Compartir

บทที่ 5

last update Última actualización: 2026-01-05 07:31:52

“อยู่นี่เจ้าค่ะ มันเปียกน้ำแต่ข้าผึ่งไฟแล้ว ยาสมานแผลที่อยู่ในขวดข้าใช้กับบาดแผลของท่าน...” นางพอจะมองออกว่าถุงใบนี้น่าจะมีความสำคัญจึงเก็บเอาไว้ให้เขา

“ท่าน ชื่อของท่านเล่าเจ้าคะ ข้าขอทราบนามของผู้มีพระคุณได้หรือไม่”

“เจ้าไม่ต้องรู้หรอก” สือเจี้ยนหาวปฏิเสธก่อนหลับตาแล้วพยายามเดินลมปราณในร่าง เขาเพิ่งจะกลืนยาเม็ดที่สามเข้าไปอีกทั้งร่างกายยังได้พักบ้าง เรี่ยวแรงของเขาจึงกลับคืนมาหลายส่วน

“แผลตรงแขนซ้ายของท่านลึกมาก” จูอี้หลินมองแขนซ้ายของเขาอย่างเป็นกังวล แต่เขากลับดูไม่ใส่ใจนัก เพราะประโยคต่อมากลับไม่ได้เกี่ยวข้องกับบาดแผลบนร่างของเขา

“หมู่บ้านที่พวกเจ้าจะไปอยู่ไกลหรือไม่”

“หมู่บ้านจงตู ข้ามเขาทางใต้ไปสองลูกเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเจ้านอนเสีย” สือเจี้ยนหาวเอ่ย ตอนนี้เขาลุกขึ้นได้แล้ว จึงเดินไปเติมฟืนให้กองไฟลุกโชติช่วงขึ้นอีก

“รุ่งเช้าข้าจะพาเจ้าไปส่งที่หมู่บ้านจงตู เจ้ามีญาติที่นั่นหรือไม่” เขาถามเสียงเรียบ

“ฮูหยินของท่านหัวหน้าหมู่บ้านมีญาติอยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ ข้าคงจะไปแจ้งข่าวกับพวกเขา แล้วอาจจะอาศัยอยู่ที่นั่นสักพักจนกว่าจะหาทางได้”

“เอาล่ะ เราต้องออกเดินทางแต่เช้า ก่อนที่โจรพวกนั้นจะกลับมาตามหาร่องรอยของคนที่หายไป”

ตอนนี้เป็นตอนกลางคืน อีกทั้งหมาป่าก็ชุกชุม ดังนั้นแม้จะเป็นโจรป่าที่เชี่ยวชาญพื้นที่ก็คงไม่โง่งมออกมาตามหาผู้ใดในยามนี้

จูอี้หลินมองเขาที่ลุกขึ้นคล้ายมิได้บาดเจ็บมาก่อนก็ลอบถอนหายใจ นางเองก็เป็นกังวลอยู่เหมือนกันว่าอาการเขาจะหนักหนาไปกว่านี้

นางผอมบาง เรี่ยวแรงน้อยนิด ตอนลากเขาขึ้นมาจากน้ำนางก็แทบจะสิ้นเรี่ยวแรง ดังนั้นเมื่อทิ้งตัวลงนอนก็แทบจะหลับไปในทันที ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าผู้มีพระคุณกำลังนั่งจ้องนางด้วยสีหน้าหนักอึ้ง

เช้าวันถัดมาจูอี้หลินค่อยๆ พลิกกาย ทว่าทันทีที่สายตาของนางสานสบเข้ากับดวงตาของปิศาจร้าย ใบหน้างดงามก็แดงระเรื่อขึ้น ไม่รู้ว่าโดนเขาจดจ้องอยู่นานเท่าไรแล้ว นางเป็นคนตื่นเช้าแต่ยังคงมีคนที่ตื่นเช้ากว่า

...เขาตื่นเช้าถึงเพียงนี้ทั้งที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บมาก

            “ท่านตื่นนานแล้วหรือเจ้าคะ” จูอี้หลินถามเขาอย่างเกรงอกเกรงใจ

            “ไปล้างหน้าล้างตาเสีย เราจะออกเดินทางเมื่อเจ้าพร้อม” เขาเอ่ยเสียงเย็นชาและไม่ได้ตอบคำถามของนาง ร่างสูงเพียงเดินไปรื้อค้นข้าวของในห่อสัมภาระเพื่อมองหาสิ่งที่จำเป็น

            จูอี้หลินทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย น้ำในลำธารเย็นเฉียบจนสั่นสะท้าน แต่กระนั้นก็ช่วยให้ใบหน้าที่ร้อนจนแทบลุกเป็นไฟรู้สึกดีขึ้น

            สือเจี้ยนหาวลองก้าวเดินพร้อมกับสำรวจบาดแผลที่ขาทั้งสองข้าง บาดแผลที่ต้นขาของเขาดีขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังรู้สึกเจ็บมากหากเดินเท้า แต่เขาก็ไม่อาจชักช้าอยู่ที่นี่เช่นกัน

เขาต้องรีบกลับไปยังป้อมเจิ้งจิน เนื่องจากใบหน้าของจ้าวเหยียนเจี๋ยและเสียงตะโกนของอีกฝ่ายยังคงกึกก้องในความทรงจำ

...ไม่รู้ว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยจะโทษตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้นขนาดไหน

ทว่าก่อนอื่นจะต้องไปส่งหญิงสาวผู้นี้เสียก่อน อย่างน้อยๆ นางเองก็ถือว่าได้ช่วยเหลือเขาเช่นกัน เขาจึงไม่อาจดูดายปล่อยนางทิ้งเอาไว้กลางป่าได้

            การเดินทางค่อนข้างล่าช้า สือเจี้ยนหาวค่อนข้างหงุดหงิดและอารมณ์เสีย เขาไม่อาจจะใช้กำลังภายในอุ้มนางเหินกายไปอย่างที่ใจอยากทำ

หนึ่งบุรุษที่กำลังบาดเจ็บ กับอีกหนึ่งสตรีผู้บอบบางอ่อนแอจึงได้แต่เดินเท้าไปช้าๆ กระทั่งดวงอาทิตย์เลยศีรษะไปแล้ว ทั้งคู่จึงพบถนนสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านภูเขาลูกแรก

จูอี้หลินมองสีหน้าท่าทางของเขาออก เขาทั้งกังวล ทั้งเร่งร้อนเพื่อที่จะเดินทาง แต่กระนั้นเขาก็ยังมีน้ำใจคิดที่จะไปส่งนาง ในใจของนางนั้นรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ทะ...ท่านเจ้าคะ” จูอี้หลินเอ่ยเรียกเสียงแผ่วด้วยความขลาดกลัว

แผ่นหลังกล้าแกร่งโดดเด่นห่างไปหลายก้าว ทำให้นางรู้สึกกลัวอยู่บ้าง ทว่าในความหวาดกลัวกลับมีความรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยอย่างประหลาด ทั้งนี้หญิงสาวได้แต่ลอบมองเขาอย่างขลาดเขลามาตลอดการเดินทาง

เขาคือบุรุษคนแรกที่มองนางแล้วไม่มีแววคุกคามในดวงตา ไม่มีความหื่นกระหาย ไม่มีแววกระเพื่อมไหว ไร้ซึ่งกิเลสตัณหาใดๆ ทั้งปวง

รอบกายเขามีเพียงความดุร้ายเย็นชาที่แผ่กระจายออกมา ดวงหน้างดงามซึ่งเป็นถึงอดีตโฉมงามอันดับหนึ่งของแคว้นจ้าวเช่นนาง ไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อเขาเลยแม้แต่น้อย

            “ข้าพอจะมองออกว่าท่านกำลังรีบร้อน หากท่านอยากจะแยกกับข้า เส้นทางนี้จะนำข้าไปยังที่พักของนักเดินทาง ดังนั้น...”

จูอี้หลินหยุดเท้าทั้งที่ยังเอ่ยไม่จบ นั่นเพราะจู่ๆ เขาก็หยุดเดิน ทำให้หน้าผากที่ก้มงุดของนางแทบจะชนเข้ากับแผ่นอกกว้างที่หันกลับมาอย่างกะทันหัน

            สือเจี้ยนหาวก้มลงมองใบหน้าแดงเรื่อเพราะความเหน็ดเหนื่อยแล้วถอนใจเสียงเบา เขารู้ดีว่านางเดินตามเขามาโดยไม่ปริปากตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งยังมีท่าทีหวาดกลัวเขาอย่างเห็นได้ชัด ทว่านางก็ไม่เอ่ยปากขอหยุดพัก ทั้งที่นางเหน็ดเหนื่อยจนแทบจะก้าวเท้าไม่ออก

            “เจ้ากลัวข้าหรือ” สือเจี้ยนหาวก้มลงถามเสียงเรียบ

            หญิงสาวแทบจะพยักหน้าในทันที ทว่านางไม่ได้ทำเมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตาโกรธกรุ่นอยู่เป็นนิจของเขา นางกัดริมฝีปากแล้วนิ่วหน้า ในใจได้แต่แอบคิดว่าจะกล้าตอบตามตรงได้อย่างไรกันว่านางกลัวเขาจริงๆ แต่เป็นความกลัวว่านางจะสร้างปัญหาให้เขาต่างหาก

            “ขะ...ข้าเพียงแต่คิดว่าหากท่านรีบร้อนและมีเรื่องอื่นจะต้องทำ เช่นนั้น...เช่นนั้น...” จูอี้หลินหลบสายตาเขา

            “เดินทางต่อไป เราจะไปหยุดพักยังที่พักที่เจ้าว่า หลังจากนั้นจะไม่มีการพักอีก ดังนั้นตามข้าให้ทัน”

สือเจี้ยนหาวหันหลังเดินไปทันที โดยไม่รอให้นางพูดจบ จูอี้หลินไม่มีเวลาคิดอะไรนอกจากต้องวิ่งตามเขาให้ทัน  

เมื่อไปถึงที่พักนักเดินทาง ทั้งสือเจี้ยนหาวและจูอี้หลินต่างก็รับรู้ได้ถึงสายตาของเหล่านักเดินทาง เพราะเสียงสนทนาที่เงียบงันลงไปอย่างชัดเจน บวกกับสายตาที่มองตรงมายังทางเข้า

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคนรอบข้าง หากแต่เดินตรงเข้าไปถามเด็กรับใช้ที่ยืนรอต้อนรับอยู่ เขาจ่ายเงินสำหรับห้องพักสองห้อง นั่นทำให้เด็กรับใช้ตาโต จดจ้องใบหน้างดงามที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยความประหลาดใจ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 13

    “นางเป็นใครหรือ” บุรุษชุดขาวถามเสียงเบา และจดจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของสือเจี้ยนหาว“ฮูหยินของข้า” เขาตัดสินใจบอกออกไปแบบนั้นเพราะนึกถึงเหตุการณ์ในคืนที่พวกเขาพักค้างแรม แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือจูอี้หลินตื่นขึ้นมาได้ยินพอดีหญิงสาวเงยหน้ามามองหน้าเขาด้วยใบหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะขยับตัวเมื่อรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างสนิทสนม หากแต่...นางขยับไม่ได้เพราะร่างถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าห่มจนคล้ายรังไหมสือเจี้ยนหาวก้มลงมองใบหน้าแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเลือดฝาดของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางดีขึ้นมากแล้ว“อย่าขยับ เจ้าเผลอหลับไป อากาศหนาวทำให้ร่างกายของเจ้าเย็นเฉียบ ต้องทำให้ตัวเจ้าอุ่นกว่านี้สักหน่อย” เสียงราบเรียบของเขาเอ่ยขึ้นข้างหู ลมหายใจอบอุ่นที่เป่ารดแก้ม จูอี้หลินรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งกาย และนางยิ่งขวยอายมากขึ้นเมื่อพบว่าตนไม่ได้อยู่ลำพังกับเขาเพียงสองคน เนื่องจากการกระทำของทั้งคู่ ช่างดูสนิทสนมจนเกินงามบุรุษชุดขาวมองสือเจี้ยนหาวด้วยความประหลาดใจ ตอนพบสือเจี้ยนหาวครั้งแรก เขาจำได้ว่าทั้งสองพักกันคนละห้อง อีกทั้งหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดก็ไม่ได้รวบผมขึ้นอย่า

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 12

    เงาร่างที่พุ่งเข้ามาขวาง ทำให้สือเจี้ยนหาวยืนนิ่งตะลึง เขาไม่คาดว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ตอนที่เขากำลังจะพุ่งเข้าหาบุรุษชุดดำสั้งสามคน กลับมีกลุ่มคนลึกลับเข้ามาช่วยเขารับมือเขารู้สึกได้ว่าผู้มาใหม่ไม่ได้ประสงค์ร้ายกับเขา ทั้งยังตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่คนทั้งห้าปรากฏกายขึ้น เขาก็ได้แต่ยืนมองพวกคนเหล่านั้นประมือกัน อีกทั้งหนึ่งในบุรุษห้าคนยังก้าวมายืนขวางเขาเอาไว้คล้ายกำลังปกป้องผู้มาใหม่สี่ในห้าคนดูมีฝีมือไม่น้อย ทว่าบุรุษชุดขาวสะอาดทั้งร่างที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด ทำให้เขาตระหนักว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นนายของคนทั้งสี่ เพราะเขาไม่มีวรยุทธ์แม้แต่น้อย ดังนั้นจึงถูกปกป้องเอาไว้ด้านหลังสือเจี้ยนหาวลอบประเมินคนทั้งห้าเงียบๆ หมวกที่อำพรางใบหน้าของบุรุษชุดขาวอย่างมิดชิด ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งยังไม่อาจรู้ได้ว่าเขาคือผู้ใด และประสงค์สิ่งใดจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่นานบุรุษชุดดำที่จู่โจมสือเจี้ยนหาวก็ล่าถอยไป พวกเขาถึงกับลากคนที่ถูกสังหารกลับไปด้วย ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่น้อย“พวกท่านเป็นใคร เหตุใดยื่นมือเข้าช่วย” สือเจี้ยนหาวมองออกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ยื่น

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 11

    “พะย่ะค่ะ / ขอรับ” จางอู่จิ้งและอู๋อิงสงต่างก็รับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปร่างสูงก้าวอย่างมั่นคงไปยังห้องพักของแม่ทัพ ระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน เหล่าทหารก็ก้มลงคำนับอย่างนอบน้อม แต่มิใช่ในฐานะแม่ทัพและองค์ชายเช่นเดิม ตอนนี้จ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ที่ป้อมเจิ้งจินในฐานะกุนซือจากเมืองหลวงนายทหารทุกคนเรียกเขาว่า ‘จื่อลู่[1]’ ซึ่งชื่อนี้เขาตั้งขึ้นโดยมีที่มาจากหยกมังกรม่วง ซึ่งเป็นหยกประจำตัวของเขานั่นเองร่างที่นอนอยู่บนเตียงคือจ้าวเหยียนอิ่ง เขาถูกพิษจึงยังคงไม่ได้สติ หมอหลวงที่มากับกองทัพกำลังช่วยกันรักษาเขาอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจสั่งการในกองทัพก็คือจางซานจิ่ว ซึ่งเขาก็รับคำสั่งจากจ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ลับๆ เพื่อเตรียมทำสงครามกับแคว้นหนาน“เจ้าสาม” เสียงระโหยของจ้าวเหยียนอิ่งดังขึ้นทันทีที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง“พี่รอง ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่”“ไม่เป็นไร การศึกเล่า”“อย่ากังวลเลย ท่านพักผ่อนเถิด พิษที่ท่านได้รับแม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ช่วงนี้ท่านอย่าออกแรงจะดีกว่า”“แม่ทัพอย่างข้าถึงกับพลาดพลั้งเพียงเพราะศรของศัตรูเพียงดอกเดียว”“ท่านอย่าคิดมากเลย แม่ทัพแคว้นหนานใช้วิธีลอบก

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 10

    ความสามารถในอดีตที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของ ทำให้นางได้พบกับพวกเขาในเวลาที่แตกต่างกัน ทว่ามันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น“จะดีหรือ ปล่อยนางไปเช่นนี้ เส้นทางไปชายแดนอาจมีอันตราย” เฟิงชิงก้าวออกมา สายตาของเขามองคนที่กำลังวิ่งไปยังกระท่อมอีกหลัง“ไม่ให้นางไป คิดหรือว่านางจะยินยอม อย่าว่าแต่นางสังหรณ์ใจเลย ข้าเองก็กังวลอยู่เหมือนกัน ชะตาชีวิตของเจี้ยนหาวนั้นสลับซับซ้อน ข้ามองไม่ออกจริงๆ ว่าเดินทางไปชายแดนครั้งนี้เขาจะเจอกับอะไรบ้าง”“ท่านทำนายชะตาเขาหรือ”“ไม่ถึงกับทำนายหรอก ข้ามองจากลายมือเขา ชีวิตของเขายุ่งเหยิงเต็มไปด้วยภยันตราย ตอนนั้นข้าเพียงแต่คิดว่าเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับความมืด ทั้งยังสังหารคนมามาก กระทั่งเมื่อสามสี่วันก่อนข้าลองตรวจชะตาจากวันตกฟาก เขากำลังมีเคราะห์ครั้งใหญ่ซึ่งอาจถึงกับชีวิต” ซูหย่งจื้อถอนหายใจออกมาเสียงดัง “แต่ก็นั่นแหละ ข้าอาจผิดก็ได้เพราะข้าไม่ได้เก่งกาจเรื่องการทำนาย หากรู้เช่นนี้ข้าน่าจะศึกษาเรื่องนี้ให้มากหน่อย”“ท่านอาจผิดก็ได้ อย่ากังวลเลย” เฟิงชิงตบบ่าซูหย่งจื้อเบาๆ“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคนในครอบครัวของข้า ข้าไม่อย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 9

    แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาหวิวแต่กลับไม่อาจปิดบังความตื่นตระหนก ดวงตาจ้องไปยังมีดสั้นของสือเจี้ยนหาวเขม็ง “เจ้าเป็นอะไรกับสือเจี้ยนเหวิน ปิศาจเงาพันปี”สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้ว ในใจก็นึกสงสัยยิ่งนักที่มีคนรู้จักผู้เป็นบิดารวมไปถึงมีดสั้นซึ่งตกทอดมายังเขา มีดสั้นซึ่งตีขึ้นด้วยเหล็กกล้า แกะลวดลายกรงเล็บของพญาเหยี่ยว ทั้งยังฝังพลอยล้ำค่าสีแดงลงไป ‘วิหคยมทูต’“ทำไมเจ้าจึงมีเพียงหนึ่ง อีกหนึ่งเล่า”“ไม่ใช่กงการใดของเจ้า” สือเจี้ยนหาวเอ่ยเสียงเย็น เขาไม่ชอบความรู้สึกคลุมเครือนี้เลย เพราะตลอดมาเขารู้เรื่องของบิดาน้อยมาก จึงรู้สึกขัดใจที่มีผู้อื่นล่วงรู้เกี่ยวกับมีดสั้นคู่กายมากกว่าตัวเอง“มอบมันให้ข้า แล้วเจ้าไปได้ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”“ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถหรือไม่ เข้ามา!”แม้ว่าจะบาดเจ็บ ทว่าสือเจี้ยนหาวก็ยังคงรวบรวมกำลังภายใน เขามองออกถึงความมุ่งร้ายของอีกฝ่าย ทันทีที่เอ่ยถึงมีดสั้นวิหคยมทูตไม่ว่าเขาจะมีความคิดที่จะมอบมีดสั้นออกไปหรือไม่ อีกฝ่ายก็คงไม่มีทางละเว้นเขา แต่นั่นเป็นเพียงความคิดเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่มีวันมอบวิหคยมทูตของบิดาให้ผู้ใดเงาร่างสีดำพุ่งเข้าหาสือเจี้ยนหาวพร้อมกัน แต่ชาย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 8

    สือเจี้ยนหาวควบม้าขึ้นเขาไปอย่างคล่องแคล่ว เขารู้เส้นทางในละแวกนี้เป็นอย่างดี ดินแดนเหนือแห่งนี้นานมาแล้วเขาเคยสำรวจเส้นทางทั้งหมดด้วยตัวเองตอนนั้นเขายังเป็นองครักษ์เงาของแม่ทัพใหญ่ และหน้าที่รองอีกอย่าง ก็คือสำรวจเส้นทางที่จำเป็นในการเดินทัพ ดังนั้นแถบชายแดนทางเหนือ เขาจึงคุ้นเคยเป็นอย่างดี และหุบเขาแห่งนี้เขาก็ค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งที่สามารถใช้หลบศัตรูได้เขาคือนักล่าที่ไม่ชอบและไม่มียอมเป็นฝ่ายถูกไล่ล่า ดังนั้นเขาต้องหาที่ปลอดภัยให้หญิงสาวเสียก่อน เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ จากนั้นเขาก็จะกลายมาเป็นผู้ล่าเสียเอง นั่นจึงจะเป็นวิธีที่เขาถนัดสูงขึ้นไปยังยอดหุบเขาอันเหน็บหนาว ดอกเหมยสีแดงต้นหนึ่งกำลังผลิบาน ราวกับเย้ยหยันความหนาวเย็นอย่างเดียวดายเมื่อเดินไปด้านหลังต้นไม้สูงใหญ่ สุดทางเดินริมหน้าผามีถ้ำหินขนาดเล็กแห่งหนึ่งซุกซ่อนอยู่ หากไม่สังเกตให้ดี ไม่มีทางที่จะเห็นทางเข้าถ้ำแห่งนี้ได้ เนื่องจากปล่องหินที่มีขนาดเล็กมาก ทั้งยังหลบอยู่ด้านหลังเถาไม้เลื้อยที่ปกคลุมจนหนาทึบ ทว่าสือเจี้ยนหาวที่เป็นคนพบมันก่อนผู้ใดยังจดจำมันได้เป็นอย่างดี“เจ้าเข้าไปหลบอยู่ด้านในก่อน ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเข

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status