Compartir

บทที่ 6

last update Última actualización: 2026-01-05 07:31:56

“ส่งน้ำร้อนเข้าไปในห้องนาง หลังจากนั้นค่อยส่งข้าวปลาอาหารเข้าไป” น้ำเสียงติดจะเย็นชาของเขา ทำให้เด็กรับใช้รีบละสายตามาจากจูอี้หลิน ก่อนจะเดินนำทั้งคู่ไปยังห้องพัก

            จูอี้หลินพยายามเดินตามร่างสูงไปติดๆ นางไม่กล้ามองไปรอบๆ เพราะรับรู้ได้ถึงสายตาของบุรุษ ทั้งที่กำลังนั่งดื่มกิน และเดินทางผ่านไปมา

แม้กระทั่งเด็กรับใช้ที่ทำงานอยู่โดยรอบก็พากันหยุดมือ ก่อนจะหันมาจ้องนางอย่างเอาเป็นเอาตาย

หญิงสาวแทบจะเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของร่างสูงที่เดินอยู่ด้านหน้า แต่เมื่อลองคิดดูก็ยั้งมือเอาไว้ ในใจรู้สึกดีใจเหลือเกินที่เขาปฏิเสธยามที่นางเสนอให้เขาแยกกับนางเมื่อตอนเที่ยง

           

ท่ามกลางผู้คนที่อยู่ในที่พักค้างแรม ยังมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มองไปยังจูอี้หลิน เนื่องจากความสนใจของพวกเขาคือสือเจี้ยนหาว

ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกชัดเจนถึงความตกตะลึง บุรุษทั้งสี่หันกลับมามองบุรุษสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งบนศีรษะของเขามีหมวกที่มีผ้าคลุมปิดบังเอาไว้ ทำให้ไม่รู้ว่าเขามีรูปโฉมเช่นไร

            “นายท่าน...”

            บุรุษชุดขาวผู้นั้นก็คล้ายกำลังตกตะลึงเช่นกัน เขานั่งเงียบ มองตามร่างสูงไปไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา กระทั่งร่างของสือเจี้ยนหาวลับตาไป เขาจึงได้สติ

มือทั้งสองที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่น ก่อนจะคลายออก ผู้คุ้มกันทั้งสี่ของเขามองไม่เห็นใบหน้าของผู้เป็นนาย จึงไม่รู้ว่ามีสีหน้าเช่นไร

            “ไม่ ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ในตอนที่เราถูกไล่ล่า เราต้องรีบไปจากที่นี่ มิเช่นนั้นเขาจะมีภัย”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นผ่านผ้าคลุม ท่วงท่าสง่างามเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ทั่วทั้งร่างของเขาแฝงเอาไว้ด้วยราศีแห่งความสูงศักดิ์ ทำให้ผู้คนโดยรอบไม่กล้าเข้าไปใกล้ อีกทั้งบุรุษที่อยู่รอบกายเขา ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าพวกเขาต่างก็เป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ ดังนั้นเหล่าชาวยุทธ์จึงเลือกที่จะอยู่ให้ห่างจากกลุ่มคนพวกนี้ให้มากที่สุด

            “ต้วนหง เราไปกันเถิด”

            “แต่ว่านายท่าน..”

            “ไป”

            แม้ว่าผู้เป็นนายจะบอกเช่นนั้น ทว่าต้วนหงกลับขมวดคิ้ว เขายังคงมองไปที่ชั้นสองซึ่งเป็นทิศที่สือเจี้ยนหาวเดินลับตาไป ในใจอยากจะขึ้นไปชั้นสองมากกว่า แต่จนใจจึงทำได้เพียงเดินตามผู้เป็นนายออกไปขึ้นรถม้าที่

“นายท่านจะให้แยกอาหารออกเป็นสองห้อง หรือว่าส่งมารวมกันขอรับ”

เด็กรับใช้ถามขึ้นเมื่อเดินมาส่งทั้งสองที่หน้าห้องพัก

            “ส่งน้ำร้อนมาก่อน ส่วนอาหาร...” สือเจี้ยนหาวเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “ส่งทั้งหมดไปที่ห้องของนาง ข้าจะไปกินที่นั่น”

กล่าวจบก็ล้วงเงินออกมาจ่าย เงินนี้เป็นอีกหนึ่งในของที่อยู่ในห่อผ้า เขาแบ่งออกมาเล็กน้อยเท่านั้น เพราะตั้งใจจะมอบให้จูอี้หลินในตอนที่แยกกัน

            “ไปอาบน้ำก่อนเถิด หลังกินอะไรแล้วจะได้พักผ่อน พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้าตรู่”

            “เจ้าค่ะ” จูอี้หลินรับคำก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง

            หลังจากที่สือเจี้ยนหาวออกมาจากห้องของจูอี้หลิน เขาก็ตรงกลับเข้าห้องของตัวเอง บาดแผลที่เขาได้รับมาทำให้ร่างกายกระหายที่จะได้นอนหลับสักงีบหลังจากที่เดินทางมาทั้งวัน

            เมื่อเข้าไปในห้องหญิงสาวทำตามที่เขาบอก โดยปิดประตูหน้าต่างห้องอย่างแน่นหนา จากนั้นเข้านอนทันที โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้สังเกตเลยว่าประตูของห้องพักฝั่งตรงข้ามเพิ่งจะปิดลง หลังจากที่แง้มเอาไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อรอคอยเวลา

           

กลุ่มควันสีขาวลอยเข้ามาภายในห้องยามวิกาลไม่ได้ทำให้จูอี้หลินรู้สึกตัวขึ้นมาแม้แต่น้อย นางยังคงหลับใหลอยู่บนเตียงด้วยท่าทีสงบ

เสียงฝีเท้าเบาหวิวของบุรุษ ร่างหนาเดินอยู่ข้างหน้าต่างดังแทรกเข้ามาเป็นระยะๆ ทว่านางก็ยังคงนอนนิ่งสนิท คล้ายไม่รับรู้สิ่งรอบกาย

ไม่นานปลายมีดก็ยื่นเข้ามาปลดดาลหน้าต่าง ก่อนที่บานหน้าต่างจะถูกเปิดออก ร่างของบุรุษสามคนปีนข้ามหน้าต่างเข้ามา แล้วเดินตรงไปหาคนที่หลับใหลอยู่บนเตียง 

            ความเย็นเยียบที่ไต่ผิวกาย ทำให้จูอี้หลินลืมตาตื่น นางมองเห็นเงาหนาคร่อมอยู่บนร่างของตนแล้วตกใจจนแทบสิ้นสติ ทว่าเมื่อยกมือขึ้นตั้งใจจะผลักเขาออก ร่างกายกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง นางอ้าปากหมายจะกรีดร้อง แต่กลับไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้

            “ตื่นแล้วหรือ เช่นนั้นก็ดี เรามาหาความสุขกันนะแม่นางคนงาม ข้าไม่เคยเห็นหญิงคนใดงดงามเท่าเจ้ามาก่อนเลย”

            “พวกข้าจะอ่อนโยนต่อเจ้าให้มาก แม่นางคนงาม เจ้าอย่ากลัวไปเลย”

            “เร็วเข้าสิอย่ามัวพิรี้พิไร เรามีกันถึงสามคนนะ ไม่กี่ชั่วยามก็จะสว่างแล้ว”

            จูอี้หลินมองมือหยาบกำลังเปิดสาบเสื้อของนางออกด้วยดวงตาแตกตื่น พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายทว่ากลับไร้ผล

พวกมันเข้ามาในตอนไหนนางมิอาจรู้ ลมหายใจของนางหอบแรงเป็นห้วงๆ ด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างมองบุรุษทั้งสามกำลังปีนขึ้นมาบนเตียง

            “อย่าขัดขืนเลย พวกเจ้าโดนควันสะกดใจของข้า ดังนั้นพวกเจ้าจะไร้เรี่ยวแรงไปถึงเช้า ข้าหมายถึงเจ้าหนุ่มคนที่มากับเจ้านั่นด้วย”

น้ำเสียงน่าสะอิดสะเอียนของมันดังอยู่เหนือร่างของนาง จูอี้หลินน้ำตาไหลพราก ความสิ้นหวังประดังประเดเข้ามาภายในจิตใจ

ใบหน้าของบุรุษที่อยู่ห้องข้างๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ภายในใจของนางได้แต่กรีดร้องออกมาด้วยความขมขื่น เป็นเช่นนี้เสมอ...ความงดงามของนางมักจะเป็นตัวชักนำเภทภัยเข้ามา

มารดาของนางต้องตาย เพราะให้กำเนิดนาง

บิดาปกป้องนางจากชายหนุ่มในหมู่บ้านจึงถูกแทงกระทั่งสิ้นใจ

ลุงกับป้าที่สมควรจะช่วยนาง หลังจากที่บิดาถูกฆ่าตายอย่างไร้ความเป็นธรรม พวกเขากลับโทษว่านางคือตัวซวยจึงขายนางให้หอนางโลม ตอนนั้นนางอายุเพียงแค่สิบห้า เพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่นเท่านั้นเอง

เด็กสาววัยเพียงสิบห้าปีทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นโฉมสะคราญที่งดงามปานล่มเมืองอย่างนาง เพียงปีแรกที่เข้าไปอยู่ในหอฉานจ้วน กลับก้าวขึ้นเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งของแคว้นจ้าวได้อย่างง่ายดาย แต่นางยังนับว่าโชคดีที่แม่เล้าคอยดูแลรักใคร่เป็นอย่างมาก แม้จะถูกขายเข้าหอนางโลมแต่ก็ได้ชื่อว่าขายศิลป์ ไม่ขายร่างกาย

นับจากที่ก้าวขึ้นเป็นโฉมงามอันดับหนึ่ง จนกระทั่งก้าวออกมา จูอี้หลินยังไม่เคยให้ชายใดเป็นแขกหลังม่านมาก่อนเลยสักครั้ง นางรักษาเกียรติและความบริสุทธิ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 13

    “นางเป็นใครหรือ” บุรุษชุดขาวถามเสียงเบา และจดจ้องใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของสือเจี้ยนหาว“ฮูหยินของข้า” เขาตัดสินใจบอกออกไปแบบนั้นเพราะนึกถึงเหตุการณ์ในคืนที่พวกเขาพักค้างแรม แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือจูอี้หลินตื่นขึ้นมาได้ยินพอดีหญิงสาวเงยหน้ามามองหน้าเขาด้วยใบหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะขยับตัวเมื่อรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างสนิทสนม หากแต่...นางขยับไม่ได้เพราะร่างถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าห่มจนคล้ายรังไหมสือเจี้ยนหาวก้มลงมองใบหน้าแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเลือดฝาดของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางดีขึ้นมากแล้ว“อย่าขยับ เจ้าเผลอหลับไป อากาศหนาวทำให้ร่างกายของเจ้าเย็นเฉียบ ต้องทำให้ตัวเจ้าอุ่นกว่านี้สักหน่อย” เสียงราบเรียบของเขาเอ่ยขึ้นข้างหู ลมหายใจอบอุ่นที่เป่ารดแก้ม จูอี้หลินรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งกาย และนางยิ่งขวยอายมากขึ้นเมื่อพบว่าตนไม่ได้อยู่ลำพังกับเขาเพียงสองคน เนื่องจากการกระทำของทั้งคู่ ช่างดูสนิทสนมจนเกินงามบุรุษชุดขาวมองสือเจี้ยนหาวด้วยความประหลาดใจ ตอนพบสือเจี้ยนหาวครั้งแรก เขาจำได้ว่าทั้งสองพักกันคนละห้อง อีกทั้งหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดก็ไม่ได้รวบผมขึ้นอย่า

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 12

    เงาร่างที่พุ่งเข้ามาขวาง ทำให้สือเจี้ยนหาวยืนนิ่งตะลึง เขาไม่คาดว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ตอนที่เขากำลังจะพุ่งเข้าหาบุรุษชุดดำสั้งสามคน กลับมีกลุ่มคนลึกลับเข้ามาช่วยเขารับมือเขารู้สึกได้ว่าผู้มาใหม่ไม่ได้ประสงค์ร้ายกับเขา ทั้งยังตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่คนทั้งห้าปรากฏกายขึ้น เขาก็ได้แต่ยืนมองพวกคนเหล่านั้นประมือกัน อีกทั้งหนึ่งในบุรุษห้าคนยังก้าวมายืนขวางเขาเอาไว้คล้ายกำลังปกป้องผู้มาใหม่สี่ในห้าคนดูมีฝีมือไม่น้อย ทว่าบุรุษชุดขาวสะอาดทั้งร่างที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด ทำให้เขาตระหนักว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นนายของคนทั้งสี่ เพราะเขาไม่มีวรยุทธ์แม้แต่น้อย ดังนั้นจึงถูกปกป้องเอาไว้ด้านหลังสือเจี้ยนหาวลอบประเมินคนทั้งห้าเงียบๆ หมวกที่อำพรางใบหน้าของบุรุษชุดขาวอย่างมิดชิด ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งยังไม่อาจรู้ได้ว่าเขาคือผู้ใด และประสงค์สิ่งใดจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่นานบุรุษชุดดำที่จู่โจมสือเจี้ยนหาวก็ล่าถอยไป พวกเขาถึงกับลากคนที่ถูกสังหารกลับไปด้วย ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้แม้แต่น้อย“พวกท่านเป็นใคร เหตุใดยื่นมือเข้าช่วย” สือเจี้ยนหาวมองออกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ยื่น

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 11

    “พะย่ะค่ะ / ขอรับ” จางอู่จิ้งและอู๋อิงสงต่างก็รับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปร่างสูงก้าวอย่างมั่นคงไปยังห้องพักของแม่ทัพ ระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน เหล่าทหารก็ก้มลงคำนับอย่างนอบน้อม แต่มิใช่ในฐานะแม่ทัพและองค์ชายเช่นเดิม ตอนนี้จ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ที่ป้อมเจิ้งจินในฐานะกุนซือจากเมืองหลวงนายทหารทุกคนเรียกเขาว่า ‘จื่อลู่[1]’ ซึ่งชื่อนี้เขาตั้งขึ้นโดยมีที่มาจากหยกมังกรม่วง ซึ่งเป็นหยกประจำตัวของเขานั่นเองร่างที่นอนอยู่บนเตียงคือจ้าวเหยียนอิ่ง เขาถูกพิษจึงยังคงไม่ได้สติ หมอหลวงที่มากับกองทัพกำลังช่วยกันรักษาเขาอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจสั่งการในกองทัพก็คือจางซานจิ่ว ซึ่งเขาก็รับคำสั่งจากจ้าวเหยียนเจี๋ยอยู่ลับๆ เพื่อเตรียมทำสงครามกับแคว้นหนาน“เจ้าสาม” เสียงระโหยของจ้าวเหยียนอิ่งดังขึ้นทันทีที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง“พี่รอง ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่”“ไม่เป็นไร การศึกเล่า”“อย่ากังวลเลย ท่านพักผ่อนเถิด พิษที่ท่านได้รับแม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ช่วงนี้ท่านอย่าออกแรงจะดีกว่า”“แม่ทัพอย่างข้าถึงกับพลาดพลั้งเพียงเพราะศรของศัตรูเพียงดอกเดียว”“ท่านอย่าคิดมากเลย แม่ทัพแคว้นหนานใช้วิธีลอบก

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 10

    ความสามารถในอดีตที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของ ทำให้นางได้พบกับพวกเขาในเวลาที่แตกต่างกัน ทว่ามันก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น“จะดีหรือ ปล่อยนางไปเช่นนี้ เส้นทางไปชายแดนอาจมีอันตราย” เฟิงชิงก้าวออกมา สายตาของเขามองคนที่กำลังวิ่งไปยังกระท่อมอีกหลัง“ไม่ให้นางไป คิดหรือว่านางจะยินยอม อย่าว่าแต่นางสังหรณ์ใจเลย ข้าเองก็กังวลอยู่เหมือนกัน ชะตาชีวิตของเจี้ยนหาวนั้นสลับซับซ้อน ข้ามองไม่ออกจริงๆ ว่าเดินทางไปชายแดนครั้งนี้เขาจะเจอกับอะไรบ้าง”“ท่านทำนายชะตาเขาหรือ”“ไม่ถึงกับทำนายหรอก ข้ามองจากลายมือเขา ชีวิตของเขายุ่งเหยิงเต็มไปด้วยภยันตราย ตอนนั้นข้าเพียงแต่คิดว่าเพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับความมืด ทั้งยังสังหารคนมามาก กระทั่งเมื่อสามสี่วันก่อนข้าลองตรวจชะตาจากวันตกฟาก เขากำลังมีเคราะห์ครั้งใหญ่ซึ่งอาจถึงกับชีวิต” ซูหย่งจื้อถอนหายใจออกมาเสียงดัง “แต่ก็นั่นแหละ ข้าอาจผิดก็ได้เพราะข้าไม่ได้เก่งกาจเรื่องการทำนาย หากรู้เช่นนี้ข้าน่าจะศึกษาเรื่องนี้ให้มากหน่อย”“ท่านอาจผิดก็ได้ อย่ากังวลเลย” เฟิงชิงตบบ่าซูหย่งจื้อเบาๆ“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคนในครอบครัวของข้า ข้าไม่อย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 9

    แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาหวิวแต่กลับไม่อาจปิดบังความตื่นตระหนก ดวงตาจ้องไปยังมีดสั้นของสือเจี้ยนหาวเขม็ง “เจ้าเป็นอะไรกับสือเจี้ยนเหวิน ปิศาจเงาพันปี”สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้ว ในใจก็นึกสงสัยยิ่งนักที่มีคนรู้จักผู้เป็นบิดารวมไปถึงมีดสั้นซึ่งตกทอดมายังเขา มีดสั้นซึ่งตีขึ้นด้วยเหล็กกล้า แกะลวดลายกรงเล็บของพญาเหยี่ยว ทั้งยังฝังพลอยล้ำค่าสีแดงลงไป ‘วิหคยมทูต’“ทำไมเจ้าจึงมีเพียงหนึ่ง อีกหนึ่งเล่า”“ไม่ใช่กงการใดของเจ้า” สือเจี้ยนหาวเอ่ยเสียงเย็น เขาไม่ชอบความรู้สึกคลุมเครือนี้เลย เพราะตลอดมาเขารู้เรื่องของบิดาน้อยมาก จึงรู้สึกขัดใจที่มีผู้อื่นล่วงรู้เกี่ยวกับมีดสั้นคู่กายมากกว่าตัวเอง“มอบมันให้ข้า แล้วเจ้าไปได้ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”“ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถหรือไม่ เข้ามา!”แม้ว่าจะบาดเจ็บ ทว่าสือเจี้ยนหาวก็ยังคงรวบรวมกำลังภายใน เขามองออกถึงความมุ่งร้ายของอีกฝ่าย ทันทีที่เอ่ยถึงมีดสั้นวิหคยมทูตไม่ว่าเขาจะมีความคิดที่จะมอบมีดสั้นออกไปหรือไม่ อีกฝ่ายก็คงไม่มีทางละเว้นเขา แต่นั่นเป็นเพียงความคิดเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่มีวันมอบวิหคยมทูตของบิดาให้ผู้ใดเงาร่างสีดำพุ่งเข้าหาสือเจี้ยนหาวพร้อมกัน แต่ชาย

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 8

    สือเจี้ยนหาวควบม้าขึ้นเขาไปอย่างคล่องแคล่ว เขารู้เส้นทางในละแวกนี้เป็นอย่างดี ดินแดนเหนือแห่งนี้นานมาแล้วเขาเคยสำรวจเส้นทางทั้งหมดด้วยตัวเองตอนนั้นเขายังเป็นองครักษ์เงาของแม่ทัพใหญ่ และหน้าที่รองอีกอย่าง ก็คือสำรวจเส้นทางที่จำเป็นในการเดินทัพ ดังนั้นแถบชายแดนทางเหนือ เขาจึงคุ้นเคยเป็นอย่างดี และหุบเขาแห่งนี้เขาก็ค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งที่สามารถใช้หลบศัตรูได้เขาคือนักล่าที่ไม่ชอบและไม่มียอมเป็นฝ่ายถูกไล่ล่า ดังนั้นเขาต้องหาที่ปลอดภัยให้หญิงสาวเสียก่อน เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ จากนั้นเขาก็จะกลายมาเป็นผู้ล่าเสียเอง นั่นจึงจะเป็นวิธีที่เขาถนัดสูงขึ้นไปยังยอดหุบเขาอันเหน็บหนาว ดอกเหมยสีแดงต้นหนึ่งกำลังผลิบาน ราวกับเย้ยหยันความหนาวเย็นอย่างเดียวดายเมื่อเดินไปด้านหลังต้นไม้สูงใหญ่ สุดทางเดินริมหน้าผามีถ้ำหินขนาดเล็กแห่งหนึ่งซุกซ่อนอยู่ หากไม่สังเกตให้ดี ไม่มีทางที่จะเห็นทางเข้าถ้ำแห่งนี้ได้ เนื่องจากปล่องหินที่มีขนาดเล็กมาก ทั้งยังหลบอยู่ด้านหลังเถาไม้เลื้อยที่ปกคลุมจนหนาทึบ ทว่าสือเจี้ยนหาวที่เป็นคนพบมันก่อนผู้ใดยังจดจำมันได้เป็นอย่างดี“เจ้าเข้าไปหลบอยู่ด้านในก่อน ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเข

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status