Partager

ฮูหยินรองป่วย

Auteur: Midzilee01
last update Date de publication: 2025-01-03 15:27:56

หยางซีซวนตื่นขึ้นมาที่เรือนของลี่ถัง แต่วันนี้เขาตั้งใจว่าจะไปร่วมทานมื้อเช้ากับหนิงฮวาผู้เป็นฮูหยินเอก แต่เมื่อเขาเข้ามากลับไม่พบกระทั่งเงาของฮูหยินเอก นางหายไปไหนกัน

"ฮูหยินของเจ้าอยู่ที่ใด" น้ำเสียงดุดันถามหาฮูหยินเอกด้วยความร้อนใจ  

"ข้าถามว่านางหายไปที่ใด!!!" เมื่อสาวใช้ที่คอยทำความสะอาดเรือนของฮูหยินมีท่าทีอึกอัก เขาก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาทันที

"เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยินออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วเจ้าค่ะ" 

"ออกไปตั้งแต่เมื่อวาน!!เป็นไปได้อย่างไรเหตุใดจึงไม่มีใครมารายงานข้า" หยางซีซวนรู้สึกวาบโหวงในใจเป็นอย่างมาก เหตุใดนางจึงไปไหนไม่บอกกล่าวเขาสักคำ ยิ่งช่วงนี้เขาได้จดหมายประหลาดมา ยิ่งทำให้รู้สึกกังวล

"บ่าวเห็นว่าท่านอยู่ในเรือนของฮูหยินรองจึงมิกล้าเข้าไปรบกวนเจ้าค่ะ"

"หากเป็นเรื่องของฮูหยินเอก ข้าจะอยู่ที่ใดก็จงรีบมาบอกข้า ทหาร!!นี่คือคำสั่ง จงออกไปตามหาฮูหยินกลับจวนมาบัดเดี๋ยวนี้"

เสียงคำสั่งของแม่ทัพดังสนั่น ระดมกำลังตามหาฮูหยินที่หายไป เขาไม่รอช้ารีบกุมบังเหียนออกตามหาฮูหยินทันที ขณะที่ม้ากำลังวิ่งด้วยความเร็ว เขาได้แต่ภาวนาอย่าให้เรื่องเกิดไม่ดีกับฮูหยินของเขาเลย

ถ้าหากว่าเมื่อคืนเขาไปหานางล่ะก็ จะได้รีบออกตามหาเสียตั้งแต่เมื่อคืน ที่เขาไม่ค่อยได้มาค้างที่เรือนของฮูหยินเอกก็เป็นเพราะนางร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เขาจึงไม่อยากมารบกวนนางให้มากนัก เขาจึงนอนที่ห้องของตัวเองเสียส่วนใหญ่ และอาจมีบางวันที่ไปอยู่กับลี่ถังบ้างตามประสา

"เจ้าไปอยู่ที่ใดกันฮวาเอ๋อร์" บัดนี้เขาวิตกกังวลไปหมด มิรู้นางอยู่ที่ใดเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งช่วงนี้ได้รับจดหมายปริศนายิ่งทำให้เขามิอาจไว้วางใจได้ 

ไม่นานนักก็มีทหารมารายงานว่า ฮูหยินอยู่ที่จวนของเสนาบดีไป๋และนางปลอดภัยดี หยางซีซวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก ใบหน้าปรากฎรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะมุ่งหน้าเดินทางไปยังจวนเสนาบดีไป๋

เมื่อมาถึงหน้าจวนเขาก็เดินเข้ามาทันที เวลานี้เสนาบดีไป๋ไม่อยู่ที่จวนเพราะต้องออกไปราชการ เมื่อถามบ่าวไพร่จึงได้รู้ว่า นางมานอนข้างคืนที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว 

หยางซีซวนสาวเท้าเดินไปยังห้องของหนิงฮวาด้วยความร้อนใจ เขาอยากดูให้แน่ใจว่านางปลอดภัยดีจริงๆ เมื่อถึงหน้าห้องเขาก็พบกับซิงอีสาวใช้ส่วนตัวของฮูหยิน

"ทะ..ท่านแม่ทัพ"

"ข้าจะมาตามฮูหยินของข้ากลับจวน เจ้าไปเถิดข้ามีเรื่องต้องคุยกับนาง"

ซิงอีได้ยินเช่นนั้นจึงค้อมศรีษะทำความเคารพก่อนจะเดินออกไป และปล่อยให้สามีภรรยาได้ใช้เวลาด้วยกัน

เมื่อคืนเป็นคืนที่นางนอนหลับสนิทในรอบปีเลยก็ว่าได้นางจึงตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น หนิงฮวานั่งมองเงาของตนที่สะท้อนอยู่ในกระจกก่อนจะถอนหายใจออกมา ป่านนี้ซีซวนจะเป็นอย่างไรบ้าง เขาทำอะไรอยู่นะ..

"ฮวาเอ๋อร์!!" หนิงฮวาเห็นหยางซีซวนสะท้อนอยู่ในกระจก จึงรีบลุกขึ้นแล้วหันหลังกลับไปมอง หยางซีซวนรีบโผลเข้ามาโอบกอดนางทันทีโดยที่นางยังไม่ทันได้พูดสิ่งใดเลยสักคำ

"ซีซวน..เจ้าเป็นอะไรไป" 

"ข้าดีใจที่เจอเจ้าที่นี่ รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นห่วงเจ้าเพียงใด เหตุใดจึงไปไหนไม่บอกข้า" ซีซวนทั้งหอมทั้งกอดคนตัวเล็กข้างหน้าไว้แน่น ราวกลับว่ากลัวนางจะหายไปจริงๆ

 หนิงฮวาได้แต่คิดว่าถ้าหากว่านางถูกจับตัวไป เกรงว่าป่านนี้นางคนไม่มีชีวิตอยู่ให้เขากอดแบบนี้แล้ว เหตุใดเขาจึงไม่ออกตามหานางเสียตั้งแต่เมื่อคืน..

นางได้แต่กอดตอบและลูบหลังเขาเบาๆ "ข้าอยู่นี่กับเจ้าแล้ว ขออย่าได้กังวลสิ่งใด"

"กลับจวนกับข้าเถิดฮูหยิน" ซีซวนพูดอย่างอ่อนโยน หนิงฮวาได้แต่พยักหน้าเบาๆ อย่างน้อยเขาก็ยังทำให้เห็นว่าเขายังคงรักและเป็นห่วงนาง

หลังจากวันนั้นหยางซีซวนก็มักจะมานอนค้างที่เรือนของหนิงฮวาอยู่เป็นประจำ ร่างกายของนางอ่อนแอและบอบบาง เขาจึงพยายามทะนุถนอมนางอย่างที่สุด แม้มีบางครั้งที่เขาเหนื่อยจากงานมา ก็ขอแค่เพียงได้นอนกอดนางก็ยังดี

หลิวลี่ถังไม่พอใจนักที่พักหลังมานี้ ท่านแม่ทัพมักจะไปค้างที่เรือนฮูหยินเอก "นางใช้มารยาอันใดล่อลวงท่านพี่กัน สภาพนางตอนนี้มิต่างจากโครงกระดูก เหตุใดท่านพี่จึงหลงนางนัก" 

หลิวลี่ถังได้แต่กำชายกระโปรงของตนแน่น คิดว่าเป็นฮูหยินเอกแล้วจะครองท่านพี่ไว้คนเดียวหรือ ลี่ถังคนนี้มิยอมง่ายๆแน่!

"ซือซือ ข้ามีเรื่องไหว้วานเจ้าหน่อย" ว่าแล้วหลิวลี่ถังก็กระซิบกระซาบกับสาวใช้ส่วนตัว ซือซือมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่งของฮูหยินรองผู้เป็นนาย

วันต่อมาที่เรือนของฮูหยินรองก็มีเสียงเอะอะจากบ่าวไพร่ ฮูหยินรองป่วยหนัก ใครก็ได้ตามหมอที!!

ขณะนี้หยางซีซวนเข้าเฝ้าฮ่องเต้อยู่ที่วังหลวง ดังนั้นที่แห่งนี้ผู้ที่เป็นนายใหญ่สุดก็คือฮูหยินเอก เมื่อหนิงฮวารู้ข่าวจึงไปดูที่เรือนของหลิวลี่ถัง นางป่วยหนักขนาดไหนกัน บ่าวไพร่จึงได้เอะอะโวยวายเช่นนี้

"ซือซือ ฮูหยินของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ตามหมอมาดูนางหรือยัง" หนิงฮวาถามสาวรับใช้ของลี่ถังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เรียนฮูหยินเอก บ่าวได้ให้คนไปตามหมอแล้วเจ้าค่ะตอนนี้ฮูหยินรองยังมิรู้สึกตัวเลย ตัวก็เย็นมากเลยด้วย"

หนิงฮวาลองใช้หลังมือแตะหน้าผากของนางก็พบว่านางตัวเย็นจริงๆ เมื่อท่านหมอมาถึงก็รีบเข้าไปตรวจดูอาการจึงให้ทุกคนออกมารอข้างนอก ท่านหมอใช้เวลาประมาณหนึ่งเค่อ ก่อนจะเปิดประตูออกมา

"นางเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" 

"เรียนฮูหยินใหญ่ ฮูหยินรองป่วยไข้ด้วยหยินหยางในร่างกายที่ไม่สมดุล ตอนนี้ร่างกายของนางมีพลังหยินมากเกินไป วิธีการรักษาคือต้องใช้ความร้อนและพลังหยางรักษา เพื่อให้ร่างกายสมดุล"

 "ขอบใจท่านมาก เด็กๆไปส่งท่านหมอที"

"จากนี้ไปงดอาหารที่มีธาตุเย็นทั้งหมด ให้ฮูหยินเจ้าดื่มกินแต่ของร้อนๆเท่านั้น จงปิดหน้าต่างเสียให้หมดอย่าให้มีลมเล็ดรอดเข้ามา นางอาจป่วยหนักกว่าเดิมได้" 

"เจ้าค่ะฮูหยิน"  หลังจากที่หนิงฮวาจัดการทุกอย่างเสร็จ ก็กลับไปยังเรือนของตน เหตุใดจู่ๆหลิวลี่ถังจึงป่วยไข้ขึ้นมากระทันหันเช่นนี้ เมื่อหลายวันก่อนก็ยังเห็นนางดีๆอยู่เลย

"ฮูหยินท่านว่ามันไม่แปลกหรือเจ้าคะ" ซิงอีทักท้วงขึ้นทันทีหลังจากที่กลับมาจากเรือนของฮูหยินรอง

"เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือซิงอี" 

"ช่วงนี้ท่านแม่ทัพมาค้างที่เรือนของฮูหยินบ่อยนัก จู่ๆฮูหยินรองก็ป่วยไข้ขาดพลังหยาง ท่านคิดว่ามันมิบังเอิญเกินไปหรือเจ้าคะฮูหยิน"

หนิงฮวานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง อันที่จริงนางก็คิดเหมือนซิงอี เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาหลิวลี่ถังก็อยู่ในที่ของตัวเอง มิเคยแสดงท่าทีหรืออาการไม่พอใจอันใดออกมา นางจะแสร้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากซีซวนจริงๆหรือ

"ข้ามีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งวานให้เจ้าช่วยหน่อย"

เมื่อซีซวนกลับมาถึงจวนและได้รู้ข่าวว่าฮูหยินรองของเขาป่วย เขาจึงรีบไปหานางที่เรือนทันที เมื่อยามไปรบเขาก็มีนางคอยดูแลยามป่วยไข้ เมื่อยามนางป่วยไข้ เขาก็ต้องดูแลนางเช่นกัน

ร่างองอาจผลักประตูออกทันที เขาเดินไปนั่งข้างๆฮูหยินรองที่กำลังหลับสนิทอยู่ ฝ่ามืออบอุ่นสัมผัสไปที่ใบหน้าเนียนของนาง พบว่านางตัวเย็นยิ่งนัก

หลิวลี่ถังลืมตาขึ้นมาช้าๆ เมื่อพบว่าคนตรงหน้าคือหยางซีซวน นางก็พลันน้ำตาไหลออกมา ลี่ถังโผลเข้ากอดหยางซีซวนทันที  ซีซวนลูบผมนางด้วยความอ่อนโยน

"ข้าอยู่นี่แล้วถังเอ๋อร์" หลิวลี่ถังได้แต่ร้องไห้ออกมา ทำเอาซีซวนรู้สึกสงสารนางยิ่งนัก ช่วงนี้เขาปล่อยปละละเลยนางเกินไปหรือไม่

"ข้าคิดถึงท่านพี่เหลือเกิน ข้านึกว่าท่านจะไม่ยอมมาหาข้าแล้ว" นางผละกอดออกมาสบตากับบุรุษตรงหน้า ใบหน้าเศร้าสร้อยและคำพูดอ่อนหวานทำให้ใจเขาสั่นไหว

"ใยเจ้าจึงพูดเช่นนั้นข้าย่อมเป็นห่วงและมาหาเจ้าอยู่แล้วยอดรักของข้า" เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจและโผลเข้าไปหอมแก้มผู้เป็นสามีทันที หยางซีซวนตกใจกับการกระทำของนางเล็กน้อย นางช่างน่ารักและมักเอาอกเอาใจเขายิ่งนัก

"ข้าได้ยินว่าหนิงฮวาเรียกหมอมาดูอาการเจ้าแล้ว ท่านหมอว่าอย่างไรบ้างล่ะ"

"เรียนท่านพี่ จากที่ข้าถามบ่าวดูแล้ว ท่านหมอบอกว่าร่างกายข้าพลังหยินมากเกินไป จึงป่วยไข้ตัวเย็นเจ้าค่ะ"

"หากสตรีที่มีพลังหยินมากเกินไปจะเป็นไข้และตัวเย็น เช่นนั้นหมอได้บอกวิธีรักษาหรือไม่" หยางซีซวนยิ้มอย่างมีเลศนัย หลิวลี่ถังได้แต่นั่งหน้าแดงใช้มือเล็กตีที่แขนของเขาเบาๆ

"ทะ..ท่านพี่ก็ ก็น่าจะรู้ว่ามีเพียงท่านที่ช่วยข้าได้ อย่าให้ข้าต้องพูดอะไรน่าอายสิเจ้าคะ"

"หากเจ้าไม่ยอมพูดข้าก็จะไม่ช่วยเจ้า" เขารู้อยู่แล้วว่าหากร่างกายมีหยินมากเกินไปจะตัวเย็นเฉียบเช่นนี้ วิธีรักษามีหลายทาง ทั้งดื่มสมุนไพรที่ให้ความร้อน หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือการหลับนอนกับบุรุษเพราะบุรุษมีร่างกายเป็นหยาง เขาเพียงถามเพื่อแกล้งนางเท่านั้น

"ช่วย..ช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะท่านพี่" พูดจบหลิวลี่ถังก็รีบก้มหน้าด้วยความเขินอายทันที 

เป็นเวลากว่าสามวันที่บ่าวไพร่แทบไม่ได้เห็นท่านแม่ทัพและฮูหยินรองออกมาจากเรือน มีเพียงแค่ซือซือสาวรับใช้คนสนิทของฮูหยินรอง ที่คอยนำสำรับไปให้และเก็บสำรับออกมา

ยามค่ำคืนทหารที่เฝ้ายามอยู่บริเวณเรือนของฮูหยินรองก็ได้แต่หน้าแดงไปตามๆกัน เพราะมีเสียงครางครวญอันหวานหยดของฮูหยินรองดังออกมาอยู่เกือบทั้งคืน มิรู้ว่าท่านแม่ทัพไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา..

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   จบบริบูรณ์

    ขณะที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นผืนผ้าใบที่มีเฉดสีอบอุ่นอย่างสีส้ม แดง และชมพู อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆ สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่านต้นไม้ใบหญ้า เสียงนกร้องและจิ้งหรีดร้องแว่วมาแต่ไกลหนิงฮวานั่งจมอยู่ในห้วงความคิด จิตใจของนางล่องลอยไปยังที่แสนไกล ฉินอ๋องหายหน้าไปสามเดือนแล้ว จนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเขาจากไปเลยโดยที่ไม่มีแม้แต่คำร่ำลา หนิงฮวาได้แต่คิดถึงเหตุการณ์วันนั้นอย่างไม่หยุดหย่อน หากนางไม่พูดเช่นนั้นออกไป ตอนนี้จะเป็นเช่นไร.. มันจะต่างจากตอนนี้หรือไม่อย่างน้อย นางก็ยังอยากมีเขาอยู่ในชีวิต แม้จะเป็นเพียงสหายกันก็ยังดี ป่านนี้ฉินอ๋องจะเป็นอย่างไรบ้าง จะคิดถึงนางบ้างหรือไม่ หรือตอนนี้เขาเปลี่ยนใจจากนางไปแล้ว หัวใจของนางปวดร้าวเมื่อนึกถึงหน้าของฉินอ๋อง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขามีผลต่อความรู้สึกของนางเช่นนี้ "เขาคงไม่มาแล้วจริง ๆ" หนิงฮวาถอนหายใจและหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม นางรู้ว่านางต้องละทิ้งความรู้สึกที่มีต่อฉินอ๋องและเดินหน้าต่อไป พูดง่ายแต่ทำยากยิ่งนางจะสามารถตัดใจจากคนที่ดีกับนางมาตลอดได้อย่างไร เขาและนางมีความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   ไม่หวนคืน

    ณ จวนสกุลหยางสุริยันปรากฎจันทราลับ คิมหันต์เหมันต์ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน สองปีแล้วที่เจ้าจากไป หยางซีซวนนั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ต้นเหมยที่เขาและหนิงฮวาเคยปลูกร่วมกันเมื่อวัยเยาว์ สายตาเศร้าหมองทอดมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย สีหน้านิ่งเฉยเสมือนคนที่ไร้ซึ้งความรู้สึก ราวกับว่ามันเป็นคำสาปจากนาง ซีซวนใช้ชีวิตต่อไปด้วยความรู้สึกผิด และความคะนึงหาราวกับร่างไร้วิญญาณหลิวลี่ถังที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถอดถอนหายใจ ปีที่สองหลังจากหนิงฮวาจากไป หลิวลี่ถังก็ยังคงเป็นเพียงฮูหยินรองที่ทำหน้าที่ของฮูหยินเอก แม้ว่าหนิงฮวาจะจากไปแล้วก็ตาม ที่ตรงนั้นยังคงเป็นของนางเสมอมาหลิวลี่ถังคอยดูแลหยางซีซวนที่ตอนนี้กลายเป็นคนวิกลจริต เขาจำต้องพ้นสภาพของแม่ทัพเพราะไม่สามารถควบคุมสติหรืออารมณ์ได้ภาระหน้าที่ต่างๆภายในจวนจึงตกมาเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว หลังจากที่หยางซีซวนเริ่มเสียสติ บรรดาบ่าวไพร่ก็ต่างพากันหนีหายไป บ้างก็ขโมยทรัพย์สินของมีค่าไปขาย ไม่ว่าจะเป็นแจกันหรือถ้วยชาม ล้วนถูกขโมยไปทั้งสิ้นจวนสกุลหยางที่ไร้ซึ่งหยางซีซวนคอยปกครองบรรยากาศนั้นดูอึมครึมและเงียบเหงา ไร้ซึ่งเสียงของผู้คน หลิวลี่ถังอดทนดูแลเขามาเป

  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   ในใจข้ามีเจ้ามาโดยตลอด

    สองปีต่อมาดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างช้าๆ ส่องแสงอันอบอุ่นเหนือโลกเบื้องล่าง ท้องฟ้าถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีชมพูและส้ม อากาศสดชื่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของหญ้าที่เพิ่งตัดใหม่และดอกไม้ที่บานสะพรั่ง เป็นสัญญาณเริ่มต้นของวันใหม่หนิงฮวาตื่นมารดน้ำแปลงผักตั้งแต่เช้า นางปลูกผักมากมายหลายชนิด ส่วนหนึ่งก็เก็บไว้กินเอง และอีกส่วนหนึ่งก็นำไปขายในตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วซิงอีเป็นคนนำผักและสมุนไพรที่เก็บได้ไปขาย อันที่จริงไม่ใช่ว่านางไม่มีสมบัติติดตัวเลย บิดาของนางมาหาเดือนละครั้ง และทุกครั้งที่มาก็มักจะนำเงินทองและสมบัติมากมายมาให้ รวมถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับซึ่งภายหลังนางก็ปฏิเสธไปบ้างเพราะในบ้านไม่ได้มีพื้นที่มากพอสำหรับสิ่งของฟุ่มเฟือยเช่นเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าส่วนข้าวสารอาหารแห้งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญหนิงฮวาก็จะรับไว้ด้วยความยินดี "เจ้าตื่นเช้าเสียจริง ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าในระหว่างที่ข้าอยู่ที่นี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำงานเดี๋ยวข้าจะทำเอง" ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาแย่งบัวรดน้ำออกไปจากมือหนิงฮวา "ข้าทำเองได้" หนิงฮวาพยายามที่จะแย่งบัวรดน้ำกลับมา แต่ก็ไม่เป็นผล ฉินอ๋องส

  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   ชีวิตใหม่

    สามเดือนก่อนสายลมเย็นพัดพาม่านหน้าต่างปลิวไสว ไป๋เฉิงที่นั่งเฝ้าร่างบุตรสาวที่ไม่ไหวติงมาหลายวัน รีบลุกขึ้นไปปิดหน้าต่างโดยพลัน อากาศหนาวเย็นเช่นนี้หากเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ มีหวังบุตรสาวของตนคงไม่หายป่วยเป็นแน่วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้วที่หนิงฮวายังไม่ยอมฟื้นขึ้นมา นางนอนนิ่งเช่นนี้มาหลายวันแล้ว นับวันร่างกายนางยิ่งซูบผอม หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป นางคงไม่ฟื้นกลับขึ้นมาดังท่านหมอได้กล่าวไว้เป็นแน่"หากเจ้ายอมลืมตาตื่นขึ้นมา ไม่ว่าเจ้าปรารถนาสิ่งใด พ่อจะทำให้เจ้าทุกอย่าง.."ไป๋เฉิงได้แต่นั่งภาวนาขอให้หนิงฮวาฟื้นขึ้นมาอย่างปลอดภัยไม่นานนักร่างกายของหญิงสาวที่นอนนิ่งสนิทไม่ไหวติงมาหลายวันกลับมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย หนิงฮวาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาจากนิทราอันยาวนาน "ฮวาเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้ว!!" ไป๋เฉิงดีใจเสียจนนั่งไม่ติด เขาได้แต่ขอบคุณฟ้าดินที่เมตตาบุตรสาวของตน ขอบคุณจริงๆที่นางมีชีวิตอยู่"น้ำ.." หนิงฮวาพยายามเปล่งเสียงออกมาจากลำคอ เสียงของนางแหบแห้งเสียจนฟังไม่รู้ความ"น้ำ..น้ำหรอ เจ้าหิวน้ำใช่หรือไม่" ไป๋เฉิงตาลีตาลานหาเหยือกน้ำมารินใส่แก้วให้หนิงฮวาด้วยความดีใจ ในที่สุดการสวดภาวนาของเขาก็เป็

  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   ข้าผิดต่อเจ้า

    "ร้องไห้หรือ เจ้าอย่ามาบีบน้ำตาต่อหน้าข้า มันช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก นับแต่นี้ไป เจ้าอย่าได้คิดจะมาเคารพศพลูกสาวข้า อย่าคิดแม้แต่จะมาเยี่ยมหลุมศพของนาง อย่าแม้แต่จะมาร้องไห้ให้นาง เจ้ามันไม่คู่ควร!!"เมื่อพูดจบไป๋เฉิงก็เดินกลับเข้าไปในจวนโดยไม่หันหลังกลับมามองหยางซีซวนอีกเลย.."ข้าขอร้องท่าน ให้ข้าได้อยู่ในงานศพของนางเถิดข้าของร้องท่านจริงๆ" หยางซีซวนก้มหน้าลงหมอบกับพื้น แต่เสนาบดีไป๋ก็หาได้สนใจไม่ บัดนี้เขารู้ซึ้งแล้วจริงๆ ว่าชีวิตเขาขาดนางไม่ได้ ราวกับว่าหัวใจของเขาแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ชีวิตจากนี้ที่ไม่มีหนิงฮวาเขาจะอยู่ได้อย่างไร"ไม่นะ ไม่เอาแบบนี้ หนิงฮวาข้าขอโทษข้าผิดไปแล้ว อย่าทิ้งข้าไปนะ ข้าขอร้องอย่าทิ้งข้าไป ข้ายอมเจ้าแล้ว ข้ายอมเจ้าทุกอย่าง เพราะงั้นลืมตาขึ้นมาสิ เจ้าจะให้ข้าหย่ากับนางข้าก็ยอม หนิงฮวาข้าผิดไปแล้ว"หยางซีซวนร้องไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าหัวใจของเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ความเจ็บปวดนี้มากเกินกว่าที่เขาจะรับไหวหยางซีซวนกลับมายังจวนสกุลหยางของตนอย่างล่องลอย เขาสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องนอนหนิงฮวาทันที เขาภาวนาให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน เขาเปิดประตูห้องเข้า

  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   ตัดขาดซึ่งความสัมพันธ์

    ณ จวนสกุลไป๋"เปิดประตูจวนเดี๋ยวนี้!!" เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นจากหน้าประตู เสนาบดีไป๋เฉิงจึงรีบรุดไปดูทันทีว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้น เมื่อเขาวิ่งมาถึงหน้าจวนก็เห็นว่าฉินอ๋องอุ้มลูกสาวตนเข้ามาด้วยท่าทีที่รีบร้อน "นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีไป๋เอ่ยถามฉินอ๋องด้วยความร้อนใจ"ตามหมอให้ข้าก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน ห้องนางอยู่ที่ใด!!" ฉินอ๋องแผดเสียงดังขึ้น ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาอธิบายสิ่งใดทั้งนั้น สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการห้ามเลือดให้นาง"ซิงอีเจ้ารีบไปตามหมอมารักษาลูกข้า!!" เมื่อพูดจบเขาก็วิ่งนำฉินอ๋องไปยังห้องของหนิงฮวา ฉินอ๋องเห็นเช่นนั้นแล้วจึงได้วิ่งตามบิดาของนางไป"เจ้าค่ะ" ซิงอีได้ยินผู้เป็นนายสั่งเยี่ยงนั้น นางจึงรีบวิ่งออกไปตามหมอมาทันที "ข้าขอผ้าสะอาดหน่อย เร็วเข้า!" ฉินอ๋องพูดขึ้นไป๋เฉิงเห็นโลหิตที่ไหลอาบอาภรณ์ของลูกสาว เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก ภาพชายชราที่วิ่งหาผ้ามาเพื่อห้ามเลือดให้ลูกสาวด้วยความรนรานและสั่นเทาช่างเป็นภาพที่เห็นแล้วหดหู่ยิ่งนัก เสนาบดีไป๋เฉิงยื่นผ้าสะอาดให้กับฉินอ๋องอย่างรวดเร็วฉินอ๋องดึงเศษอาภรณ์ที่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉานออก ก่อนจะนำผ้าพื้นใหม่มา

  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   เทศกาลเสวี่ยเทียน

    ทางด้านซีอานที่คอยตามสืบมาเป็นปีก็ได้เวลาลงมือเสียที พวกเขารอที่จะแก้แค้นหยางซีซวนมาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม "เจ้าจะต้องได้พบกับความทุกข์ทรมานอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน" หนึ่งในชายชุดดำกล่าวขึ้นอย่างเคืองแค้นเหล่าชายชุดดำพากันกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ เพื่อเฝ้าคอยการเคลื่อนไหวของหยางซีซวนตามคำสั่งที่ได้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   บุรุษที่ดูคุ้นตา

    หนิงฮวาใช้ชีวิตอยู่ที่จวนสกุลไปอย่างสบายใจ นางรู้สึกคิดถึงเมื่อก่อนตอนที่นางยังใช้ชีวิตเป็นคุณหนูไป๋ นิ้วมือเรียวลูบไล้เสื้อผ้าอาภรณ์สมัยเก่าด้วยความคิดถึง ชุดนี้ท่านพ่อเป็นคนซื้อให้นาง และที่สำคัญ ท่านพ่อเป็นคนเลือกเองกับมือ มิได้ใช้บ่าวไพร่ที่ไหนไปซื้อเลย"ชุดสีชมพูนี้งดงามยิ่งนัก พ่อเห็นแล้วนึก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   สตรีเช่นเจ้าก็ดีแล้วนี่

    "เจ้ากลับมาอยู่จวนสกุลไป๋แล้วหรือ? ได้อย่างไร? เจ้าแต่งงานแล้วนี่..""ข้าจะอยู่ในที่ๆ เป็นของข้าเจ้าค่ะ" หนิงฮวายกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินออกไป โดยที่มีฉินอ๋องเดิมตามไปด้วยนางกลับมาอยู่จวนบิดาของตนเช่นนี้ คงมีอยู่ไม่กี่เหตุผล แต่ในเมื่อนางไม่อยากเล่า เขาก็จะไม่คาดคั้นฉินอ๋องเดินตามหนิงฮวาไปเ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย   ข้าจะอยู่ในที่ๆเป็นของข้า

    ณ. จวนสกุลหยางหยางซีซวนกำลังตั้งหน้าตั้งตาจัดการเอกสารกองโตอยู่ที่โต๊ะ หลังจากจบจากสงครามก็มีทหารจำนวนมากที่บาดเจ็บจนไม่สามารถจับดาบได้อีก ไหนจะเรื่องครอบครัวของเหล่าทหารที่เสียชีวิตแม้สงครามจะจบไปเป็นปีแล้ว แต่ก็ยังมีงานมากมายที่เขาต้องทำและจัดการ ช่วงนี้เขาจึงไม่มีเวลาไปหาหนิงฮวาที่จวน "ปานนี้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status