Masukเธอคิดว่าฉันจะช่วยเธอฟรีๆ โดยที่ฉันไม่ได้อะไรกลับคืนมาอย่างนั้นเหรอ
Lihat lebih banyakหมอภูวินทร์ อายุ 25 ปี
เจ้าของใบหน้าหล่อ สูง ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พั้นซ์ อายุ 22 ปี เจ้าของใบหน้าเรียวใส เรียบร้อย น่ารัก อาศัยอยู่กับพ่อ ตั้งแต่อายุ3ขวบ . . . . ตัวอย่างนิยาย "เธอคิดว่าฉันจะช่วยเธอฟรีๆ โดยที่ฉันไม่ได้อะไรกลับคืนมาอย่างนั้นเหรอ" "แต่งานอื่นก็มีตั้งเยอะแยะนะคะคุณหมอ ขอพั้นซ์ทำงานอื่นแทนไม่ได้เหรอคะ" "ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอมาทำงานอย่างอื่น สิ่งเดียวที่ฉันจะให้เธอทำก็คือ นอนกับฉัน จนกว่าพ่อของเธอจะออกจากโรงพยาบาล" "พั้นซ์ขอร้องเถอะนะคะคุณหมอ พั้นซ์ทำอย่างที่คุณหมอต้องการไม่ได้จริงๆ" "ถ้าทำไม่ได้ ก็กลับไป" เจ้าของใบหน้าหล่อเอ่ยปากไล่คนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงเข้มนิ่ง เมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็ถามเขากลับไป "พั้นซ์กลับไปได้จริงๆ ใช่ไหมคะคุณหมอ" เสียงหวานเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ "อืม" ร่างสูงขานรับในลำคอด้วยสีหน้านิ่ง "ขอบคุณนะคะคุณหมอที่เห็นใจพั้นซ์ ถ้าอย่างนั้น พั้นซ์ขอตัวกลับก่อนนะคะ" สิ้นเสียงหวานบอก เธอก็ทำท่าที่จะลุกออกจากโซฟา แต่ทว่า "แต่ฉันจะยุติการรักษาพ่อของเธอตั้งแต่วันนี้ เธอจะพาพ่อของเธอไปรักษาต่อที่ไหนก็เชิญ" เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาด จนหญิงสาวจำต้องทิ้งตัวนั่งและหันกลับไปมองยังเจ้าของใบหน้าหล่ออีกครั้ง . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . มหาวิทยาลัย "เธอจะกลับบ้านเลยเหรอพั้นซ์ จะไม่ไปห้างกับฉันจริงๆเหรอ" เสียงใสของนินิว เพื่อนสาวของพั้นซ์ เอ่ยถามขึ้นเมื่อลงมายังชั้นล่างของอาคารเรียน "เราต้องรีบกลับบ้านไปทำอาหารเย็นให้พ่อน่ะ พ่อกลับมาจากทำงาน จะได้กินเลย" เสียงหวานของพั้นซ์ตอบกลับยังเพื่อนสาวคนสนิท "ฉันกะว่าจะชวนเธอไปช่วยเลือกซื้อเสื้อผ้าสักหน่อย อาทิตย์หน้า พี่ภูวินทร์จะพาฉันไปงานเลี้ยงฉลองเปิดโรงพยาบาลสาขาใหม่ของครอบครัวเขาน่ะ" "แต่เราไปไม่ได้จริงๆนะนินิว ถ้าเราไปกับนินิว กว่าจะกลับถึงบ้านก็คงจะสามสี่ทุ่มโน่นแหละ..." "...เดี๋ยวคุณหมอภูวินทร์จะมารับนินิวใช่ไหม" "ใช่ พี่ภูวินทร์บอกว่าออกเวรแล้วก็จะมารับฉันเลย " "ถ้าอย่างนั้น เราว่าให้คุณหมอภูวินทร์ช่วยเลือกดีกว่านะ คนเป็นแฟนกันย่อมรู้ใจกันอยู่แล้ว" "ให้ผู้ชายช่วยเลือกกับให้ผู้หญิงช่วยเลือก มันไม่เหมือนกันหรอก ผู้หญิงด้วยกันจะเข้าใจกันมากกว่า" "เราต้องขอโทษจริงๆนะนินิว แต่เราไปด้วยไม่ได้จริงๆ" พั้นซ์ปฏิเสธเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่คิดลังเล เธอต้องเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือพ่อของเธอ เพราะเธออาศัยอยู่กับพ่อแค่สองคน แม่แยกทางกับพ่อไปมีครอบครัวใหม่กับผู้ชายที่มีฐานะดีกว่า ตั้งแต่เธออายุได้สามขวบ และไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย พ่อต้องทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงเธอและหวังส่งให้เธอได้เรียนจบปริญญาตรี ทั้งขับแท็กซี่ เป็นยาม เป็นกรรมกรก่อสร้าง พ่อของเธอก็ทำมาแล้วสารพัด ปัจจุบันพ่อของเธอทำงานขับรถส่งวัตถุดิบให้กับโรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นเวลาห้าปีแล้ว ที่พ่อของเธอยึดทำอาชีพนี้ เพราะถือเป็นงานที่เบาสุดแล้ว ถ้าเทียบกับงานที่เคยทำ อย่างเช่นที่ผ่านมา "งั้นก็ไม่เป็นไร ฉันค่อยชวนเธอไปวันหลังก็ได้" นินิวบอกกับพั้นซ์ "งั้นเรากลับบ้านก่อนนะนินิว พรุ่งนี้เจอกัน" อืม" พูดจบ พั้นซ์ก็เดินออกไป ก่อนที่จะไปรอรถเมย์ที่หน้ามหาวิทยาลัยอย่างเช่นเกือบสี่ปีที่ผ่านมา บ้านพั้นซ์ "ยังเหลือเวลาอีกแค่สามเดือนก็จะเรียนจบแล้วใช่ไหมลูก" ไตรภพที่นั่งทานข้าวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลูกสาว เอ่ยถามขึ้น "ค่ะพ่อ อีกแค่สามเดือนเท่านั้น พั้นซ์ก็จะเรียนจบแล้วค่ะ พอพั้นซ์เรียนจบ พั้นซ์ก็จะทำงานหาเลี้ยงพ่อเอง ทีนี้พ่อก็ไม่ต้องออกไปทำงานแล้วนะคะ" เสียงหวานตอบกลับชายวัยกลางคนด้วยรอยยิ้มสดใส "ไม่เป็นไรหรอกลูก พ่อยังมีแรงทำไหวอยู่ พ่อยังทำงานได้อีกหลายปี" "แต่พ่อต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงพั้นซ์ ส่งให้พั้นซ์ได้เรียนสูงๆมานานแล้วนะคะ พั้นซ์อยากให้พ่อได้อยู่บ้านพักผ่อนบ้าง" "หนูอย่าห่วงพ่อเลยนะ พ่อไม่เคยเหนื่อยเลยที่ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงหนู ส่งให้หนูเรียน แต่พ่อรู้สึกดีใจและภูมิใจด้วยซ้ำ พอนึกถึงหน้าหนู พ่อก็มีแรงทำงานขึ้นมาเยอะเลย เพราะหนูคือกำลังใจของพ่อนะลูก" พูดจบ หญิงสาวก็ลุกจากเก้าอี้ ก่อนที่จะไปนั่งด้านข้างผู้เป็นพ่อ พร้อมกับสวมกอดด้วยความรักและเทิดทูน "พั้นซ์รักพ่อนะคะ รักมาก พ่อคือพ่อที่ประเสริฐสำหรับพั้นซ์ค่ะ" "พ่อก็รักลูกนะ รักมากกว่าชีวิตของพ่อซะอีก" ไตรภพบอกกับลูกสาวพลางยกมือที่ตรากตรำจากการทำงาน ลูบไปยังหัวเล็กของเธอด้วยความอ่อนโยน "งั้นก็รีบกินข้าวกันเถอะลูก แล้วจะได้รีบเข้านอน พรุ่งนี้หนูมีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ" ชายวัยกลางคนถามออกไปด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "พ่อจำได้ด้วยเหรอคะ ว่าพรุ่งนี้พั้นซ์มีเรียนเช้า" หญิงสาวผละออกจากผู้เป็นพ่อแล้วเอ่ยถาม "ไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับหนู พ่อจำได้ทุกเรื่อง ไม่เคยลืม" ไตรภพบอกกับร่างบางที่นั่งอยู่ด้านข้างพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนๆให้เธอ "ค่ะ งั้นพ่อก็กินเยอะๆเลยนะคะ จะได้แข็งแรง อยู่กับพั้นซ์ไปนานๆเลยค่ะ" เสียงหวานบอกกับผู้เป็นพ่อพร้อมด้วยรอยยิ้มแจ่มใส "ไม่ต้องห่วง วันนี้พ่อจะกินอาหารที่หนูทำให้หมด ไม่ให้เหลือเลยแม้แต่อย่างเดียว" ว่าแล้ว สองพ่อลูกก็รับประทานอาหารกันอย่างมีความสุข ห้างสรรพสินค้า เมื่อภูวินทร์ขับรถสปอร์ตสีดำคันหรูมาจอดยังบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เขาจึงเอ่ยขึ้น "เธอจะซื้ออะไร" เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยถามยังร่างบางที่นั่งอยู่เบาะข้าง "นินิวจะซื้อเสื้อผ้า เพื่อที่จะใส่ไปงานฉลองเปิดโรงพยาบาลสาขาใหม่ของพี่ภูวินทร์ค่ะ" นินิวตอบกลับอย่างต้องการให้เขารู้ว่าเธอจะไปร่วมงานด้วย "ใครบอกเธอ" เจ้าของใบหน้าหล่อหันมาถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง พลางขมวดคิ้วด้วยอารมณ์หงุดหงิด "คุณป้าโทรมาบอกนินิวเมื่อวานค่ะ แล้วก็บอกว่าให้นินิวไปด้วยให้ได้ค่ะ" หญิงสาวหันไปบอกกับคนตัวสูงด้วยน้ำเสียงใส "งั้นเหรอ" ภูวินทร์พูดพลางลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ในความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ตัวเอง วันนี้ที่เขาต้องมารับเธอที่มหาวิทยาลัย เพราะว่าแม่ของเขาบอกให้มา "เธอจะซื้ออะไรก็รีบซื้อ เพราะฉันจะต้องกลับไปเข้าเวรต่อ" เสียงทุ้มนิ่งของภูวินทร์บอกกับหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะข้างด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยที่สายตาคมมองไปยังด้านหน้าด้วยแววตานิ่ง "พี่ภูวินทร์ไม่อยากให้นินิวไปร่วมงานเหรอคะ ถึงได้ทำหน้าแบบนั้น" "..." ภูวินทร์เงียบไม่ตอบกลับ "เราเป็นคู่หมั้นกันนะคะพี่ภูวินทร์ ทำไมพี่ภูวินทร์ถึงได้เฉยชากับนินิวจังเลยคะ" "เธอก็รู้ว่าที่ฉันต้องหมั้นกับเธอ เพราะเหตุผลอะไร ถ้าแม่ฉันไม่ขอร้องให้หมั้น ฉันก็ไม่มีทางหมั้นกับเธอเด็ดขาด" "ทำไมพี่ภูวินทร์ถึงได้ใจร้ายกับนินิวนักล่ะคะ ทั้งๆที่นินิวรักพี่ แล้วก็รักมานานแล้วด้วย" นินิวพูดออกไปด้วยความน้อยใจชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง "เพราะฉันไม่ได้รักเธอไง แล้วก็ไม่มีวันที่จะรักด้วย" ใบหน้าหล่อหันมาบอกกับเธอด้วยอาการไม่สบอารมณ์ "แต่คุณป้าต้องการให้เราแต่งงานกันนะคะพี่ภูวินทร์" "ฝันไปเถอะ" เรียวปากหนาขยับบอก "ทำไมคะ ทำไมพี่ภูวินทร์ถึงไม่อยากแต่งงานกับนินิว" "เพราะฉันจะแต่งกับคนที่ฉันรักเท่านั้น" "ใครเหรอคะ คนที่พี่ภูวินทร์รัก" "ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอ..." "...ลงไปได้แล้ว ฉันให้เวลาเธอไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ถ้าเกินเวลาที่ฉันกำหนด เธอก็หารถกลับเองแล้วกัน" "พี่ภูวินทร์ใจร้าย" เรียวปากเล็กต่อว่าคนตัวสูงด้วยความน้อยใจ "ถ้าไม่อยากให้ฉันใจร้าย ก็ไปบอกแม่ฉันว่าถอนหมั้นกับฉันสิ" "นินิวไม่ถอนค่ะ นินิวจะปล่อยไว้แบบนี้แหละค่ะ" พูดจบ เธอก็เปิดประตูแล้วลงจากรถ ก่อนที่จะเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังภูวินทร์มารับพั้นซ์ที่ห้างสรรพสินค้าในเวลาตอนเย็น เพื่อพาเธอไปยังบ้านของเขา เพื่อที่จะคุยเรื่องแต่งงาน และได้ข้อสรุปว่า งานแต่งงานจะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า เมื่อคุยธุระเสร็จ ภูวินทร์ก็พาเธอกลับคอนโด ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เขาพาเธอไปเจอพ่อกับแม่ที่บ้าน แล้วพาเธอมานอนที่คอนโด ด้วยความที่เขาอยากอยู่ใกล้กับหญิงสาวทุกวัน เขาจึงขออนุญาตไตรภพให้พั้นซ์ย้ายไปอยู่กับเขาที่คอนโด ไตรภพก็ไม่ได้ว่าอะไร อนุญาตให้พั้นซ์ไปอยู่กับเขาได้โดยไม่มีอะไรขัดข้อง และตอนนี้ พิมพ์ก็ได้ย้ายมาอยู่กับไตรภพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไตรภพกลับไปทำงานขับรถส่งวัตถุดิบให้โรงแรมได้เหมือนเดิม เพราะเป็นงานที่ไม่ได้หนักอะไร ทำเฉพาะตอนกลางวัน และยังได้หยุดเสาร์อาทิตย์ด้วย ทว่าภูวินทร์ก็โอนเงินเข้าบัญชีให้ไตรภพได้ใช้จ่ายทุกเดือน ถึงแม้ว่าไตรภพจะปฏิเสธ แต่ภูวินทร์ก็ขอให้รับไว้ เพราะเป็นน้ำใจจากลูกเขย ไตรภพก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะไม่อยากทำให้ลูกเขยเสียกำลังใจ จึงรับเอาไว้แต่โดยดี ในขณะที่พิมพ์ก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลของภูวินทร์เช่นเดิม คอนโดภูวินทร์ สามเดือนต่อมา งานแต่งงานของพั้นซ์กับภูวินทร์จัดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว และงานเลี้ย
ภูวินทร์อุ้มคนตัวเล็กเข้ามาในห้องน้ำ แล้ววางร่างบอบบางลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า จากนั้นก็จับขาเธอให้แยกออกจากกัน ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงบนพื้นและก้มหน้าลงไปยังกลางกายของเธอ แล้วส่งลิ้นชื้นลงไปแตะปุ่มเสียว และตวัดลิ้นลามเลียขึ้นลงจนทั่วทั้งสองกลีบอวบอูม "อ๊า ซี๊ดด เสียวจัง" หญิงสาวส่งเสียงคราง พร้อมกับแอ่นกลางกายเพื่อรับกับลิ้นร้อนที่กำลังตวัดเลีย แผล่บ แผล่บ แผล่บ "อื้อ พั้นซ์ไม่ไหวแล้ว จะแตก" ได้ยินดังนั้น ลิ้นแกร่งก็ตวัดเลียและดันเข้าไปในร่องรักอย่างรัวเร็ว จนทำให้น้ำหวานที่ไหลออกมาจากดอกไม้งาม กระทบกับลิ้นแกร่งของเขาจนเกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องน้ำสุดหรู มือเรียวเลื่อนมาจับยังศีรษะของชายหนุ่ม แล้วดันเข้าหากลางกายของตัวเองอย่างเป็นจังหวะเข้าออกเมื่อเธอกำลังจะปลดปล่อย แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ จนกระทั่ง "อ๊า อ๊า" และแล้ว เธอก็ได้ปลดปล่อยน้ำรักออกมาใส่ปากให้เขาได้กลืนกินอีกครั้ง เมื่อส่งเธอจนถึงจุดหมายแล้ว ร่างสูงก็หยัดกายลุกขึ้นมาแล้วยกร่างเล็กลงมาให้ยืนโดยที่ให้แผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังสีสวยสะอาดตา ก่อนที่มือหนาจะยกขาเรียวข้างหนึ่งแล้วพาดไว้บนแขนแกร่งของเขา และใช้มือหนาอีกข้างเลื่อน
ทันทีที่ประตูคอนโดปิดลง ภูวินทร์ก็ดึงร่างเล็กเข้ามาแนบชิดกับตัวเอง แล้วกดจูบริมฝีปากอมชมพูด้วยความดูดดื่มเมามันส์ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ "อื้อ" เสียงหวานส่งเสียงครางออกมาเมื่อลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวกับลิ้นเล็กของเธอ สองลิ้นตวัดนัวเนียกันด้วยความเร่าร้อนต่างไม่มีใครจะยอมกัน ทั้งสองร่างจูบกันอย่างดุเดือด พลางเดินไปล้มตัวลงบนโซฟา แล้วจูบต่อด้วยความหื่นกระหายเมามันส์ ก่อนที่มือหนาจะจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองออก จนทั้งสองร่างนอนเปลือยเปล่าอยู่บนโซฟา ริมฝีปากหนาผละออกจากริมฝีปากสวย แล้วเคลื่อนตัวลงไปยังกลางกายของหญิงสาว ก่อนที่จะจับขาเรียวให้แยกออกจากกัน จนเผยให้เห็นดอกไม้งามสีสวยที่อยู่ตรงหน้าดวงตาคู่คมของเขา "คุณหมอจะทำอะไรคะ" เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อทำท่าจะก้มลงไปตรงดอกไม้งามของเธอ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "พี่อยากชิมพั้นซ์" "ยังไงคะ" "แบบนี้ไง" พูดจบ เขาก็ไม่รอช้า มือหนาจับไปตรงสองกลีบอวบสวยแล้วแบะออกจนเห็นเนื้อในสีชมพู จากนั้นใบหน้าหล่อก็ก้มลงไป พร้อมกับส่งลิ้นร้อนไปแตะกับสองกลีบสวยของเธอด้วยความอ่อนโยน แผล่บ "อื้อ ซี๊ดด" แค่โดนลิ้นร้อนสัมผัสลงไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็ทำ
บ้านพั้นซ์ 3 วันต่อมา พั้นซ์ที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารอยู่ในครัว เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอจึงหยิบออกมาดู ก็ปรากฏว่าเป็นภูวินทร์ที่โทรเข้ามา ครืดๆๆ "สวัสดีค่ะ" "ทำอะไรอยู่เหรอ" "กำลังทำกับข้าวค่ะ" "พั้นซ์ให้คำตอบพี่ได้หรือยัง" "ค่ะ" "ตกลงพั้นซ์จะไปเจอพ่อกับแม่พี่ใช่ไหม" "พ่อกับแม่ของคุณหมอรู้แล้วเหรอคะ ว่าพั้นซ์จะไปพบท่าน" "พ่อกับแม่รู้แล้วว่าพี่จะพาพั้นซ์เข้าไปพบ" "ท่านว่ายังไงบ้างคะ" "พ่อกับแม่พี่ยินดีมากที่พั้นซ์จะไป" "อ๋อค่ะ" "ถ้าอย่างนั้น ห้าโมงเย็นพี่จะเข้าไปรับนะ" "ได้ค่ะ" "งั้นแค่นี้ก่อนนะ พี่วางแล้วนะ" "ค่ะ" บ้านภูวินทร์ ภูวินทร์ขับรถหรูเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ แล้วเปิดประตูเดินไปทางฝั่งของพั้นซ์ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูออกมา จากนั้นภูวินทร์ก็เลื่อนมือหนาไปจับมือของเธอ พร้อมกับพากันเดินเข้าไปข้างใน "มือเย็นเฉียบเชียว ตื่นเต้นเหรอ" ใบหน้าหล่อหันไปถามยังร่างเล็กที่เดินอยู่เคียงข้าง "ก็...นิดหน่อยค่ะ" เสียงหวานตอบกลับด้วยสีหน้าดูมีความประหม่าอยู่ไม่น้อย "ทำตัวสบายๆนะไม่ต้องเกร็ง พ่อกับแม่พี่ใจดี" เรียวปากหนาบอก เพื่อให้คนตัวเล็กได้รู้สึกผ่อนค





