LOGINแสงไฟภายในฮอลล์จัดงานสาดส่องไปทั่วพื้นที่อย่างหรูหรา เสียงดนตรีคลอเบาๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติที่ทยอยเดินทางมาร่วมงานการประมูลเครื่องเพชรเพื่อการกุศล
บริเวณแถวหน้าสุดของเวที ชายหนุ่มสองคนในชุดสูทสีเข้มนั่งอยู่เคียงข้างกัน ทะเลยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งตามปกติ “วันนี้นางแบบมีน้องปันปันด้วย” ธาราเอ่ยขึ้นลอยๆ พลางเงยหน้ามองไปทางหลังเวที “นายเป็นแฟนคลับเขาหรือไง ถึงได้รู้ทุกอย่าง” ทะเลเหลือบมองพี่ชายเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “นิดหน่อยคนสวยใครๆ ก็อยากติดตาม” ธาราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมามองคนข้างตัวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “นายเป็นคนไร้สาระตั้งแต่ตอนไหน” “ว่าแต่วันนั้นทำไมนายถึงได้ถ่ายงานคู่กับน้องเขา นายแบบคนนั้นที่ป่วยกะทันหัน คงไม่ใช่ฝีมือนายใช่ไหม” คำถามนั้นทำให้ทะเลชะงักไปครู่หนึ่ง แม้ใบหน้าจะยังคงนิ่งสนิท แต่ภายในใจกำลังว้าวุ่นอย่างประหลาด เขารีบทำหน้านิ่งไม่ให้ดูผิดปกติ “นายคิดว่าฉันจะทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นเหรอ” “นายไม่ได้ชอบน้องเขานี่” ธาราหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ฉันไม่ชอบแล้วนายชอบหรือไง” เขาเงยหน้าจากโทรศัพท์จ้องมองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาเรียบนิ่ง “นายไม่ชอบฉันจะจีบน้องเขาเอง คนสวยเก่งแบบนี้คุณแม่ต้องชอบแน่ๆ” ธาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับยิ้มมุมปาก “ตามใจนายสิ” เขาไม่พูดต่อถึงแม้จะหงุดหงิด แต่ไม่อยากให้พี่ชายรับรู้ เสียงปรบมือดังกึกก้องพร้อมกับแสงสปอตไลต์ที่สาดไปยังร่างบางซึ่งกำลังก้าวออกมาจากหลังเวที ปัญปวีณ์ปรากฏตัวในชุดเดรสสีเงินระยิบระยับ เรือนผมยาวสลวยถูกปล่อยลงมารับกับใบหน้าสวยหวาน รอยยิ้มของเธอทำให้ทั้งฮอลล์เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ “บอกว่าไม่ได้สนใจ แต่สายตานายแทบจะติดอยู่บนเวทีแล้ว” ธาราเหลือบมองอาการของพี่ชายแล้วอมยิ้ม “เงียบไปเลย” ทะเลตอบสั้นๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวไม่เปลี่ยน ขณะเดียวกันบนเวทีปัญปวีณ์กำลังโพสท่าตามจังหวะดนตรีอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าเมื่อสายตาของเธอมองลงมายังแถวหน้าและพบกับทะเล หัวใจของเธอกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนี ก่อนจะฝืนยิ้มให้กับกล้องที่กำลังบันทึกภาพ “เซตเครื่องเพชรที่น้องปันปันสวมใส่อยู่ในคืนนี้ เป็นคอลเล็กชันที่ออกแบบมาเพื่อคู่รักโดยเฉพาะค่ะ ความงดงามและความหรูหราของมันจะช่วยเติมเต็มค่ำคืนพิเศษให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น” พิธีกรยิ้มก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “และสำหรับผู้ชนะการประมูลในค่ำคืนนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษร่วมรับประทานอาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับน้องปันปันอีกด้วยค่ะ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าแสนบาท!” ทันทีที่พิธีกรประกาศจบ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วทั้งฮอลล์ บรรดานักธุรกิจ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ และแขกผู้มีเกียรติ ต่างยกป้ายประมูลขึ้นแข่งขันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและดุเดือด “นายนั่งเงียบทำไม” ธาราหันมาถามพี่ชายที่เอาแต่นั่งนิ่งตั้งแต่เริ่มการประมูล “พวกนั้นแค่อยากกินข้าวกับเธอ ถึงขั้นต้องลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ” ทะเลละสายตาจากเวที ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ก็คนสวยนี่นา ใครๆ ก็อยากใช้เวลาอยู่ด้วย” ธาราหัวเราะเบาๆ พลางยักไหล่ “สองล้านครั้งที่หนึ่ง...” เสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง ธาราเหลือบมองคนข้างตัวที่ยังไม่มีท่าทีจะขยับ ก่อนจะเอ่ยเตือน “เขาจะปิดการประมูลแล้วนะ” “นายอยากจีบไม่ใช่เหรอ ลงทุนหน่อยสิ” เขาตอบสั้นๆ ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนทำให้ธารานึกหมั่นไส้ “สามล้านบาท” ทันใดนั้นทั้งฮอลล์พลันตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาของแขกทุกคนหันมาจับจ้องชายหนุ่มแถวหน้าราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แม้แต่พิธีกรยังชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ไม่คิดว่าคืนนี้บรรยากาศจะคึกคักขนาดนี้ “สามล้านบาทจากคุณผู้ชายด้านหน้าค่ะ! มีใครจะให้ราคาสูงกว่านี้ไหมคะ” ผู้คนเริ่มซุบซิบกันไปทั่วงาน หลายคนตัดสินใจลดป้ายลง เพราะไม่มีใครอยากสู้ราคากับทายาทหนุ่มชื่อดัง ทว่ามุมหนึ่งของฮอลล์ ชายวัยกลางคนเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกป้ายขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “สามล้านห้าแสน” เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศการประมูลที่เหมือนจะจบลงกลับมาดุเดือดกว่าเดิม “สามห้าแสนครั้งที่หนึ่ง...” พิธีกรยังคงประกาศไปเรื่อยๆ จนใกล้จะครบเวลา ทะเลที่นั่งนิ่งมาตลอดงานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังบนเวที ดวงตาคมสบเข้ากับปัญปวีณ์เพียงเสี้ยววินาที แต่หญิงสาวกลับรีบเบือนหน้าหนี ราวกับไม่ต้องการแม้แต่จะมองเห็นเขา ภาพนั้นทำให้ความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของชายหนุ่ม ความคิดร้ายๆ ผุดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ทะเลยกป้ายประมูลขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่หนักแน่นจนดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ “หกล้าน” ทันทีที่สิ้นเสียงบรรยากาศภายในงานก็เงียบกริบ ทุกสายตาหันมามองชายหนุ่มแถวหน้าเป็นตาเดียว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะยกป้ายขึ้นแข่งขันต่อ เสี่ยเจ้าของราคาสามล้านห้าแสนถึงกับนิ่งอึ้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย แต่ก็ไม่มีความคิดจะสู้ราคาต่อไป แม้แต่พิธีกรยังเผลออ้าปากค้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะรีบเรียกสติกลับมา “หกล้านบาทครั้งที่หนึ่ง...” ธาราที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามองน้องชาย พลางอมยิ้มอย่างรู้ทัน ถึงแม้จะไม่ได้เติบโตมาพร้อมกัน แต่เขารู้ว่าน้องชายกำลังคิดจะทำอะไรต่อจากนี้ “แค่กินข้าวมื้อเดียวต้องทุ่มขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าคุณแม่รู้เข้านายโดนตีแน่” ทะเลไม่ได้ตอบอะไร เขายังคงจ้องมองไปยังหญิงสาวบนเวทีที่พยายามหลบสายตาของเขา วันนี้เธอสวยมากจนเขาไม่อยากละสายตา บริเวณห้องพักหลังเวที เสียงดนตรีจากด้านนอกยังคงดังลอดเข้ามาเป็นระยะ แต่บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด “แปลกจริงทำไมคุณทะเลถึงประมูลแต่ของที่ปันปันใส่” ลิตาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ดวงตาจับจ้องไปยังภาพการประมูลที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่บนหน้าจอ คืนนี้ชายหนุ่มแทบไม่ได้ชายตามองเธอเลยแม้แต่น้อย “คงหลงเสน่ห์คนอื่นเข้าแล้วมั้ง” นางแบบอีกคนพูดพลางแบะปากอย่างไม่พอใจ ทุกคนในวงการต่างรู้ดีว่าปัญปวีณ์เป็นดาวรุ่งที่มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย จนกลายเป็นเป้าสายตาของใครหลายคน “ก็คนสวย ใครๆ เขาก็อยากอยู่ใกล้ ไม่เหมือนคนแก่ๆ บางคนหรอก” ปัญปวีณ์ผ่านมาได้ยินพอดี เธอชินกับเรื่องเหล่านี้แล้ว คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของลิลลี่เปลี่ยนไปทันที “อย่าคิดว่าตัวเองสวยแล้วผู้ชายจะยอมทุ่มเงินให้มากมาย เขาอาจเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งก็ได้” ลิตายิ้มเยาะพลางกอดอกมองหญิงสาวตรงหน้า ปัญปวีณ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ไม่รู้จักกัน แต่สามารถเกลียดกันได้วงการมายานี้น่ากลัวมากๆ “เหมือนคุณหรือเปล่าล่ะ ที่เป็นของเล่นของพวกคนรวย” “ฉันไม่ได้เป็นของเล่นของใคร คุณทะเลจริงจังกับฉัน” ลิตาสวนกลับทันควัน ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ สิ้นประโยคนั้นบรรยากาศภายในห้องก็เงียบลงในทันที นางแบบที่ได้ยินต่างพากันมองมา ปัญปวีณ์มองอีกฝ่ายนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ ลิตาเหลือบมองกล่องเครื่องประดับในมือของปัญปวีณ์ ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า “เอามา ฉันจะเอาไปให้คุณทะเลเอง” “คืนนี้ฉันต้องไปกินข้าวกับเขา เสียดายจังทำไมคนรักของคุณไม่ประมูลนะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับจงใจยั่วโมโหอีกฝ่าย “ไม่จำเป็นหรอก แฟนของฉันไม่ได้อยากกินข้าวกับเธอ” ลิตายิ้มเยาะก่อนกอดอกแน่น รู้สึกเสียหน้าที่ถูกรุ่นน้องเยาะเย้ย แม้จะพูดราวกับทะเลเป็นคนรักของตัวเอง แต่ปัญปวีณ์ก็ยังคงกอดกล่องเครื่องประดับไว้แน่น ไม่ยอมส่งให้อีกฝ่าย “ฉันบอกให้เอามา!” ลิตาพุ่งเข้ามาแย่งกล่องทันที ทำให้ปัญปวีณ์รีบคว้าไว้ ทั้งคู่ต่างยื้อยุดกันไปมา จนบรรดาทีมงานที่อยู่ใกล้ๆ ต้องหันมามองด้วยความตกใจพะแพงวัยขวบกว่ายืนเกาะขอบฟูก พลางมองน้องชายตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงหนึ่งเดือน เด็กชายเจ้าสมุทรกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนฟูก ใบหน้าเล็กๆ ดูน่าเอ็นดูจนคนเป็นพี่อดใจไม่ไหว“น้อง” นิ้วเล็กๆ ค่อยๆ ยื่นไปจิ้มแก้มของน้องชายเบาๆ“ไม่เอาสิครับ น้องหลับอยู่” ทะเลที่นั่งอยู่ไม่ไกลรีบคว้ามือลูกสาวเอาไว้ทันทีพะแพงเงยหน้ามองพ่อ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด “น้อง”“ใช่ครับ นี่น้อง” เขาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้มลงมองเจ้าสมุทรที่ยังคงหลับปุ๋ยเด็กน้อยมองน้องชายตาแป๋ว ก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กๆ อย่างระมัดระวัง คราวนี้ไม่มีการจิ้มแก้มอีก ทะเลมองภาพนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน“ต้องรักน้องนะครับ ห้ามแกล้งน้อง”“รักน้อง” พะแพงพูดตามเสียงใส ก่อนซบหน้าลงกับไหล่ของพ่อ“เก่งมาก” ชายหนุ่มยิ้มกว้างหันไปมองลูกชายที่กำลังหลับ ก่อนจะมองลูกสาวในอ้อมแขน“พี่ทะเลพาน้องพะแพงไปนอนได้แล้วค่ะ”ปัญปวีณ์เอ่ยขึ้นพลางมองสามีที่ยังคงยืนอยู่ข้างเตียง แม้เธอจะเพิ่งคลอดเจ้าสมุทรได้ไม่นาน แต่หญิงสาวก็กลับมาสวยสดใสจนแทบไม่มีเค้าคนเพิ่งผ่านการคลอดลูก“ครับที่รัก” ทะเลรับคำอ
“ปันท้องเหรอ” ทะเลถามขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังอย่างปิดไม่มิด“ถ้าท้องปันต้องบอกพี่แล้ว” เธอหลบสายตาของเขาอย่างเขินอาย เพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มกำลังจ้องเธอราวกับพยายามค้นหาคำตอบจากสีหน้า“เมื่อไหร่จะท้องสักที”“พี่ทะเล! ลูกยังเล็กอยู่เลยนะคะ” เธอหันไปดุสามีทันที แต่คนถูกดุกลับยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน“พี่ก็แค่ถาม” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมา “แต่ปันรู้ไหมว่าปันเคยขโมยของพี่ไปตั้งแต่สมัยเรียน”“ปันขโมยอะไรคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัย“ขโมยหัวใจของพี่ไง” ทะเลขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะยิ้มบางๆ“...” หญิงสาวถึงกับนิ่งไป“ปันไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าจดหมายที่ปันเขียนถึงพี่ยังอยู่ วันนั้นที่สนามบาสพี่จงใจทำให้ปันรู้”หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเรื่องในอดีต “หมายความว่ายังไงคะ”“สายตาของพี่มีแค่ปันคนเดียวไง” ทะเลมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนปัญปวีณ์เม้มริมฝีปากพยายามกลั้นรอยยิ้ม แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ สิบปีที่เธอคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเฝ้ารอเขาเพียงคนเดียวที่แท้หัวใจของผู้ชายคนนี้ก็ถูกเธอขโมยไปตั้งแต่วันนั้นแล้วเหมือนกัน“แล้วทำไมพี่ถึงพูดแบบนั้นกับปันคะ” หญิงสาวถ
ทะเลนั่งประชุมอยู่กับฝ่ายการตลาดและลูกค้าอย่างเคร่งเครียด บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความจริงจัง ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยถึงรายละเอียดของงานจังหวะหนึ่งชายหนุ่มยื่นปากกาให้เอมมิกา แต่ปลายนิ้วของหญิงสาวกลับจงใจแตะและจับมือเขาเอาไว้ เขารีบชักมือกลับ“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” เอมมิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมรอยยิ้มหวานที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบกลับอย่างสุภาพ สีหน้าแทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่ภายในใจกลับรู้สึกอึดอัดจนแทบอยากลุกออกจากห้องประชุมเสียเดี๋ยวนั้นชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกา ก่อนคิดถึงภรรยาและลูกสาวที่รออยู่ที่บ้าน เมื่อก่อนเขาอาจไม่รู้สึกอะไรกับผู้หญิงที่เข้าหา แต่ตอนนี้แค่มีใครแตะเนื้อต้องตัว เขาก็อยากรีบกลับไปหาปัญปวีณ์ทันทีเมื่อการประชุมจบลง ทะเลรีบลุกขึ้นเป็นคนแรกทันที เขาตั้งใจจะกลับไปจัดการงานต่อให้เสร็จโดยเร็ว คิดถึงลูกสาวกับภรรยาใจแทบขาด“เอมมีเรื่องที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ขอสอบถามคุณทะเลเพิ่มเติมได้ไหมคะ” เอมมิกาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวาน ยังคงรักษาท่าทีสุภาพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ได้สิครับ เชิญที่ห้องทำงานของผม”แม้ภายในใจจะอยากปฏิเสธมากแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าตัวเอ
ทะเลนั่งมองทารกตัวน้อยในเปลรถเข็น หลังจากเพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างเล็กจ้ำม่ำจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กตัวนิดเดียวแบบนี้เข้าไปอยู่ในท้องของปัญปวีณ์ได้อย่างไรกันก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เขายังยืนอยู่หน้าห้องคลอดด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น เมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของภรรยา เขาทนมองเธอทรมานต่อไปไม่ไหว จนสุดท้ายถึงกับเป็นลมหมดสติไปเสียก่อน“คุณพ่อคะ ลองอุ้มน้องดูไหมคะ” พยาบาลยิ้มให้ ก่อนค่อยๆ อุ้มทารกตัวน้อยขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา“ผมอุ้มได้เหรอครับ” ทะเลมองลูกสาวด้วยสีหน้าลังเล มือทั้งสองข้างยกขึ้นค้างอย่างไม่มั่นใจ“ได้สิคะ อย่าตื่นเต้นนะคะเดี๋ยวก็ชิน”ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนค่อยๆ ยื่นมือไปรับร่างเล็กมาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังที่สุด ทันทีที่ลูกสาวซบอยู่กับอก ความรู้สึกบางอย่างก็เอ่อล้นขึ้นมาจนพูดไม่ออก“ตัวใหญ่กว่าเพื่อนในห้องเลย” เขามองใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวด้วยแววตาสั่นไหว ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้น“แง่ๆ” เด็กน้อยร้องเสียงเบาเหมือนมีคนมารบกวนเวลานอน“ทักทายพ่อเหรอ” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงทันที ชายหนุ่มก้มลงมองลูกสาวอีกครั้ง “พ่อรักหนูนะ”เพียงประโยคส
พิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและกองทัพนักข่าวที่มาร่วมทำข่าวงานวิวาห์ของทายาทนักธุรกิจหมื่นล้านกับนางแบบสาวชื่อดังแต่คนที่ยิ้มกว้างและมีความสุขที่สุดในงาน คงหนีไม่พ้นทะเล ชายหนุ่มที่เฝ้ารอวันนี้มานานถึงสิบปี ในที่สุดก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักเสียที“เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาวหน่อยครับ!”พิธีกรเอ่ยแซวเรียกเสียงหัวเราะจากแขกในงาน แต่แทนที่ทะเลจะทำตามคำขอ ชายหนุ่มกลับโน้มตัวลงจูบริมฝีปากของปัญปวีณ์ต่อหน้าทุกคน“พี่ทะเล!” หญิงสาวตีแขนเขาเบาๆ อย่างเขินอาย เพราะรอบข้างเต็มไปด้วยแขกและนักข่าว“นักข่าวเยอะนะอย่าตีพี่สิ เดี๋ยวเขาจะหาว่าพี่กลัวเมีย” ชายหนุ่มกระซิบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้คนรอบข้างหัวเราะและส่งเสียงแซวคู่บ่าวสาวกันยกใหญ่ธารากับสายลมมองภาพตรงหน้าพร้อมกัน ก่อนจะแบะปากออกมาพร้อมกันอย่างหมั่นไส้ ไม่คิดเลยว่าคนเงียบขรึมอย่างทะเลจะกลายเป็นคนแรกในบรรดาพี่น้องที่ได้แต่งงาน“มีครอบครัวแล้วไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย” สายลมบ่นพึมพำเมื่อมองภาพของพี่ชายที่ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนทะเลจะเดินเข้ามาสมทบ“เราอะ รีบหาแฟนได้แล้วจะขึ้นคานเอา” ทะเลแซวน้องสาวด้วยรอยยิ้ม
ปัง!เสียงประตูถูกถีบเปิดออกอย่างแรง ทะเลพุ่งเข้ามาในห้อง และภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ ปัญปวีณ์นอนอยู่บนพื้นใบหน้าซีดเผือด มือทั้งสองข้างมีเลือดเปรอะเปื้อน ขณะที่ลิลลี่ยังคงยืนถือมีดอยู่ไม่ไกล“ปัน!” เขารีบวิ่งเข้าไปหาเธอทันที ก่อนช้อนร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน“ลูก...” หญิงสาวพูดออกมาเสียงแผ่ว มือสั่นยกขึ้นกุมหน้าท้อง ความเจ็บบริเวณท้องน้อยทำให้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวชายหนุ่มหน้าซีดลงทันที ก่อนจะหันไปมองลิลลี่ด้วยสายตาโหดเหี้ยมจนแทบไม่มีเค้าความอ่อนโยนเหลืออยู่ เขาไม่เคยโกรธใครเท่านี้มาก่อน“จับผู้หญิงคนนี้ส่งตำรวจ แล้วอย่าให้หลุดออกมาได้อีกเด็ดขาด” น้ำเสียงของเขาเหี้ยมเกรียมลูกน้องรีบเข้าควบคุมตัวลิลลี่ทันที ขณะที่ทะเลไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขากระชับอ้อมแขนกอดปัญปวีณ์ไว้แน่น ก่อนรีบพาเธอออกจากห้อง“พี่ทะเล ลูกของเรา”“ไม่เป็นไรนะปัน” เขาพยายามปลอบทั้งที่เสียงตัวเองสั่นเครือ“ช่วยลูกกับเมียผมด้วย”ทะเลยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แต่เขาไม่สนใจภาพลักษณ์หรือสายตาของใครทั้งนั้น สิ่งเดียวที่มีค่าในตอนนี้คือปัญปวีณ์กับลูกในท้อง“ทะเล เ







