอยเปิดขวดน้ำอัดลมแจกจ่ายอย่างใจเย็น และม่านฟ้าที่นั่งไขว่ห้างเท้าคาง คอยใช้ตะเกียบเขี่ยผักบุ้งลงในร่องน้ำซุปส่วนอีกฝั่งคือเด็กปีหนึ่งสามสี่คนที่นั่งตัวลีบติดกัน บาสกับเติร์ดนั่งเกร็งจนหลังตรงแทบไม่กล้าขยับตะเกียบ มีเพียงโอมที่พอจะยิ้มแหยๆ รับมุกรุ่นพี่ได้บ้างและตรงหัวโต๊ะ... ชายหนุ่มสองคนที่นั่งติดกันกลับสร้างบรรยากาศแปลกประหลาดที่ทำให้
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 5: ร้านถ่ายเอกสารตีสอง
บทที่ 5: ร้านถ่ายเอกสารตีสองช่วงสัปดาห์สอบกลางภาค มหาวิทยาลัยตกอยู่ในสภาพคล้ายเขตกักกันที่ไร้ชีวิตชีวา ลานเกียร์ที่เคยแน่นขนัดไปด้วยเสียงคุยและเสียงกีตาร์โปร่งกลับเงียบสงัด มีเพียงลมดึกพัดเศษใบไม้แห้งหมุนคว้างไปตามทางเดินปูน แสงไฟนีออนตามเสาไฟทางเดินส่องสลับกับเงามืด ทิ้งคราบความเหนื่อยล้าของนักศึกษาที่ต้องสังเวยเวลานอนให้แก่ตำรากองโตเวลาตีหนึ่งสี่สิบห้าร้านถ่ายเอกสารใต้หอพักนักศึกษาเปิดพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ แข่งกับเสียงเครื่องซีร็อกซ์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่กำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง แผ่นกระดาษเอสี่สีขาววิ่งผ่านลูกกลิ้งความร้อนออกมาทีละแผ่นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นไออุ่นของกระดาษใหม่ผสมกลิ่นหมึกผงคาร์บอนและกลิ่นโอโซนจากเครื่องจักรลอยอบอวลไปทั่วห้องแคบๆเหนือเมฆยืนพิงเคาน์เตอร์กระจก สวมเสื้อยืดสีขาวตัวเก่าคอย้วยกับกางเกงขาสั้นสีเทา ขอบตาร้อนผ่าวและบวมช้ำจากความอดนอนสะสมมาตลอดสามวัน พลาสเตอร์ยาแผ่นเก่าตรงข้อนิ้วชี้ข้างขวาเริ่มเปื่อยลุ่ยและมีคราบผงหมึกสีดำเปื้อนเป็นปื้น กระป๋องกาแฟสำเร็จรูปรสเข้มที่ดูดจนแห้งขอดถูกบี้แบนคามือซ้ายพรุ่งนี้เช้าเก้าโมงตรง เขามีสอบวิชาสถิติศาสตร์วิศวกรรม (Engin
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 6: เก้าอี้ตัวที่ว่าง
บทที่ 6: เก้าอี้ตัวที่ว่างเสียงอื้ออึงของโรงอาหารกลางคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงเที่ยงตรงดังกระหึ่มจนแทบกลบทุกเสียงพูดคุย เสียงช้อนส้อมสแตนเลสกระทบจานกระเบื้องสลับกับเสียงตะโกนขานเบอร์คิวของป้าร้านข้าวแกง พัดลมเพดานตัวยักษ์หลายตัวหมุนกวาดเอาไอร้อน กลิ่นน้ำมันทอด และกลิ่นพริกแกงลอยวนอยู่ใต้โครงหลังคาสูง โต๊ะยาวทุกตัวอัดแน่นไปด้วยกลุ่มนักศึกษาในเสื้อช็อปต่างสาขาที่เพิ่งผ่านศึกหนักจากห้องสอบกลางภาคช่วงเช้าสภาพของแต่ละคนไม่ต่างจากคนที่เพิ่งรอดชีวิตออกมาจากสมรภูมิรบเหนือเมฆเดินถือจานข้าวมันไก่ทอดวนหาที่ว่างเป็นรอบที่สาม รอบดวงตามีรอยคล้ำจางๆ จากการไม่ได้นอนทั้งคืน แขนเสื้อยืดสีขาวใต้เสื้อช็อปชื้นเหงื่อจากความอบอ้าว ในหัวของเขายังคงหมุนเคว้งไปด้วยสมการวงกลมของมอร์ (Mohr's Circle) และการกระจายความเค้นเฉือนจากวิชากลศาสตร์ของแข็งที่เพิ่งส่งกระดาษคำตอบไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนพอนึกถึงข้อสอบ ความหงุดหงิดระคนสับสนก็แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อคืน หลังจากโดนลากตัวขึ้นรถบิ๊กไบค์ไปที่คอนโดของราชัน ชายหนุ่มรุ่นพี่ปีสี่ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวรุ่มร่ามอย่างที่ขู่ไว้ แต่กลับโยนกองข้อสอบเก่าย้อนหลังแปดปีลงบนโต๊ะเขี
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 7: พรสวรรค์ในห้องช็อป
บทที่ 7: พรสวรรค์ในห้องช็อปกลิ่นฉุนกึกของน้ำมันเบนซินออกเทนหนึ่งร้อยผสมไอเสียร้อนจัดอบอวลไปทั่วห้องทดสอบกำลังเครื่องยนต์หลังตึกเครื่องกล เสียงพัดลมหอยโข่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สี่ตัวหมุนกวาดระบายอากาศแข่งกับเสียงปั๊มลม ผนังห้องบุแผ่นซับเสียงสีเทาเข้มสะท้อนแรงสั่นสะเทือนจากแท่นไดนาโมมิเตอร์เหล็กกล้ากลางห้องบนลูกกลิ้งคู่เหล็กกล้า โครงรถแข่งฟอร์มูล่านักศึกษาแบบล้อเปิดคันเพรียวลมสีดำด้านจอดล็อกสลิงไว้อย่างแน่นหนา ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ช่วงท้ายถูกถอดเปลือยออก เผยให้เห็นบล็อกเครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงขนาดหกร้อยซีซีที่ทีมงานโมดิฟายสำหรับลงชิงแชมป์ระดับอุดมศึกษาบรืน... บรืน... บรืนนนน— ปัง! แค่ก!เสียงลากรอบเครื่องยนต์คำรามกึกก้องจนถึงแปดพันห้าร้อยรอบต่อนาทีก่อนจะสะดุดกึก เกิดเสียงระเบิดแบ็กไฟร์ดังสนั่นที่ปลายท่อไอเสียไทเทเนียม ควันสีเทาเข้มพวยพุ่งออกมาเป็นสาย รอบเครื่องยนต์ร่วงวูบลงมาที่รอบเดินเบาทันทีเหมือนคนสำลักน้ำ“เวรเอ๊ย! เป็นห่าอะไรของมันอีกวะ!”ไม้สบถลั่น ขว้างประแจแหวนลงบนถาดเครื่องมือเสียงดังเคร้ง เขายกหลังมือเปื้อนคราบเขม่าดำปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตา สภาพเสื้อช็อปสีกรมท่าเปียกชุ่มจนแน
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 8: เงาในอดีต
บทที่ 8: เงาในอดีตสายลมช่วงสายพัดพาเอาฝุ่นละอองและไอแดดระอุเข้ามาทางประตูม้วนเหล็กที่เปิดกว้าง พื้นซีเมนต์ของโรงช็อปส่วนขยายที่เคยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเครื่องถูกขัดล้างจนสะอาด โครงรถแข่งฟอร์มูล่านักศึกษาแบบล้อเปิดสีดำด้านจอดเด่นอยู่บนสแตนด์ยกไฮดรอลิกกลางห้อง ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผ่านการเช็ดเคลือบเงาสะท้อนแสงไฟนีออนวับ ไร้รอยนิ้วมือผลการตรวจสภาพความพร้อมของรถเมื่อเช้าตรู่ผ่านพ้นไปด้วยดี อาจารย์ชาญชัยยืนกอดอกพยักหน้าให้กับการวิ่งทดสอบบนแท่นไดโน่ รอบเครื่องยนต์กวาดเรียบเนียนถึงหมื่นสองพันรอบโดยไม่มีอาการสะดุด ตัวเลขเก้าสิบแปดแรงม้าที่เสถียรไร้ที่ติทำให้อาจารย์ยอมจรดปากกาเซ็นอนุมัติงบส่งแข่งรอบคัดเลือกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับขึ้นตึกไปเตรียมรับรองแขกคนสำคัญตรงมุมโต๊ะช่าง เหนือเมฆยืนอยู่ข้างตู้เครื่องมือเหล็ก สวมเสื้อช็อปสีกรมท่าตัวเดิมที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ในมือถือประแจปอนด์และสมุดจดบันทึกค่าแรงขันน็อตล้อ เขาคอยไล่เช็กจุดยึดปีกนกคู่ทีละตัวตามหน้าที่ช่างเครื่องประจำรถบนโต๊ะพับด้านข้าง มีใบลงเวลาปฏิบัติงานพิเศษของฝ่ายกิจการนักศึกษาวางอยู่ ช่องลงเวลาเริ่มงานแปดโมงเช้าถูกเซ็นกำ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 9: คืนฝนรั่วที่หอพัดลม
บทที่ 9: คืนฝนรั่วที่หอพัดลมเสียงฟ้าร้องคำรามครืนต่ำอยู่หลังม่านเมฆสีเทาดำ ลมพายุหมุนกวาดเอาไอน้ำฝนระลอกใหญ่สาดซัดเข้าใส่บานเกล็ดกระจกเก่าๆ ของห้องพักชั้นบนสุดจนโครงอะลูมิเนียมสั่นสะเทือน แผ่นสังกะสีบนหลังคาแอ่นรับน้ำหนักเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม กลิ่นดินชื้น ปูนเปียก และกลิ่นอับของเชื้อราลอยฟุ้งขึ้นมาตามร่องแตกของผนังห้องแคบขนาดไม่ถึงยี่สิบตารางเมตรแปะ... ติ๋ง... ติ๋ง...หยดน้ำสีขุ่นหยดลงมาจากรอยคราบด่างสีน้ำตาลบนฝ้าเพดานที่เริ่มบวมพอง กะละมังพลาสติกสีฟ้าใบเก่าที่วางรองไว้บนพื้นปูนขัดมันรับน้ำฝนจนเกิดเสียงสะท้อนกังวานก้องทั่วห้องพัก ข้างๆ กันนั้นมีหม้อต้มบะหมี่ใบเล็กอีกใบถูกลากมารองรับน้ำหยดจากรอยแยกตรงมุมห้องบนฟูกนอนปิกนิกบางๆ ที่ปูแนบอยู่กับพื้น เหนือเมฆนอนขดตัวคุดคู้ สองแขนกอดรัดท่อนขาตัวเองแน่น ผ้าห่มผืนบางที่ซักจนเนื้อผ้าสากระด้างไม่อาจต้านทานไอเย็นยะเยือกของลมฝนที่พัดเล็ดลอดเข้ามาตามขอบหน้าต่างได้เลยพิษไข้แล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงจนผิวแก้มและลำคอร้อนผ่าว หากแต่ปลายนิ้วมือและปลายนิ้วเท้ากลับเย็นเฉียบ ปวดร้าวลึกเข้าไปถึงกระดูก ริมฝีปากแห้งแตกเป
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 10: คีย์การ์ดสำรอง
บทที่ 10: คีย์การ์ดสำรองแสงแดดจัดยามสายส่องลอดม่านโปร่งสีเทาควันบุหรี่เข้ามาในห้องนอนใหญ่ ทาบทับลงบนพื้นไม้ปาเกต์ขัดมันจนเกิดเงามัว ลมพายุและเสียงฟ้าร้องที่โหมกระหน่ำเมื่อคืนสงบลงแล้ว เหลือเพียงท้องฟ้าหลังฝนที่กระจ่างใสและเงียบสนิท ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศส่วนกลางยังคงทำงานต่อเนื่อง อุณหภูมิยี่สิบสี่องศากำลังพอดี ไม่หนาวจนสั่นและไม่อบอ้าวชื้นแฉะเหมือนห้องพักพัดลมใต้หลังคาสังกะสีที่คุ้นเคยเหนือเมฆขยับตัวตื่นช้าๆความปวดแปลบตามข้อกระดูกลดลงไปมาก ความร้อนผ่าวที่เคยลามเลียตามผิวเนื้อคลายตัวลงจนเหลือเพียงเหงื่อซึมบางๆ ตามไรผมและแผ่นหลัง ร่างกายที่เคยหนักอึ้งเริ่มเบาลง ฟูกนอนหนานุ่มรองรับแผ่นหลังอย่างพอดีจนไม่อยากลุกแต่เมื่อสายตากวาดมองไปรอบตัว สติที่เพิ่งฟื้นคืนก็ดึงความทรงจำเมื่อคืนกลับมาทั้งหมดพื้นที่นอนข้างตัวว่างเปล่า ผ้านวมขนเป็ดผืนหนาถูกพับเปิดออกครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงรอยยับบนหมอนใบข้างๆ และกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้ผสมกลิ่นยาสูบจางๆ ที่ติดอยู่บนเนื้อผ้า บนโต๊ะข้างเตียงมีแผงยาลดไข้ แก้วน้ำดื่มที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง และกระเป๋าผ้าใบสะพายข้างสีซีดของเขาวางตั้งอยู่บนเก้าอี้พักปลายเตียงเหนือเ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status