Masukจากคุณหนูอ่อนแอ… สู่วิญญาณหมอพิษคืนชีพ เธอกลับมาเพื่อล้างแค้นและมีเพียงเขา… บุรุษผมเงิน ดวงตาโลหิต ผู้เป็นที่หวาดกลัวของใต้หล้าแต่กลับเลือกจะยืนอยู่ข้างเธอ
Lihat lebih banyakใช่— นางไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว นางไม่ได้เรียกตนเองว่า ‘ผู้ควบคุมกฎ’ อีกต่อไป นั่นหมายความว่า นางได้สละทุกอย่างแล้ว “ไหน ๆ เจ้าก็ไม่อยากได้ตำแหน่งนี้ งั้นให้ข้ารับแทนจะเป็นไรไป!” เขากัดฟันกรอด พยายามฝืนขยับร่างที่ถูกค่ายกลพันธนาการไว้แน่น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่น แม้แต่นิ้วเดียวก็ขยับไม่ได้
“เจ้ายังดื้อดึงไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ…” เสียงของเขาแม้นุ่มนวล กลับแฝงความเสแสร้งและเย็นชา “แม้จะมาถึงขั้นนี้ ข้ายังคิดจะปล่อยเจ้าไปอยู่เลยนะ” นางเบือนหน้าหนีทันที แววตาเย็นชารังเกียจแผ่กระจายไปทั่วใบหน้า “ไม่ต่างกันนัก เจ้าเองก็เช่นกัน” มือของเขาชะงักชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเส
หากมีผู้หนึ่งชนะ อีกผู้หนึ่งจะต้องตกเป็นรอง และกลายเป็นผู้ปกครองหมื่นเทพ ต่ำกว่าหนึ่ง สูงกว่าทั้งปวง หญิงสาวหลุบตาลงช้าๆ แล้วหมุนกายจากไปโดยไม่กล่าวสิ่งใดอีก ผ้าคลุมสีทองสะบัดวาบตามแรงหมุน งามสง่าดั่งดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ผลิบานกลางอากาศ ในพริบตา ร่างของนางก็หายลับไปจากวิหารหมื่นเทพ “อีกสามว
นางหาใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา เล่าขานกันว่านางคือหนึ่งในผู้ถือกำเนิดพร้อมฟ้าดิน เมื่อครั้งสรรพสิ่งยังมิเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อกฎแห่งสวรรค์ยังวุ่นวายไร้ระเบียบ กล่าวกันว่านางคือ “ผู้หนึ่ง” ที่แตกต่างที่สุดแห่งวิหารหมื่นเทพ ไม่มีเทพองค์ใดกล้าล่วงเกินแม้แต่น้อย หมื่นเทพก็คือหมื่นเทพ แต่ไม่มีแม้แต่
ของทุกชิ้นถูกตรวจนับอย่างละเอียดทีละหีบ ทีละกล่อง จนตะวันคล้อยต่ำแทบลับฟ้า หลินเยว่ซินถึงกับแลบลิ้นออกมาเบาๆ ด้วยความน่าทึ่งกับสิ่งที่ได้รับ ของแต่ละอย่างช่างล้ำค่าหาได้ยาก ทองคำ เงิน หยก รวมกันห้าใบ ผ้าแพรอาภรณ์แปดใบ ที่เหลือก็เป็นของใช้จำเป็นในแต่ละวัน ล้วนครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง ในยามที่จวน
“ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว…” แม้จะรู้สึกสยองเล็กๆ แต่นางก็ยังเดินเข้าไปใกล้ด้วยความใคร่รู้ เอ่ยสั่งเสียงเรียบกับเสี่ยวถิง “เปิดดูสิ” พอเปิดหีบใบแรกเท่านั้น ตาเบิกโพลงทั้งคู่! “นี่มันอะไรกันเนี่ย!” เพียงแค่สามหีบแรกก็ทำเอานางแทบทรุด ภายใน…อัดแน่นไปด้วยเครื่องประดับล้ำค่าทุกชนิดเท่าที่จินตนาการได้
นางผลักชายที่นอนทับอยู่บนตัวออก ก่อนกรีดร้องลั่นอย่างเสียสติ ภาพความวุ่นวายและกลิ่นเหม็นโสมมในห้องทำให้นางแทบคลั่ง นางกัดฟัน ดวงตาวาววับด้วยแสงเยียบเย็น เมื่อชายเหล่านั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงวาบวูบของใบมีดก็ซัดวูบเข้าหาคอพวกเขา เสียงกรีดร้องไม่มีเวลาได้เปล่งออก ร่างของพวกเขาร่วงลงสู่พื้นทีละคน… ไม่ห
หลินเยว่ซินหรี่ตามอง ริมฝีปากกระตุกขึ้นน้อยๆ ราวกับเย้ยหยัน “ท่าทางนั่น…ดูแล้วน่าอายแทนเสียจริง” นางเอ่ยเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงกลับแฝงอำนาจไม่เปิดช่องให้ค้าน “ต่อไป เมื่อมีผู้อื่นอยู่ด้วย อย่าคุกเข่าโดยพลการอีกเป็นอันขาด” จากนั้น หลินเยว่ซินเอียงศีรษะเล็กน้อย พลางยกมือขึ้นช้าๆเพียงกระดิกปลายนิ้


















Ulasan-ulasanLebih banyak