เข้าสู่ระบบตอนที่
8
แกล้งเงียบๆ (2)
ใบพลูรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้า ความอับอายที่ถูกป้อนอาหารในที่สาธารณะทำให้เธออยากจะหนีไปให้พ้น แต่สายตาที่เย็นชาและอำนาจของเขาตราตรึงเธอไว้ เธอจึงต้องอ้าปากรับชิ้นปลาจากเขาอย่างจำนน
คิมหันต์ดึงส้อมออกช้าๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดปากสีขาวซับริมฝีปากของเธอเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับพวกเขาเป็นคู่รักที่สนิทสนมกันมานาน
“ดีมาก” คิมหันต์ยิ้มอย่างพอใจ เขาโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูของเธอ ไออุ่นจากลมหายใจของเขารดรินที่ผิวหนัง
“จำไว้ว่าฉันดูแลของของฉันดีแค่ไหนและสิ่งที่ฉันคาดหวังจากหนูน้อยของฉันในคืนนี้ คือการเชื่อฟังทุกคำสั่งของฉัน”
คำพูดของเขาเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจที่ร้อนแรงถึงรายงานสรุปที่รอเธออยู่ ใบพลูพยายามควบคุมความรู้สึกที่ปั่นป่วนและอับอายที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย เธอตักอาหารเข้าปากอย่างเชื่องช้า พยายามทำให้ตัวเองดูสงบที่สุดภายใต้การจับจ้องของทุกคน
ใบพลูพยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัด เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม สายตาของเขายังคงนิ่งสงบเหมือนนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
“บอสคะ ทำไมต้องทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นด้วย” ใบพลูพยายามลดเสียงให้เบาที่สุด
“คนในร้าน แม้แต่พนักงานของเราที่นั่งโต๊ะโน้นเขาก็มองกันหมดแล้วนะคะ”
คิมหันต์ขยับยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ยี่หระ เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นจนใบพลูต้องหดคอหนี
“แล้วไง ฉันต้องแคร์คนพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“แต่ใบพลูอายค่ะ ใครๆ เขาก็จะมองใบพลูไม่ดี”
“มองไม่ดี” คิมหันต์เลิกคิ้วสูง
“เขาก็แค่มองว่าเธอเป็นคนโปรดของฉันหรือว่าที่ฉันทำไป มันยังชัดเจนไม่พอว่าเธอเป็นของใครกันแน่”
ใบพลูเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
“ใบพลูมาที่นี่เพื่อทำงานนะคะ ไม่ได้มาเพื่อเป็นของแสดงโชว์ของบอส”
“งานเหรอ” คิมหันต์หัวเราะในลำคอ
“งานของเธอคือการทำให้ฉันพอใจ ไม่ใช่หรือไงใบพลูและตอนนี้ฉันกำลังพอใจมากที่เห็นเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้แบบนี้”
เขายื่นมือหนามาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมปลาบของเขา
“บอกฉันสิ สัญญาที่คุณอรุณรัตน์ให้ไปอ่านเมื่อเช้า ข้อที่สามระบุว่าอะไร”
ใบพลูอึกอัก สมองที่ขาวโพลนจากการถูกเขายั่วเย้าทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก
“คือใบพลูจำไม่ได้ค่ะ”
“นั่นไง” คิมหันต์ปล่อยมือจากคางของเธอแล้วเปลี่ยนเป็นลูบไล้ที่พวงแก้มร้อนผ่าวเบาๆ
“สมาธิเธอสั้นลงนะหนูน้อย เพราะมัวแต่อายสายตาคนอื่นจนลืมหน้าที่ แบบนี้ต้องโดนลงโทษหนักๆ ตอนกลับบ้านดีไหม”
“คุณอา บอสคะ อย่าแกล้งใบพลูเลยนะคะ” เธออ้อนวอนด้วยเสียงสั่นเครือ
“ฉันไม่ได้แกล้ง ฉันเอาจริง” คิมหันต์เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมทันที
“กินให้หมด ถ้าจานนี้ไม่เกลี้ยง ฉันจะให้เธอไปสรุปงานในห้องทำงานส่วนตัวของฉันทันทีและคราวนี้ฉันจะไม่ล็อกประตูห้องด้วย เผื่อมีใครเดินเข้ามาเห็นว่าเราสรุปงานกันท่าไหน”
คำขู่นั้นทำเอาใบพลูหน้าซีดสลับแดง เธอรีบตักอาหารเข้าปากทันทีโดยไม่ต้องรอให้เขาบอกซ้ำ คิมหันต์มองท่าทางลนลานนั้นด้วยความพึงพอใจ
“ค่อยดูคุยง่ายหน่อย” เขาเปรยขึ้นพร้อมกับพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์
“จำไว้ใบพลูในที่ทำงานฉันคือพระเจ้า คำพูดของฉันคือสิทธิ์ขาด ถ้าฉันบอกให้เธอซ้ายเธอก็ต้องซ้าย ถ้าฉันบอกให้เธอหมอบเธอก็ห้ามยืน”
ใบพลูเคี้ยวอาหารพยายามกลืนลงคอที่แห้งผาก
“แล้วถ้าใบพลูทำหน้าที่บกพร่องล่ะคะ บอสจะไล่ใบพลูออกไหม”
คิมหันต์หัวเราะเบาๆ แววตาที่เคยเย็นชากลับดูร้อนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว
“ไล่ออกงั้นเหรอ ฝันไปเถอะใบพลู คนอย่างฉันถ้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการจนหนำใจ ฉันไม่มีวันปล่อยให้ของเล่นชิ้นนี้หลุดมือไปง่ายๆ หรอก”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางติดกระดุมเสื้อสูทอย่างสง่างาม ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าเธอ
“ไปกันได้แล้วเรายังมีบทเรียนอื่นที่ต้องติวกันต่อและคราวนี้ ฉันจะสอนให้เธอรู้ว่า การตั้งใจทำงานภายใต้ความกดดันของฉันมันเร้าใจแค่ไหน”
ใบพลูมองมือหนาที่ยื่นมาตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอรู้ดีว่าก้าวต่อไปที่เธอกำลังจะเดินตามเขาไปนั้นมันคือกรงขังที่สวยงามและอันตรายที่สุดในชีวิต
ตอนที่15คืนแห่งความทรงจำและสัญญาใต้ฟ้าครามบรรยากาศของงานพรอมในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการสำเร็จการศึกษาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปนไปด้วยความใจหายหม่น ๆ หอประชุมใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ใต้แสงดาวเทียม แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับลูกแก้วดิสโก้สร้างเงาเต้นระบำไปบนผนังน้ำปั่นก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีฟ้าครามที่ ลมเหนือซื้อให้ มันขับเน้นผิวขาวนวลและทำให้เธอดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทันทีที่เธอปรากฏตัว ลมเหนือที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำเนี้ยบกริบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองใครอื่นเลยนอกจากผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเมื่อดนตรีจังหวะสโลว์ดังขึ้น ลมเหนือโค้งตัวลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกมา"ให้เกียรติเต้นรำกับเหนือนะยัยตัวแสบ"น้ำปั่นวางมือลงบนฝ่ามือหนาด้วยความขัดเขิน ทั้งคู่ขยับกายไปตามท่วงทำนองที่แสนนุ่มนวล ลมเหนือรวบเอวบางเข้าหาตัวจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน"น้ำปั่น" ลมเหนือกระซิบข้างหู"ขอบคุณนะ""ขอบคุณเรื่องอะไรคะ""ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตที่เคยเย็นชาของเหนือ ขอบคุณที่ทนกับนิสัยแย่ ๆ และความเงียบของเหนือจนทำให้ห้องหัวใจที่เคยว่างเปล่ามันมีเสียงเพลงขึ้นมาอีกครั้ง" เขา
ตอนที่ 14 บทพิสูจน์ของหัวใจและฝันที่กลายเป็นจริงความเงียบเหงาที่ปกคลุมวง Northern Lights มานานนับสัปดาห์เริ่มทำให้บรรยากาศในโรงเรียนดูหม่นหมอง บาสในฐานะมือกลองและเพื่อนสนิท ทนเห็นสภาพลมเหนือที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ และน้ำปั่นที่ดวงตาบวมช้ำทุกเช้าไม่ไหวอีกต่อไป"ไอ้ลมเหนือแกจะยอมให้ชีวิตมันพังแบบนี้จริงๆ เหรอวะ" บาสกระชากหูฟังออกจากหูของลมเหนือกลางห้องชมรม"แกไล่น้ำปั่นไป แล้วตอนนี้แกมีความสุขไหม กีตาร์ไม่มี น้ำปั่นไม่มี แกเหลืออะไร"ลมเหนือนิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหว"ฉันไม่อยากให้เธอมาลำบากกับฉัน พ่อฉันเอาจริง""แล้วแกถามเขาหรือยังว่าเขาอยากลำบากไปกับแกไหม" บาสตะคอก"วันนี้บ่ายสาม น้ำปั่นจะไปช่วยงานที่ห้องสมุดคนเดียว แกต้องไปขอโทษเธอ และฉันเตรียมกีตาร์สำรองไว้ให้แกแล้วในรถ ถ้าแกไม่ไปวันนี้แกก็เสียเธอไปตลอดชีวิตซะ"เย็นวันนั้นท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจ ฝนตกลงมาอย่างหนักราวกับจะตอกย้ำความเศร้า ลมเหนือยืนพิงกำแพงหน้าประตูบ้านของน้ำปั่น ร่างกายเปียกปอนจนชุ่มไปหมด ในมือเขากอดถุงกระดาษที่ข้างในคือสมุดจดสรุปวิชาเคมีที่น้ำปั่นทิ้งไว้เมื่อน้ำปั่นเดินกลับมาถึงบ้านและเห็นร่างสูงย
ตอนที่ 13จูบ ปลอบขวัญและความเงียบที่บาดลึกบรรยากาศในห้องสมุดโรงเรียนช่วงก่อนสอบกลางภาคเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ลมเหนือนั่งจมกองหนังสือฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง แสงไฟนีออนตกกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยกว่าทุกวัน หัวใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่สูตรคำนวณ แต่มันหนักอึ้งด้วยความกดดันจากความหวังของตระกูลที่เริ่มบีบคั้นเข้ามาทุกที"พักหน่อยไหมลมเหนือ" น้ำปั่นกระซิบเบาๆ พลางวางโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วลงข้างๆ เธอเห็นเขาขมวดคิ้วกุมขมับมานานนับชั่วโมงแล้ว"ฉันทำไม่ได้" ลมเหนือพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย"ต่อให้ฉันสอบได้คะแนนเต็ม พ่อก็มองว่าดนตรีมันคือขยะอยู่ดี"น้ำปั่นเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ เธอวางมือนุ่มลงบนไหล่ที่ตึงเครียดของเขาแล้วนวดเบาๆ"ไม่ใช่นะคะ ลมเหนือเก่งที่สุดแล้ว ความฝันของลมเหนือไม่ใช่ขยะ แต่มันคือแสงสว่างที่ทำให้น้ำปั่นเห็นลมเหนือคนใหม่ลมเหนือที่ยิ้มได้จริงๆ ไงคะ"ลมเหนือหมุนเก้าอี้กลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนแออย่างที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็น น้ำปั่นโน้มตัวลงไปใกล้ สบตาเขาอย่างปลอบโยน ท่ามกลางชั้นหนังสือที่ไร้ผู้คน ความเงียบรอบกายกลับกลายเป
ตอนที่ 12 ติวเตอร์เฉพาะกิจท่ามกลางบรรยากาศมาคุในห้องปกครองหลังจากที่ครูพรรณ เรียกตัวลมเหนือและน้ำปั่น เข้าพบ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบโต๊ะไม้ขัดมันดูจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ครูพรรณขยับแว่นสายตาพลางมองเอกสารคะแนนสอบย่อยที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะปรายตาพิฆาตไปยังทั้งสองคน"ถ้าพวกเธอคิดว่าการชนะประกวดดนตรีคือพาสปอร์ตในการทิ้งการเรียน ครูขอบอกเลยว่าคิดผิด" เสียงของครูพรรณเรียบแต่หนักแน่น"โดยเฉพาะนายลมเหนือ เธอมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ถ้าเธอยังเอาเวลาเรียนไปขลุกอยู่แต่ในห้องดนตรี ครูคงต้องคุยกับคุณพายุเรื่องขอยุบชมรมดนตรีชั่วคราว""ครูคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" น้ำปั่นรีบละล่ำละลัก"พวกเราจะปรับปรุงตัวค่ะ"ครูพรรณยกยิ้มมุมปากที่ดูไม่ออกว่าเอ็นดูหรือสะใจ "งั้นเอาแบบนี้นางสาวน้ำปั่น ในฐานะที่เธอเป็นคนดึงเขาเข้าวง เธอต้องรับผิดชอบเป็นติวเตอร์เฉพาะกิจให้ลมเหนือ ถ้าเกรดวิชาฟิสิกส์และเลขของเขาไม่แตะท็อปห้องในการสอบกลางภาคที่กำลังจะถึงนี้ กีตาร์ตัวนั้นครูจะยึดไว้ที่ห้องพักครูจนกว่าจะจบปีการศึกษา"“อะไรครับอาจารย์ทำไมถึงต้องมาบังคับกันอย่างนี้ด้วยครับ” ลมเหนือเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเบื่อหน่
ตอนที่ 11สายตาพิฆาตของครูพรรณในขณะที่โลกของ ลมเหนือ กำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ หลังจากเหตุการณ์รางวัลของคนเก่งที่หน้าห้องชมรมดนตรี แต่ในโลกความเป็นจริงของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ยังมีปราการด่านสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ความเนี๊ยบ และสายตาพิฆาต ที่นักเรียนทุกคนต่างหวาดเกรงนั่นคือครูพรรณ ครูที่ปรึกษาอาวุโสผู้ดูแลระเบียบวินัย ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าระเบียบวินัยและความเป็นเลิศทางวิชาการคือหัวใจหลักของการศึกษา ส่วนดนตรีหรือกิจกรรมน่ะเหรอ สำหรับครูพรรณแล้ว มันคือ "สิ่งบันเทิงที่ต้องอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น"เช้าวันจันทร์ ลมเหนือเดินเข้าโรงเรียนด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นจนเพื่อนร่วมห้องสังเกตได้ เขาไม่ได้ใส่หูฟังอันใหญ่ยักษ์เพื่อตัดขาดโลกภายนอกตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน ทว่า ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูอาคารเรียน เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่จ้องมองมาจากมุมระเบียงครูพรรณยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดผ้าไทยรีดเรียบกริบ มือถือสมุดพกเล่มเล็ก สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมจ้องมองลมเหนือตั้งแต่หัวจรดเท้า"นายลมเหนือ" ครูพรรณพึมพำกับตัวเอง"ช่วงนี้ดูจะสนิทสนมกับกลุ่มเด็กกิจกรรมเกินไปหรือเปล่านะ"ค
ตอนที่ 10รางวัลของคนเก่งแสงไฟสลัวภายในอาคารกิจกรรมยามค่ำคืนเงียบสงัดลงกว่าทุกที หลังจากที่ความวุ่นวายของงานวัฒนธรรมโรงเรียนผ่านพ้นไป เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินที่ทอดยาว ลมเหนือ เดินสะพายกระเป๋ากีตาร์ไฟฟ้าไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง ท่าทางที่เคยดูตึงเครียดและเย็นชาบัดนี้ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดบาส ที่แบกขาตั้งกลองเดินนำหน้าอยู่ จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนนึกอะไรขึ้นได้"เฮ้ย ลมเหนือ น้ำปั่น ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบไปช่วยไอ้กายคืนแอมป์ให้รุ่นพี่ที่ตึกวิทย์ว่ะ เดี๋ยวเขาจะล็อคตึกซะก่อน พวกนายฝากเก็บกุญแจห้องชมรมไว้ที่ใครคนหนึ่งก่อนนะ ไปล่ะ"ไม่รอให้ใครทักท้วง บาสก็ติดเกียร์หมาวิ่งโกยแน่บหายไปในความมืด ทิ้งให้ลมเหนือกับน้ำปั่นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินเพียงลำพัง"บาสนี่ บทจะรีบก็รีบจนน่าสงสัยนะคะ" น้ำปั่น พึมพำพลางหัวเราะแห้งๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนจอมแสบกำลังเปิดทางให้แน่นอนลมเหนือไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับกระเป๋ากีตาร์แล้วก้าวเดินต่อช้าๆ น้ำปั่นรีบเดินตามไปขนาบข้าง วันนี้เธอสวมเสื้อยืดวงที่ออกแบบเองจนเหงื่อซุ่ม แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด"ลม
ตอนที่67ก้าวแรกจอมป่วนเวลาล่วงเลยผ่านไปจน น้องนุ่มนวล เริ่มเข้าสู่วัย 9 เดือนที่พร้อมจะสำรวจโลกด้วยการคลานอันรวดเร็วประหนึ่งรถสปอร์ตติดเทอร์โบ ส่วนน้องลมเหนือ ในวัย 7 เดือนก็เริ่มนั่งได้มั่นคงและส่งเสียงเลียนแบบผู้ใหญ่ได้อย่างน่าเอ็นดู และน่าขันในเวลาเดียวกันภายในห้องทำงานสุดหรูของ คิมหันต์ที่เ
ตอนที่64คุณพ่อมือใหม่จอมเห่อหลังจากที่ น้องนุ่มนวล หรือ เด็กหญิงนวินดา สมาชิกใหม่ตัวน้อยได้ลืมตาดูโลกและกลับมาพักฟื้นที่บ้านริมน้ำ บรรยากาศที่เคยสงบเงียบกลับเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ (ผสมเสียงร้องไห้จ้า) ที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างคิมหันต์และใบพลูต้องกุมขมับแบบมีความสุขในห้องนอนเด็ก
ตอนที่62ข่าวดีภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พายุนั่งเขย่าขาอยู่หน้าห้องตรวจสูตินรีเวช ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวราวกับคนป่วยเสียเอง จนพยาบาลต้องเดินเข้ามาถามบ่อย ๆ ว่าต้องการยาดมไหม ส่วนคนข้างในอย่างเพลินตานั้นกำลังนอนทำอัลตราซาวด์ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก"ยินดีด้วยนะคะคุณเพลินตา อายุครรภ์ได้ประมาณ 8 สัปด
ตอนที่51พูดให้ร้ายเช้าวันต่อมา บรรยากาศในบ้านยังคงทิ้งร่องรอยความตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อวาน คิมหันต์พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้นุ่มนิ่ม เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาต้องพลอยรับรู้รอยร้าวของผู้ใหญ่ เขาและใบพลูช่วยกันจูงมือนุ่มนิ่มเดินไปขึ้นรถเพื่อไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลเหมือนเช่นทุกวัน“วัน







