LOGINตอนที่
9
ของล้ำค่าที่ถูกจับจอง
ลิฟต์แก้วความเร็วสูงเคลื่อนตัวลงจากชั้น Sky Lounge อย่างเงียบเชียบ ใบพลูยืนก้มหน้าคางชิดอก พยายามหลบสายตาคมกริบของคิมหันต์ที่สะท้อนผ่านกระจกเงาด้านหลัง ทุกครั้งที่ลิฟต์เคลื่อนผ่านแต่ละชั้น หัวใจของเธอก็เต้นระรัว
ความร้อนผ่าวที่ริมฝีปากจากการป้อนของเขาเมื่อครู่ยังไม่จางหาย และที่แย่ไปกว่านั้นคือพนักงานระดับบริหารสองสามคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ด้วย ต่างพากันชำเลืองมองเธอด้วยสายตาเคลือบแคลง บ้างก็มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังตีราคาของเล่นชิ้นใหม่ของท่านประธาน
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสำนักงานใหญ่ คิมหันต์ก้าวเท้าออกไปอย่างสง่างาม ท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจในอำนาจล้นมือ ทิ้งให้ใบพลูต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างนั้นผ่านโซนทำงานกลาง ที่มีพนักงานนับสิบชีวิตนั่งอยู่ เสียงแป้นพิมพ์ที่เคยดังระรัวกลับเงียบกริบลงทันทีที่ร่างของท่านประธานปรากฏกาย เขาทิ้งให้ใบพลูต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างนั้นผ่านโซนทำงานที่มีพนักงานกระซิบกระซาบที่ดังไล่หลังมา
“ไปเอาเอกสารสัญาโปรเจกต์หัวหินมาให้ฉันในห้อง” คิมหันต์สั่งเสียงเรียบขณะเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองราวกับว่าการสั่งงานเธอต่อหน้าทุกคนคือเรื่องปกติที่เขาพึงกระทำ
ใบพลูรีบหยิบแฟ้มเอกสารที่เตรียมไว้ มือของเธอสั่นจนแผ่นกระดาษเสียดสีกันเกิดเสียงดังสากหู เธอรู้สึกได้ถึงสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมาอย่างริษยาและดูแคลน เธอรู้ดีว่าในสายตาคนพวกนี้ เธอไม่ใช่ผู้ช่วยสาวที่มาด้วยความสามารถ แต่เป็นเพียงเด็กฝากหรือทางผ่านอารมณ์ของชายผู้เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้เท่านั้น ทำให้เธอรีบเดินตามเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของคิมหันต์
ทันทีที่ประตูไม้บานยักษ์ปิดลง ความกดดันที่ต้องปั้นหน้าต่อหน้าคนอื่นก็หายไปแต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม ใบพลูยืนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหาคิมหันต์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่
“นี่ค่ะเอกสาร” ใบพลูยื่นแฟ้ม ทว่าเขากลับไม่รับแฟ้ม แต่กลับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่แล้วตบที่หน้าขาแกร่งของตัวเองเบาๆ
“มานี่” คิมหันต์ออกคำสั่งพลางตบที่หน้าขาแกร่งของตัวเองเบาๆ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนอยู่ข้างนอก แต่มันกลับวาววับด้วยแรงปรารถนาที่ซ่อนไม่มิด
“มาสรุปให้ฉันฟังตรงนี้ ให้สมกับตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวที่เธอได้รับไป”
“บอสคะ นั่งข้างๆ ก็ได้ค่ะ ตรงนี้มันที่ทำงานนะคะ” ใบพลูพยายามอ้อนวอน แววตาที่สั่นระริกของเธอทำให้คิมหันต์ขยับยิ้มมุมปาก
“อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ ใบพลู” สายตาเขาเย็นเยียบขึ้นมาทันที ใบพลูจำใจเดินเข้าไปหาช้าๆ
“ที่นี่คือพื้นที่ของฉันใบพลู ทุกตารางนิ้วคือสิทธิ์ของฉัน รวมถึงตัวเธอด้วย” เขาไม่พูดเปล่าแต่มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วกระชากเธอลงมานั่งเกยบนตักแกร่งทันที กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ผสมกลิ่นกายชายหนุ่มห่อหุ้มเธอไว้จนลมหายใจติดขัด เขาเปิดแฟ้มออกพาดบนตักเธออีกที ทำให้ร่างกายของเขาแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง
“อ่านข้อสาม แล้วบอกฉันสิว่าเราเสียเปรียบเรื่องดอกเบี้ยในไตรมาสหน้า เราจะแก้เกมยังไง” เขาถามพลางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามแนวเอกสาร แต่สัมผัสนั้นกลับจงใจเฉียดกรายที่หน้าขาเนียนของเธอทุกครั้งที่เขาเลื่อนนิ้ว
ใบพลูพยายามรวบรวมสมาธิอันน้อยนิดที่แตกซ่านตอบคำถามเขาไปอย่างกระท่อนกระแท่น สมองของเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านมาถึงตัวเธอ
“คือเราต้องขอยืดเวลาการชำระคืนหรือว่าเจรจาเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นค่ะ”
“อือ เก่งนี่แต่สมาธิจะหลุดลอยไปหน่อยนะ แบบนี้ต้องมีรางวัลปลอบใจก็” คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูเซ็กซี่อย่างประหลาด เขาฝังจมูกลงบนซอกคอขาวระหงแรงๆ สูดดมกลิ่นแป้งผสมกลิ่นกายสาวที่เขาโหยหา
จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ใบพลูสะดุ้งสุดตัวพยายามจะดีดตัวลงจากตัก แต่คิมหันต์กลับกอดรัดเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“บอส!!! มีคนมาค่ะ ปล่อยใบพลูเถอะนะคะ” เธอประท้วงด้วยเสียงกระซิบที่สั่นพร่า
“เข้ามา” คิมหันต์สั่งโดยไม่สนใจเลยว่าใครจะเห็นภาพนี้
อรุณรัตน์เลขาคนสนิทเดินเข้ามาพร้อมกล่องแบรนด์เนมหรูหราสี่ห้ากล่อง เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มโอบกอดผู้ช่วยสาวไว้บนตักแต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ เธอจึงปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันที
“ชุดที่สั่งได้แล้วค่ะท่านประธาน” อรุณรัตน์วางกล่องบนโต๊ะ “รวมถึงชุดที่คุณใบพลูต้องใส่ไปงานเลี้ยงเย็นนี้ด้วยนะคะ”
“ขอบใจมากคุณอรุณรัตน์ ออกไปได้” คิมหันต์สั่งเสียงเรียบ
เมื่อเลขาคนสนิทเดินออกไป ใบพลูถึงกับหน้าแดงจนแทบลามไปถึงใบหู “พี่อรุณรัตน์เห็นหมดแล้ว ใบพลูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ”
“หน้าเธอก็อยู่ตรงนี้ ให้ฉันมองคนเดียวก็พอ” คิมหันต์ปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระแล้วพยักหน้าไปทางกล่องชุด
“ไปเปลี่ยนซะ ฉันอยากเห็นว่าชุดที่ฉันเลือกให้มันจะปลุกอารมณ์การทำงานของฉันได้แค่ไหน”
ใบพลูหอบกล่องชุดเข้าไปในห้องรับรองด้านหลังห้องทำงาน ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เมื่อเธอเปิดกล่องออกและคลี่ชุดเดรสสีดำสนิทออกมา เธอก็แทบจะลมจับมันคือชุดที่จงใจออกแบบมาเพื่อยั่วเย้าชายหนุ่มอย่างแท้จริง คอวีที่คว้านลึกจนเห็นเนินอกรำไรและรอยผ่าข้างที่สูงขึ้นมาจนเกือบถึงสะโพก
เธอใช้เวลาอยู่นานในห้องน้ำ จนกระทั่งคิมหันต์เคาะประตูเรียกด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่เริ่มจะหมดความอดทน
ใบพลูเดินออกมาด้วยท่าทีที่ประหม่าที่สุดในชีวิต มือทั้งสองข้างพยายามปกปิดส่วนที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมา แต่ดูเหมือนยิ่งเธอดึงปกปิดตรงนั้น ตรงนี้ก็ยิ่งโผล่ ผิวขาวราวกับหิมะของเธอยามตัดกับผ้าสีดำมันดูเย้ายวนจนคนมองแทบหยุดหายใจ
คิมหันต์ที่กำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ริมหน้าต่างหมุนตัวกลับมามอง แววตาของเขาเปลี่ยนในทันที เขาเดินเข้าหาเธอช้าๆ ราวกับสิงโตที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ
“ดี” เขาเปรยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า
“มันเหมาะกับเธอมาก มากกว่าที่ฉันจินตนาการไว้เสียอีก”
เขาเดินเข้าหาเธอช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้น
“จำไว้ว่าชุดนี้มีไว้ให้ฉันดูคนเดียว กลับไปรอฉันที่บ้าน อย่าให้ใครหน้าไหนได้เห็นขาอ่อนของเธอนอกจากฉัน แม้แต่คนขับรถเธอก็ห้ามมอง”
“บอสคะ มันโป๊ไปจริงๆ นะคะ ใบพลูอาย”
“อายเหรอ” คิมหันต์ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์
“งั้นก็รีบกลับไปที่รถเพราะถ้าช้ากว่านี้เพียงนาทีเดียว ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ให้เธอกลับบ้าน และบทเรียนสรุปงานของเราจะเริ่มขึ้นตรงนี้ บนโต๊ะทำงานตัวนี้แทน”
ใบพลูเบิกตากว้าง เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้แค่ขู่ เธอรีบก้มหน้าแล้วเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องทำงานไปทางลิฟต์ส่วนตัวทันที โดยไม่สนสายตาพนักงานคนไหนอีกแล้ว ในใจมีเพียงความตื่นตระหนกและคำถามที่ดังก้อง ว่าคืนนี้ที่คฤหาสน์จงซิ่น เธอจะต้องเผชิญกับ บทเรียนที่ร้อนแรงขนาดไหนจากผู้ชายที่ชื่อคิมหันต์
ตอนที่15คืนแห่งความทรงจำและสัญญาใต้ฟ้าครามบรรยากาศของงานพรอมในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการสำเร็จการศึกษาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปนไปด้วยความใจหายหม่น ๆ หอประชุมใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ใต้แสงดาวเทียม แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับลูกแก้วดิสโก้สร้างเงาเต้นระบำไปบนผนังน้ำปั่นก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีฟ้าครามที่ ลมเหนือซื้อให้ มันขับเน้นผิวขาวนวลและทำให้เธอดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทันทีที่เธอปรากฏตัว ลมเหนือที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำเนี้ยบกริบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองใครอื่นเลยนอกจากผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเมื่อดนตรีจังหวะสโลว์ดังขึ้น ลมเหนือโค้งตัวลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกมา"ให้เกียรติเต้นรำกับเหนือนะยัยตัวแสบ"น้ำปั่นวางมือลงบนฝ่ามือหนาด้วยความขัดเขิน ทั้งคู่ขยับกายไปตามท่วงทำนองที่แสนนุ่มนวล ลมเหนือรวบเอวบางเข้าหาตัวจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน"น้ำปั่น" ลมเหนือกระซิบข้างหู"ขอบคุณนะ""ขอบคุณเรื่องอะไรคะ""ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตที่เคยเย็นชาของเหนือ ขอบคุณที่ทนกับนิสัยแย่ ๆ และความเงียบของเหนือจนทำให้ห้องหัวใจที่เคยว่างเปล่ามันมีเสียงเพลงขึ้นมาอีกครั้ง" เขา
ตอนที่ 14 บทพิสูจน์ของหัวใจและฝันที่กลายเป็นจริงความเงียบเหงาที่ปกคลุมวง Northern Lights มานานนับสัปดาห์เริ่มทำให้บรรยากาศในโรงเรียนดูหม่นหมอง บาสในฐานะมือกลองและเพื่อนสนิท ทนเห็นสภาพลมเหนือที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ และน้ำปั่นที่ดวงตาบวมช้ำทุกเช้าไม่ไหวอีกต่อไป"ไอ้ลมเหนือแกจะยอมให้ชีวิตมันพังแบบนี้จริงๆ เหรอวะ" บาสกระชากหูฟังออกจากหูของลมเหนือกลางห้องชมรม"แกไล่น้ำปั่นไป แล้วตอนนี้แกมีความสุขไหม กีตาร์ไม่มี น้ำปั่นไม่มี แกเหลืออะไร"ลมเหนือนิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหว"ฉันไม่อยากให้เธอมาลำบากกับฉัน พ่อฉันเอาจริง""แล้วแกถามเขาหรือยังว่าเขาอยากลำบากไปกับแกไหม" บาสตะคอก"วันนี้บ่ายสาม น้ำปั่นจะไปช่วยงานที่ห้องสมุดคนเดียว แกต้องไปขอโทษเธอ และฉันเตรียมกีตาร์สำรองไว้ให้แกแล้วในรถ ถ้าแกไม่ไปวันนี้แกก็เสียเธอไปตลอดชีวิตซะ"เย็นวันนั้นท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจ ฝนตกลงมาอย่างหนักราวกับจะตอกย้ำความเศร้า ลมเหนือยืนพิงกำแพงหน้าประตูบ้านของน้ำปั่น ร่างกายเปียกปอนจนชุ่มไปหมด ในมือเขากอดถุงกระดาษที่ข้างในคือสมุดจดสรุปวิชาเคมีที่น้ำปั่นทิ้งไว้เมื่อน้ำปั่นเดินกลับมาถึงบ้านและเห็นร่างสูงย
ตอนที่ 13จูบ ปลอบขวัญและความเงียบที่บาดลึกบรรยากาศในห้องสมุดโรงเรียนช่วงก่อนสอบกลางภาคเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ลมเหนือนั่งจมกองหนังสือฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง แสงไฟนีออนตกกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยกว่าทุกวัน หัวใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่สูตรคำนวณ แต่มันหนักอึ้งด้วยความกดดันจากความหวังของตระกูลที่เริ่มบีบคั้นเข้ามาทุกที"พักหน่อยไหมลมเหนือ" น้ำปั่นกระซิบเบาๆ พลางวางโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วลงข้างๆ เธอเห็นเขาขมวดคิ้วกุมขมับมานานนับชั่วโมงแล้ว"ฉันทำไม่ได้" ลมเหนือพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย"ต่อให้ฉันสอบได้คะแนนเต็ม พ่อก็มองว่าดนตรีมันคือขยะอยู่ดี"น้ำปั่นเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ เธอวางมือนุ่มลงบนไหล่ที่ตึงเครียดของเขาแล้วนวดเบาๆ"ไม่ใช่นะคะ ลมเหนือเก่งที่สุดแล้ว ความฝันของลมเหนือไม่ใช่ขยะ แต่มันคือแสงสว่างที่ทำให้น้ำปั่นเห็นลมเหนือคนใหม่ลมเหนือที่ยิ้มได้จริงๆ ไงคะ"ลมเหนือหมุนเก้าอี้กลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนแออย่างที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็น น้ำปั่นโน้มตัวลงไปใกล้ สบตาเขาอย่างปลอบโยน ท่ามกลางชั้นหนังสือที่ไร้ผู้คน ความเงียบรอบกายกลับกลายเป
ตอนที่ 12 ติวเตอร์เฉพาะกิจท่ามกลางบรรยากาศมาคุในห้องปกครองหลังจากที่ครูพรรณ เรียกตัวลมเหนือและน้ำปั่น เข้าพบ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบโต๊ะไม้ขัดมันดูจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ครูพรรณขยับแว่นสายตาพลางมองเอกสารคะแนนสอบย่อยที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะปรายตาพิฆาตไปยังทั้งสองคน"ถ้าพวกเธอคิดว่าการชนะประกวดดนตรีคือพาสปอร์ตในการทิ้งการเรียน ครูขอบอกเลยว่าคิดผิด" เสียงของครูพรรณเรียบแต่หนักแน่น"โดยเฉพาะนายลมเหนือ เธอมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ถ้าเธอยังเอาเวลาเรียนไปขลุกอยู่แต่ในห้องดนตรี ครูคงต้องคุยกับคุณพายุเรื่องขอยุบชมรมดนตรีชั่วคราว""ครูคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" น้ำปั่นรีบละล่ำละลัก"พวกเราจะปรับปรุงตัวค่ะ"ครูพรรณยกยิ้มมุมปากที่ดูไม่ออกว่าเอ็นดูหรือสะใจ "งั้นเอาแบบนี้นางสาวน้ำปั่น ในฐานะที่เธอเป็นคนดึงเขาเข้าวง เธอต้องรับผิดชอบเป็นติวเตอร์เฉพาะกิจให้ลมเหนือ ถ้าเกรดวิชาฟิสิกส์และเลขของเขาไม่แตะท็อปห้องในการสอบกลางภาคที่กำลังจะถึงนี้ กีตาร์ตัวนั้นครูจะยึดไว้ที่ห้องพักครูจนกว่าจะจบปีการศึกษา"“อะไรครับอาจารย์ทำไมถึงต้องมาบังคับกันอย่างนี้ด้วยครับ” ลมเหนือเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเบื่อหน่
ตอนที่ 11สายตาพิฆาตของครูพรรณในขณะที่โลกของ ลมเหนือ กำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ หลังจากเหตุการณ์รางวัลของคนเก่งที่หน้าห้องชมรมดนตรี แต่ในโลกความเป็นจริงของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ยังมีปราการด่านสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ความเนี๊ยบ และสายตาพิฆาต ที่นักเรียนทุกคนต่างหวาดเกรงนั่นคือครูพรรณ ครูที่ปรึกษาอาวุโสผู้ดูแลระเบียบวินัย ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าระเบียบวินัยและความเป็นเลิศทางวิชาการคือหัวใจหลักของการศึกษา ส่วนดนตรีหรือกิจกรรมน่ะเหรอ สำหรับครูพรรณแล้ว มันคือ "สิ่งบันเทิงที่ต้องอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น"เช้าวันจันทร์ ลมเหนือเดินเข้าโรงเรียนด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นจนเพื่อนร่วมห้องสังเกตได้ เขาไม่ได้ใส่หูฟังอันใหญ่ยักษ์เพื่อตัดขาดโลกภายนอกตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน ทว่า ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูอาคารเรียน เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่จ้องมองมาจากมุมระเบียงครูพรรณยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดผ้าไทยรีดเรียบกริบ มือถือสมุดพกเล่มเล็ก สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมจ้องมองลมเหนือตั้งแต่หัวจรดเท้า"นายลมเหนือ" ครูพรรณพึมพำกับตัวเอง"ช่วงนี้ดูจะสนิทสนมกับกลุ่มเด็กกิจกรรมเกินไปหรือเปล่านะ"ค
ตอนที่ 10รางวัลของคนเก่งแสงไฟสลัวภายในอาคารกิจกรรมยามค่ำคืนเงียบสงัดลงกว่าทุกที หลังจากที่ความวุ่นวายของงานวัฒนธรรมโรงเรียนผ่านพ้นไป เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินที่ทอดยาว ลมเหนือ เดินสะพายกระเป๋ากีตาร์ไฟฟ้าไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง ท่าทางที่เคยดูตึงเครียดและเย็นชาบัดนี้ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดบาส ที่แบกขาตั้งกลองเดินนำหน้าอยู่ จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนนึกอะไรขึ้นได้"เฮ้ย ลมเหนือ น้ำปั่น ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบไปช่วยไอ้กายคืนแอมป์ให้รุ่นพี่ที่ตึกวิทย์ว่ะ เดี๋ยวเขาจะล็อคตึกซะก่อน พวกนายฝากเก็บกุญแจห้องชมรมไว้ที่ใครคนหนึ่งก่อนนะ ไปล่ะ"ไม่รอให้ใครทักท้วง บาสก็ติดเกียร์หมาวิ่งโกยแน่บหายไปในความมืด ทิ้งให้ลมเหนือกับน้ำปั่นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินเพียงลำพัง"บาสนี่ บทจะรีบก็รีบจนน่าสงสัยนะคะ" น้ำปั่น พึมพำพลางหัวเราะแห้งๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนจอมแสบกำลังเปิดทางให้แน่นอนลมเหนือไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับกระเป๋ากีตาร์แล้วก้าวเดินต่อช้าๆ น้ำปั่นรีบเดินตามไปขนาบข้าง วันนี้เธอสวมเสื้อยืดวงที่ออกแบบเองจนเหงื่อซุ่ม แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด"ลม
ตอนที่33ลมสงบในบ้านป่าแม้ว่าเพลินตาจะสงสัยว่าพายุหมายความว่าอย่างไร แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยถามเธอกลับซุกหน้าลงกับอกแกร่งของพายุเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ขัดขืน อ้อมกอดของซาตานในเวลานี้กลับดูอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาดเช้าวันเดินทางคิมหันต์ อยู่ในชุดเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกล เขานำนุ่มนิ่มขึ้นรถคันหรู
ตอนที่35เงาที่ไล่ล่าในสวนสัตว์บรรยากาศยามเช้าที่บ้านป่าสดชื่นกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าทอดผ่านยอดไม้สูงชันเข้ามายังระเบียงไม้ของบ้านป่า กลิ่นไอหมอกจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ป้าสายเตรียมไว้ให้ ทำให้เช้านี้ดูเป็นเช้าที่แสนสงบ บนโต๊ะอาหารไม้ตัวยาว สมาชิกทุกคนนั่งล้อมวงกันทานข้าวต้มกุ้งร้อน
ตอนที่33ลมสงบในบ้านป่าแสงแดดยามบ่ายทอแสงอ่อนๆ ลงบนระเบียงบ้านพักกลางป่า ใบพลูนั่งเหม่อมองยอดไม้เขียวขจีที่สั่นไหวตามแรงลม ความเงียบเหงาเริ่มเข้ามาทักทายเธออีกครั้งหลังจากความสนุกของปาร์ตี้หมูกระทะผ่านพ้นไป แต่แล้วเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์บ้านที่คิมหันต์ติดตั้งไว้ ซึ่งโทรออกไม่ได้แต่รับสายได้เฉพา
ตอนที่35เงาที่ไล่ล่าในสวนสัตว์“นี่ถ้าเรามากันแบบนี้บ่อยๆ ก็คงดีนะ” เพลินตาพึมพำขณะเคี้ยวไอศกรีมกรุบกรับ“ไม่ต้องหนี ไม่ต้องซ่อน ไม่ต้องแค้นอะไรกัน สวนสัตว์ก็แค่สวนสัตว์ ไม่ใช่ที่พักสายตาจากกรงทอง”คำพูดของเพลินตาทำให้ความเงียบปกคลุมโต๊ะชั่วขณะ คิมหันต์นิ่งไปแววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบ เขาเริ่มเข้







