Masukบทที่
7
วันแรกในกรงขัง
ใบพลูยืนตัวแข็งทื่ออยู่ภายในลิฟต์ส่วนตัวที่ถูกออกแบบอย่างหรูหรา ลิฟต์นำพาเธอตรงขึ้นสูงสุดของอาณาจักรของคิมหันต์ เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวและกระโปรงทรงสอบสีดำที่ดูเรียบร้อย แต่เมื่อยืนเทียบกับคิมหันต์ที่สวมสูทสีเทาเข้ม เขากลับดูสง่างามและมีอำนาจจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังสวมชุดของเด็กรับใช้
พื้นที่ภายในลิฟต์แม้จะพอสำหรับยืนได้หลายคนแต่ในตอนนั้นเธอรู้สึกเหมือนร่างกายแทบหายใจไม่ออก แต่จู่ๆ มือหนาที่แสนเย็นเฉียบของคิมหันต์ก็ยกขึ้นมา สัมผัสเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างแผ่วเบา แต่แรงบีบกลับแน่นพอที่จะตรึงร่างของเธอไว้กับผนังลิฟต์ ใบพลูสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสับสนแต่ดวงตาของเขากลับนิ่งสงบราวกับกำลังจ้องมองสิ่งของที่ไร้ชีวิต
“ยืนนิ่งๆ ตัวตรงๆ” เขาออกคำสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน
“อย่าทำตัวเหมือนเด็กที่เพิ่งถูกจับมาใช้แรงงานได้ไหม ฉันไม่ได้พาเธอมาเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นเชลยนะ”
ใบพลูพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมความรู้สึกร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ คิมหันต์มองเธอด้วยสายตาที่ท้าทาย ราวกับรอให้เธอตอบโต้เพื่อให้เขามีข้ออ้างในการลงโทษที่รุนแรงกว่าเดิม
“ใบพลูแค่พยายามสงบสติอารมณ์ค่ะ” เธอตอบอย่างแผ่วเบา โดยไม่กล้าสบตาตรงๆ
คิมหันต์ไม่ปล่อยให้เธอรอดพ้นไปง่ายๆ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดลำคอของเธอ สัมผัสได้ถึงปลายจมูกที่เกือบจะแตะผิวหนังของเธอเข้าแล้ว เสียงทุ้มต่ำของเขา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดอยู่ข้างหูของเธอ เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยความรู้สึกดิบเถื่อนทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่างกาย
“เธอไม่ต้องสงบสติอารมณ์หรอกนะ แต่เธอคือของฉัน ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ ทุกคนในอาณาจักรของฉันต้องเห็นว่าเธอเป็นของที่ฉันเป็นเจ้าของ”
แรงบีบที่ต้นแขนของเธอเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นการตอกย้ำถึงพันธนาการที่มองไม่เห็น เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก คิมหันต์ก็ก้าวออกไปพร้อมกับดึงเธอตามไปอย่างรวดเร็ว โดยที่มือของเขายังคงจับต้นแขนของเธอไว้แน่น มันคือประกาศสถานะอย่างชัดเจนต่อสายตาของพนักงานทุกคนที่มองมา
เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ชั้นสูงสุด ห้องทำงานทั้งหมดเป็นกระจกใสและโต๊ะทำงานของใบพลูถูกจัดวางอย่างโดดเด่น ติดกับห้องทำงานส่วนตัวของคิมหันต์ ที่ผนังก็เป็นกระจกเช่นกัน เธอถูกติดตั้งในจุดที่เขาจะมองเห็นได้ตลอดเวลา
อรุณรัตน์ เลขานุการผู้เงียบสุขุม ยืนรออยู่แล้วพร้อมรอยยิ้มสุภาพ เธอเหลือบมองรอยนิ้วมือของคิมหันต์บนแขนใบพลูอย่างรู้สถานการณ์
คิมหันต์ปล่อยมือของเขาจากมือของใบพลู ทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่าและเย็นวาบ เขาเดินไปที่โต๊ะเธอ ใช้ปลายนิ้วไล้ขอบโต๊ะอย่างเชื่องช้า แล้วหันมาสบตาใบพลูด้วยรอยยิ้มอันตราย
“โต๊ะนี้ของเธอตำแหน่งคนของฉัน”
“คนของคุณอาเนี่ยนะคะ” ใบพลูเอ่ยขึ้นมาเบาๆ แต่คิมหันต์ก็ได้ยิน
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของคิมหันต์ มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและการประกาศชัยชนะ
“ก็ใช่ไงหรือเธออยากไปเป็นคนของคนอื่นอย่างเช่นอาทิตย์”
ใบพลูรับรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นเมื่อได้ยินชื่อของอาทิตย์ เธอต้องยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือของเขา
คิมหันต์เท้าแขนลงบนโต๊ะทำงานของเธอ โน้มตัวเข้าใกล้จนใบหน้าของเธออยู่ในระยะหายใจรดต้นคอ
“จำเอาไว้ ใบพลู” เสียงทุ้มต่ำของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความจริงจัง
“เธอต้องอยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา ทุกที่ที่เธอไปจะต้องได้รับอนุญาตจากฉันเท่านั้น เพราะเธอมีสถานะเป็นของฉันเท่านั้น”
คิมหันต์พยายามเน้นย้ำคำว่าเขาเป็นเจ้าของเธออยู่บ่อยๆ เหมือนอยากให้ใบพลูจำให้ขึ้นใจว่าเธอเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น
“คุณอรุณรัตน์” คิมหันต์หันไปสั่งเลขาด้วยน้ำเสียงที่เข้มขรึม
“วันนี้คุณให้ใบพลูศึกษาเอกสารส่วนตัวของผมทั้งหมด” เขาหยุดคำพูดไปเล็กน้อยก่อนจะใช้สายตากดดันใบพลู
“และเธอเตรียมนำเสนอรายงานสรุปให้ฉันทราบในคืนนี้ ที่บ้าน”
ใบพลูเบิกตากว้างอย่างตกใจ นี่คือการให้เธอเข้าไปในโลกที่ลึกที่สุดของเขาอย่างสมบูรณ์ และเป็นการขู่กรายอย่างชัดเจนว่าการรายงานผลไม้ไม่ได้จบแค่ในเวลางาน ก่อนที่คิมหันต์จะเดินเข้าห้องทำงาน เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูใบพลู โดยใช้มืออีกข้างวางบนบ่าของเธอ
“และจำไว้ว่าในที่แห่งนี้ เธอไม่มีความลับกับฉัน”
สัมผัสที่บ่าของเขามันร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่เผาไหม้ เธอรับรู้ได้ถึงสายตาอิจฉาและสงสัยของพนักงานที่จ้องมองมา แต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งลงบนเก้าอี้ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ใต้การควบคุมอำนาจของเขาอย่างหลีกหนีไปไหนไม่ได้
“เรื่องนั้นใบพลูรู้ค่ะคุณอา” ใบพลูพูดแล้วก็หันไปมองหน้าของคิมหันต์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ คุณอาผู้ใจดีและแสนดีของเธอไม่มีอีกต่อไปแล้ว
ดวงตาของคิมหันต์เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม เขาใช้ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบแตะลงที่ริมฝีปากของใบพลูเบาๆ ราวกับจะสั่งให้เธอเงียบ
“ดีที่เธอรู้ตัว” เขาพูดด้วยเสียงกระซิบที่แสนอันตราย
“ถ้าไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ฉันก็มีวิธีการสอนให้เธอจำขึ้นใจได้ดีกว่านี้”
เขาไม่รอให้เธอตอบกลับอีกต่อไป คิมหันต์หันหลังเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวของเขาไปทันที ประตูกระจกหนาถูกปิดลงอย่างนุ่มนวล แต่ทิ้งความตึงเครียดไว้ทั่วทั้งพื้นที่ ใบพลูรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในกรงแก้วราคาแพงที่ถูกขังไว้ในสายตาของเจ้าของตลอดเวลา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติให้กลับมาจดจ่ออยู่กับกองเอกสารที่อรุณรัตน์นำมาวางไว้ ซึ่งมันเต็มไปด้วยรายอะเอียดการเงินส่วนตัวและความลับทางธุรกิจของชายที่เพิ่งจะทำลายหัวใจเธอไปเมื่อครู่
อรุณรัตน์ผู้เงียบขรึมไม่ต่างจากเจ้านายของเธอส่งยิ้มที่คลุมเครือให้ใบพลู
“ใบพลูคงต้องใช้เวลาพอสมควรนะคะถึงจะเข้าใจในการทำงานและเข้าใจในเอกสารนี้”
“ได้ค่ะ ใบพลูพร้อมทำงานทุกอย่างค่ะ”
“มีอะไรถามพี่ได้นะคะ พี่พร้อมให้คำปรึกษาค่ะ” อรุณรัตน์บอกกับใบพลูด้วยความใจดีแม้จะนิ่งๆ ขรึมๆ ก็ตาม
ใบพลูพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม แล้วก็ยิ้มให้กับอรุณรัตน์ แม้ว่าตอนนี้เธอจะประหม่าแต่การที่มีอรุณรัตน์ก็ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเพราะท่าทางของเธอค่อนข้างใจดีไม่น้อย
ใบพลูใช้เวลาในการทำความเข้าใจเอกสารพวกนั้นอยู่ค่อนข้างนาน แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่าหน้าที่ของเธอคืออะไรนอกจากนั่งมองตัวเลขในเอกสารและการประชุมต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้
ขณะที่เธอพยายามทำความเข้าใจโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนและแผนงานต่างๆ ใบพลูรู้สึกว่าแววตาของคิมหันต์ ที่จ้องมองมาจากห้องกระจกด้านหลังนั้นหนักอึ้งกว่าเอกสารทั้งหมดตรงหน้าของเธอเสียอีก
เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขับไล่ความตึงเครียดที่กัดกินแต่กลิ่นน้ำหอมของคิมหันต์ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเธอ มันเหมือนเป็นการย้ำเตือนว่าเธอจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาตลอดไป
ตอนที่19กรงขังสีครามทว่าคิมหันต์กลับใช้มือที่เปื้อนทรายคว้าต้นแขนเธอไว้ แววตาคมกริบที่จ้องมองมาในระยะประชิดนั้นไม่มีความดุร้ายเหลืออยู่ มีเพียงกระแสบางอย่างที่ทำให้หัวใจของใบพลูเต้นผิดจังหวะ“ซุ่มซ่ามเหมือนเดิมนะใบพลู โตจนป่านนี้ยังเดินไม่แข็งแรงอีกเหรอ” เขาว่าเสียงต่ำแต่ไม่จริงจังนัก ปลายนิ้วกร้านแอบเกลี่ยเศษทรายที่ติดอยู่บนแก้มใสของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ใบพลูหน้าร้อนผ่าวจนต้องก้มหน้าหนี“พี่ใบพลูหน้าแดงจังเลยค่ะ สงสัยจะร้อนแน่ๆ เลย” นุ่มนิ่มทักขึ้นตามประสาเด็ก“สงสัยจะจริงครับนุ่มนิ่ม พี่ใบพลูเขาเจอแดดแรงจนทำตัวไม่ถูกแล้ว” คิมหันต์ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เมื่อเห็นท่าทางเก้อเขินของหญิงสาวเมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ขอบฟ้าทอแสงสีส้มอมม่วงตัดกับผิวน้ำทะเลดูสวยงามราวกับภาพวาด คิมหันต์จัดการเนรมิตลานไม้หน้าวิลล่าให้กลายเป็นที่จัดปาร์ตี้เล็กๆ เขาถอดเสื้อเชิ้ตลายทางออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำที่เผยให้เห็นกล้ามแขนเป็นมัดและรอยสักจางๆ ที่ทำให้เขาดูมีเสน่ห์แบบดิบๆ“คุณพ่อขา กุ้งตัวใหญ่จังเลยค่ะ” นุ่มนิ่มวิ่งวนไปมารอบๆ เตาบาร์บีคิวที่คิมหันต์กำลังลงมือจุดไฟอย่างคล่องแคล่ว“ตัวนี้ของ
ตอนที่19กรงขังสีคราม สายลมเอื่อยๆ ของเช้าวันหยุดพัดผ่านสวนสวยหลังบ้านหลังใหญ่ ใบพลูในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีอ่อนนั่งอยู่บนเสื่อผืนหนาใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยมีนุ่มนิ่ม ตัวน้อยนั่งอยู่ข้างๆ เด็กสาวกำลังขะมักเขม้นกับการระบายสีลงในสมุดภาพอย่างตั้งใจ ใบพลูมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู มือเรียวคอยลูบผมเปียของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา“พี่ใบพลูดูสิคะ นุ่มนิ่มระบายสีทะเลเป็นสีชมพูด้วยล่ะ” เด็กน้อยชูสมุดภาพให้ดูด้วยแววตาเป็นประกาย“ทำไมถึงเป็นสีชมพูล่ะคะนุ่มนิ่ม ทะเลต้องสีฟ้าไม่ใช่เหรอคะ” ใบพลูถามพลางหัวเราะเบาๆ“ก็คุณพ่อบอกว่าถ้าเรามีความสุข มองอะไรก็จะเป็นสีชมพูไปหมดเลยนี่นา” นุ่มนิ่มเจื้อยแจ้ว“นุ่มนิ่มอยากไปทะเลสีชมพูกับคุณพ่อแล้วก็พี่ใบพลูจังเลยค่ะ”“ตัวแค่นี้รู้จักความรักด้วยหรือเนี่ย” ใบพลูเอ่ยหยอกเย้านุ่มนิ่มอย่างเอ็นดู“ก็ต้องรู้จักสิคะพี่ใบพลู ก็เหมือนที่นุ่มนิ่มรักพี่ใบพลูไงคะ นุ่มนิ่มไม่อยากให้พี่ใบพลูหายไปไหนเลยค่ะ” ใบพลูชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปากเด็กตัวน้อยที่เต็มไปด้วยแววตาที่จริงใจ“พูดถึงพ่อ พ่อก็มาพอดีเลยครับ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังใบพลู
ตอนที่18กรงขังในภาพฝันใบพลูทำได้เพียงก้มหน้ามองจานอาหาร ปล่อยให้สร้อยเพชรที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อบาดลึกลงไปในผิวหนัง ราวกับจะย้ำเตือนว่าต่อให้ภาพตรงหน้าจะดูอบอุ่นเพียงใด แต่มันก็เป็นเพียงกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจองจำเธอไว้ตลอดกาลในเวลาเดียวกันที่คอนโดหรูของพายุ บรรยากาศกลับร้อนระอุด้วยอารมณ์ที่ค้างคา เพลินตา ที่เมามายจนทรงตัวไม่อยู่พยายามจะเดินไปที่ประตู“ปล่อยนะพายุ ฉันจะไปช่วยใบพลู นายมันไอ้คนเจ้าเล่ห์”พายุคว้าเอวบางไว้แล้วเหวี่ยงร่างเล็กลงบนเตียงกว้าง“หยุดบ้าได้แล้วเพลินตา สภาพนี้คุณเดินไปไม่ถึงลิฟต์ด้วยซ้ำ”“นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน ไอ้คนนิสัยไม่ดี” เพลินตาพยายามดิ้นรนทุบตีอกแกร่ง พายุรวบข้อมือเธอไว้เหนือศีรษะ ความใกล้ชิดและกลิ่นหอมกรุ่นจากผิวสาวผสมฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้สติของพายุขาดผึง เขาจ้องมองริมฝีปากแดงก่ำที่ช่างเถียงนั้นด้วยสายตาที่ลุกโชน“คุณเองไม่ใช่เหรอที่เดินเข้ามาหาเรื่องผมเอง” พายุโน้มลงบดจูบเพลินตาอย่างเร่าร้อนเพลินตาที่ขาดสติเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่รุนแรงทว่าวาบหวาม เธอเผลอไผลจูบตอบและกอดรัดลำคอเขาไว้แน่น ไฟอารมณ์ปะทุขึ้นจนเกินจะควบคุม ทั้งคู่ถลำลึกสู่ความส
ตอนที่18กรงขังในภาพฝันแสงแดดยามบ่ายแผดเผาลงบนทางเท้าหน้าห้องเสื้อหรู แต่มันกลับไม่สามารถทลายความเย็นเยียบที่ปกคลุมคนทั้งสี่ได้ คุณหญิงลดาวัลย์เชิดหน้าขึ้นพลางปรับเสื้อโค้ทตัวสั้นให้เข้าที่ สายตาคมกริบจ้องมองใบพลู ที่ยืนห่อไหล่อยู่ด้านหลังลูกชายของเธอด้วยความรังเกียจเปิดเผย“แม่ล่วงหน้าไปที่ร้านอาหารก่อนนะคิมหันต์ ส่วนหนูรตามากับแม่เถอะลูกให้พี่เขาจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องมีใครมานั่งขวางหูขวางตาให้เสียบรรยากาศเวลาเราคุยเรื่องงานหมั้น” คุณหญิงเน้นคำว่างานหมั้นเสียงดัง ก่อนจะตวัดสายตาไปที่ใบพลู“สะสางขยะให้พ้นทางซะ แล้วรีบตามไปล่ะ อย่าให้แขกผู้ใหญ่ต้องรอ”“แต่พี่คิมคะ รตาอยากให้พี่คิมไปส่งนี่นา วันนี้เรายังคุยเรื่องธีมดอกไม้ไม่จบเลยนะคะ” พริมรตา เดินเข้าไปเกาะแขนแกร่ง ถูไถใบหน้ากับไหล่ของเขาอย่างออดอ้อน“ผมมีนัดสำคัญครับรตา เดี๋ยวผมตามไป” คิมหันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดันจนพริมรตาหน้าเสีย เธอจำใจต้องปล่อยมือแล้วเดินกระแทกส้นสูงขึ้นรถไปพร้อมกับคุณหญิงลดาวัลย์เมื่อรถคันหรูแล่นออกไป คิมหันต์ก็หันกลับมาคว้าข้อมือใบพลูที่สั่นเทาขึ้นมาบีบแน่น“เลิกทำหน้าเหมือนจะตา
ตอนที่17รอยตีตราใต้เงาเพชร“เธอคิดว่าฉันจะยอมให้เธอหนีไปเสวยสุขกับผู้ชายหน้าไหนง่ายๆ งั้นเหรอ ในเมื่อฉันยังไม่ได้ ใช้เธอจนคุ้มค่า”“พี่คิมคะอยู่ไหนคะ ออกมาช่วยรตาดูชุดนี้หน่อยสิ” เสียงของพริมรตาดังแว่วมาจากนอกห้องลองชุด สร้างความระทึกใจให้กับใบพลูจนแทบหยุดหายใจ“คุณอาอย่าค่ะคุณรตาอยู่ข้างนอก” เธอพยายามผลักอกแกร่งออก“ก็ให้มันรู้ไปสิ ว่าต่อให้ฉันต้องสวมแหวนให้ใครแต่คนที่ฉันกินจนอิ่มในทุกคืนคือเธอ”สิ้นคำพูดคิมหันต์ก็บดจูบลงมาอย่างป่าเถื่อนและรุนแรง แรงอารมณ์หึงหวงทำให้เขาไม่เหลือความอ่อนโยนจูบนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความเป็นเจ้าของที่รุนแรง ใบพลูสะอื้นไห้ออกมาอย่างไร้ทางสู้ มือบางขยำเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยู่ยี่ เธอรู้สึกเหมือนศักดิ์ศรีของเธอถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกรงแคบๆ แห่งนี้ ท่ามกลางเสียงเรียกของว่าที่คู่หมั้นที่อยู่อีกฟากหนึ่งของผ้าม่าน“พี่คิมคะพี่คิม”หลังจากพายุอารมณ์สงบลง คิมหันต์จูงมือใบพลูที่ขอบตาแดงก่ำออกมาจากห้องลองชุดอย่างไม่แคร์สายตาใคร เขาพาเธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์เครื่องเพชรหรูหราที่ตั้งอยู่กลางร้านพริมรตาที่กำลังเลือกสร้อยเพชรอยู่หันมามองด้วยความสงสัยแต่ก
ตอนที่17รอยตีตราใต้เงาเพชรภายในรถยนต์คันหรูที่มุ่งหน้าไปยังห้องเสื้อระดับไฮเอนด์ บรรยากาศอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดที่แทบจะระเบิดออกมาพริมรตานั่งเบาะหน้าคู่กับคิมหันต์เธอจงใจโน้มตัวไปคลอเคลียแขนแกร่งพร้อมกับหัวเราะต่อกระซิกด้วยเรื่องไร้สาระในขณะที่ใบพลูถูกสั่งให้นั่งที่เบาะหลังราวกับพนักงานติดตามที่ไร้ตัวตน เธอทำได้เพียงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามสะกดกลั้นความขมขื่นที่แล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ“พี่คิมคะ รตาตื่นเต้นจังเลยค่ะที่คุณป้าบอกว่ามีผ้าลูกไม้จากอิตาลีส่งมาใหม่พอดี รตาว่าถ้าเอามาทำเป็นชายกระโปรงยาวๆ ให้ดูฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงในนิยาย พี่คิมว่ารตาจะสวยไหมคะ” พริมรตาเงยหน้าถามด้วยสายตาออดอ้อน ทว่าดวงตากลับลอบมองกระจกหลังเพื่อดูปฏิกิริยาของใบพลู“รตาใส่อะไรก็สวยอยู่แล้วครับ” คิมหันต์ตอบด้วยเสียงเรียบเฉย“ปากหวานจังเลยค่ะ อ้อ!!! จริงด้วย” พริมรตาแสร้งทำเป็นเพิ่งนึกขึ้นได้ก่อนจะหันไปจิกตาใส่คนข้างหลัง“นี่เธอชื่อใบพลูใช่ไหม วันนี้หน้าที่เธอคือช่วยฉันถือชายกระโปรงนะ ชุดหมั้นราคาเจ็ดหลักของฉันมันบอบบางมาก อย่าเซ่อซ่าทำมันเปื้อนเชียวนะ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีปัญญาชดใช้แน่ๆ”ใบพลูเม้มปากแน







