Compartir

บทที่ 4

last update Última actualización: 2026-01-04 15:27:02

นานเหลือเกินที่ร่างใหญ่ร่วงลงไปในแนวดิ่ง ร่างกายของเขากระแทกเข้ากับแผ่นหิน มือของเขาครูดกับทุกอย่างที่เขาพยายามคว้า

แรงกระแทกครั้งแล้วครั้งเล่าส่งผลให้ร่างกายเจ็บปวดจนอย่างยอมแพ้ กระนั้นมือหนึ่งของเขาคว้ารากไม้ตามแนวผา สองเท้าไต่แง่งหิน ดวงตาแวววับจับจ้องมองหาทางรอด ก่อนที่เขาจะมองเห็นว่าด้านล่างเป็นแม่น้ำสายหนึ่ง

ใบหน้าหล่อเหลาพลันเผยยิ้มให้แก่ความโชคดีของตัวเอง เพราะหากระยะทางยาวไกลกว่านี้ เขาคงจะหมดแรงไปเสียก่อนเป็นแน่ ต่อให้กำลังภายในหรือวิชาตัวเบาล้ำเลิศเพียงใด แต่การใช้มันออกมาในคราวเดียว ร่างกายก็คงรับไม่ไหวอยู่ดี

บางอย่างเย็นเยียบแตะลงไปบนใบหน้า สือเจี้ยนหาวขยับกายเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าไม่คุ้นเคยปรากฏต่อหน้าทำให้เขาขมวดคิ้ว คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ

สตรีผู้นี้เป็นใคร…

“ท่านรู้สึกตัวแล้วหรือเจ้าคะ” หญิงสาวมีท่าทียินดีอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าเป็นใคร” ดวงตาคมของเขาหรี่ลง ทั้งยังถามด้วยน้ำเสียงซึ่งแฝงประกายคุกคาม

“ผู้มีพระคุณ ท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้ก่อนหน้านี้ จำได้หรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวก้มหน้าลงหลบดวงตาดุร้ายคล้ายปิศาจของชายหนุ่ม หากแต่ในใจได้แต่รู้สึกประหลาด

ดวงตาดุร้ายคล้ายดวงตาปิศาจคู่นี้ เพราะเหตุใดกลับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลางดงามของเขาไปเสียได้

นี่เป็นครั้งแรกที่นางพบบุรุษที่มีความงดงามไม่แพ้นาง ความงามที่นางไม่ได้อยากจะมี เพราะมันมักจะนำพาเภทภัยมาสู่คนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งตัวนางเอง

สือเจี้ยนหาวนิ่งคิดเล็กน้อย ในที่สุดจึงนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหมดสติได้ช่วยหญิงสาวหน้าตามอมแมมนางหนึ่งเอาไว้ เมื่อมองไปรอบๆ และพบว่าตัวเขาอยู่ห่างจากริมลำธารที่เขาหมดสติจึงอดที่จะมองกลับมายังหญิงสาวอีกครั้งไม่ได้

ศพของโจรหยาบช้าที่เขาสังหารหายไปแล้ว ตอนนี้รอบด้านมืดมิดล่วงเข้าสู่ตอนกลางคืน กองไฟส่งเสียงเปาะแปะเบาๆ

“หน้ากากของข้า” สือเจี้ยนหาวลูบไปที่ใบหน้าในยามที่เอ่ยถาม

“หนะ..หน้ากากหรือเจ้าคะ”

“ช่างเถิด” เขาตัดบทเมื่อมองเห็นใบหน้างงงันของนาง ในใจคาดเดาได้ว่าหน้ากากอาจจะหลุดไปตอนที่ถูกกระแสน้ำพัดก่อนหน้านี้ “เจ้าเคลื่อนย้ายข้าหรือ” สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้ว

...เขาถึงกับไม่รู้ตัว เช่นนี้เกรงว่าอาการบาดเจ็บของเขาคงหนักหนาเอาการ

“เจ้าค่ะ ท่านแช่อยู่ในน้ำครึ่งร่าง ขะ...ข้า เคลื่อนย้ายท่านไปไกลกว่านี้ไม่ไหว ก็เลยต้องทำเช่นนี้ ศพ...ศพ..นั่นหายไปแล้ว”

นางพูดด้วยความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน นึกถึงภาพตอนที่หมาป่าเข้ามาลากศพโจรผู้นั้นไป นางก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

“หมาป่ารึ” สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้ว

มิน่าเขาถึงร้อนยิ่งเพราะนางก่อกองไฟล้อมรอบพวกเขาเอาไว้ โดยทั้งสองนั่งอยู่ตำแหน่งกึ่งกลาง ข้างๆ มีกองฟืนขนาดย่อมและห่อสัมภาระอีกหลายห่อ รอบนอกมีแววตาวาววับของหมาป่าที่จดจ้องมายังพวกเขาอย่างหิวโหย

“เจ้าเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้หรือ จึงรู้ว่าทำเช่นนี้แล้วจะป้องกันหมาป่าได้”

“หมู่บ้านของเราก็โดนหมาป่าล่วงล้ำเข้าไปบ่อยๆ หัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าหมาป่ากลัวไฟ” นางตอบเสียงเบา “ขะ...ข้าทำแผลให้ท่าน เอ่อ...แต่ว่าข้าไม่มีเสื้อผ้าบุรุษ...นี่คือเสื้อผ้าของ...ท่าน” นางเอ่ยขึ้นใบหน้าซับสีเลือดในมือมีเสื้อผ้าที่แห้งแล้ว

สือเจี้ยนหาวมองเสื้อสองสามตัวที่คลุมอยู่บนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองแล้วไม่ได้พูดอะไร เพียงรับเสื้อผ้าของตัวเองมา ก่อนจะมองแผ่นหลังอรชรที่หันหลังกลับไปทันทีด้วยสายตาหลากหลาย

“เจ้าเป็นใคร ชื่อ...แซ่...เป็นคนที่ไหน”

“ข้าแซ่จู นามอี้หลินเจ้าค่ะ เป็นชาวเมืองเถาเซียง”

“เมืองเถาเซียงที่อยู่ตรงชายแดนหรือ” สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

“เจ้าค่ะ เรากำลังจะอพยพเข้าไปอยู่อีกเมืองให้ห่างจากสงคราม แต่มาโดนปล้นเสียก่อน พวกเขา...พวกเขา ตะ...ตายหมดแล้ว ตายหมดเลย”

จูอี้หลินร้องไห้ออกมาเบาๆ ท่าทางอ่อนแอบอบบางของนาง ทำให้สือเจี้ยนหาวอดที่จะรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ เขาไม่ชอบสตรีที่เอะอะก็เอาแต่น้ำตาคลอเช่นนี้

หญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาเมื่อมองเห็นแววตาของอีกฝ่าย ตอนพบว่าเขาหมดสติไปนางตกใจจนแทบสิ้นสติ เขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือนางเอาไว้ เมื่อพบว่าเขายังหายใจอยู่จึงไม่อาจทอดทิ้งเขาได้ ในใจก็ได้แต่ภาวนาว่าที่ขบวนเดินทางจะยังมีคนที่เหลือรอดอยู่บ้าง

ร่างเล็กวิ่งกลับไปตามเส้นทางเดิมที่โจรร้ายบังคับเอาตัวมา แต่ตลอดเส้นทางที่ว่ากลับมีเพียงร่างที่ไร้วิญญาณของผู้คนในขบวนนอนเกลื่อนกลาดไปทั่ว

ห่อสัมภาระสองห่อที่นางเก็บมาได้คือของนางเอง ซึ่งสาวใช้ของนางโยนทิ้งไว้ในพุ่มไม้

ตอนนั้นบุรุษในขบวนเดินทางต่างก็ตะโกนบอกให้หญิงสาวรีบหนี เพราะรับมือโจรพวกนั้นไม่ได้แล้ว เสี่ยวเป่า สาวใช้ซึ่งนางไถ่ถอนตัวออกมาจากหอฉานจ้วนพร้อมกัน ก็โดนขืนใจก่อนถูกฆ่าตายอย่างอนาถ ศพของนางทิ้งอยู่ไม่ไกลในละแวกนั้นนัก

ที่จริงแล้วนางเองคงจะมีชะตาที่ไม่ต่างกันนัก หากเจ้าโจรนั่นจะไม่ลากนางมายังริมลำธารแห่งนี้ จนกระทั่งนางได้พบกับเขา

สือเจี้ยนหาวนั่งฟังเรื่องราวของนางเงียบๆ เขามองหาถุงปักใบเล็กที่เคยสวมอยู่ที่คอ

“ถุงปักเล่า ถุงของข้า” สือเจี้ยนหาวรีบถามนางทันที น้ำเสียงร้อนรนของเขาทำให้จูอี้หลินต้องหันกลับมา

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 13

    “นางเป็นใครหรือ” บุรุษชุดขาวถามเสียงเบา และจดจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของสือเจี้ยนหาว“ฮูหยินของข้า” เขาตัดสินใจบอกออกไปแบบนั้นเพราะนึกถึงเหตุการณ์ในคืนที่พวกเขาพักค้างแรม แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือจูอี้หลินตื่นขึ้นมาได้ยินพอดีหญิงสาวเงยหน้ามามองหน้าเขาด้วยใบหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะขยับตัวเมื่อรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างสนิทสนม หากแต่...นางขยับไม่ได้เพราะร่างถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าห่มจนคล้ายรังไหมสือเจี้ยนหาวก้มลงมองใบหน้าแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเลือดฝาดของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางดีขึ้นมากแล้ว“อย่าขยับ เจ้าเผลอหลับไป อากาศหนาวทำให้ร่างกายของเจ้าเย็นเฉียบ ต้องทำให้ตัวเจ้าอุ่นกว่านี้สักหน่อย” เสียงราบเรียบของเขาเอ่ยขึ้นข้างหู ลมหายใจอบอุ่นที่เป่ารดแก้ม จูอี้หลินรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งกาย และนางยิ่งขวยอายมากขึ้นเมื่อพบว่าตนไม่ได้อยู่ลำพังกับเขาเพียงสองคน เนื่องจากการกระทำของทั้งคู่ ช่างดูสนิทสนมจนเกินงามบุรุษชุดขาวมองสือเจี้ยนหาวด้วยความประหลาดใจ ตอนพบสือเจี้ยนหาวครั้งแรก เขาจำได้ว่าทั้งสองพักกันคนละห้อง อีกทั้งหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดก็ไม่ได้รวบผมขึ้นอย่า

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 12

    เงาร่างที่พุ่งเข้ามาขวาง ทำให้สือเจี้ยนหาวยืนนิ่งตะลึง เขาไม่คาดว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ตอนที่เขากำลังจะพุ่งเข้าหาบุรุษชุดดำสั้งสามคน กลับมีกลุ่มคนลึกลับเข้ามาช่วยเขารับมือเขารู้สึกได้ว่าผู้มาใหม่ไม่ได้ประสงค์ร้ายกับเขา ทั้งยังตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่คนทั้งห้าปรากฏกายขึ้น เขาก็ได้แต่ยืนมองพวกคนเหล่านั้นประมือกัน อีกทั้งหนึ่งในบุรุษห้าคนยังก้าวมายืนขวางเขาเอาไว้คล้ายกำลังปกป้องผู้มาใหม่สี่ในห้าคนดูมีฝีมือไม่น้อย ทว่าบุรุษชุดขาวสะอาดทั้งร่างที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด ทำให้เขาตระหนักว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นนายของคนทั้งสี่ เพราะเขาไม่มีวรยุทธ์แม้แต่น้อย ดังนั้นจึงถูกปกป้องเอาไว้ด้านหลังสือเจี้ยนหาวลอบประเมินคนทั้งห้าเงียบๆ หมวกที่อำพรางใบหน้าของบุรุษชุดขาวอย่างมิดชิด ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งยังไม่อาจรู้ได้ว่าเขาคือผู้ใด และประสงค์สิ่งใดจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่นานบุรุษชุดดำที่จู่โจมสือเจี้ยนหาวก็ล่าถอยไป พวกเขาถึงกับลากคนที่ถูกสังหารกลับไปด้วย ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่น้อย“พวกท่านเป็นใคร เหตุใดยื่นมือเข้าช่วย” สือเจี้ยนหาวมองออกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ยื่น

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 11

    “พะย่ะค่ะ / ขอรับ” จางอู่จิ้งและอู๋อิงสงต่างก็รับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปร่างสูงก้าวอย่างมั่นคงไปยังห้องพักของแม่ทัพ ระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน เหล่าทหารก็ก้มลงคำนับอย่างนอบน้อม แต่มิใช่ในฐานะแม่ทัพและองค์ชายเช่นเดิม ตอนนี้จ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ที่ป้อมเจิ้งจินในฐานะกุนซือจากเมืองหลวงนายทหารทุกคนเรียกเขาว่า ‘จื่อลู่[1]’ ซึ่งชื่อนี้เขาตั้งขึ้นโดยมีที่มาจากหยกมังกรม่วง ซึ่งเป็นหยกประจำตัวของเขานั่นเองร่างที่นอนอยู่บนเตียงคือจ้าวเหยียนอิ่ง เขาถูกพิษจึงยังคงไม่ได้สติ หมอหลวงที่มากับกองทัพกำลังช่วยกันรักษาเขาอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจสั่งการในกองทัพก็คือจางซานจิ่ว ซึ่งเขาก็รับคำสั่งจากจ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ลับๆ เพื่อเตรียมทำสงครามกับแคว้นหนาน“เจ้าสาม” เสียงระโหยของจ้าวเหยียนอิ่งดังขึ้นทันทีที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง“พี่รอง ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่”“ไม่เป็นไร การศึกเล่า”“อย่ากังวลเลย ท่านพักผ่อนเถิด พิษที่ท่านได้รับแม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ช่วงนี้ท่านอย่าออกแรงจะดีกว่า”“แม่ทัพอย่างข้าถึงกับพลาดพลั้งเพียงเพราะศรของศัตรูเพียงดอกเดียว”“ท่านอย่าคิดมากเลย แม่ทัพแคว้นหนานใช้วิธีลอบก

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 10

    ความสามารถในอดีตที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของ ทำให้นางได้พบกับพวกเขาในเวลาที่แตกต่างกัน ทว่ามันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น“จะดีหรือ ปล่อยนางไปเช่นนี้ เส้นทางไปชายแดนอาจมีอันตราย” เฟิงชิงก้าวออกมา สายตาของเขามองคนที่กำลังวิ่งไปยังกระท่อมอีกหลัง“ไม่ให้นางไป คิดหรือว่านางจะยินยอม อย่าว่าแต่นางสังหรณ์ใจเลย ข้าเองก็กังวลอยู่เหมือนกัน ชะตาชีวิตของเจี้ยนหาวนั้นสลับซับซ้อน ข้ามองไม่ออกจริงๆ ว่าเดินทางไปชายแดนครั้งนี้เขาจะเจอกับอะไรบ้าง”“ท่านทำนายชะตาเขาหรือ”“ไม่ถึงกับทำนายหรอก ข้ามองจากลายมือเขา ชีวิตของเขายุ่งเหยิงเต็มไปด้วยภยันตราย ตอนนั้นข้าเพียงแต่คิดว่าเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับความมืด ทั้งยังสังหารคนมามาก กระทั่งเมื่อสามสี่วันก่อนข้าลองตรวจชะตาจากวันตกฟาก เขากำลังมีเคราะห์ครั้งใหญ่ซึ่งอาจถึงกับชีวิต” ซูหย่งจื้อถอนหายใจออกมาเสียงดัง “แต่ก็นั่นแหละ ข้าอาจผิดก็ได้เพราะข้าไม่ได้เก่งกาจเรื่องการทำนาย หากรู้เช่นนี้ข้าน่าจะศึกษาเรื่องนี้ให้มากหน่อย”“ท่านอาจผิดก็ได้ อย่ากังวลเลย” เฟิงชิงตบบ่าซูหย่งจื้อเบาๆ“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคนในครอบครัวของข้า ข้าไม่อย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 9

    แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาหวิวแต่กลับไม่อาจปิดบังความตื่นตระหนก ดวงตาจ้องไปยังมีดสั้นของสือเจี้ยนหาวเขม็ง “เจ้าเป็นอะไรกับสือเจี้ยนเหวิน ปิศาจเงาพันปี”สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้ว ในใจก็นึกสงสัยยิ่งนักที่มีคนรู้จักผู้เป็นบิดารวมไปถึงมีดสั้นซึ่งตกทอดมายังเขา มีดสั้นซึ่งตีขึ้นด้วยเหล็กกล้า แกะลวดลายกรงเล็บของพญาเหยี่ยว ทั้งยังฝังพลอยล้ำค่าสีแดงลงไป ‘วิหคยมทูต’“ทำไมเจ้าจึงมีเพียงหนึ่ง อีกหนึ่งเล่า”“ไม่ใช่กงการใดของเจ้า” สือเจี้ยนหาวเอ่ยเสียงเย็น เขาไม่ชอบความรู้สึกคลุมเครือนี้เลย เพราะตลอดมาเขารู้เรื่องของบิดาน้อยมาก จึงรู้สึกขัดใจที่มีผู้อื่นล่วงรู้เกี่ยวกับมีดสั้นคู่กายมากกว่าตัวเอง“มอบมันให้ข้า แล้วเจ้าไปได้ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”“ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถหรือไม่ เข้ามา!”แม้ว่าจะบาดเจ็บ ทว่าสือเจี้ยนหาวก็ยังคงรวบรวมกำลังภายใน เขามองออกถึงความมุ่งร้ายของอีกฝ่าย ทันทีที่เอ่ยถึงมีดสั้นวิหคยมทูตไม่ว่าเขาจะมีความคิดที่จะมอบมีดสั้นออกไปหรือไม่ อีกฝ่ายก็คงไม่มีทางละเว้นเขา แต่นั่นเป็นเพียงความคิดเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่มีวันมอบวิหคยมทูตของบิดาให้ผู้ใดเงาร่างสีดำพุ่งเข้าหาสือเจี้ยนหาวพร้อมกัน แต่ชาย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 8

    สือเจี้ยนหาวควบม้าขึ้นเขาไปอย่างคล่องแคล่ว เขารู้เส้นทางในละแวกนี้เป็นอย่างดี ดินแดนเหนือแห่งนี้นานมาแล้วเขาเคยสำรวจเส้นทางทั้งหมดด้วยตัวเองตอนนั้นเขายังเป็นองครักษ์เงาของแม่ทัพใหญ่ และหน้าที่รองอีกอย่าง ก็คือสำรวจเส้นทางที่จำเป็นในการเดินทัพ ดังนั้นแถบชายแดนทางเหนือ เขาจึงคุ้นเคยเป็นอย่างดี และหุบเขาแห่งนี้เขาก็ค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งที่สามารถใช้หลบศัตรูได้เขาคือนักล่าที่ไม่ชอบและไม่มียอมเป็นฝ่ายถูกไล่ล่า ดังนั้นเขาต้องหาที่ปลอดภัยให้หญิงสาวเสียก่อน เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ จากนั้นเขาก็จะกลายมาเป็นผู้ล่าเสียเอง นั่นจึงจะเป็นวิธีที่เขาถนัดสูงขึ้นไปยังยอดหุบเขาอันเหน็บหนาว ดอกเหมยสีแดงต้นหนึ่งกำลังผลิบาน ราวกับเย้ยหยันความหนาวเย็นอย่างเดียวดายเมื่อเดินไปด้านหลังต้นไม้สูงใหญ่ สุดทางเดินริมหน้าผามีถ้ำหินขนาดเล็กแห่งหนึ่งซุกซ่อนอยู่ หากไม่สังเกตให้ดี ไม่มีทางที่จะเห็นทางเข้าถ้ำแห่งนี้ได้ เนื่องจากปล่องหินที่มีขนาดเล็กมาก ทั้งยังหลบอยู่ด้านหลังเถาไม้เลื้อยที่ปกคลุมจนหนาทึบ ทว่าสือเจี้ยนหาวที่เป็นคนพบมันก่อนผู้ใดยังจดจำมันได้เป็นอย่างดี“เจ้าเข้าไปหลบอยู่ด้านในก่อน ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเข

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status