Se connecterตอนที่
8
แกล้งเงียบๆ
ใบพลูพยายามจมดิ่งลงไปในกองเอกสารที่อรุณรัตน์นำมาให้ แต่ความรู้สึกถูกจับจ้องทำให้เธอสมาธิแตกซ่าน ทุกครั้งที่เธอเงยหน้าขึ้นมา สายตาของเธอก็จะปะทะเข้ากับเงาของคิมหันต์ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในห้องทำงานของเขา
ในช่วงกลางวัน เมื่อถึงเวลาที่พนักงานคนอื่นเริ่มลุกไปพักทานอาหาร คิมหันต์ก็เปิดประตูห้องออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมออกไปสองเม็ดอย่างไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นแผงอกที่ดูแข็งแกร่ง ใบหน้าของเขาดูเย็นชาและดุดัน แต่แววตาที่จับจ้องมากลับเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่น่ากลัว
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของเธอ มือของเขาเท้าอยู่บนพนักพิงเหนือศีรษะของเธอ ทำให้ใบพลูรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นหอมและไออุ่นของเขาที่เข้มข้นขึ้น
“เธอดูเอกสารนี้สิ ใบพลู” เสียงทุ้มต่ำที่อยู่ใกล้จนเธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ด้านหลังดังขึ้น
“ฉันสั่งให้เธออ่าน แต่ดูเหมือนเธอจะอ่านแค่ตัวอักษรโดยไม่เข้าใจความหมาย”
ใบพลูสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามจะเอี้ยวตัวหนี แต่ก็ถูกตรึงไว้ด้วยแขนที่แข็งแกร่งของเขา คิมหันต์โน้มตัวลงมาจนเกือบจะแตะไหล่ของเธอ ปลายนิ้วที่ร้อนผ่าวของเขาแตะลงที่ช่วงไหล่ของเธออย่างตั้งใจ สัมผัสที่ผิวหนังทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต
“ชุดทำงานของเธอมันเรียบร้อยเกินไป” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง
“มันทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอเข้าถึงยากและฉันไม่ชอบให้สิ่งที่ฉันเป็นเจ้าของเข้าถึงยาก”
ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเมื่อเขาพูดคำนั้นออกมา
“คุณอาคะ นี่คือชุดทำงานค่ะ” เธอตอบอย่างสั่นๆ
คิมหันต์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่เย้ยหยันแต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ เขาใช้ปลายนิ้วบีบนวดที่ไหล่ของเธอเบาๆ ราวกับกำลังปั้นดินน้ำมัน
“คืนนี้เมื่อกลับไปถึงบ้าน เธอต้องทำตัวให้ว่างและผ่อนคลายกว่านี้ ฉันมีเรื่องที่ต้องสอบถามเกี่ยวกับรายงานที่เธอได้อ่านไป”
“คุณอาจะให้ใบพลูจำทุกอย่างภายในวันนี้ไม่ได้นะคะ”
“เลิกเรียกฉันว่าคุณอาสักทีเมื่ออยู่ในที่ทำงานฉันคือบอสไม่ใช่คุณอา”
ดวงตาคมของคิมหันต์แสดงความอันตรายออกมาเมื่อเขาเน้นคำว่าบอส เขาจับไหล่ของเธอแน่นขึ้นอีกครั้ง บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยอำนาจ
“และเมื่อฉันออกคำสั่งไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” เขาพูดด้วยเสียงกระซิบที่เย็นเฉียบ
“เธอมีหน้าที่ต้องทำ และต้องจำให้ได้ทั้งหมด เพราะเธออยู่ในพื้นที่ของฉันและกำลังหายใจด้วยอากาศที่ฉันเป็นคนให้”
แรงบีบที่ไหล่ของเธอคลายลง แต่คำพูดนั้นยังคงกดทับเธอไว้ราวกับภูเขาทั้งลูก คิมหันต์ยิ้มเย็นชาอย่างพอใจที่เห็นความหวาดหวั่นของใบพลูแสดงออกมาอย่างชัดเจนในแววตาของเธอ
“ไปกินข้าวเที่ยงได้แล้ว” คิมหันต์บอกกับใบพลู
“ใบพลูยังไม่หิวค่ะ” ใบพลูปฏิเสธเสียงแผ่ว พยายามทำตัวให้ดูยุ่งกับเอกสารต่อเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์น่าอึดอัดนี้
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของเขาหายไปทันที ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่เริ่มไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้ให้เธอบอกว่าจะไปหรือไม่ไป นี่คือคำสั่งที่สั่งให้เธอไปทานข้าวเที่ยง”
ก่อนที่ใบพลูจะได้ตอบโต้ มือหนาของคิมหันต์ก็เลื่อนลงมาจากไหล่ มาจับที่แขนของเธออย่างรวดเร็วและแรงพอที่จะดึงร่างบางของเธอให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ได้อย่างง่ายดาย
“ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งนั้น” เขาโน้มตัวกระซิบที่ข้างหูของเธออย่างจงใจ แรงกระซิบนั้นทำให้ขนทั่วร่างกายของเธอตั้งชัน
เขายังคงจับแขนของเธอแน่น พาเธอเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว สายตาของพนักงานที่เหลือในชั้นต่างจับจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา บางคนเบือนหน้าหนีเพราะกลัวเจ้าของบริษัท บางคนมองด้วยความริษยาเพราะคิดว่าใบพลูเข้ามาทำงานเพราะเอาร่างกายเข้าแลก
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก คิมหันต์ไม่ได้กดปุ่มลงไปชั้นล่างสุด แต่กดไปยังชั้นที่ตั้งของภัตตาคารสุดหรูที่เขาใช้รับรองลูกค้าคนสำคัญ
“คุณอา...เอ้ย บอสคะ ใบพลู...”
“เงียบ” คิมหันต์ตัดบทก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมา เขาใช้ปลายนิ้วแตะไปที่ริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วเป็นการบอกให้เธอหยุดพูด
“อย่าลืมว่าตอนนี้เธอต้องทำตัวเป็นหนูน้อยที่แสนดีของฉัน”
ใบพลูรู้สึกเหมือนถูกสาปให้ตัวแข็งทื่อภายใต้การควบคุมของอสูรกายที่ร้ายกาจ เมื่อประตูลิฟต์ถูกเปิดออก เขาก็จับมือเธอเดินเข้าสู่ภัตตาคารหณูหราที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรของเขา แสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ ไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดลดลง แต่กลับทำให้ทุกคนหันมาสนใจใบพลูมากขึ้น
สายตาของนักธุรกิจและคู่รักที่กำลังรับประทานอาหารต่างจับจ้องมาที่พวกเขา คิมหันต์ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขายิ้มอย่างมีเสน่ห์ให้พนักงาน ก่อนจะพาใบพลูไปที่โต๊ะส่วนตัวริมกระจกที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมือง โต๊ะที่เด่นชัดที่สุดและเป็นที่ที่ทุกคนสามารถมองเห็นของเล่นชิ้นใหม่ของเขาได้อย่างชัดเจน
“นั่งลงสิ” คิมหันต์ออกคำสั่ง ใบพลูนั่งลงอย่างว่าง่ายราวกับหุ่นเชิด
อาหารเลิศรสถูกนำมาเสิร์ฟ ใบพลูแทบจะกลืนอาหารไม่ลง เธอทำได้เพียงใช้ช้อนเขี่ยอาหารไปมา
คิมหันต์มองเธอด้วยสายตาที่ท้าทาย ก่อนจะยกมือขึ้นจับแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเฉียบจากปลายนิ้วทำให้เธอสะดุ้ง
“ฉันสั่งให้เธอมากิน ไม่ใช่มาเล่น” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ แต่แววตาเด็ดขาดมาก
เขาไม่รอให้เธอตอบโต้ แต่ใช้ส้อมจิ้มเนื้อปลาฮามาจิชิ้นบางที่จัดวางมาอย่างสวยงาม ก่อนจะยื่นมันมาจ่อที่ริมฝีปากของเธออย่างจงใจ แสงไฟสะท้อนบนส้อมที่อยู่ห่างจากปากของเธอไม่ถึงคืบ
“เปิดปาก” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนแทบจะกลายเป็นกระซิบ
ตอนที่15คืนแห่งความทรงจำและสัญญาใต้ฟ้าครามบรรยากาศของงานพรอมในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการสำเร็จการศึกษาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปนไปด้วยความใจหายหม่น ๆ หอประชุมใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ใต้แสงดาวเทียม แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับลูกแก้วดิสโก้สร้างเงาเต้นระบำไปบนผนังน้ำปั่นก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีฟ้าครามที่ ลมเหนือซื้อให้ มันขับเน้นผิวขาวนวลและทำให้เธอดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทันทีที่เธอปรากฏตัว ลมเหนือที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำเนี้ยบกริบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองใครอื่นเลยนอกจากผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเมื่อดนตรีจังหวะสโลว์ดังขึ้น ลมเหนือโค้งตัวลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกมา"ให้เกียรติเต้นรำกับเหนือนะยัยตัวแสบ"น้ำปั่นวางมือลงบนฝ่ามือหนาด้วยความขัดเขิน ทั้งคู่ขยับกายไปตามท่วงทำนองที่แสนนุ่มนวล ลมเหนือรวบเอวบางเข้าหาตัวจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน"น้ำปั่น" ลมเหนือกระซิบข้างหู"ขอบคุณนะ""ขอบคุณเรื่องอะไรคะ""ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตที่เคยเย็นชาของเหนือ ขอบคุณที่ทนกับนิสัยแย่ ๆ และความเงียบของเหนือจนทำให้ห้องหัวใจที่เคยว่างเปล่ามันมีเสียงเพลงขึ้นมาอีกครั้ง" เขา
ตอนที่ 14 บทพิสูจน์ของหัวใจและฝันที่กลายเป็นจริงความเงียบเหงาที่ปกคลุมวง Northern Lights มานานนับสัปดาห์เริ่มทำให้บรรยากาศในโรงเรียนดูหม่นหมอง บาสในฐานะมือกลองและเพื่อนสนิท ทนเห็นสภาพลมเหนือที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ และน้ำปั่นที่ดวงตาบวมช้ำทุกเช้าไม่ไหวอีกต่อไป"ไอ้ลมเหนือแกจะยอมให้ชีวิตมันพังแบบนี้จริงๆ เหรอวะ" บาสกระชากหูฟังออกจากหูของลมเหนือกลางห้องชมรม"แกไล่น้ำปั่นไป แล้วตอนนี้แกมีความสุขไหม กีตาร์ไม่มี น้ำปั่นไม่มี แกเหลืออะไร"ลมเหนือนิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหว"ฉันไม่อยากให้เธอมาลำบากกับฉัน พ่อฉันเอาจริง""แล้วแกถามเขาหรือยังว่าเขาอยากลำบากไปกับแกไหม" บาสตะคอก"วันนี้บ่ายสาม น้ำปั่นจะไปช่วยงานที่ห้องสมุดคนเดียว แกต้องไปขอโทษเธอ และฉันเตรียมกีตาร์สำรองไว้ให้แกแล้วในรถ ถ้าแกไม่ไปวันนี้แกก็เสียเธอไปตลอดชีวิตซะ"เย็นวันนั้นท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจ ฝนตกลงมาอย่างหนักราวกับจะตอกย้ำความเศร้า ลมเหนือยืนพิงกำแพงหน้าประตูบ้านของน้ำปั่น ร่างกายเปียกปอนจนชุ่มไปหมด ในมือเขากอดถุงกระดาษที่ข้างในคือสมุดจดสรุปวิชาเคมีที่น้ำปั่นทิ้งไว้เมื่อน้ำปั่นเดินกลับมาถึงบ้านและเห็นร่างสูงย
ตอนที่ 13จูบ ปลอบขวัญและความเงียบที่บาดลึกบรรยากาศในห้องสมุดโรงเรียนช่วงก่อนสอบกลางภาคเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ลมเหนือนั่งจมกองหนังสือฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง แสงไฟนีออนตกกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยกว่าทุกวัน หัวใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่สูตรคำนวณ แต่มันหนักอึ้งด้วยความกดดันจากความหวังของตระกูลที่เริ่มบีบคั้นเข้ามาทุกที"พักหน่อยไหมลมเหนือ" น้ำปั่นกระซิบเบาๆ พลางวางโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วลงข้างๆ เธอเห็นเขาขมวดคิ้วกุมขมับมานานนับชั่วโมงแล้ว"ฉันทำไม่ได้" ลมเหนือพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย"ต่อให้ฉันสอบได้คะแนนเต็ม พ่อก็มองว่าดนตรีมันคือขยะอยู่ดี"น้ำปั่นเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ เธอวางมือนุ่มลงบนไหล่ที่ตึงเครียดของเขาแล้วนวดเบาๆ"ไม่ใช่นะคะ ลมเหนือเก่งที่สุดแล้ว ความฝันของลมเหนือไม่ใช่ขยะ แต่มันคือแสงสว่างที่ทำให้น้ำปั่นเห็นลมเหนือคนใหม่ลมเหนือที่ยิ้มได้จริงๆ ไงคะ"ลมเหนือหมุนเก้าอี้กลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนแออย่างที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็น น้ำปั่นโน้มตัวลงไปใกล้ สบตาเขาอย่างปลอบโยน ท่ามกลางชั้นหนังสือที่ไร้ผู้คน ความเงียบรอบกายกลับกลายเป
ตอนที่ 12 ติวเตอร์เฉพาะกิจท่ามกลางบรรยากาศมาคุในห้องปกครองหลังจากที่ครูพรรณ เรียกตัวลมเหนือและน้ำปั่น เข้าพบ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบโต๊ะไม้ขัดมันดูจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ครูพรรณขยับแว่นสายตาพลางมองเอกสารคะแนนสอบย่อยที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะปรายตาพิฆาตไปยังทั้งสองคน"ถ้าพวกเธอคิดว่าการชนะประกวดดนตรีคือพาสปอร์ตในการทิ้งการเรียน ครูขอบอกเลยว่าคิดผิด" เสียงของครูพรรณเรียบแต่หนักแน่น"โดยเฉพาะนายลมเหนือ เธอมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ถ้าเธอยังเอาเวลาเรียนไปขลุกอยู่แต่ในห้องดนตรี ครูคงต้องคุยกับคุณพายุเรื่องขอยุบชมรมดนตรีชั่วคราว""ครูคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" น้ำปั่นรีบละล่ำละลัก"พวกเราจะปรับปรุงตัวค่ะ"ครูพรรณยกยิ้มมุมปากที่ดูไม่ออกว่าเอ็นดูหรือสะใจ "งั้นเอาแบบนี้นางสาวน้ำปั่น ในฐานะที่เธอเป็นคนดึงเขาเข้าวง เธอต้องรับผิดชอบเป็นติวเตอร์เฉพาะกิจให้ลมเหนือ ถ้าเกรดวิชาฟิสิกส์และเลขของเขาไม่แตะท็อปห้องในการสอบกลางภาคที่กำลังจะถึงนี้ กีตาร์ตัวนั้นครูจะยึดไว้ที่ห้องพักครูจนกว่าจะจบปีการศึกษา"“อะไรครับอาจารย์ทำไมถึงต้องมาบังคับกันอย่างนี้ด้วยครับ” ลมเหนือเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเบื่อหน่
ตอนที่ 11สายตาพิฆาตของครูพรรณในขณะที่โลกของ ลมเหนือ กำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ หลังจากเหตุการณ์รางวัลของคนเก่งที่หน้าห้องชมรมดนตรี แต่ในโลกความเป็นจริงของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ยังมีปราการด่านสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ความเนี๊ยบ และสายตาพิฆาต ที่นักเรียนทุกคนต่างหวาดเกรงนั่นคือครูพรรณ ครูที่ปรึกษาอาวุโสผู้ดูแลระเบียบวินัย ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าระเบียบวินัยและความเป็นเลิศทางวิชาการคือหัวใจหลักของการศึกษา ส่วนดนตรีหรือกิจกรรมน่ะเหรอ สำหรับครูพรรณแล้ว มันคือ "สิ่งบันเทิงที่ต้องอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น"เช้าวันจันทร์ ลมเหนือเดินเข้าโรงเรียนด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นจนเพื่อนร่วมห้องสังเกตได้ เขาไม่ได้ใส่หูฟังอันใหญ่ยักษ์เพื่อตัดขาดโลกภายนอกตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน ทว่า ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูอาคารเรียน เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่จ้องมองมาจากมุมระเบียงครูพรรณยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดผ้าไทยรีดเรียบกริบ มือถือสมุดพกเล่มเล็ก สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมจ้องมองลมเหนือตั้งแต่หัวจรดเท้า"นายลมเหนือ" ครูพรรณพึมพำกับตัวเอง"ช่วงนี้ดูจะสนิทสนมกับกลุ่มเด็กกิจกรรมเกินไปหรือเปล่านะ"ค
ตอนที่ 10รางวัลของคนเก่งแสงไฟสลัวภายในอาคารกิจกรรมยามค่ำคืนเงียบสงัดลงกว่าทุกที หลังจากที่ความวุ่นวายของงานวัฒนธรรมโรงเรียนผ่านพ้นไป เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินที่ทอดยาว ลมเหนือ เดินสะพายกระเป๋ากีตาร์ไฟฟ้าไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง ท่าทางที่เคยดูตึงเครียดและเย็นชาบัดนี้ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดบาส ที่แบกขาตั้งกลองเดินนำหน้าอยู่ จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนนึกอะไรขึ้นได้"เฮ้ย ลมเหนือ น้ำปั่น ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบไปช่วยไอ้กายคืนแอมป์ให้รุ่นพี่ที่ตึกวิทย์ว่ะ เดี๋ยวเขาจะล็อคตึกซะก่อน พวกนายฝากเก็บกุญแจห้องชมรมไว้ที่ใครคนหนึ่งก่อนนะ ไปล่ะ"ไม่รอให้ใครทักท้วง บาสก็ติดเกียร์หมาวิ่งโกยแน่บหายไปในความมืด ทิ้งให้ลมเหนือกับน้ำปั่นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินเพียงลำพัง"บาสนี่ บทจะรีบก็รีบจนน่าสงสัยนะคะ" น้ำปั่น พึมพำพลางหัวเราะแห้งๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนจอมแสบกำลังเปิดทางให้แน่นอนลมเหนือไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับกระเป๋ากีตาร์แล้วก้าวเดินต่อช้าๆ น้ำปั่นรีบเดินตามไปขนาบข้าง วันนี้เธอสวมเสื้อยืดวงที่ออกแบบเองจนเหงื่อซุ่ม แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด"ลม
ตอนที่80ทะเล ท้องฟ้า แสงดาว เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ความสัมพันธ์ของนุ่มนิ่มและภามเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากที่ภามไปหานุ่มนิ่มทุกๆ วัน จนนุ่มนิ่มเริ่มใจอ่อนขึ้นมาบ้างแล้ว จนภามชวนไปพักผ่อนที่ทะเลเธอก็อยากไปทันที แต่ก็ต้องรอคำตอบจากคิมหันต์อีกทีภายในห้องโถงกว้างของบ้านของคิมหันต์ บรรยาก
ตอนที่81ดาวเหนือ (18+)หลังจากมื้อค่ำที่เรียบง่ายผ่านไป ภามจูงมือนุ่มนิ่มเดินกลับออกมาที่ระเบียงไม้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปจากคืนแรก แสงเทียนที่เคยสว่างไสวถูกดับลงจนเกือบหมด เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟกระดาษสีนวลที่วางเรียงรายเป็นทางยาวไปสู่จุดชมดาวที่ยื่นออกไปนอกหน้าผา"พี่ภามจะพา
ตอนที่78รสชาติของความห่วงใยนุ่มนิ่มพาภามเดินเลี่ยงความวุ่นวายมายังชั้นรับรองพิเศษสำหรับแขกวีไอพี ซึ่งเป็นโซนที่เงียบสงบและมีกำแพงกระจกใสบานใหญ่เปิดรับวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา แสงอาทิตย์ยามเที่ยงสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับราวกับจะช่วยปลอบประโลมจิตใจที่วุ่นวายทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะมุมในสุดซึ่งเป็นส่วนตัวที่ส
ตอนที่68ปาร์ตี้วันเกิดอลเวงแสงแดดยามเช้าทอแสงอ่อนๆ ผ่านม่านลูกไม้สีขาวนวลที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยความเงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็นในวันหยุดพักผ่อน แต่ทว่าสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กถึงสองคน และมีพี่สาววัยกำลังเรียนรู้อีกหนึ่งคน คำว่าสงบมักจะเป็นเพียงคำนิยามในพจนานุกรม







