ปราบพยศคู่หมั้นตัวแสบ

ปราบพยศคู่หมั้นตัวแสบ

last updateLast Updated : 2026-10-22
By:  พิมพ์ใจUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
14Chapters
6views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจาก 'พันธสัญญา' รุ่นปู่ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกลายเป็นเรื่องจริง เมื่อ "นที" เด็กดื้ออันดับหนึ่งประจำบ้าน นักศึกษาปี 3 ผู้รักอิสระและเกลียดการบังคับเป็นที่สุด ถูกจับคลุมถุงชนให้หมั้นหมายกับ "คิรากร" นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่ไฟแรงวัย 32 ปี ผู้แสนสุขุม นิ่งขรึม และอายุห่างจากเขาถึง 11 ปี! ปฏิบัติการ 'ล่มงานหมั้น' ของเด็กแสบจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการหนีเที่ยว การประท้วง หรือการสร้างเรื่องป่วนสารพัด หวังจะให้คนแก่ทนไม่ไหวแล้วเป็นฝ่ายถอนหมั้นไปเอง แต่ทว่า... ยิ่งนทีร้ายเท่าไหร่ คิรากรกลับยิ่ง 'นิ่ง' และ 'ตามใจ' มากเท่านั้น แถมยังคอยปกป้อง ดูแล และโอบอุ้มเด็กดื้อคนนี้ด้วยความอบอุ่นเงียบๆ เสมอมามาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยไปพร้อมๆ กันว่า 'เสือซุ่มสายเปย์' จะใช้ความรัก ความละมุน และความคลั่งรักระดับสิบ ปราบพยศ 'เด็กแสบปากเก่ง' ให้ยอมสยบทั้งตัวและหัวใจได้อย่างไร รวมถึงจับมือกันก้าวผ่านบททดสอบและอุปสรรคทางธุรกิจเพื่อพิสูจน์ว่า การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่กรงขัง แต่เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดในชีวิต

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: วาจาสิทธิ์ของสองเจ้าสัว

ตอนที่ 1: วาจาสิทธิ์ของสองเจ้าสัว

ความหรูหราของห้องอาหารส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของโรงแรมแกรนด์ กีรติวัฒน์ ไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในใจของ ‘นที’ ลดลงเลยสักนิด ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนลวกๆ นั่งกอดอก พลางกวาดสายตามองความอลังการรอบตัวด้วยความรู้สึกอึดอัด เสียงดนตรีคลาสสิกที่เปิดคลอเบาๆ ชวนให้ง่วงนอนมากกว่าจะรื่นรมย์ในความคิดของเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะถูก ‘คุณปู่อันต์’ หรือ ‘เจ้าสัวอนันต์’ ขู่ว่าจะยึดกุญแจรถสปอร์ตคันโปรด มีหรือที่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสามอย่างเขาจะยอมสละเวลาวันเสาร์อันมีค่ามานั่งปั้นหน้ายิ้มอยู่ตรงนี้

"นที นั่งให้มันดีๆ หน่อยลูก ทำไมทำท่าทางเป็นเด็กไม่มีมารยาทแบบนั้น"

‘พิมพ์ชนก’ ผู้เป็นแม่กระซิบปรามเสียงเบาพลางเอื้อมมือมาตีหลังมือลูกชายเบาๆ แต่นทีกลับทำเพียงแค่ถอนหายใจยาว ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ทว่าแววตาดื้อรั้นยังคงไม่ยอมลดละ

"ก็ผมไม่เข้าใจนี่ครับคุณแม่ แค่มากินข้าวกับเพื่อนเก่าคุณปู่ ทำไมต้องจัดเต็มขนาดนี้ พ่อก็อีกคน...ทำไมต้องบังคับให้ผมใส่สูทตัวนอกมาด้วย ร้อนจะตายชัก" นทีบ่นอุบอิบ สายตาเหลือบมอง ‘ธนกฤต’ ผู้เป็นพ่อที่นั่งจิบชาหน้านิ่ง ไม่แสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาว ส่วน ‘น้ำหนาว’ น้องสาวตัวแสบที่นั่งข้างๆ ก็เอาแต่กดสมาร์ตโฟนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ได้สนใจความทุกข์ร้อนของพี่ชายเลยสักนิด

"เลิกบ่นได้แล้วเจ้าน้ำ นู่น...แขกผู้ใหญ่เขามากันแล้ว"

เสียงเข้มของเจ้าสัวอนันต์ดังขึ้นจากหัวโต๊ะ ทำให้นทีต้องหันไปมองตามสายตาของผู้เป็นปู่ ประตูไม้บานยักษ์ของห้องอาหารเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที

นำทัพมาด้วย ‘เจ้าสัวกีรติ’ ชายชราท่าทางภูมิฐาน ทรงอำนาจไม่ต่างจากปู่ของเขา ตามมาด้วย ‘กฤตภาส’ และ ‘รมิตา’ พ่อและแม่ของฝั่งนู้น และเด็กสาวหน้าตาน่ารักอย่าง ‘คิริน’ ที่เดินยิ้มแย้มเข้ามา

แต่คนที่ดึงสายตาของนทีไปได้มากที่สุด กลับเป็นร่างสูงใหญ่ที่เดินปิดท้ายขบวน

‘คิรากร’ ...

ชายหนุ่มในชุดสูทสากลสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกริบ เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตเปิดหน้าผากอย่างเป็นระเบียบ ขับให้ใบหน้าคมคายดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมดูนิ่งสนิท ทว่ากลับแฝงไปด้วยความทรงพลังอย่างประหลาด เขาเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม มั่นคง และดู ‘ผู้ใหญ่’ เสียจนนทีรู้สึกหมั่นไส้อยู่ลึกๆ

‘เหอะ...หล่อตายล่ะ ไอ้มหาเศรษฐีขี้เก๊ก’ นทีคิดในใจพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

"อ้าว มากันพร้อมหน้าเลยนะเจ้าสัวอนันต์ รอช้านิดหน่อย พอดีเจ้าคิรันมันติดประชุมด่วนที่บริษัทน่ะ" เจ้าสัวกีรติเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหัวเราะร่าเริง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งในฝั่งตรงข้าม

"ไม่ช้าหรอกครับเจ้าสัว พวกเราก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน" ธนกฤตเป็นฝ่ายตอบรับด้วยท่าทีนอบน้อม

การแนะนำตัวและทักทายกันตามประเพณีของผู้ใหญ่เริ่มต้นขึ้น นทีทำเพียงแค่ยกมือไหว้ตามมารยาทเมื่อถูกแนะนำว่าเป็นลูกชายคนโตของตระกูลอนันต์กุล ดวงตาคู่กลมลอบมองฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ โดยเฉพาะชายหนุ่มที่ชื่อคิรากร คนคนนั้นแทบจะไม่พูดอะไรเลย นอกจากยกยิ้มบางๆ ตามมารยาท และคอยเทคแคร์ผู้ใหญ่ในโต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ

อาหารหรูหราหลายคอร์สถูกทยอยนำมาเสิร์ฟ รสชาติของมันยอดเยี่ยมสมราคา แต่สำหรับนทีแล้ว มันกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศรอบตัวชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในงานเจรจาธุรกิจมากกว่าการกินข้าวสังสรรค์ทั่วไป ยิ่งเห็นสายตาของเจ้าสัวทั้งสองที่มองมาที่เขาและคิรากรสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ลางสังหรณ์บางอย่างในใจของเด็กวิศวะก็เริ่มทำงาน

‘มันต้องมีอะไรมากกว่าแค่นัดกินข้าวธรรมดาแน่ๆ’

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง จนกระทั่งของหวานถูกเก็บออกไป เหลือเพียงถ้วยชาจีนกลิ่นหอมกรุ่นที่วางอยู่ตรงหน้าของทุกคน บรรยากาศในห้องพลันเงียบลงเล็กน้อย ราวกับเป็นการเปิดฉากช่วงเวลาสำคัญ

เจ้าสัวกีรติยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางมันลงบนจานรองเสียงดัง ‘แกร๊ก’ เบาๆ ทว่ากลับทรงพลังจนทุกคนในห้องหันไปโฟกัสที่ชายชราเป็นตาเดียว ฝั่งเจ้าสัวอนันต์เองก็วางถ้วยชาลงในจังหวะเดียวกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของผู้อาวุโสทั้งสอง

"เอาล่ะ...กินอิ่มกันแล้ว ก็มาเข้าเรื่องสำคัญของเรากันเสียที" เจ้าสัวกีรติเปรยขึ้น สายตาคมกริบกวาดมองหลานชายของตัวเองก่อนจะเลื่อนมาหยุดที่นที

นทีรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกที่เต้นผิดจังหวะ สัญชาตญาณสั่งให้เขาเตรียมพร้อมรับแรงกระแทก

"เรื่องอะไรหรือครับคุณปู่?" คิริน น้องสาวตาโตถามขึ้นด้วยความอยากรู้

เจ้าสัวอนันต์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเป็นคนเอ่ยประโยคที่ทำให้นทีรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

"เดือนหน้า แกสองคนต้องหมั้นกัน"

"!!!"

ประโยคสั้นๆ แต่ทรงอานุภาพร้ายแรงทลายความเงียบในห้องจนหมดสิ้น นทีเบิกตาโพลง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองประมวลผลคำว่า ‘หมั้น’ ซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่เชื่อหู

"คุณปู่! พูดอะไรออกมาน่ะครับ?!"

ครืด!

เสียงเก้าอี้เลื่อนครูดกับพื้นเสียงดังลั่น นทีลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง มือสองข้างยันโต๊ะอาหารหรูหราเอาไว้ ท่ามกลางอาการตกใจของคนเป็นแม่ที่พยายามดึงชายเสื้อของเขาให้เจ้านายตัวแสบนั่งลง

"นที! นั่งลงเดี๋ยวนี้ ทำไมเสียมารยาทกับคุณปู่แบบนั้น!" ธนกฤตตวาดเสียงดุ

"ไม่นั่งครับพ่อ! นี่มันเรื่องอะไรกัน? สมัยนี้ยังมีจับคลุมถุงชนอยู่อีกเหรอ? แล้วที่สำคัญ...ผมเป็นผู้ชายนะ! พี่คิรากรเขาก็เป็นผู้ชาย คุณปู่จะให้เราหมั้นกันได้ยังไง!" นทีค้านเสียงแข็ง ข้ามโต๊ะอาหารยาวเหยียด ดวงตาคู่กลมสั่นระริกด้วยความโกรธและไม่เข้าใจ

เขามองไปที่ปู่ของตัวเอง หวังจะเห็นว่าเป็นแค่เรื่องโจ๊กขำๆ วันสุดสัปดาห์ แต่แววตาของเจ้าสัวอนันต์กลับนิ่งสนิทและเต็มไปด้วยความจริงจัง

"ผู้ชายแล้วยังไง? ยุคนี้สมัยไหนแล้วนที ตระกูลเรากับกีรติวัฒน์เกื้อหนุนกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ สัญญากันไว้ตั้งนานแล้วว่าถ้ามีหลานจะให้แต่งงานกัน ในเมื่อรุ่นแกมีแต่ผู้ชาย...แกกับเจ้าคิรันก็ต้องหมั้นกันตามข้อตกลง" เจ้าสัวอนันต์อธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ

"สัญญาบ้าบออะไรผมไม่สนหรอก! ผมไม่หมั้น! ผมมีชีวิตของผม มีอนาคตของผม ทำไมต้องเอาชีวิตไปผูกกับคนที่ไม่รู้จักด้วย!" นทีโวยวายอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตันใจพุ่งสูงจนหน้าแดงก่ำ

ในขณะที่นทีโกรธจนตัวสั่นเกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมาทั้งหมด เขากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงที่นั่งฝั่งตรงข้าม คิรากรยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ มือหนายกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างแช่มช้า ราวกับเสียงโวยวายของนทีเป็นเพียงเสียงนกเสียงกา

คิรากรวางถ้วยชาลง สบตากับดวงตากลมโตที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความโกรธของนที นัยน์ตาคมภายใต้กรอบแว่นคู่นั้นนิ่งสงบ ไม่มีแววตระหนกตกใจ หรือแม้แต่ความไม่พอใจเลยสักนิด มุมปากของเขาหยักลึกขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

ชายหนุ่มหันไปหาเจ้าสัวกีรติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่ากังวานและชัดเจนในความรู้สึกของทุกคน

"ผมไม่มีปัญหาครับคุณปู่...ถ้ามันเป็นความต้องการของครอบครัว"

คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงในอกของนที

"นี่คุณ! พูดบ้าอะไรออกมาน่ะ?!" นทีหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงทันที "คุณบ้าไปแล้วหรือไง? นี่มันเรื่องแต่งงานนะ ไม่ใช่เรื่องเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน! คุณไม่มีสมองคิดหรือไงว่าเราไม่ได้รักกันน่ะ!"

"นที! หยุดเดี๋ยวนี้!" คราวนี้เป็นกฤตภาส พ่อของคิรากรที่เริ่มสีหน้าไม่ดี แต่เจ้าสัวกีรติกลับยกมือห้ามไว้ พลางมองนทีด้วยสายตาเอ็นดูผสมสนุกสนาน

"หึๆ ...ดื้อตาใสเหมือนไอ้悦 (อนันต์) ตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิด" เจ้าสัวกีรติหัวเราะ "เอาเถอะ นที...ปู่เข้าใจว่าแกยังเด็ก แต่อย่างน้อยลองคิดดูให้ดี การหมั้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแกสองคน แต่มันคือความมั่นคงของทั้งสองตระกูล และปู่เชื่อว่า ตาคิรันจะดูแลแกได้"

"ผมดูแลตัวเองได้ครับ! และผมไม่จำเป็นต้องให้ใครมาดูแล!" นทีกัดฟันกรอด สายตาจดจ้องไปที่คิรากรที่ยังคงส่งสายตานิ่งๆ กลับมา ราวกับกำลังมองเด็กน้อยที่กำลังอาละวาดเอาแต่ใจ

ความรู้สึกพ่ายแพ้และถูกกดดันจากผู้ใหญ่รอบโต๊ะ ทำให้นทีรู้สึกหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าดื้อแพ่งไปตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ ตราบใดที่ผู้นำของทั้งสองตระกูลเห็นพ้องต้องกัน

"ผมขอตัว!"

นทีพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องอาหารไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกตามหลังของผู้เป็นแม่ ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรงตามอารมณ์ของคนเปิด

ลมราตรีที่พัดผ่านระเบียงดาดฟ้าของโรงแรมช่วยให้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านของนทีบรรเทาลงไปได้บ้าง ชายหนุ่มยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนฟูไม่เป็นทรง เสื้อเชิ้ตที่เคยเรียบร้อยถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น เขากำลังโกรธ...โกรธปู่ โกรธพ่อแม่ และที่สำคัญที่สุดคือโกรธไอ้ผู้ชายหน้าตายนั่น!

"ไม่มีปัญหาครับคุณปู่...เหอะ! เลียแข้งเลียขาคนแก่ล่ะสิไม่ว่า" นทีบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางเตะอากาศข้างหน้าระบายความแค้น

"นินทาคนอื่นลับหลัง...ไม่ใช่นิสัยของสุภาพบุรุษเลยนะ"

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้นทีสะดุ้งตัวโยน เขาหันกลับไปมองทันที และพบกับร่างสูงของคิรากรที่กำลังเดินทอดน่องเข้ามาหา มือสองข้างของชายหนุ่มซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแล็ก สูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่แขนเสื้อ เหลือเพียงเชิ้ตสีเทาอ่อนที่ขับให้รูปร่างดูสมส่วนและแข็งแกร่ง

"คุณตามผมมาทำไม? ใครเชิญไม่ทราบ!" นทีตวัดเสียงใส่ ท่าทางตั้งการ์ดพร้อมบวกเต็มที่

คิรากรไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง เขาเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ นที ทอดสายตามองออกไปยันวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่มีแสงไฟระยิบระยับราวกับเพชรพลอย

"ปู่ให้ฉันตามมาดู...กลัวว่าเด็กแถวนี้จะคิดสั้นกระโดดตึกหนีงานหมั้นไปเสียก่อน"

"นี่คุณ! ปากเสียชะมัด ใครจะไปทำเรื่องงี่เง่าแบบนั้นกัน!" นทีหันไปเผชิญหน้า "แล้วเมื่อกี้ที่ห้องอาหาร...คุณตอบตกลงไปได้ยังไง? คุณไม่ได้รู้สึกแย่บ้างเหรอที่ต้องโดนบังคับแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันน่ะ?"

คิรากรหันกลับมาสบตาคนตัวเล็กกว่า แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้นิ่งสนิทเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ ทว่ากลับดูเข้มขึ้นและมีความลึกซึ้งบางอย่างที่นทีอ่านไม่ออก ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้จนนทีต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวขยับไปชิดกับราวระเบียง

"แล้วทำไมฉันต้องรู้สึกแย่?" คิรากรเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มพลิ้วไหวไปกับสายลม

"ก็...ก็เราไม่ได้รักกัน! แถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก!" นทีอ้างเหตุผลเดิม ดันอกกว้างของคนตรงหน้าไว้เมื่อรู้สึกว่าระยะห่างมันเริ่มอันตรายเกินไป

คิรากรก้มหน้าลงมาเล็กน้อย จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมแนว Woody หรูหราผสมกลิ่นชาอ่อนๆ จากตัวของร่างสูงลอยเข้าจมูกนที จนหัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้

"เรื่องเพศ...ยุคนี้มันไม่มีผลอะไรแล้วนที ส่วนเรื่องความรัก..." คิรากรเว้นจังหวะ สายตาคมไล่ตัดผ่านดวงตากลมโต จมูกรั้น และริมฝีปากบางที่กำลังเม้มเข้าหากัน "...มันสร้างกันได้ไม่ใช่หรือไง?"

"คุณ...!" นทีหน้าแดงวาบ ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธหรือเพราะความใกล้ชิดที่กะทันหันนี้กันแน่ "พูดง่ายดีนี่! แต่สำหรับผม ความรักมันบังคับกันไม่ได้ และผมจะไม่มีวันรักคนเผด็จการแบบคุณเด็ดขาด!"

คิรากรยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปจับราวระเบียงด้านหลังของนที ล้อมกรอบคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ท่าทางคุกคามที่ดูสุภาพทว่าแฝงไปด้วยความเหนือกว่า ทำให้นทีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นลูกแกะที่โดนต้อนให้จนมุม

"งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะ?" คิรากรกระซิบเสียงเบา นัยน์ตาคมวาวระยับ

"พนันอะไร?" นทีถามกลับ พยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นไหวกับนัยน์ตาคู่นั้น

"เวลาสามเดือนหลังจากหมั้น..." คิรากรขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับใบหูของคนตัวเล็ก "...ถ้าฉันทำให้เธอเปลี่ยนใจมารักฉันไม่ได้ ฉันจะเป็นคนเดินไปบอกคุณปู่เองว่าจะยกเลิกงานแต่งงานทั้งหมด แต่ถ้าภายในสามเดือนเธอตกหลุมรักฉัน...เธอต้องยอมเข้าพิธีแต่งงานกับฉันโดยไม่มีข้อแม้"

นทีกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความรู้สึกท้าทายแล่นพล่านไปทั่วร่าง เด็กวิศวะอย่างเขาไม่เคยกลัวการเดิมพันอยู่แล้ว ยิ่งกับผู้ชายขี้เก๊กคนนี้ เขามั่นใจเต็มร้อยว่าไม่มีวันใจอ่อนแน่นอน

"ตกลง! สามเดือนต่อจากนี้ คุณเตรียมตัวหน้าแตกตอนไปบอกยกเลิกคุณปู่ได้เลย เพราะคนอย่างนที...ไม่มีวันรักคนแบบคุณแน่นอน คิรากร!" นทีประกาศกร้าว พลางผลักอกคนตัวสูงออกเต็มแรง คราวนี้คิรากรยอมถอยเปิดทางให้แต่โดยดี

ร่างสูงมองตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มดื้อรั้นที่เดินกระแทกส้นเท้ากลับเข้าไปในอาคารด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...รอยยิ้มอบอุ่นทว่าแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย

"ปราบพยศม้าดีดกะโหลกงั้นเหรอ...น่าสนุกดีเหมือนกันแฮะ" คิรากรพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยกชาขึ้นจิบอีกครั้ง ลมราตรีพัดผ่านพารอยยิ้มของเขาให้จางหายไปในความมืด พร้อมกับจุดเริ่มต้นของเกมเดิมพันหัวใจที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
14 Chapters
ตอนที่ 1: วาจาสิทธิ์ของสองเจ้าสัว
ตอนที่ 1: วาจาสิทธิ์ของสองเจ้าสัวความหรูหราของห้องอาหารส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของโรงแรมแกรนด์ กีรติวัฒน์ ไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิในใจของ ‘นที’ ลดลงเลยสักนิด ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนลวกๆ นั่งกอดอก พลางกวาดสายตามองความอลังการรอบตัวด้วยความรู้สึกอึดอัด เสียงดนตรีคลาสสิกที่เปิดคลอเบาๆ ชวนให้ง่วงนอนมากกว่าจะรื่นรมย์ในความคิดของเขาถ้าไม่ใช่เพราะถูก ‘คุณปู่อันต์’ หรือ ‘เจ้าสัวอนันต์’ ขู่ว่าจะยึดกุญแจรถสปอร์ตคันโปรด มีหรือที่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปีสามอย่างเขาจะยอมสละเวลาวันเสาร์อันมีค่ามานั่งปั้นหน้ายิ้มอยู่ตรงนี้"นที นั่งให้มันดีๆ หน่อยลูก ทำไมทำท่าทางเป็นเด็กไม่มีมารยาทแบบนั้น"‘พิมพ์ชนก’ ผู้เป็นแม่กระซิบปรามเสียงเบาพลางเอื้อมมือมาตีหลังมือลูกชายเบาๆ แต่นทีกลับทำเพียงแค่ถอนหายใจยาว ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ทว่าแววตาดื้อรั้นยังคงไม่ยอมลดละ"ก็ผมไม่เข้าใจนี่ครับคุณแม่ แค่มากินข้าวกับเพื่อนเก่าคุณปู่ ทำไมต้องจัดเต็มขนาดนี้ พ่อก็อีกคน...ทำไมต้องบังคับให้ผมใส่สูทตัวนอกมาด้วย ร้อนจะตายชัก" นทีบ่นอุบอิบ สายตาเหลือบมอง ‘ธนกฤต’ ผู้เป็นพ่อที่นั่งจิบชาหน้านิ่ง ไม่แสดงอาการรู้ร้อนรู้หนาว ส่วน ‘น้ำหนาว’
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
ตอนที่ 2: นทีไม่ยอมสยบ
ตอนที่ 2: นทีไม่ยอมสยบแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนกว้าง ไม่ได้ช่วยให้จิตใจของนทีสดใสขึ้นเลยสักนิด ชายหนุ่มซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความอัดอั้น ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่โรงแรมหรูยังคงตามมาหลอกหลอนจนเขานอนแทบไม่หลับ ทั้งสายตาเผด็จการของคุณปู่ แววตานิ่งสนิทของไอ้พี่คิรากร และที่น่าโมโหที่สุดคือคำท้าพนันบ้าบอนั่น!‘สามเดือนงั้นเหรอ? เหอะ! ฝันไปเถอะว่าคนอย่างนทีจะยอมก้มหัวให้’ร่างโปร่งลุกพรวดขึ้นจากเตียง สะบัดผ้าห่มออกอย่างแรงจนมันหล่นไปกองกับพื้น นทีรีบจัดการตัวเองในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองธรรมดาๆ แล้วก้าวฉับๆ ลงมาที่ชั้นล่างของบ้านตระกูลอนันต์กุล บ้านทรงโมเดิร์นหลังใหญ่ที่วันนี้ดูเงียบเชียบกว่าปกติ ทว่ากลิ่นหอมของกาแฟและอาหารเช้าที่ลอยมาจากห้องอาหาร บอกให้รู้ว่าผู้ปกครองของเขากำลังรวมตัวกันอยู่ด้านในนทีสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจอันน้อยนิดคืนมา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาหารภาพที่เห็นคือ ‘ธนกฤต’ ผู้เป็นพ่อกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจในไอแพด ส่วน ‘พิมพ์ชนก’ คุณแม่ยังสวยกำลังจัดวางจานผลไม้ นทีไม่รอช้า เขาตรงดิ่งเข้าไปคุกเข่
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
ตอนที่ 3: แผนการที่ 1 เด็กใจแตกในคลับหรู
ตอนที่ 3: แผนการที่ 1 เด็กใจแตกในคลับหรูแสงไฟนีออนสีม่วงสลับแดงสาดสลัวตัดผ่านความมืดของคลับ VIP ระดับลักชัวรีใจกลางทองหล่อ เสียงบีตดนตรีแนวโคลด์เทคโน (Cold Techno) ดังกระหึ่มเป็นจังหวะหนักหน่วง ชวนให้ก้อนเนื้อในอกเต้นระทึกตามไปด้วย แผนการประเดิมร้านเจ๊ตุ่มหน้ามอของเจเจถูกพับเก็บไปในทันทีหลังจากที่นทีกลับมาคิดทบทวนดูอีกรอบ ‘ถ้าจะเล่นงานคนระดับคิรากร...มันต้องเล่นให้ใหญ่และกระจายไปถึงหูพวกผู้ใหญ่ไฮโซให้เร็วที่สุด’ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้นทีมายืนอยู่ตรงนี้ร่างโปร่งในกระจกบานใหญ่ของห้องน้ำคลับดูแปลกตาไปจากเดิม นทีเลือกหยิบเชิ้ตผ้าไหมอิตาลีสีขาวปลดกระดุมลงลึกถึงสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนและลำคอระหง ผิวเนื้อนวลตัดกับสร้อยเงินเส้นบางที่ล้อแสงไฟวับแวม กางเกงสแล็กสีดำทรงสลิมรัดรึงไปตามเรียวขาเพรียวบาง ใบหน้าหล่อเหลาติดหวานถูกแต่งแต้มด้วยประกายกลิตเตอร์บางๆ ที่หางตาเพิ่มความเย้ายวนชวนมอง"เออ...เอาวะ หว่านเสน่ห์ประชดประชันเข้าไป ให้รู้กันไปเลยว่าตระกูลอนันต์กุลมีลูกชายคนโตเป็นเสือราตรี สายเที่ยว ลื่นเป็นปลาไหล!"นทีพึมพำกับตัวเองในกระจกพลางยกมือขึ้นเสยเรือนผมที่ถูกจัดแต่งทรงให้ดูยุ่งเหย
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 4: ราชสีห์ไม่ตื่นตูม
ตอนที่ 4: ราชสีห์ไม่ตื่นตูมความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในรถตู้ลักชัวรี VIP คันโต ไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิบนใบหน้าของนทีลดน้อยลงไปได้เลย ร่างโปร่งถูกประคอง (หรือเรียกให้ถูกคือถูกกึ่งอุ้มกึ่งยัด) เข้ามานั่งแปะอยู่บนเบาะหนังแท้ฝั่งด้านในสุดอย่างหมดท่า ความพยายามที่จะกางเล็บขู่เป็นแมวป่าใจแตกเมื่อครู่ พังทลายลงไม่เป็นท่าทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มของเบาะรถ"ปล่อย! บอกให้ปล่อยไงวะ!" นทีโวยวายลั่น สลัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของร่างสูงทันทีที่ได้รับอิสระดวงตากลมโตที่บัดนี้รื้นไปด้วยประกายหยาดน้ำใสๆ จากความขัดใจตวัดมอง 'คู่หมั้นประธานบริหาร' ที่ก้าวตามขึ้นมานั่งเคียงข้างอย่างละสายตาไม่ได้ คิรากรไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือตื่นตระหนกเลยสักนิด ชายหนุ่มเพียงขยับสูทตัวนอกให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปสั่งงานกับเลขาคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างประตูรถ"เรียบร้อยไหมอาทิตย์?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบถามขึ้น"เรียบร้อยครับท่านประธาน ค่าเครื่องดื่มและค่าบริการของโต๊ะคุณนทีทั้งหมด ผมจัดการรูดบัตรเครดิตของบริษัทเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเพื่อนๆ ของคุณนที ผมให้คนขับรถของโรงแรมสแตนด์บายไปส่งถึงหอพักอย่างปลอดภั
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 5: แผนการที่ 2 เปิดตัวแฟนกำมะลอ
ตอนที่ 5: แผนการที่ 2 เปิดตัวแฟนกำมะลอความพ่ายแพ้จากสมรภูมิคลับหรูเมื่อวันก่อนไม่ได้ทำให้นทีถอดใจ คนอย่างเขาถ้ายิ่งโดนกดดันก็ยิ่งอยากเอาชนะ แผนการแรกล่มไม่เป็นท่าเพราะไอ้พี่คิรากรมันดัดหลังด้วยความนิ่งและสายเปย์ คราวนี้เขาเลยต้องงัดไม้เด็ดขั้นกว่าขึ้นมาใช้‘ในเมื่อทำตัวเลวแล้วคุณไม่สน... งั้นก็เปิดตัวว่ามีคนอื่นซะเลย ดูสิว่าจะยังทนหน้าด้านหมั้นอยู่ไหม!’ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอมากาเสะระดับพรีเมียมย่านสาทรคือสถานที่นัดหมาย นทีนั่งอยู่บนเบาะเก้าอี้ไม้บุผ้าไหมญี่ปุ่น ฝั่งตรงข้ามของเขาคือ ‘รวิศ’ รุ่นพี่ปีสี่คณะบริหารธุรกิจ อดีตเดือนมหาวิทยาลัยสุดฮอตที่พร่ำบอกรักและตามขายขนมจีบให้นทีมาตั้งแต่นทีอยู่ปีหนึ่ง รวิศวันนี้แต่งตัวหล่อเนี้ยบ เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีฟ้าอ่อน เซ็ตผมอย่างดี ท่าทางมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม"นทีครับ... พี่ดีใจมากเลยนะที่วันนี้เราเป็นฝ่ายชวนพี่มากินข้าวเองน่ะ" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวาน สายตาเชื่อมเชื่อมมองคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างเปิดเผย "มีเรื่องอะไรพิเศษหรือเปล่าครับ?"นทีถอนหายใจยาว แสร้งทำหน้าเศร้าสร้อย "พี่รวิศครับ... คือนทีมีเรื่องเดือดร้อนอยากให้พี่ช่วยจริงๆ ครับ ตอนนี
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 6: สายตาที่มองทะลุปรุโปร่ง
ตอนที่ 6: สายตาที่มองทะลุปรุโปร่งเสียงฝีเท้าของรวิศที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งแกมลนลานห่างออกไปจนลับสายตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศอึดอัดที่แผ่กระจายอยู่บริเวณหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นหรู นทียืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อ หน้าอกบางสะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งเจ็บใจที่แผนการ "เปิดตัวแฟนกำมะลอ" พังพินาศยับเยินไม่มีชิ้นดีภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ‘น่าโมโหที่สุด! ไอ้รุ่นพี่เดือนมหา’ ลัยหน้าหม้อนั่นก็อีกคน ตอนมาจีบทำเป็นโชว์แมนปานจะกลืนกิน พอบอสใหญ่กดดันเข้าหน่อยล่ะหางจุกตูดเชียว!’ นทีด่ากราดในใจ สบถคำหยาบคายสารพัดอย่างอัดอั้น"ยืนฮึดฮัดเป็นม้าพยศอยู่ได้... ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?"เสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่บัดนี้กลายเป็นเสียงที่นทีเกลียดเข้าไส้ดังขึ้นจากทางด้านหลัง นทีสะดุ้งตัวโยน รีบหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าทันที ทว่าความเร็วในการหันกลับมาทำให้เขาไม่ได้ระวังระยะห่าง คิรากรก้าวตามออกมาตั้งแต่วันไหนไม่รู้ และตอนนี้ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาชาโคลคัตติ้งเนี้ยบกริบก็มายืนประชิดขวางทางเดินเอาไว้หมดแล้ว"คุณ...!" นทีอุทานเสียงหลง ขยับเท้าถอยหลังโดยสัญชาตญาณหวังจะเว้
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 7: วันสวมแหวนที่เลี่ยงไม่ได้
ตอนที่ 7: วันสวมแหวนที่เลี่ยงไม่ได้ความอุ่นชื้นจากริมฝีปากที่ประทับลงบนหลังมือนั้นคล้ายจะยังคงสลักลึกอยู่บนผิวเนื้อ แม้ว่าช่วงเวลาแห่งความเงียบงันปนวาบหวามจะผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม เสียงปรบมือแสดงความยินดีจากผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลดังก้องขึ้นขจัดความเงียบงันชวนใจสั่นเมื่อครู่ให้มลายหายไป เจ้าสัวอนันต์หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีพลางหันไปกระซิบกระซาบกับเจ้าสัวกีรติด้วยท่าทางผู้ชนะ ทว่าสำหรับนที โลกทั้งใบเพิ่งจะเริ่มกลับมาหมุนอีกครั้ง และมันหมุนคว้างจนเขาแทบตั้งหลักไม่ทัน"ยินดีด้วยนะลูก ต่อจากนี้ก็ฝากพี่เขาดูแลด้วยล่ะ อย่าไปดื้อไปซนใส่พี่เขามากนักนะ" พิมพ์ชนกขยับเข้ามาใกล้พลางลูบไหล่ลูกชายคนโตด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจนทีทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งแล้งกลับไป ฝ่ามือข้างที่เพิ่งถูกสวมแหวนเพชรเม็ดโตยังคงรู้สึกหนักอึ้ง ไม่ใช่เพียงเพราะน้ำหนักของอัญมณีล้ำค่า ทว่ามันคือพันธนาการที่ผูกมัดเขาไว้กับผู้ชายหน้าตายฝั่งตรงข้ามอย่างสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มลอบชำเลืองมองคิรากรที่บัดนี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและกำลังหันไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ด้วยท่าทีนอบน้อม สงบนิ่ง และสมบูรณ์แบบในทุกกระเบียดนิ้วราวกับภาพวาด‘ไอ้คนเจ้าเล่ห์... เมื่อกี้ม
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 8: กฎเหล็ก 3 ข้อในห้องหอชั่วคราว
ตอนที่ 8: กฎเหล็ก 3 ข้อในห้องหอชั่วคราวควันหลงจากรสสัมผัสชวนใจสั่นเมื่อค่ำคืนก่อนยังไม่ทันจางหายดี นทีก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริงข้อใหญ่ที่ชวนให้ปวดขมับยิ่งกว่าเก่า ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น รวมถึงเสื้อผ้าเกือบทั้งหมดของเขาถูกอันตรธานย้ายมาบรรจุอยู่ในตู้เสื้อผ้าบิวต์อินหลังใหญ่ภายในเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูของคิรากรเป็นที่เรียบร้อย ด้วยฝีมือการจัดการอันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล‘สัญญาทาสชัด ๆ’ นทีคิดในใจพลางทิ้งตัวลงนั่งกอดอกบนโซฟาหนังแท้สีชาร์โคลตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น สายตากวาดมองความโอ่อ่าของสถานที่แฝงความเนี้ยบกริบสไตล์โมเดิร์นลักชัวรีอย่างนึกหมั่นไส้ทุกตารางนิ้วของห้องนี้สะท้อนตัวตนของคิรากรได้อย่างไร้ที่ติเรียบร้อย สมบูรณ์แบบ และเดาทางยาก"จัดของเสร็จแล้วเหรอ? ทานน้ำอุ่น ๆ หน่อยไหม จะได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินถือแก้วเซรามิกสีดำสนิทเข้ามาวางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า นทีตวัดสายตามองคิรากรที่อยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดสีเทาพอดิบพอดีกับแผงอกกว้างและกางเกงสแล็กขายาว ลุคสบาย ๆ ที่ไร้สูทตัวนอกและแว่นสายตาแบบนี้ยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายด
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 9: ย้ายเข้าถ้ำเสือและเมนูมัดใจ
ตอนที่ 9: ย้ายเข้าถ้ำเสือและเมนูมัดใจพายุฝนและรสจูบอันวาบหวามในค่ำคืนนั้นคล้ายจะเป็นเพียงความฝันอันตื่นตาตื่นใจที่เกิดขึ้นในความมืด ทว่าร่องรอยความอุ่นซ่านที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในหัวใจกลับตอกย้ำว่าทุกอย่างคือความจริง หลังจากผ่านพ้นคืนพายุคะนองมาได้ไม่กี่วัน แผนการย้ายเข้าพำนักอย่างเป็นทางการของนทีก็ถูกเร่งรัดขึ้นโดยคำสั่งเด็ดขาดของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลมันไม่ใช่การมาพักค้างคืนชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นการ ‘ย้ายสำมะโนครัว’ มาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันภายใต้ชายคาเพ้นท์เฮ้าส์หรูของคิรากร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้‘เออ! ในเมื่อขัดใจคุณปู่ไม่ได้ ต้องย้ายเข้ามาอยู่ในถ้ำเสือตัวนี้จริง ๆ ฉันก็จะทำตัวเป็นม้าพยศป่วนถ้ำให้พังพินาศไปเลย คอยดู!’นทีคิดในใจด้วยความฉุนเฉียวขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูระบบดิจิตอลล็อกบานยักษ์ ชายหนุ่มลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบพร้อมกระเป๋าเป้คู่ใจเข้ามาในห้อง ทันทีที่ประตูปิดลง ความหรูหราและระเบียบวินัยอันเนี้ยบกริบของสถานที่ก็สะท้อนเข้าสู่สายตา ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามสไตล์คนรักความเพอร์เฟกต์ของคิรากร และนั่นคือเป้าหมายแรกในการ ‘ป่วน’
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
ตอนที่ 10: ตัวป่วนสายชง
ตอนที่ 10: ตัวป่วนสายชงความเงียบสงบในเพ้นท์เฮ้าส์หรูหลังจากมื้ออาหารค่ำแสนอร่อยผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ทว่ากระแสความปั่นป่วนระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาโดยที่นทีไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังบางที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนโซฟายาวเพื่อย่อยอาหารพลันต้องดีดตัวขึ้นนั่งตรงทันทีเมื่อเสียงออดหน้าประตูดังขึ้นเป็นจังหวะรัวเร็วคล้ายคนมาเยือนกำลังอารมณ์ดีเต็มขั้นออด—ออด—ออด!"ใครมาเอาป่านนี้วะ..." นทีพึมพำพลางขมวดคิ้ว มือบางเอื้อมไปคว้าหมอนอิงมาอุ้มไว้ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะลุกเดินไปเปิด ประตูระบบดิจิตอลล็อกก็ถูกปลดจากภายนอกด้วยความชำนาญ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเพรียวบางของเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่ง"ฮายยย! พี่คิรันขาคิรินมาแล้ว... อ้าว! พี่นที!"‘คิริน’ น้องสาวลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของคิรากรนั่นเอง เธออยู่ในชุดเดรสแฟชั่นวัยรุ่นสีสดใส ในมือหอบหิ้วถุงขนมและเค้กเจ้าดังมาพะรุงพะรัง ดวงตาโตเท่าไข่ห่านของเด็กสาวเบิกกว้างเมื่อเห็นนทีนั่งอยู่กลางห้องนั่งเล่น ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาจนแก้มแทบปริ"สวัสดีครับน้องคิริน..." นทียกมือไหว้ตามมารยาทแบบงง ๆ "มาหาพี่คิรากรเหรอครับ? เจ้านั่น... เออ พี่คิร
last updateLast Updated : 2026-10-20
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status