LOGINบรรยากาศในโถงหน้าห้องทดสอบส่วนตัวกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หยาดเหงื่อซึมตามกรอบหน้าหวานอมชมพู เฌอลีนในชุดสูทกระโปรงสีครีมที่เพิ่งจัดระเบียบเสื้อผ้าเรียบร้อยยืนกุมมือแน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและประหม่า ร่างบอบบางยังคงมีอาการอบอ้าวหลงเหลือจากคลื่นอารมณ์ที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อครู่
กริ๊ก...
ประตูห้องประชุมใหญ่เปิดออก พร้อมการปรากฏตัวของ นีโม่ เลขาสาวเบต้าผู้รับหน้าที่ดำเนินงาน นีโม่ก้าวออกมายืนหน้าผู้สมัครทั้งห้าคน นัยน์ตาฉายแววพึงพอใจเบาๆ ขณะกวาดสายตามองผลการวิเคราะห์ชุดข้อมูลบนแท็บเล็ตในมือ
“ขอบคุณทุกท่านที่ทุ่มเทให้กับการทดสอบด่านคัดกรองอารมณ์ค่ะ” นีโม่เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง
“ทางบริษัทได้ทำการประมวลผลความเข้มข้นของฟีโรโมน อัตราการเต้นของหัวใจ และมิติความลึกซึ้งยามตอบสนองอารมณ์เสร็จสิ้นแล้ว...และผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย เพื่อนำเสนอโปรเจกต์ใหญ่ต่อหน้าท่านประธานในสัปดาห์หน้า ได้แก่...”
เฌอลีนกลั้นหายใจ หัวใจเต้นระทึกจนแทบทะลุออกมานอกอก
“...คุณวิศรุต, คุณกานดา...และคุณเฌอลีนค่ะ”
“ฉัน...ฉันผ่านเหรอคะ?!”
เฌอลีนอุทานเบาๆ มือกุมอกด้วยความตื้นตัน ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวาววับ ขณะที่ผู้สมัครอีกสองคนถอนหายใจยาวด้วยความเสียดาย
“ยินดีด้วยกับทั้งสามท่านค่ะ” นีโม่ส่งยิ้มให้เล็กน้อย
“โจทย์สำหรับรอบสุดท้ายที่พวกคุณต้องนำเสนอชิ้นงานจำลองต่อหน้าคุณกันต์ในอีกสามวันข้างหน้า คือ ‘อุปกรณ์ช่วยเหลือตัวเองที่ตอบสนองทุกอารมณ์จนเสร็จสมบูรณ์ในช่วงเวลาอันสั้น’ ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดค่ะ”
ยามค่ำ ณ คอนโดมิเนียมส่วนตัวของเฌอลีน...
แสงไฟสีส้ม Warm Light ภายในห้องนั่งเล่นส่องกระทบแผ่นกระดาษร่างแบบนับสิบแผ่นที่กระจายเกลื่อนบนโต๊ะกระจก เฌอลีนนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรม นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหมองลงด้วยความเครียดหนัก มือเรียวขยี้เส้นผมยาวสลวยสีบรอนซ์น้ำตาลอ่อนจนยุ่งเหยิง
กริ๊ง...
เสียงสัญญาณหน้าห้องดังขึ้น ไม่กี่วินาทีต่อมา นัฐนันท์ อัลฟ่าสาวเพื่อนสนิทก็ก้าวเข้ามาพร้อมถุงขนมและเครื่องดื่มในมือ นัฐนันท์สวมเสื้อยืดสบายๆ กับกางเกงยีนส์ เรือนผมสั้นทรงเท่รับกับใบหน้าขี้เล่น
"ไงแก...โทรตามกู้ภัยด่วนขนาดนี้ ฉันนึกว่าห้องไฟไหม้!”
นัฐนันท์หัวเราะร่า ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
“แล้วนี่ทำหน้าเหมือนโลกจะแตก ผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้ายของกันทรัตน์ คอร์ป ได้นี่มันต้องฉลองดิ!”
“ฉันเครียดจนจะบ้าตายอยู่แล้วนัฐ...”
เฌอลีนถอนหายใจยาว ทอดสายตามองกองกระดาษบนโต๊ะ
“โจทย์รอบสุดท้ายมันยากมาก...อุปกรณ์ที่ตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกจนเสร็จสมบูรณ์ในเวลาอันสั้น ฉันเขียนแบบกลไกไปกี่รูปๆ มันก็ดีไซน์ออกมาเหมือนของเล่นธรรมดาๆ ทั่วไปหมดเลย”
“มันยากตรงไหนอ่ะ?" นัฐขมวดคิ้ว
“ก็แค่ใส่ระบบสั่นแรงๆ มอเตอร์หมุนถี่ๆ เพิ่มความตึงผิวซิลิโคน เข้าไปก็น่าจะจบปะ?”
“มันไม่จบดิ!” เฌอลีนเชิดหน้าขึ้นโต้
“แกก็รู้ว่ากันทรัตน์เขาไม่ได้ต้องการแค่งานโครงสร้างแข็งๆ พวกนั้น! ตอนสอบปฏิบัติ...คุณนีโม่ให้พวกฉันเข้าไปใช้นิ้วช่วยตัวเองจริงๆ เพื่อเอาค่าอารมณ์ด้วยนะ”
“ห๊ะ?! ขนาดนั้นเลยเหรอ?!” นัฐนันท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะหลุดขำก๊ากออกมาก
“ฮ่า ฮ่า...แล้วแกผู้ไร้เดียงสา และไม่เคยช่วยตัวเองมาก่อน ทำได้ไงอ่ะ?”
“ก็เพราะฉันอยากได้งานนี้ไง!”
เฌอลีนหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหูด้วยความอับอาย
“แต่นั่นแหละนัฐ...พอฉันมานั่งวิเคราะห์ดู อุปกรณ์สั่นหรือนิ้วมือมันตอบสนองได้แค่การสลายความเกร็งทางกายภาพภายนอก แต่มันไม่ได้ทำให้อารมณ์ข้างใน 'เสร็จสมบูรณ์' จริงๆ เลย...”
เฌอลีนก้มหน้าลง เสียงหวานสั่นพร่าและติดขัด
“ฉัน...ฉันยอมรับตามตรงเลยนะนัฐ...ฉันไม่เคยมีเซ็กส์ ฉันเป็นโอเมก้าที่ไม่เคยถูกอัลฟ่าสอดใส่ ไม่เคยรู้ว่าเวลาสรีระสองฝั่งมันรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน มันมีความรู้สึกยังไง จังหวะอารมณ์ สัญชาตญาณการถูกครอบครอง หรือเคมีทางชีวภาพยามสอดประสานมันทำงานแบบไหน...พอฉันไม่เคยสัมผัส ฉันเลยจินตนาการเพื่อสร้างอุปกรณ์ที่ตอบสนองมันไม่ได้เลยอ่ะ”
นัฐนันท์มองเพื่อนสนิทร่างเล็กด้วยสายตาอ่อนโยนลง ความขี้เล่นเปลี่ยนเป็นความเข้าใจในความอัดอั้นของเพื่อน อัลฟ่าสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้
“เฌอ...แกฟัง ฉันในฐานะอัลฟ่าสาวมีดุ้นที่เคยผ่านเรื่องพวกนี้มานะ"” นัฐเอ่ยเสียงจริงจัง
“การร่วมรักระหว่างอัลฟ่ากับโอเมก้า...มันไม่ใช่แค่เรื่องเอาอวัยวะมาชนกันแล้วจบนะ”
“...”
เฌอลีนเงยหน้ามองเพื่อน นิ่งฟังอย่างตั้งใจ
“เวลาที่อัลฟ่าสอดใส่ดุ้นมหัศจรรย์ลงไปในตัวโอเมก้า...”
นัฐอธิบายพลางประสานนิ้วมือเข้าหากันเพื่อสร้างภาพ
“สัมผัสแรกมันคือ 'ความตึงเครียด' แล้ว...ช่องทางรักของโอเมก้าจะตอดรัดแน่นด้วยความตกใจและสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่อัลฟ่าจะไม่ได้ดันเข้าไปมั่วซั่ว อัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์จะมีสัญชาตญาณการคุมจังหวะ มันต้องมีความร้อนจากโคนแก่นกาย มีแรงกดหนักแน่นที่หัวแก่นกายตรงจุดกระสัน และที่สำคัญที่สุดคือ 'อุณหภูมิผิวสัมผัส' ที่อุ่นจัดจนเนื้อข้างในของโอเมก้าค่อยๆ อ่อนระทวยลง”
“อุณหภูมิ...กับแรงกดเหรอ?”
เฌอลีนพึมพำ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเริ่มฉายแววครุ่นคิด
“ใช่!” นัฐนันท์พยักหน้า
“สิ่งที่ทำให้โอเมก้าเสร็จสมบูรณ์ในเวลาอันสั้นที่สุด ไม่ใช่จังหวะสั่นถี่ๆ...แต่เป็นการเลียนแบบ 'แรงอัดกระแทกที่หนักแน่น' ผสมกับ 'การขยายตัวและจังหวะล็อค (Knotting)' ของอัลฟ่า ยามที่แก่นกายมันขยายใหญ่ขึ้นจนเต็มและแน่นจุกลึกถึงคอขวดมดลูก อารมณ์ความกลัว ความเกร็ง และความเหงาทั้งหมดของโอเมก้าจะถูกทลายลงทันที มันจะเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านลึกซึ้งจนสมองสั่งการให้หลั่งสารความสุขออกมาทะลักล้น”
“ความรู้สึกเต็มแน่น...จังหวะโอบอุ้ม และอุณหภูมิที่อุ่นจัด...”
เฌอลีนตวัดสายตามองหน้ากระดาษวาดแบบทันที จินตนาการในหัวเริ่มพุ่งพานตามคำอธิบายอันลึกซึ้งของเพื่อน
“แถมอัลฟ่ายังมีเรื่อง ฟีโรโมน อีก” นัฐเสริมต่อ
“เวลาที่อัลฟ่าต้องการครอบครอง ฟีโรโมนข่มจะปล่อยออกมากลบกลิ่นของโอเมก้า เหมือนสั่งให้โอเมก้าจำนนและยอมเปิดทางให้ ถ้าอุปกรณ์ของแกสามารถจำลอง 'คลื่นความร้อนที่แปรผันตามจังหวะชีพจร' ผสมกับ 'ระบบถุงลมแรงอัดขยายตัวขยายรอบวงจำลองการ Knot' ได้ละก็...ฉันขอบอกไว้เลยว่า ไม่มีโอเมก้าหรือเบต้าคนไหนในโลกต้านทานไหวหรอก!”
คำพูดของนัฐนันท์เหมือนสายฟ้า ที่ฟาดลงมากระตุ้นไอเดียในสมองของเฌอลีนอย่างรุนแรง! ภาพชิ้นงานนวัตกรรมแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครสร้างมาก่อนพลันสว่างวาบขึ้นมาในหัว!
“ฉันคิดออกแล้วนัฐ!”
เฌอลีนคว้าปากกาวาดแบบขึ้นมาทันที รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าอมชมพูด้วยความตื่นเต้น
“ฉันจะไม่ทำอุปกรณ์ที่ใช้แค่มอเตอร์สั่น...แต่ฉันจะสร้างอุปกรณ์ที่ใช้ ‘ระบบแรงดันชีวภาพเลียนแบบจังหวะหัวใจ และแกนขยายอุณหภูมิอุ่นจัด’ ที่ตอบสนองเคมีในร่างกาย!”
“เจ๋งมากแก!” นัฐนันท์หัวเราะร่า ตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“เอาไอเดียนี้ไปเขียนแบบ แล้วสัปดาห์หน้าไปฟัดกับคุณกันต์ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!”
“...”
เฌอลีนจรดปลายปากกาตวัดเส้นสายลงบนแท็บเล็ตอย่างรวดเร็วและมุ่งมั่น ความกังวลและความกลัวถูกแทนที่ด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์อันทรงพลัง โดยไม่รู้เลยว่า นวัตกรรมแห่งความปรารถนาชิ้นนี้...กำลังจะนำพาเธอไปกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของอัลฟ่าให้ระเบิดออกอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ!
.............................
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชัยชนะอันงดงามของ กันทรัตน์ คอร์ปอเรชั่น และพายุการพังทลายของ เวคเตอร์ เทค ค่อยๆ ผ่านพ้นไป เหลือไว้เพียงบรรยากาศแห่งความสุข สดชื่น และชีวิตคู่ที่ค่อยๆ ถักทออย่างงดงามลงตัวภายในห้องแล็บปฏิบัติตระการตาของแผนกออกแบบ...จิน อัลฟ่าสาวรุ่นพี่ นั่งเกลือกกลิ้งกับกองกระดาษร่างแบบบนโต๊ะทำงาน เรือนผมสั้นดัดลอนยุ่งเหยิง แว่นสายตาเอียงหลุดไปอยู่ตรงปลายจมูก เสียงโอดครวญอย่างสิ้นหวังดังก้องขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า“โอ๊ยยยยย! จะบ้าตายยย! ทำไมคุณกันต์ถึงชอบสั่งงานร่างแบบโจทย์ใหม่ฟ้าผ่าให้ฉันคนเดียวด่วนที่สุดตลอดเลยวะเนี่ย!”จินกุมขมับ ร่ำไห้เสียงดังลั่น“ฉันทำผิดอะไรตรงไหนอี๊กกกก!”กริ๊ก...นีโม่ สาวเบต้าในชุดสูทเนี้ยบ เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามา ยืนกอดอกมองจินแล้วหลุดขำออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคะคุณจิน?”นีโม่เอ่ยทักแซวเสียงนุ่ม เธออมยิ้ม“สมองระดับนักออกแบบหัวกระทิ แต่เรื่องความรักกลับซื่อบื้อจนน่าตกใจจริงๆ เลยนะคะ”จินเงยหน้าขึ้นมาทำตาโต“ห๊ะ?! ซื่อบื้อเรื่องอะไรเหรอนีโม่? แล้วทำไมคุณกันต์ต้องแกล้งสั่งงานฉันด่วนขนาดนี้ด้วยล่ะ?”นีโม่ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้
สัปดาห์แห่งการตัดสินหมากเกมสงครามธุรกิจเกิดขึ้น ณ ฮอลล์จัดแสดงนวัตกรรมตระการตาใจกลางเมือง ผู้สื่อข่าว สื่อมวลชน และเหล่านักลงทุนหลากสาขามากันมากมาย แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพระยิบระยับไปทั่วทั้งงานฝั่งเวทีของบริษัท เวคเตอร์ เทค (Vector Tech) ดารัณ ในชุดสูทสีส้มอิฐสง่างาม ยืนยิ้มลำพองใจอยู่กลางเวทีเบื้องหน้าผู้สื่อข่าวจำนวนมหาศาล ประธานสาวสายเลือด Alpha เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจยามเอ่ยปากแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมชิ้นใหม่ตัดหน้าคู่แข่งอย่างเป็นทางการ“และนี่คือสุดยอด Adult Device ประมวลผลชีวภาพชิปอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Vector Tech!”ดารัณเอ่ยเสียงดังฟังชัด ท่าทางทรงพลังและอำนาจ“นวัตกรรมที่จะชี้นำตลาดและล้มล้างชิปแบบเดิมๆ ให้หมดไป! ขอเชิญชมการสาธิตระบบดันถุงลมชีวภาพ ณ บัดนี้!”ดารัณส่งสัญญาณให้ทีมวิศวกรของเธอกดปุ่มสตาร์ทเครื่องสาธิตบนเวที...ทว่า...ในวินาทีที่กระแสไฟฟ้าพุ่งเข้าสู่ชิปประมวลผลจำลองฉบับทำลายล้าง!ตูมมมมม! ปัง! ปัง!เสียงระเบิดดังลั่นก้องสะท้อนไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดง! เพราะถุงลมชีวภาพเกิดภาวะดันเกินแรงเหวี่ยงจนฉีกขาดควันโขมง ควันดำพุ่งฉีดกระจายออกจากตัวเครื่อง ชิปประมวลผลเก
เช้าวันศุกร์...ตึกสูงระฟ้าของบริษัท เวคเตอร์ เทค (Vector Tech) บรรยากาศภายในห้องทำงานประธานบริหารชั้นสูงสุดเต็มไปด้วยความกดดันและเงียบสนิท แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านกระจกบานโตกระทบโต๊ะทำงานทรงตระหง่านที่ ดารัณ กำลังนั่งเอนกายด้วยท่าทางทรงอำนาจ สูทสีดำแบรนด์หรูเสริมให้ประธานสาวสายเลือด Alpha ดูสุขุมลึกล้ำ นัยน์ตาคู่คมส่องประกายแห่งความทะเยอทะยานอันไม่มีที่สิ้นสุดกริ๊ก...เสียงประตูห้องทำงานส่วนตัวเปิดออก ร่างของ นัฐนันท์ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ก้าวเข้ามาพร้อมกับ เมย่า โอเมก้าสาวทรงเสน่ห์ในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงหรูหรา ทั้งคู่เดินคู่กันเข้ามาด้วยท่วงท่าสงบและสำรวม ทว่าแอบส่งสายตาและกระแสความรักอันแนบแน่นที่เพิ่งผ่านพ้นบทรักดุเดือด เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาให้กันอย่างลึกซึ้ง“ตรงเวลาดีนี่...”ดารัณเอ่ยเสียงเรียบ จ้องมองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความลำพองใจ“หวังว่าการที่ฉันเรียกพวกเธอสองคนมาพบแต่เช้าแบบนี้...จะมีข่าวดีเรื่องงานขโมยข้อมูลโปรเจกต์ 'Resonance of Soul' ของฝั่งกันทรัตน์ คอร์ปอเรชั่น มารายงานฉันนะ”ดารัณโน้มตัวมาด้านหน้า ประสานมือไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาฉายแววดุร้ายและกดดัน“คงรู้นะ น
พายุเสน่หาอันเร่าร้อนภายในห้องทำงานของท่านประธานค่อยๆ สงบลง ทิ้งไว้เพียงอุณหภูมิร่างกายอุ่นจัดและบรรยากาศอันเงียบสงบบนโซฟาหนังตัวยาว แสงไฟสลัวทอดเงาเลือนรางลงบนเรือนร่างของคนสองคนที่แนบชิดกัน ไร้ซึ่งระยะห่างกั้นกลางอีกต่อไปกันทรัตน์ ในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า นอนพิงแผ่นหลังเข้ากับพนักโซฟา ท่อนแขนโอบกอดร่างอวบอิ่มเปลือยเปล่าของ เฌอลีน เข้ามาแนบชิด มือเรียวยาวกำลังลูบเรือนผมนุ่มที่เปียกชื้นหยาดเหงื่อประปรายด้วยความอ่อนโยน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเต็มไปด้วยโทสะดุร้าย บัดนี้กลับฉายแววความรัก ความอาทร และความรู้สึกผิดอย่างเปิดเผยเฌอลีนนอนซบหน้าลงกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจของประธานสาวที่เต้นระทึกหนักแน่น ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวเนื้อเนียนอมชมพูที่แต้มรอยจูบและรอยรักสีจางๆกันทรัตน์ถอนหายใจยาว ผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากเนียนของเด็กสาวในอ้อมกอด“ฉันขอโทษนะ...เฌอลีน”น้ำเสียงทุ้มต่ำของกันทรัตน์สั่นพร่า ละมุนและอ่อนหวานจนเฌอลีนชะงัก“ฉันขอโทษที่เมื่อกี้...ฉันทำรุนแรงกับหนู ฉันใช้อารมณ์บังคับหนูอย่างดิบเถื่อนแบบนั้น”เฌอลีนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของอีกฝ่ายกำลังมองลงมาด้วยสายตาสำนึ
ความเงียบสงบยามค่ำคืนครอบงำเพนท์เฮ้าส์หรูใจกลางเมือง แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบกระจกบานโตที่มองเห็นทัศนียภาพกรุงเทพมหานครยามราตรี ภายในห้องนอนใหญ่ อุณหภูมิร่างกายของคุณอัลฟ่าสาวและโอเมก้าคนสวยยังคงอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเย้ายวนนัฐนันท์ นอนเอนกายอยู่บนเตียงกว้าง ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยแผงอกแกร่งและคลื่นกล้ามเนื้อแน่นหนั่น แขนข้างหนึ่งประคองรั้งร่างเพรียวระหงของ เมย่า เข้ามาซบลงบนอกแกร่ง ปลายนิ้วเรียวขยับลูบเรือนผมลอนยาวสีน้ำตาลของโอเมก้าสาวเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายลงจากเมื่อครู่เมย่าช้อนสายตาขึ้นสบตาสีทองของอัลฟ่าเด็กรุ่นน้อง รอยยิ้มเอ็นดูและอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานทรงเสน่ห์ หล่อนยื่นมือไปลากผ่านหน้าท้องแกร่งของนัฐนันท์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยสารภาพความในใจออกมาตรงๆ“รู้ไหมนัฐ...” เมย่าเอ่ยเสียงหวาน“ความจริงแล้ว...เรื่องความแค้นที่ฉันมีต่อกันทรัตน์น่ะ มันพังทลายหายไปจนหมดสิ้นตั้งแต่โดนเธอจัดบทรักดุเดือดใส่เมื่อวันก่อนแล้วล่ะ”“...?”นัฐนันท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาฉายแววแปลกใจ“ห๊ะ? พังทลายหายไปหมดแล้วเหรอคะ?”“ใช่จ้ะ!”เมย่าหัวเราะเบาๆ ซบแก้มเนียนลงกับอกแกร่ง“ฉันเคยแค้นย
เสียงกลไกล็อคอัตโนมัติดัง แกร๊ก... ทั่วทุกบานประตูบนชั้นบริหารยามค่ำคืน บรรยากาศภายในห้องทำงานประธานบริษัท กันทรัตน์ คอร์ปอเรชั่น ตกอยู่ในความเงียบสงัดอันน่าอึดอัด แสงไฟสีส้มสลัวสะท้อนกระจกบานโตที่มองเห็นทัศนียภาพเมืองหลวงยามราตรีร่างของ เฌอลีน ยืนถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นระริก มองร่างของ กันทรัตน์ ที่กำลังก้าวเข้ามาหาดั่งพยัคฆ์ร้ายกำลังจะตะครุบเหยื่อ เสื้อสูทตัวนอกของกันทรัตน์ถูกปลดถอดทิ้งไว้บนเก้าอี้ ปล่อยให้เชิ้ตสีน้ำเงินเข้มปลดกระดุมคอสองเม็ด เผยแผ่นอกผิวนวลเนียนและกล้ามเนื้อแน่นหนั่นกลิ่นวิสกี้บ่มไม้โอ๊คผสมเขม่าควันพุ่งฉีดออกมาจากผิวเนื้อของประธานสาวอย่างตึงเครียด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววแห่งโทสะและความโกรธขึง“หลบหน้าฉันทั้งวัน...เพื่อมายืนสั่นหน้าโต๊ะตัวนี้เหรอ เฌอลีน?”กันทรัตน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็น สองมือเรียวแกร่งยกขึ้นยันขอบโต๊ะขนาบข้างร่างเล็ก ต้อนให้เฌอลีนจนมุมไร้ทางหนีได้...“หนูไม่ได้หลบหน้าค่ะท่านประธาน!”เฌอลีนพยายามเชิดหน้าขึ้น ตอบด้วยน้ำเสียงทางการ“หนูแค่ทำหน้าที่ของพนักงานปกติ...”“อย่ามาเล่นละครกับฉัน!







