ログインตอนที่
7
วันแรกในกรงขัง
ใบพลูยืนตัวแข็งทื่ออยู่ภายในลิฟต์ส่วนตัวที่ถูกออกแบบอย่างหรูหรา ลิฟต์นำพาเธอตรงขึ้นสูงสุดของอาณาจักรของคิมหันต์ เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวและกระโปรงทรงสอบสีดำที่ดูเรียบร้อย แต่เมื่อยืนเทียบกับคิมหันต์ที่สวมสูทสีเทาเข้ม เขากลับดูสง่างามและมีอำนาจจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังสวมชุดของเด็กรับใช้
พื้นที่ภายในลิฟต์แม้จะพอสำหรับยืนได้หลายคนแต่ในตอนนั้นเธอรู้สึกเหมือนร่างกายแทบหายใจไม่ออก แต่จู่ๆ มือหนาที่แสนเย็นเฉียบของคิมหันต์ก็ยกขึ้นมา สัมผัสเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างแผ่วเบา แต่แรงบีบกลับแน่นพอที่จะตรึงร่างของเธอไว้กับผนังลิฟต์ ใบพลูสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสับสนแต่ดวงตาของเขากลับนิ่งสงบราวกับกำลังจ้องมองสิ่งของที่ไร้ชีวิต
“ยืนนิ่งๆ ตัวตรงๆ” เขาออกคำสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน
“อย่าทำตัวเหมือนเด็กที่เพิ่งถูกจับมาใช้แรงงานได้ไหม ฉันไม่ได้พาเธอมาเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นเชลยนะ”
ใบพลูพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมความรู้สึกร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ คิมหันต์มองเธอด้วยสายตาที่ท้าทาย ราวกับรอให้เธอตอบโต้เพื่อให้เขามีข้ออ้างในการลงโทษที่รุนแรงกว่าเดิม
“ใบพลูแค่พยายามสงบสติอารมณ์ค่ะ” เธอตอบอย่างแผ่วเบา โดยไม่กล้าสบตาตรงๆ
คิมหันต์ไม่ปล่อยให้เธอรอดพ้นไปง่ายๆ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดลำคอของเธอ สัมผัสได้ถึงปลายจมูกที่เกือบจะแตะผิวหนังของเธอเข้าแล้ว เสียงทุ้มต่ำของเขา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดอยู่ข้างหูของเธอ เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยความรู้สึกดิบเถื่อนทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่างกาย
“เธอไม่ต้องสงบสติอารมณ์หรอกนะ แต่เธอคือของฉัน ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ ทุกคนในอาณาจักรของฉันต้องเห็นว่าเธอเป็นของที่ฉันเป็นเจ้าของ”
แรงบีบที่ต้นแขนของเธอเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นการตอกย้ำถึงพันธนาการที่มองไม่เห็น เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก คิมหันต์ก็ก้าวออกไปพร้อมกับดึงเธอตามไปอย่างรวดเร็ว โดยที่มือของเขายังคงจับต้นแขนของเธอไว้แน่น มันคือประกาศสถานะอย่างชัดเจนต่อสายตาของพนักงานทุกคนที่มองมา
เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ชั้นสูงสุด ห้องทำงานทั้งหมดเป็นกระจกใสและโต๊ะทำงานของใบพลูถูกจัดวางอย่างโดดเด่น ติดกับห้องทำงานส่วนตัวของคิมหันต์ ที่ผนังก็เป็นกระจกเช่นกัน เธอถูกติดตั้งในจุดที่เขาจะมองเห็นได้ตลอดเวลา
อรุณรัตน์ เลขานุการผู้เงียบสุขุม ยืนรออยู่แล้วพร้อมรอยยิ้มสุภาพ เธอเหลือบมองรอยนิ้วมือของคิมหันต์บนแขนใบพลูอย่างรู้สถานการณ์
คิมหันต์ปล่อยมือของเขาจากมือของใบพลู ทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่าและเย็นวาบ เขาเดินไปที่โต๊ะเธอ ใช้ปลายนิ้วไล้ขอบโต๊ะอย่างเชื่องช้า แล้วหันมาสบตาใบพลูด้วยรอยยิ้มอันตราย
“โต๊ะนี้ของเธอตำแหน่งคนของฉัน”
“คนของคุณอาเนี่ยนะคะ” ใบพลูเอ่ยขึ้นมาเบาๆ แต่คิมหันต์ก็ได้ยิน
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของคิมหันต์ มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและการประกาศชัยชนะ
“ก็ใช่ไงหรือเธออยากไปเป็นคนของคนอื่นอย่างเช่นอาทิตย์”
ใบพลูรับรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นเมื่อได้ยินชื่อของอาทิตย์ เธอต้องยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือของเขา
คิมหันต์เท้าแขนลงบนโต๊ะทำงานของเธอ โน้มตัวเข้าใกล้จนใบหน้าของเธออยู่ในระยะหายใจรดต้นคอ
“จำเอาไว้ ใบพลู” เสียงทุ้มต่ำของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความจริงจัง
“เธอต้องอยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา ทุกที่ที่เธอไปจะต้องได้รับอนุญาตจากฉันเท่านั้น เพราะเธอมีสถานะเป็นของฉันเท่านั้น”
คิมหันต์พยายามเน้นย้ำคำว่าเขาเป็นเจ้าของเธออยู่บ่อยๆ เหมือนอยากให้ใบพลูจำให้ขึ้นใจว่าเธอเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น
“คุณอรุณรัตน์” คิมหันต์หันไปสั่งเลขาด้วยน้ำเสียงที่เข้มขรึม
“วันนี้คุณให้ใบพลูศึกษาเอกสารส่วนตัวของผมทั้งหมด” เขาหยุดคำพูดไปเล็กน้อยก่อนจะใช้สายตากดดันใบพลู
“และเธอเตรียมนำเสนอรายงานสรุปให้ฉันทราบในคืนนี้ ที่บ้าน”
ใบพลูเบิกตากว้างอย่างตกใจ นี่คือการให้เธอเข้าไปในโลกที่ลึกที่สุดของเขาอย่างสมบูรณ์ และเป็นการขู่กรายอย่างชัดเจนว่าการรายงานผลไม้ไม่ได้จบแค่ในเวลางาน ก่อนที่คิมหันต์จะเดินเข้าห้องทำงาน เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูใบพลู โดยใช้มืออีกข้างวางบนบ่าของเธอ
“และจำไว้ว่าในที่แห่งนี้ เธอไม่มีความลับกับฉัน”
สัมผัสที่บ่าของเขามันร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่เผาไหม้ เธอรับรู้ได้ถึงสายตาอิจฉาและสงสัยของพนักงานที่จ้องมองมา แต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งลงบนเก้าอี้ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ใต้การควบคุมอำนาจของเขาอย่างหลีกหนีไปไหนไม่ได้
“เรื่องนั้นใบพลูรู้ค่ะคุณอา” ใบพลูพูดแล้วก็หันไปมองหน้าของคิมหันต์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ คุณอาผู้ใจดีและแสนดีของเธอไม่มีอีกต่อไปแล้ว
ดวงตาของคิมหันต์เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม เขาใช้ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบแตะลงที่ริมฝีปากของใบพลูเบาๆ ราวกับจะสั่งให้เธอเงียบ
“ดีที่เธอรู้ตัว” เขาพูดด้วยเสียงกระซิบที่แสนอันตราย
“ถ้าไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ฉันก็มีวิธีการสอนให้เธอจำขึ้นใจได้ดีกว่านี้”
เขาไม่รอให้เธอตอบกลับอีกต่อไป คิมหันต์หันหลังเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวของเขาไปทันที ประตูกระจกหนาถูกปิดลงอย่างนุ่มนวล แต่ทิ้งความตึงเครียดไว้ทั่วทั้งพื้นที่ ใบพลูรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในกรงแก้วราคาแพงที่ถูกขังไว้ในสายตาของเจ้าของตลอดเวลา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติให้กลับมาจดจ่ออยู่กับกองเอกสารที่อรุณรัตน์นำมาวางไว้ ซึ่งมันเต็มไปด้วยรายอะเอียดการเงินส่วนตัวและความลับทางธุรกิจของชายที่เพิ่งจะทำลายหัวใจเธอไปเมื่อครู่
อรุณรัตน์ผู้เงียบขรึมไม่ต่างจากเจ้านายของเธอส่งยิ้มที่คลุมเครือให้ใบพลู
“ใบพลูคงต้องใช้เวลาพอสมควรนะคะถึงจะเข้าใจในการทำงานและเข้าใจในเอกสารนี้”
“ได้ค่ะ ใบพลูพร้อมทำงานทุกอย่างค่ะ”
“มีอะไรถามพี่ได้นะคะ พี่พร้อมให้คำปรึกษาค่ะ” อรุณรัตน์บอกกับใบพลูด้วยความใจดีแม้จะนิ่งๆ ขรึมๆ ก็ตาม
ใบพลูพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม แล้วก็ยิ้มให้กับอรุณรัตน์ แม้ว่าตอนนี้เธอจะประหม่าแต่การที่มีอรุณรัตน์ก็ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเพราะท่าทางของเธอค่อนข้างใจดีไม่น้อย
ใบพลูใช้เวลาในการทำความเข้าใจเอกสารพวกนั้นอยู่ค่อนข้างนาน แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่าหน้าที่ของเธอคืออะไรนอกจากนั่งมองตัวเลขในเอกสารและการประชุมต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้
ขณะที่เธอพยายามทำความเข้าใจโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนและแผนงานต่างๆ ใบพลูรู้สึกว่าแววตาของคิมหันต์ ที่จ้องมองมาจากห้องกระจกด้านหลังนั้นหนักอึ้งกว่าเอกสารทั้งหมดตรงหน้าของเธอเสียอีก
เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขับไล่ความตึงเครียดที่กัดกินแต่กลิ่นน้ำหอมของคิมหันต์ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเธอ มันเหมือนเป็นการย้ำเตือนว่าเธอจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาตลอดไป
ตอนที่15คืนแห่งความทรงจำและสัญญาใต้ฟ้าครามบรรยากาศของงานพรอมในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการสำเร็จการศึกษาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปนไปด้วยความใจหายหม่น ๆ หอประชุมใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ใต้แสงดาวเทียม แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับลูกแก้วดิสโก้สร้างเงาเต้นระบำไปบนผนังน้ำปั่นก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีฟ้าครามที่ ลมเหนือซื้อให้ มันขับเน้นผิวขาวนวลและทำให้เธอดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทันทีที่เธอปรากฏตัว ลมเหนือที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำเนี้ยบกริบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองใครอื่นเลยนอกจากผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเมื่อดนตรีจังหวะสโลว์ดังขึ้น ลมเหนือโค้งตัวลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกมา"ให้เกียรติเต้นรำกับเหนือนะยัยตัวแสบ"น้ำปั่นวางมือลงบนฝ่ามือหนาด้วยความขัดเขิน ทั้งคู่ขยับกายไปตามท่วงทำนองที่แสนนุ่มนวล ลมเหนือรวบเอวบางเข้าหาตัวจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน"น้ำปั่น" ลมเหนือกระซิบข้างหู"ขอบคุณนะ""ขอบคุณเรื่องอะไรคะ""ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตที่เคยเย็นชาของเหนือ ขอบคุณที่ทนกับนิสัยแย่ ๆ และความเงียบของเหนือจนทำให้ห้องหัวใจที่เคยว่างเปล่ามันมีเสียงเพลงขึ้นมาอีกครั้ง" เขา
ตอนที่ 14 บทพิสูจน์ของหัวใจและฝันที่กลายเป็นจริงความเงียบเหงาที่ปกคลุมวง Northern Lights มานานนับสัปดาห์เริ่มทำให้บรรยากาศในโรงเรียนดูหม่นหมอง บาสในฐานะมือกลองและเพื่อนสนิท ทนเห็นสภาพลมเหนือที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ และน้ำปั่นที่ดวงตาบวมช้ำทุกเช้าไม่ไหวอีกต่อไป"ไอ้ลมเหนือแกจะยอมให้ชีวิตมันพังแบบนี้จริงๆ เหรอวะ" บาสกระชากหูฟังออกจากหูของลมเหนือกลางห้องชมรม"แกไล่น้ำปั่นไป แล้วตอนนี้แกมีความสุขไหม กีตาร์ไม่มี น้ำปั่นไม่มี แกเหลืออะไร"ลมเหนือนิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหว"ฉันไม่อยากให้เธอมาลำบากกับฉัน พ่อฉันเอาจริง""แล้วแกถามเขาหรือยังว่าเขาอยากลำบากไปกับแกไหม" บาสตะคอก"วันนี้บ่ายสาม น้ำปั่นจะไปช่วยงานที่ห้องสมุดคนเดียว แกต้องไปขอโทษเธอ และฉันเตรียมกีตาร์สำรองไว้ให้แกแล้วในรถ ถ้าแกไม่ไปวันนี้แกก็เสียเธอไปตลอดชีวิตซะ"เย็นวันนั้นท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจ ฝนตกลงมาอย่างหนักราวกับจะตอกย้ำความเศร้า ลมเหนือยืนพิงกำแพงหน้าประตูบ้านของน้ำปั่น ร่างกายเปียกปอนจนชุ่มไปหมด ในมือเขากอดถุงกระดาษที่ข้างในคือสมุดจดสรุปวิชาเคมีที่น้ำปั่นทิ้งไว้เมื่อน้ำปั่นเดินกลับมาถึงบ้านและเห็นร่างสูงย
ตอนที่ 13จูบ ปลอบขวัญและความเงียบที่บาดลึกบรรยากาศในห้องสมุดโรงเรียนช่วงก่อนสอบกลางภาคเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ลมเหนือนั่งจมกองหนังสือฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง แสงไฟนีออนตกกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยกว่าทุกวัน หัวใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่สูตรคำนวณ แต่มันหนักอึ้งด้วยความกดดันจากความหวังของตระกูลที่เริ่มบีบคั้นเข้ามาทุกที"พักหน่อยไหมลมเหนือ" น้ำปั่นกระซิบเบาๆ พลางวางโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วลงข้างๆ เธอเห็นเขาขมวดคิ้วกุมขมับมานานนับชั่วโมงแล้ว"ฉันทำไม่ได้" ลมเหนือพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย"ต่อให้ฉันสอบได้คะแนนเต็ม พ่อก็มองว่าดนตรีมันคือขยะอยู่ดี"น้ำปั่นเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ เธอวางมือนุ่มลงบนไหล่ที่ตึงเครียดของเขาแล้วนวดเบาๆ"ไม่ใช่นะคะ ลมเหนือเก่งที่สุดแล้ว ความฝันของลมเหนือไม่ใช่ขยะ แต่มันคือแสงสว่างที่ทำให้น้ำปั่นเห็นลมเหนือคนใหม่ลมเหนือที่ยิ้มได้จริงๆ ไงคะ"ลมเหนือหมุนเก้าอี้กลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนแออย่างที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็น น้ำปั่นโน้มตัวลงไปใกล้ สบตาเขาอย่างปลอบโยน ท่ามกลางชั้นหนังสือที่ไร้ผู้คน ความเงียบรอบกายกลับกลายเป
ตอนที่ 12 ติวเตอร์เฉพาะกิจท่ามกลางบรรยากาศมาคุในห้องปกครองหลังจากที่ครูพรรณ เรียกตัวลมเหนือและน้ำปั่น เข้าพบ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบโต๊ะไม้ขัดมันดูจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ครูพรรณขยับแว่นสายตาพลางมองเอกสารคะแนนสอบย่อยที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะปรายตาพิฆาตไปยังทั้งสองคน"ถ้าพวกเธอคิดว่าการชนะประกวดดนตรีคือพาสปอร์ตในการทิ้งการเรียน ครูขอบอกเลยว่าคิดผิด" เสียงของครูพรรณเรียบแต่หนักแน่น"โดยเฉพาะนายลมเหนือ เธอมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ถ้าเธอยังเอาเวลาเรียนไปขลุกอยู่แต่ในห้องดนตรี ครูคงต้องคุยกับคุณพายุเรื่องขอยุบชมรมดนตรีชั่วคราว""ครูคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" น้ำปั่นรีบละล่ำละลัก"พวกเราจะปรับปรุงตัวค่ะ"ครูพรรณยกยิ้มมุมปากที่ดูไม่ออกว่าเอ็นดูหรือสะใจ "งั้นเอาแบบนี้นางสาวน้ำปั่น ในฐานะที่เธอเป็นคนดึงเขาเข้าวง เธอต้องรับผิดชอบเป็นติวเตอร์เฉพาะกิจให้ลมเหนือ ถ้าเกรดวิชาฟิสิกส์และเลขของเขาไม่แตะท็อปห้องในการสอบกลางภาคที่กำลังจะถึงนี้ กีตาร์ตัวนั้นครูจะยึดไว้ที่ห้องพักครูจนกว่าจะจบปีการศึกษา"“อะไรครับอาจารย์ทำไมถึงต้องมาบังคับกันอย่างนี้ด้วยครับ” ลมเหนือเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเบื่อหน่
ตอนที่ 11สายตาพิฆาตของครูพรรณในขณะที่โลกของ ลมเหนือ กำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ หลังจากเหตุการณ์รางวัลของคนเก่งที่หน้าห้องชมรมดนตรี แต่ในโลกความเป็นจริงของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ยังมีปราการด่านสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ความเนี๊ยบ และสายตาพิฆาต ที่นักเรียนทุกคนต่างหวาดเกรงนั่นคือครูพรรณ ครูที่ปรึกษาอาวุโสผู้ดูแลระเบียบวินัย ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าระเบียบวินัยและความเป็นเลิศทางวิชาการคือหัวใจหลักของการศึกษา ส่วนดนตรีหรือกิจกรรมน่ะเหรอ สำหรับครูพรรณแล้ว มันคือ "สิ่งบันเทิงที่ต้องอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น"เช้าวันจันทร์ ลมเหนือเดินเข้าโรงเรียนด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นจนเพื่อนร่วมห้องสังเกตได้ เขาไม่ได้ใส่หูฟังอันใหญ่ยักษ์เพื่อตัดขาดโลกภายนอกตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน ทว่า ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูอาคารเรียน เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่จ้องมองมาจากมุมระเบียงครูพรรณยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดผ้าไทยรีดเรียบกริบ มือถือสมุดพกเล่มเล็ก สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมจ้องมองลมเหนือตั้งแต่หัวจรดเท้า"นายลมเหนือ" ครูพรรณพึมพำกับตัวเอง"ช่วงนี้ดูจะสนิทสนมกับกลุ่มเด็กกิจกรรมเกินไปหรือเปล่านะ"ค
ตอนที่ 10รางวัลของคนเก่งแสงไฟสลัวภายในอาคารกิจกรรมยามค่ำคืนเงียบสงัดลงกว่าทุกที หลังจากที่ความวุ่นวายของงานวัฒนธรรมโรงเรียนผ่านพ้นไป เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินที่ทอดยาว ลมเหนือ เดินสะพายกระเป๋ากีตาร์ไฟฟ้าไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง ท่าทางที่เคยดูตึงเครียดและเย็นชาบัดนี้ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดบาส ที่แบกขาตั้งกลองเดินนำหน้าอยู่ จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนนึกอะไรขึ้นได้"เฮ้ย ลมเหนือ น้ำปั่น ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบไปช่วยไอ้กายคืนแอมป์ให้รุ่นพี่ที่ตึกวิทย์ว่ะ เดี๋ยวเขาจะล็อคตึกซะก่อน พวกนายฝากเก็บกุญแจห้องชมรมไว้ที่ใครคนหนึ่งก่อนนะ ไปล่ะ"ไม่รอให้ใครทักท้วง บาสก็ติดเกียร์หมาวิ่งโกยแน่บหายไปในความมืด ทิ้งให้ลมเหนือกับน้ำปั่นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินเพียงลำพัง"บาสนี่ บทจะรีบก็รีบจนน่าสงสัยนะคะ" น้ำปั่น พึมพำพลางหัวเราะแห้งๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนจอมแสบกำลังเปิดทางให้แน่นอนลมเหนือไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับกระเป๋ากีตาร์แล้วก้าวเดินต่อช้าๆ น้ำปั่นรีบเดินตามไปขนาบข้าง วันนี้เธอสวมเสื้อยืดวงที่ออกแบบเองจนเหงื่อซุ่ม แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด"ลม
ตอนที่42ความสุขบนรอยร้าวบรรยากาศภายในห้องรับแขกสุดหรูของคฤหาสน์ลดาวัลย์ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงคละคลุ้งไปกับความกดดัน คุณหญิงลดาวัลย์นั่งอยู่บนโซฟาหลุยส์สีทอง ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธและอับอาย ฝั่งตรงข้ามคือพริมรตาที่นั่งสะอึกสะอื้นเช็ดน้ำตาอย
ตอนที่41รอยจำในอดีตข้อความใหม่จากพายุถูกส่งมาพร้อมภาพถ่ายที่ทำให้คิมหันต์ต้องขบกรามจนเป็นสันนูน‘คิม ทีมชิงตัวที่กรุงเทพฯ พลาดท่า ไอ้อาทิตย์มันย้ายพลฤทธิ์หนีไปก่อนที่เราจะเข้าถึงเพียง 10 นาที แผนการบุกโกดังร้างพังยับเยิน ตอนนี้ไอ้อาทิตย์มันเริ่มส่งคลิปใหม่มาขู่ มันขู่ว่าถ้ามึงไม่ส่งตัวใบพลูคืน ม
ตอนที่45เดิมพันด้วยปีกที่หักคิมหันต์วางสายด้วยมือที่สั่นเทา เขาไม่ได้ตั้งใจจะส่งใบพลูให้อาทิตย์จริงๆ แต่เขาต้องใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อซื้อเวลาและหาทางชิงตัวพลฤทธิ์ออกมาให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปที่ประเทศไทย ณ ห้องพักฟื้นลับพายุที่มีผ้าพันแผลพันรอบไหล่และอกจนแทบขยับไม่ได้ กำลังถือโทรศั
ตอนที่40กับดักมรณะขณะที่ทุกคนกำลังเอร็ดอร่อยกับรสชาติที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากฝีมือคิมหันต์ คิมหันต์กลับนั่งมองใบพลูด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและจริงจังจนเธอสังเกตเห็น“อาคิมมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมมองพลูแบบนั้น” ใบพลูถามพลางวางช้อนลงคิมหันต์เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น“พลูนุ่มนิ่มทานเสร็จแ







