LOGINหอพักนักศึกษาแพทย์
เมื่อภูวินทร์ขับรถหรูเข้ามายังหน้าหอพักนักศึกษาแพทย์ ก็เห็นว่าน้ำหนึ่งแฟนสาวยืนรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นภูวินทร์จึงขับไปจอดเทียบเคียงข้างกับที่หญิงสาวยืนอยู่ จากนั้นเธอก็เปิดประตูเข้ามานั่งภายในรถทันที "รอผมนานไหมน้ำหนึ่ง" เมื่อหญิงสาวเข้ามานั่งภายในรถ เขาก็เอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง "สำหรับภูวินทร์แล้ว ต่อให้นานแค่ไหน หนึ่งก็รอได้ค่ะ" เธอหันไปบอกกับแฟนหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อภูวินทร์ได้ยินที่แฟนสาวพูดแบบนั้น เขาจึงมีความรู้สึกผิดภายในใจ พลางสีหน้าก็สลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสิ่งที่เขาจะต้องบอกกับแฟนสาวอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จะต้องทำให้เธอเสียใจอย่างแน่นอน เมื่อน้ำหนึ่งเห็นสีหน้าภูวินทร์ดูสลดลง เธอจึงเอ่ยถามขึ้น "หนึ่งรู้สึกว่า วันนี้ภูวินทร์ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ หนึ่งไม่เคยเห็นภูวินทร์เป็นแบบนี้มาก่อนเลย" "วันนี้ผมมีเรื่องไม่สบายใจน่ะ" "มีเรื่องอะไรที่ทำให้ภูวินทร์ไม่สบายใจเหรอคะ บอกหนึ่งได้นะ" "เราไปกินข้าวกันก่อนนะ แล้วค่อยไปคุยกันที่คอนโด" "ได้ค่ะ ไปกินข้าวกันก่อนก็ได้ค่ะ" พูดจบ ภูวินทร์ก็ขับรถออกไปจากหอพักนักศึกษาแพทย์ด้วยความรวดเร็ว คอนโดภูวินทร์ เมื่อภูวินทร์กับน้ำหนึ่งรับประทานอาหารเสร็จ จากนั้นเขาก็พาเธอมาที่คอนโด "ตกลงว่า ภูวินทร์มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอคะ" หญิงสาวหันไปเอ่ยถามยังคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างเธอ "เรื่องที่ผมจะบอกน้ำหนึ่ง มันจะทำให้น้ำหนึ่งไม่สบายใจนะ" ภูวินทร์เอ่ยบอกแฟนสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มีความกังวลว่าหากแฟนสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ยินสิ่งที่เขาบอก เธอคงจะเสียใจและรับไม่ได้อย่างแน่นอน "เรื่องอะไรคะ บอกหนึ่งมาเถอะค่ะ" หญิงสาวจ้องไปยังแฟนหนุ่มใบหน้าหล่ออย่างรอฟังคำตอบ "ผมกำลังจะหมั้น" เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หมั้น!?" "ใช่ ผมกำลังจะหมั้นกับนินิว ลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่ ที่อยู่บ้านติดกัน" "ทำไมภูวินทร์ต้องหมั้นกับเขาด้วยคะ ภูวินทร์รักเขาเหรอ" หญิงสาวออกอาการโวยวายเมื่อได้ยินสิ่งที่แฟนหนุ่มบอก "เปล่า ผมไม่ได้รักเขา แล้วผมก็ไม่มีวันรักด้วย" "แล้วทำไมภูวินทร์ถึงต้องหมั้นกับเขาด้วยคะ" "มันเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาคุยกัน แต่ผมไม่ได้รู้ด้วยเลย เพิ่งจะมารู้วันนี้เมื่อเช้า ก่อนที่ผมจะมาหาน้ำหนึ่งนี่แหละ" "ทำไมภูวินทร์ถึงไม่ปฏิเสธคุณแม่ของคุณไปล่ะคะ" "ผมปฏิเสธจนหัวชนฝาแล้ว ว่าไม่หมั้น แต่แม่ก็ขอร้องให้ผมหมั้น" "ภูวินทร์ได้บอกคุณแม่คุณหรือเปล่าคะ ว่าคุณมีหนึ่งอยู่แล้ว" "ผมบอกไปแล้ว แต่แม่ก็ยังอยากให้ผมหมั้นอยู่ดี" "เพราะอะไรคะ" "หมั้นเพื่อรักษาหน้าแม่" "ทำไมต้องรักษาหน้าด้วยคะ หนึ่งไม่เข้าใจ" น้ำหนึ่งถามด้วยอาการสงสัย "คืออย่างนี้นะน้ำหนึ่ง แม่ผมเคยคุยกับน้ายุวดีว่า..." จากนั้นภูวินทร์ก็เล่ารายละเอียดที่เขาได้พูดกับแม่เมื่อเช้าให้แฟนสาวฟังทั้งหมด "หนึ่งต้องรอภูวินทร์ตั้งหนึ่งปีเลยเหรอคะ" "ใช่ ปีเดียวเอง น้ำหนึ่งรอผมได้ไหม" "จะให้ทำยังไงได้ล่ะคะ หนึ่งก็คงต้องรอค่ะ หนึ่งหวังว่าในเวลาหนึ่งปี ภูวินทร์คงจะไม่หลงรักคู่หมั้นนะคะ" "ผมไม่รักเขาแน่นอน น้ำหนึ่งไว้ใจผมได้ เพราะผมไม่เคยคิดกับนินิวเหมือนกับที่ผมคิดกับน้ำหนึ่ง" "ในหนึ่งปี เราจะมีโอกาสได้เจอกันไหมคะภูวินทร์" "เราคงต้องห่างกันสักพักนะน้ำหนึ่ง เพราะผมต้องทำให้ได้ตามที่ผมสัญญาไว้กับแม่ แต่ผมจะไม่เลิกกับน้ำหนึ่งแน่นอน" "ค่ะ หนึ่งจะอดทนค่ะภูวินทร์" ว่าแล้ว ทั้งสองก็สวมกอดกันด้วยความเข้าใจ 1 เดือนต่อมา หลังจากนั้นหนึ่งเดือน งานหมั้นของภูวินทร์กับนินิวก็ได้ถูกจัดขึ้น ซึ่งตอนนั้นนินิวอยู่ในช่วงปิดเทอมใหญ่หลังจากเรียนจบปีสามพอดี และในงานหมั้น นินิวก็ได้ชวนพั้นซ์มาร่วมงานด้วย "วันนี้เธอแต่งตัวสวยน่ารักมากเลยพั้นซ์" นินิวเอ่ยชมเพื่อนสนิทด้วยความจริงใจ "ชมเราเกินไปแล้วนะนินิว เราสวยสู้นินิวไม่ได้หรอก" "ใครบอกว่าเธอสวยสู้ฉันไม่ได้ล่ะ แต่เธอน่ะสวยกว่าฉันต่างหาก" นินิวเอ่ยชมต่อ จนพั้นซ์รู้สึกเขินอายจนหน้าแดงระเรื่อที่ถูกกล่าวชม "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกนินิว" พั้นซ์บอกออกไปด้วยความถ่อมตัว "เธอหิวข้าวหรือยังพั้นซ์" นินิวเอ่ยถามยังเพื่อนตัวเล็ก "เริ่มหิวแล้วล่ะ" พั้นซ์ตอบกลับ "มาเถอะ ไปกินข้าวกัน ฉันจะพาเธอไปนั่งโต๊ะเดียวกับครอบครัวฉัน แล้วก็ครอบครัวของพี่ภูวินทร์ " "ขอเรานั่งโต๊ะอื่นดีกว่านะนินิว เราไม่กล้าไปนั่งโต๊ะเดียวกับนินิวหรอก เรารู้สึกเกรงใจน่ะ" พั้นซ์ทำสีหน้าลำบากใจ "ไม่ต้องเกรงใจหรอก เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้เธอได้รู้จักทุกคนเอง มาสิ ตามฉันมา" ว่าแล้ว พั้นซ์ก็ต้องจำใจเดินตามนินิวไปด้วยความกล้าๆ กลัวๆ เมื่อมาถึงยังโต๊ะอาหารที่ทุกคนนั่งอยู่รวมถึงภูวินทร์ นินิวก็แนะนำให้พั้นซ์ได้รู้จักกับทุกคน "พั้นซ์ นี่คุณพ่อคุณแม่ของฉัน แล้วสองท่านนี้คือ คุณพ่อคุณแม่ของพี่ภูวินทร์ แล้วนี่พี่ภูวินทร์ คู่หมั้นฉันเอง พั้นซ์เป็นเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันกับหนูค่ะทุกคน" นินิวบอกกับทุกคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร "สวัสดีค่ะ" พั้นซ์ยกมือไหว้ทุกคนที่นั่งอยู่ด้วยความนอบน้อม "หวัดดี/หวัดดี/หวัดดีหนูพั้นซ์" ทุกคนต่างรับไหว้เธอด้วยท่าทีเป็นกันเอง มีแต่ภูวินทร์เท่านั้นที่ไม่ได้หันมามองเธอ ไม่ได้สนใจและไม่ได้รับไหว้เธอ จนทำให้เธอมีสีหน้าเจื่อนลง "นั่งก่อนสิหนูพั้นซ์ จะได้ทานข้าวกัน" เสียงของกาญจนาเอ่ยชวนหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง "ขอบคุณค่ะคุณป้า" ว่าแล้ว ร่างเล็กก็นั่งลงด้านข้างกาญจนา ทว่าเก้าอี้ตัวที่เธอนั่งนั้น อยู่ฝั่งตรงข้ามกับภูวินทร์พอดี ซึ่งเขาในตอนนี้ มีสีหน้าเรียบนิ่ง โดยไม่ได้สนใจใครที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะด้วย ผ่านไปสักพัก เมื่อพั้นซ์ทานข้าวไปได้ไม่นาน ด้วยความที่เธอรู้สึกอึดอัด เมื่อเห็นท่าทีอย่างไม่เป็นมิตรของคนตัวสูงที่นั่งฝั่งตรงข้าม เธอจึงบอกกับนินิวเพื่อที่จะออกไปจากตรงนั้น "เราขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะนินิว" พั้นซ์หันไปบอกนินิวที่นั่งอยู่ด้านข้าง "ไปเถอะ" ว่าแล้ว พั้นซ์ก็ลุกจากเก้าอี้ ก่อนที่จะเดินออกไปด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อม ผ่านไปไม่นาน หญิงสาวที่ทำธุระเสร็จ ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และทันใดนั้น พลั่ก! "อ๊ะ! ขอโทษค่ะ" เรียวปากบางพูดออกไปทั้งที่ยังไม่ได้มองว่าเป็นใครที่เธอเดินชน "เวลาเดิน หัดมองทางบ้างก็ดี" เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยโดยไม่ได้ก้มลงมามองยังร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า "พั้นซ์ขอโทษค่ะคุณหมอภูวินทร์ ที่พั้นซ์ไม่ได้มองทางก็เลยชนคุณ" ใบหน้าใสเงยหน้าขึ้นไปมองยังคนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่จะเอ่ยขอโทษอีกครั้ง "หลีก ฉันจะเข้าห้องน้ำ" เจ้าของใบหน้าหล่อเอ่ยบอกร่างบางด้วยน้ำเสียงนิ่ง จนทำให้คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้ารู้สึกขาดความมั่นใจไปไม่น้อย "ค ค่ะ เชิญเลยค่ะคุณหมอภูวินทร์" เสียงหวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะความประหม่า ก่อนที่จะเบี่ยงตัวหลบ ให้ร่างสูงได้เดินเข้าไปในห้องน้ำ ด้วยสีหน้านิ่งไม่เป็นมิตร จากนั้นเธอก็ไปหานินิวเพื่อที่จะขอตัวกลับบ้านภูวินทร์มารับพั้นซ์ที่ห้างสรรพสินค้าในเวลาตอนเย็น เพื่อพาเธอไปยังบ้านของเขา เพื่อที่จะคุยเรื่องแต่งงาน และได้ข้อสรุปว่า งานแต่งงานจะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า เมื่อคุยธุระเสร็จ ภูวินทร์ก็พาเธอกลับคอนโด ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เขาพาเธอไปเจอพ่อกับแม่ที่บ้าน แล้วพาเธอมานอนที่คอนโด ด้วยความที่เขาอยากอยู่ใกล้กับหญิงสาวทุกวัน เขาจึงขออนุญาตไตรภพให้พั้นซ์ย้ายไปอยู่กับเขาที่คอนโด ไตรภพก็ไม่ได้ว่าอะไร อนุญาตให้พั้นซ์ไปอยู่กับเขาได้โดยไม่มีอะไรขัดข้อง และตอนนี้ พิมพ์ก็ได้ย้ายมาอยู่กับไตรภพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไตรภพกลับไปทำงานขับรถส่งวัตถุดิบให้โรงแรมได้เหมือนเดิม เพราะเป็นงานที่ไม่ได้หนักอะไร ทำเฉพาะตอนกลางวัน และยังได้หยุดเสาร์อาทิตย์ด้วย ทว่าภูวินทร์ก็โอนเงินเข้าบัญชีให้ไตรภพได้ใช้จ่ายทุกเดือน ถึงแม้ว่าไตรภพจะปฏิเสธ แต่ภูวินทร์ก็ขอให้รับไว้ เพราะเป็นน้ำใจจากลูกเขย ไตรภพก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะไม่อยากทำให้ลูกเขยเสียกำลังใจ จึงรับเอาไว้แต่โดยดี ในขณะที่พิมพ์ก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลของภูวินทร์เช่นเดิม คอนโดภูวินทร์ สามเดือนต่อมา งานแต่งงานของพั้นซ์กับภูวินทร์จัดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว และงานเลี้ย
ภูวินทร์อุ้มคนตัวเล็กเข้ามาในห้องน้ำ แล้ววางร่างบอบบางลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า จากนั้นก็จับขาเธอให้แยกออกจากกัน ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงบนพื้นและก้มหน้าลงไปยังกลางกายของเธอ แล้วส่งลิ้นชื้นลงไปแตะปุ่มเสียว และตวัดลิ้นลามเลียขึ้นลงจนทั่วทั้งสองกลีบอวบอูม "อ๊า ซี๊ดด เสียวจัง" หญิงสาวส่งเสียงคราง พร้อมกับแอ่นกลางกายเพื่อรับกับลิ้นร้อนที่กำลังตวัดเลีย แผล่บ แผล่บ แผล่บ "อื้อ พั้นซ์ไม่ไหวแล้ว จะแตก" ได้ยินดังนั้น ลิ้นแกร่งก็ตวัดเลียและดันเข้าไปในร่องรักอย่างรัวเร็ว จนทำให้น้ำหวานที่ไหลออกมาจากดอกไม้งาม กระทบกับลิ้นแกร่งของเขาจนเกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องน้ำสุดหรู มือเรียวเลื่อนมาจับยังศีรษะของชายหนุ่ม แล้วดันเข้าหากลางกายของตัวเองอย่างเป็นจังหวะเข้าออกเมื่อเธอกำลังจะปลดปล่อย แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ จนกระทั่ง "อ๊า อ๊า" และแล้ว เธอก็ได้ปลดปล่อยน้ำรักออกมาใส่ปากให้เขาได้กลืนกินอีกครั้ง เมื่อส่งเธอจนถึงจุดหมายแล้ว ร่างสูงก็หยัดกายลุกขึ้นมาแล้วยกร่างเล็กลงมาให้ยืนโดยที่ให้แผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังสีสวยสะอาดตา ก่อนที่มือหนาจะยกขาเรียวข้างหนึ่งแล้วพาดไว้บนแขนแกร่งของเขา และใช้มือหนาอีกข้างเลื่อน
ทันทีที่ประตูคอนโดปิดลง ภูวินทร์ก็ดึงร่างเล็กเข้ามาแนบชิดกับตัวเอง แล้วกดจูบริมฝีปากอมชมพูด้วยความดูดดื่มเมามันส์ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ "อื้อ" เสียงหวานส่งเสียงครางออกมาเมื่อลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวกับลิ้นเล็กของเธอ สองลิ้นตวัดนัวเนียกันด้วยความเร่าร้อนต่างไม่มีใครจะยอมกัน ทั้งสองร่างจูบกันอย่างดุเดือด พลางเดินไปล้มตัวลงบนโซฟา แล้วจูบต่อด้วยความหื่นกระหายเมามันส์ ก่อนที่มือหนาจะจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองออก จนทั้งสองร่างนอนเปลือยเปล่าอยู่บนโซฟา ริมฝีปากหนาผละออกจากริมฝีปากสวย แล้วเคลื่อนตัวลงไปยังกลางกายของหญิงสาว ก่อนที่จะจับขาเรียวให้แยกออกจากกัน จนเผยให้เห็นดอกไม้งามสีสวยที่อยู่ตรงหน้าดวงตาคู่คมของเขา "คุณหมอจะทำอะไรคะ" เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อทำท่าจะก้มลงไปตรงดอกไม้งามของเธอ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "พี่อยากชิมพั้นซ์" "ยังไงคะ" "แบบนี้ไง" พูดจบ เขาก็ไม่รอช้า มือหนาจับไปตรงสองกลีบอวบสวยแล้วแบะออกจนเห็นเนื้อในสีชมพู จากนั้นใบหน้าหล่อก็ก้มลงไป พร้อมกับส่งลิ้นร้อนไปแตะกับสองกลีบสวยของเธอด้วยความอ่อนโยน แผล่บ "อื้อ ซี๊ดด" แค่โดนลิ้นร้อนสัมผัสลงไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็ทำ
บ้านพั้นซ์ 3 วันต่อมา พั้นซ์ที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอจึงหยิบออกมาดู ก็ปรากฏว่าเป็นภูวินทร์ที่โทรเข้ามา ครืดๆๆ "สวัสดีค่ะ" "ทำอะไรอยู่เหรอ" "กำลังทำกับข้าวค่ะ" "พั้นซ์ให้คำตอบพี่ได้หรือยัง" "ค่ะ" "ตกลงพั้นซ์จะไปเจอพ่อกับแม่พี่ใช่ไหม" "พ่อกับแม่ของคุณหมอรู้แล้วเหรอคะ ว่าพั้นซ์จะไปพบท่าน" "พ่อกับแม่รู้แล้วว่าพี่จะพาพั้นซ์เข้าไปพบ" "ท่านว่ายังไงบ้างคะ" "พ่อกับแม่พี่ยินดีมากที่พั้นซ์จะไป" "อ๋อค่ะ" "ถ้าอย่างนั้น ห้าโมงเย็นพี่จะเข้าไปรับนะ" "ได้ค่ะ" "งั้นแค่นี้ก่อนนะ พี่วางแล้วนะ" "ค่ะ" บ้านภูวินทร์ ภูวินทร์ขับรถหรูเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ แล้วเปิดประตูเดินไปทางฝั่งของพั้นซ์ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูออกมา จากนั้นภูวินทร์ก็เลื่อนมือหนาไปจับมือของเธอ พร้อมกับพากันเดินเข้าไปข้างใน "มือเย็นเฉียบเชียว ตื่นเต้นเหรอ" ใบหน้าหล่อหันไปถามยังร่างเล็กที่เดินอยู่เคียงข้าง "ก็...นิดหน่อยค่ะ" เสียงหวานตอบกลับด้วยสีหน้าดูมีความประหม่าอยู่ไม่น้อย "ทำตัวสบายๆนะไม่ต้องเกร็ง พ่อกับแม่พี่ใจดี" เรียวปากหนาบอก เพื่อให้คนตัวเล็กได้รู้สึกผ่อนค
บ้านภูวินทร์ วันนี้เป็นวันหยุดงานของภูวินทร์ เขาจึงกลับมาบ้านเพื่อที่จะบอกเรื่องราวของเขากับพั้นซ์ให้พ่อแม่ได้รับรู้ "แม่ครับ" ภูวินทร์เรียกผู้เป็นแม่ ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักผ่อน "อ้าว ภูวินทร์ วันนี้ลูกไม่เข้าโรงพยาบาลเหรอ" แม่ละสายตาจากหนังสือแล้วเอ่ยทักลูกชายตัวสูง ก่อนที่จะเอาหนังสือไปวางไว้บนชั้นวาง "วันนี้ผมหยุดครับ" ปากหนาขยับบอกพร้อมกับหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาตัวที่ติดกันกับผู้เป็นแม่ "ทำไมวันนี้ลูกถึงกลับมาบ้านได้ล่ะ ปกติวันหยุดก็อยู่คอนโดไม่ใช่เหรอ" กาญจนาหันมาถามลูกชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง "ผมมีเรื่องจะมาบอกแม่ครับ" "เรื่องอะไรเหรอลูก" "ผมจะพาแฟนมาเจอพ่อกับแม่ครับ" "แฟนคนไหนเหรอ ไม่ใช่ว่าคนที่ชื่อน้ำ..." "ไม่ใช่ครับ เธอชื่อพั้นซ์" ภูวินทร์รีบพูดขึ้นทันที โดยที่ผู้เป็นแม่ยังพูดไม่ทันจบ "ชื่อพั้นซ์เหรอ..." กาญจนาพึมพำเอ่ยชื่อ พลางทำท่านึกไปถึงอะไรบางอย่าง" "ครับ ชื่อพั้นซ์" "แม่รู้สึกว่าคุ้นๆชื่อนี้นะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน" "พั้นซ์เป็นเพื่อนสนิทกับนินิวครับ ตอนงานหมั้น พั้นซ์ก็มาในงานด้วยครับ" ภูวินทร์บอก เพื่อให้ผู้เป็นแม่ได้กระจ่าง "อ้อ...แม่นึกอ
"คุณหมอควรจะกลับคอนโดไปได้แล้วนะคะ" เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ช่วยกันเก็บจานไปไว้ในครัวเรียบร้อย พั้นซ์จึงบอกให้เขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวที่ใกล้กับเธอกลับทันที "พอทานเสร็จก็ไล่กันเลยเหรอ" ใบหน้าหล่อหันมาถามเจ้าของใบหน้าใส ที่นั่งอยูด้านข้างซึ่งยังมีสีหน้าบึ้งตึงกับเขาอยู่ "แล้วคุณหมอจะอยู่ทำไมคะ" หญิงสาวพูดโดยไม่ได้หันหน้าไปทางเขาที่มองมา "ฉันอยากอยู่กับเธอ" "ไม่ได้ค่ะ คุณหมอจะมาอยู่กับพั้นซ์ได้ยังไงคะ" "ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้ ก็ในเมื่อเราได้กันแล้ว" "มันเกี่ยวอะไรกันคะคุณหมอ" "เธอไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ ตลอดเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่เธอไม่ได้เจอฉัน" "ไม่ค่ะ" เธอบอกไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง โดยไม่ได้มองไปทางเขา "แต่ฉันคิดถึงเธอมากนะ" "คิดถึงร่างกายพั้นซ์เหรอคะ" "ฉันคิดถึงทุกอย่างที่เป็นเธอ" "อย่ามาทำเป็นพูดดีเลยค่ะ ถ้าพ่อทำกายภาพเสร็จ พั้นซ์ก็จะไม่ใช้ร่างกายพั้นซ์จ่ายดอกเบี้ยให้คุณหมอแล้วนะคะ" "ฉันก็ไม่ได้จะเก็บดอกเบี้ยจากเธอสักหน่อย" "ที่คุณหมอพูดกับพั้นซ์วันนั้น คุณหมอลืมแล้วเหรอคะ ว่าจะคิดดอกเบี้ยจากพั้นซ์ต่อ" "ฉันไม่ลืมหรอก ฉันแค่พูดเล่น" "มีอะไรที่คุณหมอพูดจริงกับ
บ้านพั้นซ์ วันต่อมา วันนี้ภูวินทร์มาบ้านของพั้นซ์ตั้งแต่เช้า เพราะเขารู้ว่า วันนี้เป็นวันหยุดงานของเธอ ภูวินทร์ขับรถสปอร์ตสีดำคันหรูเข้ามาจอดยังหน้าบ้านของพั้นซ์ ก่อนที่จะลงจากรถแล้วเดินเข้าไปภายในบ้าน ก็เห็นว่า ไตรภพกับพิมพ์นั่งอยู่ในบ้าน เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงเข้าไปทักทายยังชายวัยกลางคนที่กำลั
"นั่งใจลอยคิดเรื่องอะไรอยู่เหรอคะภูวินทร์" เสียงน้ำหนึ่งที่เปิดประตูเข้ามาเอ่ยถามขึ้น "เปล่า ไม่ได้คิดอะไร" ภูวินทร์ได้สติเมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวเอ่ยถาม "งั้นหนึ่งขอเอาเสื้อผ้าไปเก็บไว้ในห้องก่อนนะคะ" "ได้ เดี๋ยวผมพาไป" พูดจบ ชายหนุ่มก็ลุกจากโซฟาแล้วเดินนำแฟนสาวไปยังห้องนอน ทว่าไม่ใช่ห้องนอนที่เ
ร้านอาหารเมื่อนินิวขับรถเข้ามาจอดยังหน้าร้านอาหาร พั้นซ์ที่ไม่อยากลงไปกับนินิว จึงเอ่ยขึ้น"เราขอนั่งรอในรถนะนินิว" "ทำไมล่ะ""เราไม่อยากโดนลูกหลงน่ะ""เธอจะกลัวอะไรพั้นซ์""เรารู้ว่าคุณหมอภูวินทร์เขาไม่ชอบเรา เราก็เลยไม่อยากลงไปให้เขาเห็นหน้าน่ะ""เธอรู้ได้ยังไง ว่าพี่ภูวินทร์ไม่ชอบเธอ
ปัจจุบัน โรงพยาบาลพัฒนะแพทย์ห้องตรวจแพทย์"คุณหมอภูวินทร์คะ เดี๋ยวดิฉันจะเรียกคนไข้เข้ามาเลยนะคะ" เสียงของพยาบาลสาวที่อยู่หน้าห้องตรวจ เปิดประตูเข้ามาบอกยังหมอหนุ่มใบหน้าหล่อที่เพิ่งเข้ามานั่งประจำที่"เรียกเข้ามาเลยครับ""ค่ะ" พูดจบ พยาบาลสาวก็วางประวัติคนไข้ลงตรงหน้าของภูวินทร์ ก่อนที่จะเด







