เข้าสู่ระบบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของซิลิโคนสังเคราะห์เกรดการแพทย์ผสมผสานกับกลิ่นพีชขาวแช่เย็นอบอวลอยู่ภายในห้องแล็ปปฏิบัติตระการตาของแผนกออกแบบ
เฌอลีน ในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมพับแขน สวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสำหรับงานขึ้นรูป กำลังจรดปลายปากกาเรนเดอร์ภาพแบบจำลอง 3 มิติของโปรเจกต์ ‘Resonance of Soul’ บนแท็บเล็ตเขียนแบบอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าหวานอมชมพูคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ร่างเล็กยืนจ้องมองหุ่นจำลองโพลีเมอร์ส่วนโครงสร้างสรีระตรงหน้าด้วยความเครียดหนัก
“องศาความโค้งตรงแกนกลางมันยังไม่ได้ว่ะเฌอ...”
จิน อัลฟ่าสาวรุ่นพี่วัย 27 ปี ถอดแว่นตาขยายออกพลางถอนหายใจยาว ยื่นมือไปแตะส่วนแกนความร้อนของหุ่นจำลอง
“ถ้าตามหลักสรีระศาสตร์ พอสอดใส่เข้าไปในช่องทางส่วนลึก จังหวะที่แกนขยายอุณหภูมิอุ่นจัดมันดันไปชนตรงคอขวดมดลูก...แรงอัดมันต้องยืดหยุ่นกว่านี้ เพื่อเลียนแบบการขยายตัวตอน Knotting ของอัลฟ่า”
“แล้วแรงดันตรงนั้นมันควรจะนุ่มนวลขนาดไหนเหรอคะพี่จิน?”เฌอลีนเอ่ยถาม นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววสับสน
“หนูพยายามปรับค่าแรงดันถุงลมชีวภาพแล้ว แต่พอคิดภาพตาม...หนูไม่รู้เลยว่าความรู้สึกยามที่แก่นกายของอัลฟ่าขยายตัวแน่นจุกลึกข้างในจริงๆ มันสัมผัสยังไง...”
จินเกาหัวพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ ใบหน้าคมขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู
“เอ่อ...คือเรื่องนี้พี่ก็ตอบเราไม่ได้เหมือนกันว่ะเฌอ”
“เอ๊ะ? ทำไมล่ะคะพี่จิน? พี่จินเป็นอัลฟ่าอายุตั้งยี่สิบเจ็ดแล้วนะ...” เฌอลีนเลิกคิ้วมองรุ่นพี่ด้วยความสงสัย
“อัลฟ่าก็ใช่ว่าจะต้องซาบซึ้งเรื่องเซ็กส์กันทุกคนไหมเล่า!”
จินกระแอ่มกลบเกลื่อน ยิ้มเขินจนตาหยี
“จะ...จริงๆ แล้ว พี่ก็ 'ยังเวอร์จิ้น' อยู่เหมือนกันว่ะ! วันๆ เอาแต่นั่งออกแบบวาดรูปหุ่น ไม่เคยไปมีซัมติงกับโอเมก้าที่ไหนเลยสักครั้ง!”
“ฮะ?! พี่จินก็ยังเวอร์จิ้นเหรอคะ?!”
เฌอลีนอุทานเบาๆ มือปิดปากไว้แน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรง
“ตายแล้ว...แล้วทีนี้เราสองคนจะไปเข้าใจความรู้สึกสอดใส่ลึกซึ้งของการร่วมรักจริงๆ ได้ยังไงล่ะคะเนี่ย”
“เอ่อ...เครียดเลย!” จินถอนหายใจตาม
“เอางี้ เฌอลองพักสมองแป๊บหนึ่ง แล้วลองโทรหาใครสักคนที่มีประสบการณ์ดูไหม?”
“อืม...ได้ค่ะพี่จิน”
เฌอลีนเดินหลบออกมาคุยโทรศัพท์ตรงบริเวณโถงกระจกใสด้านนอกห้องแล็ป บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงแสงแดดยามบ่ายส่องกระทบพื้นหินอ่อน
กริ๊ง...กริ๊ง...
(“ว่าไงจ๊ะสาวออฟฟิศคนใหม่! โทรหาฉันเวลานี้ งานมีปัญหาหรือไงแก?”)
เสียงสดใสของ นัฐนันท์ อัลฟ่าสาวเพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่บริษัทคู่แข่งดังก้องมาจากปลายสาย
“นัฐ...ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว” เฌอลีนเอ่ยเสียงอ่อน ถอนหายใจยาวเล่าอุปสรรคให้เพื่อนฟัง
“กูกำลังเซ็ตระบบแรงดันแกนความร้อนเลียนแบบจังหวะ Knotting ของอัลฟ่าอยู่...แต่ฉันกับพี่จินสิ ดันเวอร์จิ้นทั้งคู่เลยอ่ะนัฐ! ฉันก็ไม่เคยโดนสอดใส่ พี่จินก็ไม่เคยสอดใส่ใคร พวกเราเลยจินตนาการอารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นไม่ออกเลย ชิ้นงานมันเลยออกมาแข็งกระด้างไม่มีชีวิตชีวาเอาซะเลยอ่ะ”
ปลายสายหลุดขำก๊ากออกมาลั่นโทรศัพท์
(“ฮ่าๆๆๆ! เฌอ! อัลฟ่ารุ่นพี่แกก็เวอร์จิ้นเหรอวะเนี่ย?! โคตรบันเทิงเลย!”)
“มันใช่เรื่องน่าขำไหมเนี่ยนัฐ!” เฌอลีนว๊ากใส่เพื่อนเบาๆ
“ฉันจริงจังนะ ถ้าฉันเข้าไม่ถึงความรู้สึกตรงนั้น ฉันจะทำชิ้นงานตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกตามที่สัญญากับคุณกันต์ไว้ได้ยังไงล่ะ”
(“เอาน่าๆ ฉันไม่แกล้งละ”) นัฐปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น
(“ฟังนะเฌอ...การที่แกไม่เคยมีเซ็กส์ มันไม่ได้แปลว่าแกจะเข้าไม่ถึงความรู้สึกนั้นเว้ย สัญชาตญาณโอเมก้าในตัวแกมันมีอยู่แล้ว สิ่งที่แกต้องทำตอนนี้ ไม่ใช่การไปหาทฤษฎีในหนังสือ...แต่คือการดึง ‘ความรู้สึกทางอารมณ์จริง’ มาใช้”)
“ดึงความรู้สึกจริง...ยังไงอ่ะนัฐ?” เฌอลีนเอียงคอถามด้วยความสงสัย
(“ฉันในฐานะอัลฟ่าที่มีดุ้นคนหนึ่งนะเฌอ...”) นัฐเอ่ยเสียงนุ่ม
(“เวลาที่โอเมก้ายอมเปิดทางให้อัลฟ่าสอดใส่...มันเริ่มต้นจาก ‘อารมณ์ร่วม’ เว้ย แกลองหลับตา แล้วมองหา ‘อัลฟ่าสาวสักคน...คนที่ทำให้แกรู้สึกใจเต้นแรง หน้าวิ้งๆ และประหม่าทุกครั้งที่เจอหน้า’ สิ”)
“อัลฟ่า...ที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงเหรอ?” เฌอลีนพึมพำ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นไหวเบาๆ
(“ใช่!”) นัฐเน้นย้ำ
(“เวลาแกมองหน้าเขา คนที่แกรู้สึกเกรงใจ รู้สึกอยากเข้าหา แต่ก็กลัวเขา...สัมผัสความตึงเครียดทางอารมณ์ตรงนั้นแหละ! ลองนึกภาพตามว่า ถ้าเป็นอัลฟ่าคนนั้น...คนที่ทำให้หัวใจแกสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง เป็นคนก้าวเข้ามาสวมกอดแก ทอดสายตามองแกด้วยความต้องการ และสอดใส่แก่นกายร้อนฉ่าเข้ามาในตัวแก...แกจะรู้สึกยังไง?”)
คำพูดของนัฐนันท์เหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงพุ่งผ่านระบบประสาทของเฌอลีนฉับพลัน!
ลำคอเนียนอมชมพูพลันร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นกระตุกระทึกขึ้นมาทันที
เฌอลีนค่อยๆ หมุนตัว เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ...สายตาของเธอจ้องมองขึ้นไปที่ชั้นบริหารลอยฟ้าด้านบน ซึ่งมีผนังกระจกใสบานโตมองลงมายังโถงออกแบบ
และในวินาทีนั้นเอง...
ตึก...ตึก...ตึก...
ณ ตรงนั้น...
ร่างสูงโปร่งของท่านประธานสาวในชุดสูทสีเข้มเนี้ยบ กำลังยืนตระหง่านอยู่หลังกระจกบานใหญ่ เรือนผมสั้นสีบรอนซ์เงินส่องสะท้อนแสงแดด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มลึกล้ำ และทรงอำนาจกำลังจ้องมองลงมาที่ร่างเล็กของเฌอลีนอยู่พอดี!
สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ!
นัยน์ตาคู่คมของคุณกันต์ฉายแววลึกล้ำ เยือกเย็น ทว่าเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความปรารถนาอันรุนแรงที่กักเก็บไว้ กลิ่นอายความทรงพลังของ Dominant Alpha ทะลุผ่านกระจกลอยฟ้าลงมาสั่นคลอนสติปัญญาของโอเมก้าสาวอย่างรุนแรง!
ภาพในสมองของเฌอลีนพลันฉายซ้อนขึ้นมารวดเร็ว...ภาพของประธานสาวดุร้ายทรงเสน่ห์ สายตาสีทองวูบหนึ่งยามมองเธอ และกลิ่นวิสกี้บ่มไม้โอ๊คอันทรงพลังที่เคยทำให้เธอสั่นสะท้าน!
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
หัวใจของเฌอลีนเต้นระทึกลั่นอกจนแทบจะหลุดออกมาด้านนอก! เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาเลี้ยงใบหน้าหวานจนแดงฉ่าไปถึงใบหู ร่างเล็กสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความหวามหวิว และประหม่าสุดขีดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต!
(“เฮ้! เฌอ! ได้ยินฉันไหมเนี่ย? แกเจออัลฟ่าคนนั้นยัง?”) เสียงนัฐดังก้องมาจากสายโทรศัพท์
เฌอลีนรีบก้มหน้าลง หลบสายตาคู่คมของคุณกันต์ทันทีด้วยความตกใจและประหม่าจนมือไม้สั่น ร่างบางพิงแผ่นหลังเข้ากับเสาหินอ่อน หอบหายใจกระชั้นถี่ มือกุมอกซ้ายที่หัวใจกำลังเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ
“นะ...นัฐ...” เฌอลีนเอ่ยตอบเสียงหวานสั่นพร่า นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนปรือลอยด้วยความสับสนและตื่นเต้นขั้นสุด
(“ว่าไงแก? เจอไหม?”)
“ฉัน...ฉันเจอแล้วอ่ะนัฐ...” เฌอลีนกระซิบตอบเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะไหม้
วินาทีนี้...เฌอลีนได้คำตอบให้กับตัวเองอย่างชัดเจนและลึกซึ้งที่สุดแล้ว!
อัลฟ่าสาวเพียงคนเดียวในโลกใบนี้ ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระทึกอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เธอประหม่าจนแทบหายใจไม่ออก และทำให้สัญชาตญาณโอเมก้าในกายร่ำร้องอยากถูกสัมผัสและครอบครอง...ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย...
แต่คือ ‘คุณกันต์’ ประธานสาวสุดโหดคนนั้นนั่นเอง!
............................
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชัยชนะอันงดงามของ กันทรัตน์ คอร์ปอเรชั่น และพายุการพังทลายของ เวคเตอร์ เทค ค่อยๆ ผ่านพ้นไป เหลือไว้เพียงบรรยากาศแห่งความสุข สดชื่น และชีวิตคู่ที่ค่อยๆ ถักทออย่างงดงามลงตัวภายในห้องแล็บปฏิบัติตระการตาของแผนกออกแบบ...จิน อัลฟ่าสาวรุ่นพี่ นั่งเกลือกกลิ้งกับกองกระดาษร่างแบบบนโต๊ะทำงาน เรือนผมสั้นดัดลอนยุ่งเหยิง แว่นสายตาเอียงหลุดไปอยู่ตรงปลายจมูก เสียงโอดครวญอย่างสิ้นหวังดังก้องขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า“โอ๊ยยยยย! จะบ้าตายยย! ทำไมคุณกันต์ถึงชอบสั่งงานร่างแบบโจทย์ใหม่ฟ้าผ่าให้ฉันคนเดียวด่วนที่สุดตลอดเลยวะเนี่ย!”จินกุมขมับ ร่ำไห้เสียงดังลั่น“ฉันทำผิดอะไรตรงไหนอี๊กกกก!”กริ๊ก...นีโม่ สาวเบต้าในชุดสูทเนี้ยบ เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามา ยืนกอดอกมองจินแล้วหลุดขำออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคะคุณจิน?”นีโม่เอ่ยทักแซวเสียงนุ่ม เธออมยิ้ม“สมองระดับนักออกแบบหัวกระทิ แต่เรื่องความรักกลับซื่อบื้อจนน่าตกใจจริงๆ เลยนะคะ”จินเงยหน้าขึ้นมาทำตาโต“ห๊ะ?! ซื่อบื้อเรื่องอะไรเหรอนีโม่? แล้วทำไมคุณกันต์ต้องแกล้งสั่งงานฉันด่วนขนาดนี้ด้วยล่ะ?”นีโม่ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้
สัปดาห์แห่งการตัดสินหมากเกมสงครามธุรกิจเกิดขึ้น ณ ฮอลล์จัดแสดงนวัตกรรมตระการตาใจกลางเมือง ผู้สื่อข่าว สื่อมวลชน และเหล่านักลงทุนหลากสาขามากันมากมาย แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพระยิบระยับไปทั่วทั้งงานฝั่งเวทีของบริษัท เวคเตอร์ เทค (Vector Tech) ดารัณ ในชุดสูทสีส้มอิฐสง่างาม ยืนยิ้มลำพองใจอยู่กลางเวทีเบื้องหน้าผู้สื่อข่าวจำนวนมหาศาล ประธานสาวสายเลือด Alpha เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจยามเอ่ยปากแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมชิ้นใหม่ตัดหน้าคู่แข่งอย่างเป็นทางการ“และนี่คือสุดยอด Adult Device ประมวลผลชีวภาพชิปอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Vector Tech!”ดารัณเอ่ยเสียงดังฟังชัด ท่าทางทรงพลังและอำนาจ“นวัตกรรมที่จะชี้นำตลาดและล้มล้างชิปแบบเดิมๆ ให้หมดไป! ขอเชิญชมการสาธิตระบบดันถุงลมชีวภาพ ณ บัดนี้!”ดารัณส่งสัญญาณให้ทีมวิศวกรของเธอกดปุ่มสตาร์ทเครื่องสาธิตบนเวที...ทว่า...ในวินาทีที่กระแสไฟฟ้าพุ่งเข้าสู่ชิปประมวลผลจำลองฉบับทำลายล้าง!ตูมมมมม! ปัง! ปัง!เสียงระเบิดดังลั่นก้องสะท้อนไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดง! เพราะถุงลมชีวภาพเกิดภาวะดันเกินแรงเหวี่ยงจนฉีกขาดควันโขมง ควันดำพุ่งฉีดกระจายออกจากตัวเครื่อง ชิปประมวลผลเก
เช้าวันศุกร์...ตึกสูงระฟ้าของบริษัท เวคเตอร์ เทค (Vector Tech) บรรยากาศภายในห้องทำงานประธานบริหารชั้นสูงสุดเต็มไปด้วยความกดดันและเงียบสนิท แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านกระจกบานโตกระทบโต๊ะทำงานทรงตระหง่านที่ ดารัณ กำลังนั่งเอนกายด้วยท่าทางทรงอำนาจ สูทสีดำแบรนด์หรูเสริมให้ประธานสาวสายเลือด Alpha ดูสุขุมลึกล้ำ นัยน์ตาคู่คมส่องประกายแห่งความทะเยอทะยานอันไม่มีที่สิ้นสุดกริ๊ก...เสียงประตูห้องทำงานส่วนตัวเปิดออก ร่างของ นัฐนันท์ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ก้าวเข้ามาพร้อมกับ เมย่า โอเมก้าสาวทรงเสน่ห์ในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงหรูหรา ทั้งคู่เดินคู่กันเข้ามาด้วยท่วงท่าสงบและสำรวม ทว่าแอบส่งสายตาและกระแสความรักอันแนบแน่นที่เพิ่งผ่านพ้นบทรักดุเดือด เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาให้กันอย่างลึกซึ้ง“ตรงเวลาดีนี่...”ดารัณเอ่ยเสียงเรียบ จ้องมองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความลำพองใจ“หวังว่าการที่ฉันเรียกพวกเธอสองคนมาพบแต่เช้าแบบนี้...จะมีข่าวดีเรื่องงานขโมยข้อมูลโปรเจกต์ 'Resonance of Soul' ของฝั่งกันทรัตน์ คอร์ปอเรชั่น มารายงานฉันนะ”ดารัณโน้มตัวมาด้านหน้า ประสานมือไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาฉายแววดุร้ายและกดดัน“คงรู้นะ น
พายุเสน่หาอันเร่าร้อนภายในห้องทำงานของท่านประธานค่อยๆ สงบลง ทิ้งไว้เพียงอุณหภูมิร่างกายอุ่นจัดและบรรยากาศอันเงียบสงบบนโซฟาหนังตัวยาว แสงไฟสลัวทอดเงาเลือนรางลงบนเรือนร่างของคนสองคนที่แนบชิดกัน ไร้ซึ่งระยะห่างกั้นกลางอีกต่อไปกันทรัตน์ ในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า นอนพิงแผ่นหลังเข้ากับพนักโซฟา ท่อนแขนโอบกอดร่างอวบอิ่มเปลือยเปล่าของ เฌอลีน เข้ามาแนบชิด มือเรียวยาวกำลังลูบเรือนผมนุ่มที่เปียกชื้นหยาดเหงื่อประปรายด้วยความอ่อนโยน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเต็มไปด้วยโทสะดุร้าย บัดนี้กลับฉายแววความรัก ความอาทร และความรู้สึกผิดอย่างเปิดเผยเฌอลีนนอนซบหน้าลงกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจของประธานสาวที่เต้นระทึกหนักแน่น ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวเนื้อเนียนอมชมพูที่แต้มรอยจูบและรอยรักสีจางๆกันทรัตน์ถอนหายใจยาว ผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากเนียนของเด็กสาวในอ้อมกอด“ฉันขอโทษนะ...เฌอลีน”น้ำเสียงทุ้มต่ำของกันทรัตน์สั่นพร่า ละมุนและอ่อนหวานจนเฌอลีนชะงัก“ฉันขอโทษที่เมื่อกี้...ฉันทำรุนแรงกับหนู ฉันใช้อารมณ์บังคับหนูอย่างดิบเถื่อนแบบนั้น”เฌอลีนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายกำลังมองลงมาด้วยสายตาสำนึ
ความเงียบสงบยามค่ำคืนครอบงำเพนท์เฮ้าส์หรูใจกลางเมือง แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกระจกบานโตที่มองเห็นทัศนียภาพกรุงเทพมหานครยามราตรี ภายในห้องนอนใหญ่ อุณหภูมิร่างกายของคุณอัลฟ่าสาวและโอเมก้าคนสวยยังคงอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเย้ายวนนัฐนันท์ นอนเอนกายอยู่บนเตียงกว้าง ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยแผงอกแกร่งและคลื่นกล้ามเนื้อแน่นหนั่น แขนข้างหนึ่งประคองรั้งร่างเพรียวระหงของ เมย่า เข้ามาซบลงบนอกแกร่ง ปลายนิ้วเรียวขยับลูบเรือนผมลอนยาวสีน้ำตาลของโอเมก้าสาวเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายลงจากเมื่อครู่เมย่าช้อนสายตาขึ้นสบตาสีทองของอัลฟ่าเด็กรุ่นน้อง รอยยิ้มเอ็นดูและอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานทรงเสน่ห์ หล่อนยื่นมือไปลากผ่านหน้าท้องแกร่งของนัฐนันท์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยสารภาพความในใจออกมาตรงๆ“รู้ไหมนัฐ...” เมย่าเอ่ยเสียงหวาน“ความจริงแล้ว...เรื่องความแค้นที่ฉันมีต่อกันทรัตน์น่ะ มันพังทลายหายไปจนหมดสิ้นตั้งแต่โดนเธอจัดบทรักดุเดือดใส่เมื่อวันก่อนแล้วล่ะ”“...?”นัฐนันท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาฉายแววแปลกใจ“ห๊ะ? พังทลายหายไปหมดแล้วเหรอคะ?”“ใช่จ้ะ!”เมย่าหัวเราะเบาๆ ซบแก้มเนียนลงกับอกแกร่ง“ฉันเคยแค้นย
เสียงกลไกล็อคอัตโนมัติดัง แกร๊ก... ทั่วทุกบานประตูบนชั้นบริหารยามค่ำคืน บรรยากาศภายในห้องทำงานประธานบริษัท กันทรัตน์ คอร์ปอเรชั่น ตกอยู่ในความเงียบสงัดอันน่าอึดอัด แสงไฟสีส้มสลัวสะท้อนกระจกบานโตที่มองเห็นทัศนียภาพเมืองหลวงยามราตรีร่างของ เฌอลีน ยืนถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นระริก มองร่างของ กันทรัตน์ ที่กำลังก้าวเข้ามาหาดั่งพยัคฆ์ร้ายกำลังจะตะครุบเหยื่อ เสื้อสูทตัวนอกของกันทรัตน์ถูกปลดถอดทิ้งไว้บนเก้าอี้ ปล่อยให้เชิ้ตสีน้ำเงินเข้มปลดกระดุมคอสองเม็ด เผยแผ่นอกผิวนวลเนียนและกล้ามเนื้อแน่นหนั่นกลิ่นวิสกี้บ่มไม้โอ๊คผสมเขม่าควันพุ่งฉีดออกมาจากผิวเนื้อของประธานสาวอย่างตึงเครียด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววแห่งโทสะและความโกรธขึง“หลบหน้าฉันทั้งวัน...เพื่อมายืนสั่นหน้าโต๊ะตัวนี้เหรอ เฌอลีน?”กันทรัตน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็น สองมือเรียวแกร่งยกขึ้นยันขอบโต๊ะขนาบข้างร่างเล็ก ต้อนให้เฌอลีนจนมุมไร้ทางหนีได้...“หนูไม่ได้หลบหน้าค่ะท่านประธาน!”เฌอลีนพยายามเชิดหน้าขึ้น ตอบด้วยน้ำเสียงทางการ“หนูแค่ทำหน้าที่ของพนักงานปกติ...”“อย่ามาเล่นละครกับฉัน!


![Boylove the Serise | ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




