LOGINตอนที่
9
ของล้ำค่าที่ถูกจับจอง
ลิฟต์แก้วความเร็วสูงเคลื่อนตัวลงจากชั้น Sky Lounge อย่างเงียบเชียบ ใบพลูยืนก้มหน้าคางชิดอก พยายามหลบสายตาคมกริบของคิมหันต์ที่สะท้อนผ่านกระจกเงาด้านหลัง ทุกครั้งที่ลิฟต์เคลื่อนผ่านแต่ละชั้น หัวใจของเธอก็เต้นระรัว
ความร้อนผ่าวที่ริมฝีปากจากการป้อนของเขาเมื่อครู่ยังไม่จางหาย และที่แย่ไปกว่านั้นคือพนักงานระดับบริหารสองสามคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ด้วย ต่างพากันชำเลืองมองเธอด้วยสายตาเคลือบแคลง บ้างก็มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังตีราคาของเล่นชิ้นใหม่ของท่านประธาน
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นสำนักงานใหญ่ คิมหันต์ก้าวเท้าออกไปอย่างสง่างาม ท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจในอำนาจล้นมือ ทิ้งให้ใบพลูต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างนั้นผ่านโซนทำงานกลาง ที่มีพนักงานนับสิบชีวิตนั่งอยู่ เสียงแป้นพิมพ์ที่เคยดังระรัวกลับเงียบกริบลงทันทีที่ร่างของท่านประธานปรากฏกาย เขาทิ้งให้ใบพลูต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแผ่นหลังกว้างนั้นผ่านโซนทำงานที่มีพนักงานกระซิบกระซาบที่ดังไล่หลังมา
“ไปเอาเอกสารสัญาโปรเจกต์หัวหินมาให้ฉันในห้อง” คิมหันต์สั่งเสียงเรียบขณะเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองราวกับว่าการสั่งงานเธอต่อหน้าทุกคนคือเรื่องปกติที่เขาพึงกระทำ
ใบพลูรีบหยิบแฟ้มเอกสารที่เตรียมไว้ มือของเธอสั่นจนแผ่นกระดาษเสียดสีกันเกิดเสียงดังสากหู เธอรู้สึกได้ถึงสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมาอย่างริษยาและดูแคลน เธอรู้ดีว่าในสายตาคนพวกนี้ เธอไม่ใช่ผู้ช่วยสาวที่มาด้วยความสามารถ แต่เป็นเพียงเด็กฝากหรือทางผ่านอารมณ์ของชายผู้เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้เท่านั้น ทำให้เธอรีบเดินตามเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของคิมหันต์
ทันทีที่ประตูไม้บานยักษ์ปิดลง ความกดดันที่ต้องปั้นหน้าต่อหน้าคนอื่นก็หายไปแต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม ใบพลูยืนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหาคิมหันต์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่
“นี่ค่ะเอกสาร” ใบพลูยื่นแฟ้ม ทว่าเขากลับไม่รับแฟ้ม แต่กลับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่แล้วตบที่หน้าขาแกร่งของตัวเองเบาๆ
“มานี่” คิมหันต์ออกคำสั่งพลางตบที่หน้าขาแกร่งของตัวเองเบาๆ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนอยู่ข้างนอก แต่มันกลับวาววับด้วยแรงปรารถนาที่ซ่อนไม่มิด
“มาสรุปให้ฉันฟังตรงนี้ ให้สมกับตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวที่เธอได้รับไป”
“บอสคะ นั่งข้างๆ ก็ได้ค่ะ ตรงนี้มันที่ทำงานนะคะ” ใบพลูพยายามอ้อนวอน แววตาที่สั่นระริกของเธอทำให้คิมหันต์ขยับยิ้มมุมปาก
“อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ ใบพลู” สายตาเขาเย็นเยียบขึ้นมาทันที ใบพลูจำใจเดินเข้าไปหาช้าๆ
“ที่นี่คือพื้นที่ของฉันใบพลู ทุกตารางนิ้วคือสิทธิ์ของฉัน รวมถึงตัวเธอด้วย” เขาไม่พูดเปล่าแต่มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วกระชากเธอลงมานั่งเกยบนตักแกร่งทันที กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ผสมกลิ่นกายชายหนุ่มห่อหุ้มเธอไว้จนลมหายใจติดขัด เขาเปิดแฟ้มออกพาดบนตักเธออีกที ทำให้ร่างกายของเขาแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง
“อ่านข้อสาม แล้วบอกฉันสิว่าเราเสียเปรียบเรื่องดอกเบี้ยในไตรมาสหน้า เราจะแก้เกมยังไง” เขาถามพลางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามแนวเอกสาร แต่สัมผัสนั้นกลับจงใจเฉียดกรายที่หน้าขาเนียนของเธอทุกครั้งที่เขาเลื่อนนิ้ว
ใบพลูพยายามรวบรวมสมาธิอันน้อยนิดที่แตกซ่านตอบคำถามเขาไปอย่างกระท่อนกระแท่น สมองของเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านมาถึงตัวเธอ
“คือเราต้องขอยืดเวลาการชำระคืนหรือว่าเจรจาเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นค่ะ”
“อือ เก่งนี่แต่สมาธิจะหลุดลอยไปหน่อยนะ แบบนี้ต้องมีรางวัลปลอบใจก็” คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูเซ็กซี่อย่างประหลาด เขาฝังจมูกลงบนซอกคอขาวระหงแรงๆ สูดดมกลิ่นแป้งผสมกลิ่นกายสาวที่เขาโหยหา
จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ใบพลูสะดุ้งสุดตัวพยายามจะดีดตัวลงจากตัก แต่คิมหันต์กลับกอดรัดเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“บอส!!! มีคนมาค่ะ ปล่อยใบพลูเถอะนะคะ” เธอประท้วงด้วยเสียงกระซิบที่สั่นพร่า
“เข้ามา” คิมหันต์สั่งโดยไม่สนใจเลยว่าใครจะเห็นภาพนี้
อรุณรัตน์เลขาคนสนิทเดินเข้ามาพร้อมกล่องแบรนด์เนมหรูหราสี่ห้ากล่อง เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มโอบกอดผู้ช่วยสาวไว้บนตักแต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ เธอจึงปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันที
“ชุดที่สั่งได้แล้วค่ะท่านประธาน” อรุณรัตน์วางกล่องบนโต๊ะ “รวมถึงชุดที่คุณใบพลูต้องใส่ไปงานเลี้ยงเย็นนี้ด้วยนะคะ”
“ขอบใจมากคุณอรุณรัตน์ ออกไปได้” คิมหันต์สั่งเสียงเรียบ
เมื่อเลขาคนสนิทเดินออกไป ใบพลูถึงกับหน้าแดงจนแทบลามไปถึงใบหู “พี่อรุณรัตน์เห็นหมดแล้ว ใบพลูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ”
“หน้าเธอก็อยู่ตรงนี้ ให้ฉันมองคนเดียวก็พอ” คิมหันต์ปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระแล้วพยักหน้าไปทางกล่องชุด
“ไปเปลี่ยนซะ ฉันอยากเห็นว่าชุดที่ฉันเลือกให้มันจะปลุกอารมณ์การทำงานของฉันได้แค่ไหน”
ใบพลูหอบกล่องชุดเข้าไปในห้องรับรองด้านหลังห้องทำงาน ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เมื่อเธอเปิดกล่องออกและคลี่ชุดเดรสสีดำสนิทออกมา เธอก็แทบจะลมจับมันคือชุดที่จงใจออกแบบมาเพื่อยั่วเย้าชายหนุ่มอย่างแท้จริง คอวีที่คว้านลึกจนเห็นเนินอกรำไรและรอยผ่าข้างที่สูงขึ้นมาจนเกือบถึงสะโพก
เธอใช้เวลาอยู่นานในห้องน้ำ จนกระทั่งคิมหันต์เคาะประตูเรียกด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่เริ่มจะหมดความอดทน
ใบพลูเดินออกมาด้วยท่าทีที่ประหม่าที่สุดในชีวิต มือทั้งสองข้างพยายามปกปิดส่วนที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมา แต่ดูเหมือนยิ่งเธอดึงปกปิดตรงนั้น ตรงนี้ก็ยิ่งโผล่ ผิวขาวราวกับหิมะของเธอยามตัดกับผ้าสีดำมันดูเย้ายวนจนคนมองแทบหยุดหายใจ
คิมหันต์ที่กำลังยืนจิบไวน์อยู่ที่ริมหน้าต่างหมุนตัวกลับมามอง แววตาของเขาเปลี่ยนในทันที เขาเดินเข้าหาเธอช้าๆ ราวกับสิงโตที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ
“ดี” เขาเปรยขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า
“มันเหมาะกับเธอมาก มากกว่าที่ฉันจินตนาการไว้เสียอีก”
เขาเดินเข้าหาเธอช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้น
“จำไว้ว่าชุดนี้มีไว้ให้ฉันดูคนเดียว กลับไปรอฉันที่บ้าน อย่าให้ใครหน้าไหนได้เห็นขาอ่อนของเธอนอกจากฉัน แม้แต่คนขับรถเธอก็ห้ามมอง”
“บอสคะ มันโป๊ไปจริงๆ นะคะ ใบพลูอาย”
“อายเหรอ” คิมหันต์ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์
“งั้นก็รีบกลับไปที่รถเพราะถ้าช้ากว่านี้เพียงนาทีเดียว ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ให้เธอกลับบ้าน และบทเรียนสรุปงานของเราจะเริ่มขึ้นตรงนี้ บนโต๊ะทำงานตัวนี้แทน”
ใบพลูเบิกตากว้าง เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้แค่ขู่ เธอรีบก้มหน้าแล้วเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องทำงานไปทางลิฟต์ส่วนตัวทันที โดยไม่สนสายตาพนักงานคนไหนอีกแล้ว ในใจมีเพียงความตื่นตระหนกและคำถามที่ดังก้อง ว่าคืนนี้ที่คฤหาสน์จงซิ่น เธอจะต้องเผชิญกับ บทเรียนที่ร้อนแรงขนาดไหนจากผู้ชายที่ชื่อคิมหันต์
ตอนที่23ร่องรอยใต้หน้ากากเธอจำได้ดีถึงวันที่เธอตัดสินใจหนีมาหาคิมหันต์ ในตอนนั้นคิมหันต์คือความหวังเดียว คือที่พึ่งสุดท้ายที่เธอคิดว่าเขาจะเข้าใจและช่วยปกป้องเธอจากกรงขังของพลฤทธิ์ได้ แต่ความจริงที่ได้รับกลับกลายเป็นว่า เธอหนีจากกรงทองของพ่อ เพื่อมาตกลงในกองเพลิงแค้นของชายที่เธอเคยเรียกว่าอาอย่างเต็มใจ“เธอคงดีใจมากสินะที่ไอ้อาทิตย์มันกำลังมาช่วยเธอ” คิมหันต์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของใบพลูพร้อมกับแสยะยิ้ม“พลูไม่ได้ดีใจที่มีคนตามมา” ใบพลูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและว่างเปล่า“พลูแค่ไม่เข้าใจ ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ ในวันที่พลูไว้ใจคุณที่สุด ในวันที่พลูคิดว่าคุณคือคนเดียวที่จะช่วยพลูได้ แต่คุณกลับทำลายความหวังนั้นด้วยมือของคุณเอง”คิมหันต์ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน มือที่จับพวงมาลัยเกร็งจนเส้นเลือดปูนโปน “ความไว้ใจของเธอมันกินไม่ได้ใบพลู และมันก็ลบล้างสิ่งที่พ่อเธอทำไว้กับครอบครัวฉันไม่ได้เหมือนกัน”“เธอเดินเข้ามาหาฉันเอง เธอเลือกจะส่งตัวเองเข้าห้องประหารเพื่อหนีงานแต่งงานนั่น ฉันก็แค่ทำหน้าที่เป็นเพชฌฆาตให้เธอสมใจอยากไม่ใช่เหรอ”ใบพลูเงยหน้าที่นองน้ำตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้าง
ตอนที่23ร่องรอยใต้หน้ากากบรรยากาศภายในบ้านของพลฤทธิ์ เงียบสนิทจนน่าอึดอัด แสงสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะส่องกระทบใบหน้าของชายวัยกลางคนที่ยังคงดูภูมิฐานทว่าดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย พลฤทธิ์นั่งอยู่โซฟาตัวใหญ่ ปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยลูบไปตามขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิดหนัก เขามองโทรศัพท์มือถือที่วางนิ่งสนิทมาหลายวันราวกับรอคอยการติดต่อจากลูกสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอาทิตย์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเขาคมเข้มและเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยรังสีแห่งความกดดัน เขาปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกร่อนความนิ่งเฉยของพลฤทธิ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำลายมันด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ“คุณอาครับเราจะนั่งรออยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ใบพลูหายตัวไปหลายวันแล้ว และความเงียบนี้มันเริ่มจะส่งกลิ่นแปลกๆ” อาทิตย์โพล่งขึ้นพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพลฤทธิ์“คุณอาลองทบทวนดูดีๆ สิครับ ว่าในวันที่พลูหายไป มีใครบางคนที่คุณอาคิดว่าใบพลูจะไปพึ่งพาบารมี”พลฤทธิ์ขมวดคิ้วแน่น “นายหมายความว่าอย่างไรอาทิตย์”“ก็หมายความว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดตอนนี้คือคิมหันต์เพราะใบพลูรักและดูจะเข้ากันได้ดีกับคิมหันต์เมื่อตอนที่คุณอายัง
ตอนที่22บทลงโทษท่ามกลางรอยร้าวเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฉ่ำแฉะและหนักหน่วง ใบพลูโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ดิบ สองมือที่ถูกตรึงไว้เหนือหัวพยายามจิกเกร็งจนเส้นเลือดขึ้นหลังมือ เธอส่ายหน้าไปมาบนหมอนพลางส่งเสียงครางที่ฟังไม่ได้ศัพท์ไอ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อาคิมไม่ไหว พลูจะขาดใจ อ่าแรงไป เบาหน่อย อ่า ซี๊ด”“เบาเหรอ หึ!!! คนอย่างเธอต้องโดนแบบนี้”คิมหันต์กระชากร่างเล็กให้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ก่อนจะโถมแรงกระแทกจากทางด้านบนอย่างดุดัน มือหนาบีบเคล้นทรวงอกคู่สวยจนล้นง่ามนิ้ว แรงกระแทกแต่ละครั้งทำเอาใบพลูตาเหลือกค้างด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนเกินจะรับไหว ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะรีดเค้นวิญญาณออกมา“จ๊วบ อื้มมม รัดแรงแบบนี้ อยากให้ฉันกระแทกแรงๆ ใช่ไหม อือ จัดให้”“อ่า บอสขา พลูเสียวพลูไม่ไหวจะเสร็จแล้วนะคะ”เสียงหวานร้องระงมไปทั่วห้องนอนที่พร่าเลือน ใบพลูสะอึกสะอื้นพร้อมกับแอ่นสะโพกรับการตะบันครั้งสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง คิมหันต์เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด เขาคำรามลั่นห้องราวกับราชสีห์ที่ได้เหยื่อ ก่อนจะปลดปล่อยหยาดธารร้อนฉ่าพุ่งทะลักเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจน
ตอนที่22บทลงโทษท่ามกลางรอยร้าว บรรยากาศภายในวิลล่าเงียบสงัดจนน่าใจหาย มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงกระทบหลังคาดังเปาะแปะ คิมหันต์กระชากแขนใบพลูให้เดินตามขึ้นมาบนชั้นสองอย่างไม่ใยดี ร่างบางเปียกโชกจนน้ำหยดเป็นทางตามพรมราคาแพง ใบพลูพยายามกลั้นเสียงสะอื้นขณะที่มืออีกข้างของคิมหันต์ยังคงโอบอุ้มนุ่มนิ่มที่หลับพับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการร้องไห้อย่างหนักเมื่อมาถึงหน้าห้องนอนเล็ก คิมหันต์หยุดกะทันหันก่อนจะหันมามองใบพลูด้วยสายตาที่คมกริบราวกับจะเชือดเฉือนเนื้อหนัง“ทำหน้าที่ของเธอซะใบพลู กล่อมนุ่มนิ่มให้นอน แล้วอย่าคิดจะหนีออกไปทางหน้าต่างหรือระเบียงอีกล่ะ เพราะถ้าฉันเห็นเธอคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะให้คนไปลากคอไอ้นั่นกลับมาลงโทษต่อหน้าเธอทันที”ใบพลูไม่ได้ตอบโต้ เธอทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจำนนด้วยดวงตาที่บวมช้ำ คิมหันต์ส่งร่างนุ่มนิ่มให้เธออุ้มต่อ ความหนักของเด็กน้อยในอ้อมแขนไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความหนักอึ้งในใจเธอเลย ใบพลูค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้องนอนสีพาสเทลที่ดูอบอุ่น ขัดกับพายุอารมณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่เธอวางนุ่มนิ่มลงบนเตียงหนานุ่มอย่างแผ่วเบา จัดแจงเปลี่ยนชุดนอนที่เปียกชื้นอ
ตอนที่21โซ่ตรวนไร้รูปใบพลูทำได้เพียงพยักหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอ เธอกำผ้าปูโต๊ะจนแน่น รู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุมในเกมที่คิมหันต์เป็นคนคุมกระดานทั้งหมดเวลาตีหนึ่งสี่สิบห้านาทีเสียงฝนกระหน่ำลงบนหลังคาวิลล่าดังกึกก้อง สายฟ้าฟาดลงมาเป็นระยะจนห้องนอนสว่างวาบเป็นสีขาวโพลน ใบพลูที่ไม่ได้นอนเลยทั้งคืนค่อยๆ ขยับตัวออกจากเตียง เธอหันไปมองร่างเล็กๆ ของนุ่มนิ่มที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เด็กน้อยดูเปราะบางและไร้ทางสู้เหลือเกินใบพลูเดินเข้าไปทรุดตัวลงข้างเตียง ก้มลงประทับรอยจูบแผ่วเบาบนหน้าผากของเด็กน้อย น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดไหลอาบแก้ม“พี่ขอโทษนะนุ่มนิ่มพี่อยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว อาคิมไม่ใช่คนที่พี่รู้จักอีกต่อไป พี่ต้องหนีเพื่อที่จะรักษาจิตใจตัวเองไว้ ขอให้หนูมีความสุขนะลูก อย่าจำพี่ในฐานะคนที่ทิ้งหนูไปเลยนะ”เธอคว้าเป้ใบเล็กที่ซ่อนไว้ใต้เตียง ย่องออกจากห้องนอนผ่านทางเดินที่มืดสนิท เธอเห็นเงาร่างของคิมหันต์ที่นั่งพิงเก้าอี้อยู่ตรงห้องรับแขกโดยมีเพียงแสงไฟริบหรี่จากตะเกียงเขาดูเหมือนกำลังหลับ ใบพลูจึงกลั้นหายใจและค่อยๆ เลี่ยงออกไปทางประตูหลัง ฝ่าลมพายุที่บ้าคลั่งออกไปสู่
ตอนที่21โซ่ตรวนไร้รูปเมฆฝนก้อนมหึมาเริ่มเคลื่อนตัวบดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ชายหาดหัวหินจนบรรยากาศรอบกายดูสลัวลางลมทะเลพัดแรงขึ้นจนใบมะพร้าวส่งเสียงเสียดสีกันดังเกรียวกราว ใบพลูนั่งอยู่บนผืนทรายขาว สายตาของเธอทอดลึกลงไปในเกลียวคลื่นที่กำลังม้วนตัวเข้าหาฝั่ง ในหัวของเธอมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่ยังคงตามหลอกหลอน รอยตีตราที่คิมหันต์ฝากไว้ใต้ร่มผ้ายังคงร้อนผ่าวราวกับจะตอกย้ำว่าเธอคือสมบัติของเขาห่างออกไปไม่กี่เมตร นุ่มนิ่มกำลังวิ่งไล่จับปูลมอย่างร่าเริง เสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจที่แห้งผากของใบพลูชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง“พี่ใบพลูขาดูสิคะ ปูตัวนี้มันวิ่งเร็วมากเลย เหมือนมันกำลังหนีอะไรอยู่เลยค่ะ” นุ่มนิ่มตะโกนบอกพลางชี้ชวนให้ดู‘มันคงกำลังหนีเพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนพี่ไงคะนุ่มนิ่ม’ ใบพลูคิดในใจ แต่กลับทำได้เพียงยิ้มตอบ“งั้นเราอย่าไปแกล้งมันเลยนะคะปล่อยให้มันกลับบ้านไปหาพ่อแม่เถอะค่ะ”ทันใดนั้นคิมหันต์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่บนระเบียงวิลล่าก็ลุกขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคุยท่าทางเคร่งเครียดก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในตัวบ้าน ใบพลูเห็นโอกาสทองจึงแสร้งเดินไปทางโขดห







